ผมนั่งเครื่องบินครั้งแรกคือตอนฝึกงาน่ใกล้เรียนจบ ระยะทางจากบริษัทไปถึงมหาวิทยาลัยมากกว่าสามพันกิโลเมตรผมซื้อตั๋วรถไฟไม่ทัน เลยคิดในใจว่าโตขนาดนี้แล้วยังไม่เคยได้นั่งเครื่องบินเลย จึงใช้แอปพลิเคชันบนมือถือซื้อตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษที่ถูกกว่าตั๋วรถไฟมาใบหนึ่งซะเลย
ถ้าตอนนั้นรู้ว่าจะเจอเื่แบบนี้ล่ะก็ให้ตายอย่างไรผมก็ไม่มีวันเลือกนั่งเครื่องบินเป็อันขาด!
จำได้ว่าวันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสเนื่องจากเป็เที่ยวบินตอนเจ็ดโมงเช้า ผมจึงไปถึงสนามบินั้แ่ตีห้าใช้เวลาสองชั่วโมงไปกับการรับตั๋วโดยสาร ตรวจสัมภาระ และการโหลดสัมภาระเมื่อทำเื่น่ารำคาญเหล่านี้เสร็จ ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องบินตอนก่อนเจ็ดโมง
แต่พอขึ้นไปบนเครื่อง ผมกลับรู้สึกไม่สบายใจ แม้จะเป็การขึ้นเครื่องครั้งแรกแต่ผมที่เคยชินกับการเสิร์ชหาข้อมูลล่วงหน้าจึงทราบว่าหน้ากากออกซิเจนของแต่ละที่นั่งบนเครื่องบินจะหล่นลงมาต่อเมื่อภายในห้องโดยสารสูญเสียความดันอากาศเท่านั้น
แต่นี่เพิ่งขึ้นมาบนเครื่องเองนะหน้ากากออกซิเจนทั้งหมดก็หล่นลงมาแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือเพราะเป็ตั๋วราคาพิเศษจึงเป็แบบนี้เหรอ
แอร์โฮสเตสสาวสวยอธิบายว่าไม่มีปัญหาอะไรคนที่มาตรวจสอบก่อนหน้านี้เป็คนนำออกมาเพราะว่ากลัวเครื่องบินจะล่าช้าเลยใส่กลับคืนไปไม่ทันแค่ใส่กลับเข้าไปและปิดฝาก็เรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากผมซื้อตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษมาแถมยังเป็การนั่งเครื่องบินครั้งแรกอีกด้วย จึงเกิดความหน้าบางไม่กล้าถามอะไรมากเดาว่าผู้โดยสารภายในห้องโดยสารชั้นประหยัดก็ไม่ต่างจากผมผมเห็นว่ามีบางคนถามไปสองสามคำ แต่ก็โดนแอร์โฮสเตสพูดเบี่ยงไปได้อย่างรวดเร็ว
ช่วยไมได้เพราะ่นี้ทุกที่มีแต่ข่าวทุบตีแอร์โฮสเตส บนเครื่องบินจึงไม่มีใครกล้าซักไซ้แอร์โฮสเตสมากเกินไปเพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็ผู้โดยสารไม่มีมารยาท
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเบียดตัวขึ้นเครื่องไปเมื่อผู้โดยสารทั้งหมดขึ้นเครื่องเรียบร้อยหน้ากากออกซิเจนก็ถูกแอร์โฮสเตสเก็บกลับเข้าไป แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าสายตาที่แอร์โฮสเตสมองเหล่าผู้โดยสารนั้นไม่ค่อยเป็ธรรมชาติสักเท่าไร
เครื่องบินวิ่งอยู่บนรันเวย์และกำลังนำเครื่องขึ้นห้องโดยสารสั่นไหว เครื่องยนต์ส่งเสียงกระหึ่ม เมื่อเครื่องบินบินขึ้นเหนือพื้นดินผมรู้สึกวิงเวียนศีรษะฉับพลัน หนังตาเริ่มต่อสู้กันและผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เมื่อผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้านนอกหน้าต่างก็มืดสนิทแล้ว
เดี๋ยวก่อนนะ!
นี่ผมหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย
ผมรีบขยี้ตาแล้วเพ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง
ความมืดมิดเต็มไปหมดยื่นมือออกไปแล้วก็ไม่เห็นอะไรเลย
จะเป็ไปได้อย่างไร เที่ยวบินที่ผมนั่งมาเป็เที่ยวบินตอนเจ็ดโมงเช้าใช้เวลาเดินทางรวมแค่ห้าชั่วโมง แม้จะถึงแล้วก็น่าจะเป็ตอนเที่ยงแล้วท้องฟ้าจะมืดได้อย่างไร
หรือผมหลับเลยที่หมาย? บนท้องฟ้ามีแบบนี้ด้วยหรือ
อย่างไรเสียนี่ก็เป็การนั่งเครื่องบินครั้งแรกของผมไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น จึงทำได้เพียงคิดฟุ้งซ้านบ้าๆ บอๆไปเรื่อยเปื่อย
แต่ในตอนนี้ผมกลับค้นพบเื่ที่ทำให้ใยิ่งกว่า!
เดิมห้องโดยสารนั่งกันแน่นขนัดแต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงคนนั่งหร็อมแหร็มอยู่แค่สิบกว่าคน
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ผมเริ่มตระหนักแล้วว่าตนเองเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว
ในขณะนั้นเอง ผู้โดยสารคนอื่นๆก็เริ่มตื่นขึ้นทีละคน ทุกคนดูงุนงงและไม่เข้าใจสถานการณ์ บางคนรู้สึกใบางคนแสดงอาการสับสน และยังมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
ผมเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร จึงกดปุ่มเหนือศีรษะเพื่อเรียกแอร์โฮสเตสทว่าผ่านไปนานก็ไม่มีการตอบรับ
แอร์โฮสเตสราวกับหายไปอย่างลึกลับเช่นเดียวกับผู้โดยสารคนอื่นๆ!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย
ในขณะที่ผมไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเสียงประกาศอันแหบแห้งภายในห้องโดยสารก็ดังขึ้นมาโดยพลัน
“ยินดีต้อนรับสู่เที่ยวบินโหยหวนบนเครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสารจำนวนสิบห้าคนแต่จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถรอดออกไปได้!
กรุณาฟังกฎกติกาแห่งการรอดชีวิตต่อไปนี้ให้ละเอียด!
ข้อหนึ่ง ตัวตนของทุกคนบนเครื่องบินคือผู้โดยสารแต่ในกลุ่มของผู้โดยสารจะมีผู้โหยหวนปะปนอยู่ด้วยสามคนั้แ่สิบสามนาฬิกาเป็ต้นไป ทุกๆ ห้าชั่วโมงจะต้องมีการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกหนึ่งคนจากผู้โดยสารที่เชื่อว่าเป็ผู้โหยหวนแล้วฆ่าทิ้งซะ!
วิธีการฆ่าเป็ไปอย่างอิสระหากไม่มีการฆ่าเกิดขึ้น เครื่องบินจะตกลงอัตโนมัติ และทุกคนจะต้องตาย!
ข้อสอง สามชั่วโมงหลังจากลงคะแนนเสียงทุกคนจะเข้าสู่การหลับไหลเป็เวลาหนึ่งชั่วโมงในขณะที่ผู้โหยหวนจะตื่นก่อนครึ่งชั่วโมง ผู้โหยหวนแต่ละคนจะรู้ตัวตนของกันและกันผู้โหยหวนที่ตื่นขึ้นจะต้องเลือกหนึ่งคนในหมู่ผู้โดยสารเพื่อฆ่าทิ้ง
วิธีการฆ่าเป็ไปอย่างอิสระ หากไม่มีการฆ่าเกิดขึ้นเครื่องบินจะตกลงอัตโนมัติ และทุกคนจะต้องตาย!
ข้อสาม ในกลุ่มผู้โดยสารจะมีหนึ่งคนเป็กัปตันหนึ่งคนเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และสองคนเป็แอร์โฮสเตส...
ทุกครั้งหลังจากการโหวตกัปตันจะมีสิทธิ์ตรวจสอบตัวตนของหนึ่งคนว่าเป็ผู้โหยหวนหรือผู้โดยสารแต่ไม่สามารถตรวจดูตัวตนพิเศษอย่างอื่นได้
ก่อนที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะตกสู่การหลับไหลสามารถเลือกคุ้มครองได้หนึ่งคน และจะไม่ถูกผู้โหยหวนโจมตีในระหว่างที่ตกสู่การหลับไหลแต่ไม่สามารถคุ้มครองตนเองได้
แอร์โฮสเตสจะรู้ตัวตนของกันและกัน
ข้อสี่ ป้ายตัวตนของทุกคนจะอยู่ภายในกระเป๋าเสื้อของตนเองห้ามทุกคนแอบดูป้ายตัวตนของผู้อื่น ห้ามทำลายห้องโดยสาร ห้ามออกนอกห้องโดยสารและห้ามฆ่าผู้อื่นอย่างผิดกฎกติกาการฆ่าคนมิเช่นนั้นจะต้องพบกับความตายอันน่าเวทนา!
ข้อห้า หากผู้โดยสารถูกฆ่าจนหมดผู้โหยหวนจะเป็ฝ่ายชนะแต่หากผู้โหยหวนถูกฆ่าจนหมด ผู้โดยสารจะเป็ฝ่ายชนะ ฝ่ายชนะจะสามารถลงจากเครื่องได้และแบ่งเงินรางวัลทั้งหมดห้าสิบล้านดอลลาร์กัน!
ดังนั้น ทุกคนจงโหยหวน! จงสั่นกลัว!และพยายามเอาชีวิตรอดให้ได้!”
ผมฟังประกาศจบ สมองกลับไม่รับรู้อะไรเลย
นี่เป็การกลั่นแกล้งหรือเป็เื่ล้อเล่น? อย่าบอกนะว่าพวกวิปริตที่มีเงินบางคนสุ่มจับคนมาเล่นเกมแห่งชีวิตได้จริงๆ
ทำไมผมถึงได้ซวยแบบนี้!
ในขณะนี้คนภายในห้องโดยสารต่างมาออกันอยู่ที่ประตูห้องโดยสารอย่างไม่ได้นัดหมาย
จู่ๆ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสวมสูทลำลองสีดำและใส่แว่นกรอบดำก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“ทุกคนได้ยินสถานการณ์โดยรวมกันแล้วถ้าไม่อยากตายก็มาปรึกษาหารือ แล้วแนะนำตัวกันสักหน่อยเถอะ”
ไม่ทันจะสิ้นเสียงของหนุ่มหล่อชุดดำตัวผมเองยังไม่ทันได้พูดก็มีสาวสวยในชุดเดรสลายดอกไม้ สวมหมวกกันแดดและแว่นกันแดดโต้ขึ้นทันที
“คุณคงไม่เชื่อประกาศนี้แล้วมาฆ่ากันเองจริงๆ ใช่ไหม”
ทันทีที่เธอพูดคำว่า “ฆ่ากันเอง”ความเงียบที่ครอบงำห้องโดยสารก็พังทลายลง ทุกคนต่างพากันพูดโวยวายใส่กันไม่หยุด
“พวกคุณเป็ใคร ที่นี่ที่ไหน ทำไมต้องจับผมมาที่นี่ด้วย”
“จะลักพาตัวงั้นเหรอพวกนาย้าเงินเท่าไหร่ ปล่อยฉันไปก่อนได้ไหม”
“ให้ตายเถอะ!กูเป็ถึงนายกเทศมนตรีของเป่ยเพ่ย กล้าทำให้กูดูแย่!ระวังเถอะกูจะฆ่าพวกแกทั้งหมด!”
โชคดีที่ไม่ได้มีคนโง่มากมายที่พูดแบบนั้นส่วนใหญ่ก็เหมือนกับผม เงียบไม่พูดอะไร
ในตอนนั้นชายหนุ่มในชุดดำก็เริ่มแนะนำตัวเป็คนแรก
“ผมชื่อซางจื้อหย่วนทำงานด้านการเงิน วันนี้นั่งเครื่องบินเที่ยวบิน kn5245ไปเป่ยจิน หลับไปตอนเครื่องบินขึ้น พอตื่นก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว”
เที่ยวบิน kn5245!ไปเป่ยจิน!
ผมใทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของซางจื้อหย่วนเพราะเที่ยวบินที่ผมนั่งคือเที่ยวบิน st6385 ที่ไปเซินเจิ้ง
นั่นก็แปลว่าเดิมทีพวกเราไม่ได้นั่งอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกันั้แ่แรก!
บ้าเอ๊ย นี่มันเื่อะไรเนี่ย
นอกจากตัวผมเองแล้ว คนอื่นก็ค้นพบปัญหานี้เช่นกันแม้แต่คนโง่สองสามคนที่เอะอะโวยวายไม่หยุดก็หุบปากลง
อย่างไรเสีย ในเมื่อสามารถดึงคนจากเครื่องบินหลายลำมาอยู่บนลำเดียวกันได้คนที่มีอำนาจขนาดนี้คงไม่ได้พูดเล่นแน่นอน
ผมคิดไปคิดมาแล้วแนะนำตัวต่อจากซางจื้อหย่วนแบบง่ายๆ
“ผมชื่ออวี๋เฉิน เป็นักศึกษาเที่ยวบิน st6385”
หลังจากเห็นผมแนะนำตัวคนอื่นก็เริ่มแนะนำตนเองบ้าง
คนแรกคือหญิงสาวที่ใส่ชุดเดรสลายดอกไม้ที่พูดก่อนหน้านี้
“ฉันชื่อผิ่นชวนเซี่ยเรียกฉันว่าเสี่ยวเซี่ยก็ได้ ฉันเป็นักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปไห่เป่ยเที่ยวบินที่ jf5467”
หลังจากผิ่นชวนเซี่ยก็เป็เด็กหนุ่มที่ดูท่าทางเป็ลูกคุณหนูเสื้อผ้าแบรนด์เนมบ่งบอกถึงความร่ำรวย
“ผมชื่อเฉียนตัวตัวห้าสิบล้านดอลลาร์ไม่ใช่เื่ใหญ่ ถ้าใครช่วยพาผมออกไปได้ผมจะให้หนึ่งพันล้านดอลลาร์ อ้อ เที่ยวบินที่ผมนั่งมาก่อนหน้านี้คือไปดูไบชั้นเฟิร์สคลาส!”
ผมไม่ชอบลูกเศรษฐีแบบนี้เลยเบนความสนใจไปหาคนถัดไปทันที
ชายวัยกลางคนที่หัวล้านไปกว่าครึ่งและมีพุงเบียร์เขาสวมเสื้อและกางเกงของอาร์นีม่าพูดภาษาถิ่นออกมาเต็มปากเต็มคำเหมือนกลัวคนไม่รู้ว่ามาจากซื่อจ้วน
“ให้ตายสิ!กูเป็นายกเทศมนตรีของจ้งชิงเป่ยเพ่ย วันนี้จะไปเที่ยวูเาอู่ตังตื่นขึ้นมาก็ติดอยู่ที่นี่แล้ว ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าพวกแกจะทำอะไรกัน ให้หัวหน้าของพวกแกออกมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้”
ผมหมดคำจะพูดความคิดของข้าราชการทุจริตวัยกลางคนประเภทนี้นั้นฝังรากลึกเหลือเกิน จนถึงตอนนี้ยังมองสถานการณ์ไม่ออกเลยเทียบไม่ได้กับวัยรุ่นอย่างพวกเราที่เคยอ่านนิยายออนไลน์
คนสุดท้ายที่แนะนำตัวเป็เด็กสาวอายุประมาณสิบกว่าปีคนที่ใจนร้องไห้ั้แ่เริ่มนั่นเอง
“หนู...หนูชื่อกวนหลิงเป็นักเรียน จะไปหาแม่ที่หนานจิน”
หลังจากเด็กสาวพูดจบก็ไม่มีใครแนะนำตัวอีกอีกเก้าคนที่เหลืออยู่ต่างเงียบไม่พูดจา
ในนั้นมีทั้งชายหญิง วัยกลางคน วัยรุ่น และคนชราอีกทั้งผมดูจากท่าทางของพวกเขาแล้ว เหมือนในนั้นจะมีทั้งพ่อแม่ คู่รักพี่น้องและความสัมพันธ์ซับซ้อนอื่นๆ
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่คงเลือกที่จะไม่เป็ผู้นำหรือยืนอยู่ข้างหน้ากันหรอก
ทว่าในตอนนั้นเองอยู่ดีๆซางจื้อหย่วนก็ล้วงการ์ดสีดำในกระเป๋าเสื้อออกมา
“มีข่าวดีจะบอกกับทุกคนฉันคือผู้โดยสารแหละ!”
ทุกคนมองเห็นการ์ดสีดำที่เผยให้เห็นเพียงมุมหนึ่งที่อยู่ในมือของซางจื้อหย่วนจึงพากันคลำหาในกระเป๋าของตนเองบ้าง ผมเองก็คลำดูกระเป๋าของตนเองด้วยเช่นกัน
แล้วก็เจอการ์ดใบหนึ่งจริงๆ
พอเปิดออกแล้วผมก็อึ้งไปทันที แต่ก็รีบปรับอารมณ์ของตนเองเพราะนึกไม่ถึงว่าผมจะเป็...