คุณชายมากรัก

    #36 อีกฝั่งของทะเล


            หลังจากที่หลิวจ้านส่งทั้งสองคนจากไป ตอนนี้เขาควรจะเริ่มแผนการใหม่ของเขาได้แล้ว หากยังล่าช้ากว่านี้ เขาอาจจะโดนลอบทำร้ายอีกก็ได้ เมื่อหลิวจ้านกลับเข้ามาในห้องทำงานของเขา เขาได้พบกับเย่เอ๋อ หว่านเอ๋อ และยังมีชายอีกหนึ่งคน หลิวจ้านเดาว่าน่าจะเป็น
    ศิษพี่ของเย่เอ๋อ 


            “คาระวะศิษพี่ภรรยา”


            เตียวจูล่ง ถึงกับงง และหันมองไปทางเย่เอ๋อ เย่เอ๋อได้แต่นั่งหน้าแดงด้วยความเขินอาย น้างเคยบอกกับหลิวจ้านว่า อย่าพึ่งเปิดเผยเรื่องของนางกับคนอื่นๆ มีแค่ไม่กี่คนที่รู้เรื่อง แม้แต่พ่อของนางยังไม่รู้ว่าตอนนี้นางได้ย้ายมาอยู่กับหลิวจ้านแล้ว


            “ฮ่าๆๆๆ ยินดีกับศิษน้องด้วย ในที่สุดเจ้าก็มีความรักกับเขาเสียที เจ้าแต่งงานอย่าลืมชวนศิษพี่เช่นข้าด้วย”


            จูล่ง เป็นชายหนุ่มที่หน้าดี รูปร่างกำยำสมส่วน อายุ 30 ปี ที่จูล่งหัวเลาะเสียงดัง เพราะว่าเขาสะใจ ตอนที่เขามีความรัก ศิษน้องของเขาก็คอยแต่บอกเขาว่า มีคนรักก็เหมือนมีภาระ เอาเวลาไปฝึกฝนดีกว่า แต่ว่าตอนนี้กับเป็นนางที่ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เขาเลยรู้สึกสะใจ


            “ข้าจะชวนท่านแน่นอน”หลิวจ้านตอบกับไป เย่เอ๋อได้แต่นั่งเงียบๆไม่พูดไม่จา

            

            “เจ้าต้องการที่จะพบข้าทำไม”


            “การที่ข้าอยากจะพบกับศิษพี่เพราะว่าข้ามีงานใหญ่อยากจะให้ศิษพี่ช่วยข้า”


            “ข้าตอบเจ้าตรงๆก็แล้วกัน การที่ข้ายอมมาพบกับเจ้า เพราะว่านางเป็นคนไปขอร้องข้าและที่สำคัญคือ สุราของเจ้ามันช่างมีรสชาติที่ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้ดื่มมันมาก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆข้านั้นไม่สนใจ”


            “เอาเป็นว่าท่านลองดูนี้ก่อนค่อยตัดสินใจ”


            หลิวจ้านได้หยิบปืนออกมาจากเสื้อของเขาและวางลงบนโต๊ะ ทุกคนได้เห็นสิ่งนี้ก็รู้สึกว่ามันแปลกตาจริงๆ ยกเว้นเย่เอ๋อ แต่ว่านางยังคงไม่รู้ประสิทธิภาพของมัน


            “สิ่งนี้เรียกว่าปืนไฟ ความร้ายกาจของมันอาจจะสังหารระดับขั้น ปราชญ์ ได้เลย”


            ทุกคนได้ยินสิ่งที่หลิวจ้านพูดถึงกับตกใจ ในยุคนี้ใครๆก็รู้ว่าขั้นปราชญ์ คือขั้นที่เกือบจะเป็นอมตะ เพราะอยู่จุดสูงที่สุดของโลกวรยุทธ หากเจ้าปืนเล็กๆอันนี้ทำได้แบบที่หลิวจ้านพูด คงถึงเวลาที่วรยุทธต้องเสื่อมสลายไป


            “ท่านเคยได้ยินเรื่องท้องทะเลหรือไม่”


            “เคยสิทำไมข้าจะไม่เคย”


            “แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าอีกฝากของทะเลมีอะไรอยู่”


            “ข้าจะรู้ได้ยังยัง”


            “ข้าจะบอกท่าน แต่ว่าท่านต้องเก็บเป็นความลับอย่าบอกใครเด็จขาด”


            “ได้ข้าจะไม่บอกใคร”


            “อีกฝากของทะเลมีคนอีกพวกหนึ่งอยู่ฝั่งนั้น และคนพวกนั้นต่างก็มีอาวุทธแบบข้า ตั้งมากมาย อาจจะมีเป็นพัน เป็นหมื่นกระบอก แล้วท่านคิดว่าหากวันนึงคนที่อยู่อีกฝากของทะเลต้องการที่จะขยายดินแดน แล้วสมุติว่าพวกมันมาขึ้นฝั่ง ที่ท่าเรือเมืองลั่วหยาง ท่านว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราทุกคนอาจจะต้องเป็นทาส หลิวจ้านหันหน้าไปทางเย่เอ๋อและหว่านเอ๋อ สาวงามก็จะต้องตกเป็นนางบำเรอของพวกมัน แคว้นของพวกเราอาจจะล้มสะลาย ราษฎร ต้องโดนกดขี่ ท่านจะรับได้หรือเปล่า”


            ทุกคนที่ได้ฟังสิ่งที่หลิวจ้านเล่าต่างก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เย่เอ๋อกับหว่านเอ๋อถึงกับหน้าซีดขึ้นมา ส่วนจูล่ง เนื่องจากว่าเขาเคยเป็นทหารมาก่อน เขาย่อมมีความรักต่อชาติบ้านเมือง เหมือนหลิวจ้านรู้จุดอ่อนของเขาเลยยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่า หวังว่าการรักชาติบ้านเมืองของเขาจะช่วยให้เขามาทำงานกับหลิวจ้าน


            “ท่านมีหลักฐานที่จะพิสูตร คำพูดของท่านหรือไม่”


            “ได้ท่านตามข้าไปที่ป่าด้านนอก เดียวข้าจะพิสูตรให้ท่านดู พวกเจ้าก็ตามไปด้วย”


            หลังจากนั้นทั้งสี่คนได้นั่งรถม้าออกไปบริเวณป่าที่ไกลผู้คน หลิวจ้านได้ควักปืนของเขาออกมา พร้อมทั้งเล็งไปที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ 


            “พวกท่านเอามือปิดหูไว้ก็ดี ข้ากลัวว่าพวกท่านจะตกใจ”


            ปัง ปัง ปัง เสียงปืนดังขึ้นสามนัดติด พวกเขาทั้งสามคน นึกว่าฟ้าผ่า ผ่านไปซักพัก


            “พวกท่านลองเดินไปดูที่ต้นไม้หน่อยสิว่ามันเป็นยังไง”


            จากนั้นทั้งสามคนได้เดินไปดูที่ต้นไม้ยกเว้นหลิวจ้านที่ไม่ได้ไปด้วย


            “เป็นไปได้ยังไง”เป็นเย่เอ๋อที่พูดขึ้นมา


            “ข้าก็คิดเหมือนกับศิษน้อง ทำไมพลังของเจ้าปืนไฟที่ว่า ถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ ขนาดต้นไม้ใหญ่ ยังทะลุ ถ้าเป็นตัวคนแบบพวกเราโดนเข้าไป คงจะตายในทันที”


            สองสาวงามได้ยินสิ่งที่จูล่งอธิบายถึงกับหวาดกลัวขึ้นมา ระยะของมันไกลเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นทุกคนได้เดินกับมาหาหลิวจ้านที่รออยู่ที่รถม้า


            “เจ้ามีแผนการยังไง”จูล่งถามขึ้น


            “พวกเราไปคุยกันที่หอ ดีกว่า”


            จากนั้นทุกคนได้เดินทางกลับมาที่หอไชน่าทาวน์ หลิวจ้านได้เรียกพ่อบ้านจางและหลินเฉาเขามาด้วย หลิวจ้านได้เริ่มที่จะพูดคุยกับหลินเฉาก่อน


            “นี้คือแบบบ้านพักที่ข้าคิดค้นขึ้นมา เจ้าจงนำไปศึกษาและไปรับสมัครช่างฝีมือ ส่วนข้าจะสร้างที่ไหนเดียวพ่อบ้านจางจะบอกเจ้าเอง”


            หลินเฉาขอตัวจากไปเหลือแค่หลิวจ้าน ภรรยาทั้งสอง จูล่งและพ่อบ้านจาง


            “ข้าต้องการที่ดินที่ข้างหน้าติดแม่น้ำลึก ข้างหลังติดภูเขา หลายลูกยิ่งดี ที่ดินแถวๆเมืองท่าเรือ หาซื้อที่ผืนใหญ่ในอนาคตข้าอาจจะสร้างที่ต่อเรือด้วย ท่านไปได้แล้ว”


            พ่อบ้านจางจากไป


            “เอาละข้าจะบอกแผนของข้าแก่ท่าน ข้าจะทำการฝึกกองกำลังขึ้นมา โดยให้ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ ข้าจะมีแบบแผนรายละเอียดในการฝึกมอบให้ท่านอาจจะดูแปลกใหม่ ถ้าท่านไม่เข้าใจที่ตรงไหน สามารถมาหาข้าได้ อาวุทธหลักของกองกำลัง จะเป็นปืนไฟ เดียวข้าจะจัดหาไปให้ อาวุทธรองค่อยเป็นกระบี่ก็แล้วกัน ข้าจะให้หว่านเอ๋อตัดชุดไปให้ด้วย เดียวในช่วงการฝึกข้าจะไปฝึกด้วย ค่ายใหญ่จะอยู่บนภูเขาแถวๆเมืองท่าเรือ ท่านก็ไปรับสมัครทหาร ให้มุ่งเน้นไปคนที่ยากจนก่อน เพราะว่าพวกเราจะมีเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย ข้าอยากจะได้ซัก 2,000 คน ท่านพอจะทำได้หรือไม่”


            “ข้าคิดว่าข้าทำได้ ข้าสามารถนำคนรู้จักที่เคยเป็นทหารมาด้วยกันมาฝึกด้วยได้หรือไม่”


            "ได้แต่ทุกคนต้องอยู่ในระดับเดียวกันส่วนใครจะขึ้นมาเป็นหัวหน้า ค่อยคัดเลือกตามผลงาน ข้ามีเวลาให้ท่านฝึก 
    1 ปี ทุกคนจะต้องได้มาตรฐานตามที่ข้าต้องการ ส่วนเรื่องอาหาร ข้าจะส่งพ่อครัว ไปจัดทำให้ ทุกคนต้องได้กินดี ถึงจะมีแรงในการฝึก นี้คือใบอนุญาติฝึกกองทัพ ท่านนำไปด้วยเผื่อมีใครมาตรวจสอบ ท่านมีอะไรจะถามข้าหรือไม่"


            “ข้าขอตัวก่อน ข้ารู้สึกว่าหลังจากได้อ่านแผนการฝึกของท่าน และเห็นปืนไฟของท่าน เลือดของข้าก็ร้อนขึ้นมาทันที”


            พูดเสร็จจูล่งก็ลากลับไปทันที เหลือแค่หลิวจ้านกับหญิงงามทั้งสอง

    คล้ายกับเรื่องคุณชายมากรัก ที่คุณอ่าน