
เครดิตภาพจาก https://unsplash.com
อากิเนะเองก็อยากใช้พลังที่ว่าเหมือนกันแต่มีหลายเหตุผลที่ไม่อาจปลดปล่อยมันออกมา หลักๆก็คือ.....ไม่อยากให้ท่านปู่หรือใครเห็นสิ่งนั้น เพราะเธอเองก็จะมีสภาพไม่ต่างจากปีศาจ
มารร้ายยังคงยิ้มมุมปากเพราะล่วงรู้ถึงความคิดของอากิเนะด้วยเจ้าตัวมัวแต่กังวลจนลืมใช้คาถาปิดบังมโนทวาร ถึงกระนั้นมันก็ไม่เห็นใจในความจำเป็น พร้อมทั้งหาทางบีบบังคับต่อไป
"ถ้าท่านยังกลัวที่จะปลดปล่อยพลังของตัวเอง มันก็ต้องกระตุ้นกันหน่อย "
"กะ.....แกหมายความว่า...." อากิเนะเริ่มเห็นแววแห่งหายนะ เพราะสิ่งใดที่มารร้ายตนนี้คิดจะทำย่อมไม่ใช่เรื่องดี ส่วนมารร้ายนั้นได้แต่หุบยิ้ม แล้วกระชากเสียงเหี้ยม
"ก็หมายความว่า....ข้าจะทำให้ท่านโกรธ"
"เอ๊ะ.....หรือว่า "อากิเนะเริ่มเดาเจตนาของมารร้ายออก แต่ไม่ทันได้ร้องห้ามมันก็พุ่งเข้าใส่เทพศาสตราอีกคำรบ
"ฮึ่ม....."แม้ยังเจ็บแขนข้างที่รับเพลงเตะอยู่หน่อยๆทว่าผู้ชาญยุทธ์อย่างเทพศาสตราก็ไม่ยอมให้ใครเคี้ยวกินง่ายๆ เขาจึงหยิบไม้ด้ามยาวที่เหลืออยู่ขึ้นรับศึกแต่ก่อนคู่ประลองจะได้ปะทะกัน มารร้ายก็พลันหายตัว
"ไอ้บ้านั่นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงอีกแล้ว " เทพศาสตราฉุกคิดขึ้นมาได้จึงหลับตาลง แล้วสำรวมจิตใจ เพื่อจับทุกกระแสที่พุ่งเข้ามา ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเขาก็รู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่พุ่งมาทางขวา
"ตรงนั้น เพลงดาบผ่าวารี " เทพศาสตราหมุนกายมายังทิศทางนั้น แล้วตวัดไม้ด้ามยาวอย่างรวดเร็วชนิดที่แทบมองไม่ทันคลื่นพลังที่แผ่ออกมาสามารถตัดบอลเพลิงทมิฬขนาดเท่าตัวคนออกเป็นสองส่วน
"ตูม ตูม ตูม....."
เกิดเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่องเพราะบอลเพลิงดำที่ถูกแบ่งแยกได้ระเบิดอยู่หลายวาระทำให้คลื่นความร้อนบางส่วนแผดเผาเทพศาสตรา แต่ด้วยออร่าหนาแน่นที่ห่อหุ้มกายผู้อาวุโสจึงยังทนทานอยู่ได้
"หึ หึ หึ คิดถูกแล้วที่เปลี่ยนมายิงเวทใส่ เพราะถ้าบุกสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังถูกเจ้าฟันขาดกลางเป็นแน่ " มารร้ายซึ่งยืนห่างออกไปราวๆ 20 เมตรเริ่มหัวเราะเบาๆ ดูท่าทางมันจะเจ้าแผนการเลยทีเดียว
เทพศาสตราไม่กล่าวคำใด แต่กลับเร่งพลังออร่าให้เข้มข้นดุจเดิมเพราะถ้าละสายตาหรือเสียสมาธิไปเพียงแวบเดียว อาจถึงแก่ชีวิตด้วยรับรู้ถึงความร้ายกาจของมารตนนี้เป็นอย่างดี
ถึงแผนยิงเวทระยะไกลจะถูกหยุดด้วยเพลงดาบผ่าวารีที่ว่องไวของเทพศาสตราแต่มารร้ายก็ดูไม่ยี่หระ เพราะมันมีไม้เด็ดที่ซ่อนอยู่
"หึ หึ หึ ยอมรับว่าแกว่องไวจนตามการโจมตีของข้าทัน แถมยังใช้ เอ่อ.....ไม้เล็กๆทำลายเวทเพลิงทมิฬได้อีกแต่ถ้าโดนยิงเวทใส่อย่างต่อเนื่องล่ะ จะป้องกันได้อีกมั้ย " พออมนุษย์พูดจบกายบางก็หายแวบไปอีก ทำให้เทพศาสตราต้องรีบสำรวมจิตเพื่อใช้เป็นเรดาร์หาทิศทางการจู่โจม แน่นอนว่าคราวนี้มาจากด้านหลัง
"ดาบผ่าวารี " เทพศาสตราปล่อยเพลงดาบที่ว่องไวอีกครั้งแน่นอนว่ามันยังผ่าบอลเพลิงดำขนาดยักษ์ได้ดุจเดิม ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่แตกต่าง
"เอ๊ะ มาอีกแล้ว คราวนี้ทางขวาถึงสองลูก " เทพศาสตรายังไหวทันจึงพลิกกายไปยังทิศทางที่บอลเพลิงพุ่งเข้ามา พร้อมตวัดดาบต่อเนื่อง กระนั้น การจู่โจมที่บ้าคลั่งก็ยังไม่จบเวทไฟที่ร้อนแรงกำลังวิ่งมาจากทุกทิศทาง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยิงรัวแบบนี้ แกยังจะรับมือไหวมั้ย " มารร้ายหัวเราะร่าพร้อมแวบไปแวบมาตามจุดต่างๆแล้วยิงเวทไฟสีดำใส่อย่างต่อเนื่องจนเกิดเสียงระเบิดติดกันดูไม่ต่างจากระเบิดลงในสมรภูมิดิบ
"ตูม ตูม ตูม......."
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตาย ตาย ตาย แกต้องตาย ไปลงนรกซะ ไอ้เฒ่า "มารร้ายหัวเราะไม่หยุด สีหน้าฉายแววคลุ้มคลั่งอย่างชัดเจน ชนิดที่บอกว่า....หมอนี่เพิ่งหลุดจากโรงพยาบาลบ้าก็น่าจะมีคนเชื่อ
"หยุด.....หยุดนะ "อากิเนะกัดฟันกรอดใหญ่ แต่ก็ไม่อาจช่วยท่านปู่เพราะมารร้ายตนนี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนมองตามไม่ทัน ทำให้ยิงเวทไม่โดนจึงได้แต่ภาวนาให้ความโหดร้ายที่อยู่เบื้องหน้าจบลงโดยไว
เหมือนสวรรค์จะเห็นใจสาวงามจึงบันดาลให้มารร้ายหยุดยิงเวทเพลิงทมิฬ แล้วรอชมผลงาน
"หึ หึ หึ โดนพายุบอลเพลิงของข้าเข้าไปแบบนี้ ท่าจะเละเป็นมันบดอย่างไม่ต้องสงสัยหรือไม่ก็ไร้ซากให้เก็บ เพราะถูกไฟเผาจนไม่เหลือกระดูก "
ควันไฟที่ลอยคลุ้งเริ่มกระจายตัวด้วยแรงลมที่พัดกระพือ พอม่านบังตาคลายตัวทั้งมารร้ายและอากิเนะก็ได้เห็นสภาพของลานประหารที่กลายสภาพเป็นหลุมลึกขนาดเท่าตัวคนนับสิบจุดต้นไม้น้อยใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นถ่านดำๆ ถึงกระนั้นก็ยังปรากฏเงาร่างของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงกลาง เขาคนนั้นคือ....เทพศาสตรา
"ทะ....ท่านปู่ยะ...ยังไม่ตาย " อากิเนะถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความยินดีสองมือยกขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลพรากไม่หยุด ส่วนมารร้ายได้แต่สะอึก เพราะหมายมั่นปั้นมือจะได้เห็นมรณกรรมของเฒ่าชราถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ยอมคืนตั๋ว
"บัดซบ ไอ้แก่นี่มันหนังเหนียวจริงๆ "
แม้เทพศาสตราจะรอดจากพายุเพลิงมหาโหดแต่เขาก็ยับไม่ใช่น้อย ทั่วกายอุดมไปด้วยเถ้าถ่านสีดำ เสื้อผ้าบางส่วนขาดวิ่นแถมยังปรากฏรอยแผลไฟไหม้อยู่หลายจุด อันชวนให้สงสัยว่าผู้อาวุโสจะล้มลงเมื่อไหร่แต่เฒ่าชำนาญศึกก็ยังกัดฟันอยู่
"เราจะล้มไม่ได้ ต้องสู้ต่อ แต่กระนั้นก็นับว่าบาดเจ็บไม่น้อยดีที่มีเพลงดาบผ่าวารีคอยป้องกันไม่งั้นคงได้ถูกเผาไม่เหลือซากอย่างที่มันกล่าวไปแล้ว " เทพศาสตราขบคิดดวงตาเรียวเหล่มาทางอากิเนะ หวังให้หลานสาวใช้เวทรักษา ทว่า......
"อย่าคิดนะว่าจะเข้าไปช่วยเจ้าแก่ได้ โซ่แห่งความมืดจงออกมามัดอริของข้า "มารร้ายอ่านแผนออก มันจึงร่ายเวทพันธนาการ ทำให้มีโซ่ขนาดขาช้างโผล่มาจากกลางอากาศแล้วตรงเข้ามามัดแขนขาของอากิเนะเอาไว้แน่น เด็กสาวเลยหมดสิทธิ์ขยับ
"บ้าที่สุด ปล่อยชั้นนะ " อากิเนะโวยดังพลางเร่งพลังเวทให้สูงขึ้นจนออร่าสีรุ้งพวยพุ่งอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่อาจสลัดโซ่เวทมนตร์ของมารร้าย
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เปล่าประโยชน์ เวทพันธนาการของข้าสามารถมัดได้แม้แต่ราชาแห่งเผ่ามารถ้าท่านจะทำลายมัน มีแต่ต้องปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา แต่จะทำได้มั้ยล่ะหรือจะรอให้เจ้าแก่นั่นตายก่อน " มารร้ายเริ่มถากถางอันเป็นการกดดันให้อากิเนะปล่อยของ
อากิเนะรู้สึกเหมือนเป็นหนูที่กำลังติดกับไร้ซึ่งทางออกและความหวัง เพราะถ้าปลดปล่อยพลังที่แท้จริง เธอจะกลายเป็นปีศาจที่คุมตัวเองไม่อยู่แต่ถ้าไม่ทำ ท่านปู่ก็คงไม่พ้นความตาย
“ จะทำยังไงดีนะ คิดไม่ตกไม่ว่าทางไหน ก็ไม่พ้นความพินาศ ”
แม้เด็กสาวไม่พูดออกมาแต่มารร้ายก็ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เธอคิด มันจึงแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะกดดันต่อ
“ หึ หึ หึ ถ้าท่านกลัวที่จะปล่อยพลังออกมาเห็นที เจ้าแก่นั่นคงต้องตายอย่างแน่นอน ” พอมารร้ายพูดจบมันก็ชี้ไปที่เทพศาสตราที่กำลังยืนอิดโรย ไม่ถึงอึดใจ แสงสีอำพันก็พุ่งออกมาจากนิ้วเรียวยาวไม่ต่างกับเลเซอร์บีมจากปืนกระบอกโต
“ ชิ้ว……..”
“ เอ๊ะ! ” เทพศาสตราอุทานออกมาคำนึงก่อนจะพลิกหลบแสงประหลาดได้อย่างหวุดหวิด แต่มันก็แอบถากอกเสื้อบางส่วนส่งผลให้เนื้อผ้าหนานุ่มถึงกับไหม้และขาดยุ่ย
“ หึ หึ หึ หลบได้เฉียบนี่สมกับเป็นยอดยุทธ์ของโลกมนุษย์ ” มารร้ายผมขาวหัวเราะเบาๆมันดูสะใจที่เทพศาสตราหลบการจู่โจมได้ด้วยไม่ประสงค์ให้เหยื่ออารมณ์ตัวโปรดต้องตายก่อนเวลาอันควร
เทพศาสตราถึงกับตะลึง มือขวายกขึ้นปาดเหงื่อเพราะมารร้ายระดมปล่อยคาถาไฟดำมาหลายสิบลูก แต่มันดูไม่อ่อนแรงลงเลยแถมยังปล่อยท่าประหลาดที่รุนแรงได้อีกราวกับอมนุษย์เบื้องหน้ามีพลังที่ไร้ขีดจำกัด
“ นี่มันพลังอะไรกันถ้าเมื่อกี้หลบไม่ทัน มีหวังพุ่งทะลุร่างเป็นแน่แม้แต่จิตวิญญาณต่อสู้ที่ห่อหุ้มตัวเราก็น่าจะกันไม่อยู่ ”
มันเป็นการต่อสู้ที่ทำให้เทพศาสตราหนักใจที่สุดมีไม่กี่ครั้งที่ยอดยุทธ์อาวุโสรู้สึกแบบนี้ ทำให้เขาแอบลังเล
“หรือว่าจะใช้ไอ้นั่น แต่เราไม่เคยจับมันมาหลายร้อยปีครั้งสุดท้ายที่ได้สัมผัสก็เมื่อตอนผจญศึกใหญ่ที่เกือบจะล้างโลกนี้ ”ผู้อาวุโสหวนนึกถึงสงครามหฤโหดในอดีต ในยุคนั้นมีแต่ศัตรูที่ฉกาจฉกรรจ์แบบมารตนนี้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
