Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 24


    ทางตำรวจก็ต้องแยกย้ายไปตรวจเช็คตามจุดนั้นอีก เมื่อกำลังพลเริ่มเหลือน้อย ทางผู้ก่อการร้ายก็ได้เปิดประตูหน้าทางเข้าออกและให้ตัวประกันทั้งหมดวิ่งออกไป ใครที่ไม่วิ่งหรือวิ่งช้า จะถูกพวกเขายิง และมันย่อมมีตัวอย่างเสมอ “นั่นคนหรือเต่าวะนั้น ปังๆๆ ฮ่าๆ สะใจเป็นบ้าเลย” ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งเอยขึ้นมา “เอ้ยๆ ไอ่เพื่อนยาก เราเองก็ควรที่จะไปได้แล้ว ถ้าช้าเดี๋ยวหัวหน้าก็ฆ่าให้หรอก” เพื่อนอีกคนกล่าวขึ้นมา “จริงของแก รีบไปเถอะ ป่านี้หัวหน้าคงไปถึงจุดนัดพบแล้ว” แล้วพวกเขาก็วิ่งกันไปอีกทางหนึ่ง ที่อยู่ตรงข้ามกับทางออกที่ผู้คนวิ่งไป เหตุการณ์ภายนอกชุลมุนวุ่นวายไปหมด ตำรวจและทหารเตรียมเข้าไปตรวจสอบบุคคล แต่ก็ไม่มีใครฟังเลย และก็มีบางคนบอกกับพวกทหารตำรวจว่า ผู้ร้ายติดตั้งระเบิดไว้ที่ชั้น 4 ถ้าพวกเขาไม่รีบหนีก็จะโดนระเบิด และเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ คงเหลือไม่ถึง 1 นาที ตำรวจทหารก็ไม่รู้จะทำยังไงก็รีบเร่งช่วยตัวประกันที่ต่างคนต่างวิ่งหนีกันออกมาออกจากสถานที่นี้ให้ไว้ที่สุด ทางด้านหน่วยรบพิเศษก็รายงานเรื่องการหนีของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง ตัดกลับมาที่ทางข้างหลังขอป่าที่มีรายงานเรื่องการโรยตัวหนีของผู้ก่อการร้าย ตำรวจและทหารจำนวนมากกว่า 20 นายค่อยๆเคลื่อนตัวไปข้างหน้า พวกเขาใช้แผนล้อมเพื่อหวังจะตีแมว “ค่อยๆล้อมพวกมันไว้ อย่าให้พวกมันหนีออกไปได้” “รับทราบครับ” เป็นหน่วยกองกำลังพิเศษค่อยๆเดินนำไปก่อนและเป็นตำรวจที่เดินตามหลังมาอย่างที่เคยวางแผนกันไว้ เมื่อพวกเขาเข้าใกล้เป้าหมายก็โยนระเบิดแฟลสออกไป และเมื่อระเบิดแฟลสทำงานมันเสร็จพวกเขารีบวิ่งเข้าจู่โจม “หยุดอย่าขยับ หมอบลงกับพื้นเดี๋ยวนี้” พวกเขาวิ่งเข้าไปอย่างกล้าหาญ แต่พวกเขาก็พบเจอแต่หุ่นจำลองที่ใช้สำหรับการโชว์เสื้อผ้าที่แต่งเสื้อผ้าเหมือนกับผู้ก่อการร้ายเพียงทันนั้น พวกเขายังทำการตรวจเช็คสถานที่ใกล้เคียงเพิ่มเติมแล้วแต่ก็ไม่พบใครที่น่าสงสัยเลย จึงวิทยุไปรายงานสถานการณ์ให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ “หุ่นจำลองงั้นหรอ คงจะเป็นแผนลวงสินะ เอาเป็นว่าเคสถานที่ดูอีกรอบแล้วค่อยกลับมารายงานตัวก็แล้วกัน” มันเป็นเสียงของผู้การทหารที่เอยออกคำสั่ง “ทราบ...ตู้ม อ๊าก” นายทหารที่กำลังจะตอบกลับ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมา มันเป็นระเบิดที่ติดมากับหุ่นจำลอง สามตัว มันทำให้แรงระเบิด แรงเป็นอย่างมาก ทหารและตำรวจที่อยู่บริเวณใกล้กลับหุ่นจำลองต่างถูกแรงปะทะเข้าเต็มๆ ผู้การทหารที่ได้ยินดังนั้นก็เอยขึ้นอีกครั้ง “อินทรีย์ อินทรีย์ตอบด้วย .... ส่งหน่วยมังกรฟ้าเข้าไปช่วยเหลืออินทรีย์ เตรียมแพทย์สนาม แจ้งรถพยาบาลด้วย” เขาหันไปสั่งกับลูกน้องที่เป็นผู้ช่วย แล้วเดินไปบอกสถานการณ์กับผู้การตำรวจ “ทางหลังป่านั้นเกิดระเบิดขึ้น ไม่แน่ใจว่าเป็นการปะทะกันหรือป่าว ผมส่งหน่วยที่ดีที่สุดออกไปก่อนแล้ว” ผู้การตำรวจที่ได้ยินก็พยักหน้ารับ และบอกผู้การทหารว่าให้ช่วยมาตรวจสอบประชาชนที่วิ่งออกมาก่อน โดยให้ถ่ายรูปใบแล้วปล่อยไปก่อน ถ้าเจอบุคคลที่มีกินของดินปืนให้แยกพวกเขาไว้ก่อน เมื่อหน่วยมังกรฟ้ามาถึงก็ทำตามขั้นตอนที่เคยซ้อมๆกันมา และเข้าช่วยเหลือทหารและตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดทันที เสียงรถพยาบาลหลายคันได้วิ่งเข้ามาหลังจากได้รับรายการเรื่องการขนย้ายผู้บาดเจ็บ แล้วพวกเขาก็ถูกส่งตัวไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ กลับมาทางด้านรถตู้ทั้งห้าคันที่วิ่งออกไปจากห้าง พวกเขาได้แต่ภาวนาไม่ให้โดนจับได้ก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย “ขอพระเจ้าจงคุ้มครองพวกเราด้วย ... อย่ามาขวางทาง หลบไป” คนขับรถทั้งห้าคนตอนนี้ผมเขาอยู่ในอารมณ์เดี๋ยวกัน ใครขวางพวกเขา พวกเขาก็ชนเต็มที่ไม่มีเบรกเลย แม้พวกเขาจะถูกตามโดยรถตำรวจและฮอร์ที่บินเปิดไฟสองลงมาที่พวกเขา พวกเขาก็ยังคงขับต่อไป ทางด้านของทหารที่อยู่บนฮอร์ก็รายงานต่อไปเรื่อยๆให้กับผู้การทหาร “FLY1 (ไฟล์วัน) รายงาน รถตู้ได้ขับออกไปทางเข้าจังหวัดลำพูนด้วยความเร็วสูง”“FLY2 รายงานครับ ทางนี้รถตู้ได้เคลื่อนตัวไปยังมหาวิทยลัยเชียงใหม่ด้วยความเร็วสูง“FLY3 รายงาน ................”“FLY4 รายงาน ................”“FLY5 รายงาน ................” เมื่อสองผู้การได้ยินก็เริ่มงงๆกับรายงาน “นี่มันแยกออกไปห้าทิศทาง หรือว่าอาจจะมีคันไหนที่เป็นของผู้ร้ายตัวจริง แต่พวกเขามีมากกว่า 40 คน ถ้าแบ่งกันหนีก็คงจะต้องมีผู้ร้ายที่แผงตัวอยู่ในหมู่ประชาชนสินะ” ผู้การตำรวจพยักหน้าให้กับความคิดของผู้การทหาร จากนั้นเขาก็สั่งให้ตรวจเข้มขึ้นสำหรับประชาชนที่หนีออกมาจากตึกทันที ทหารเองก็ช่วยกันตรวจมากกขึ้น กลับมาทางด้านคนที่ขับรถตู้ที่ขับหนีออกมา เมื่อขับได้มาราว 15 นาทีพวกเขาก็จอดรถรถลง พร้อมกับเดินลงมามอบตัว ยกมือขึ้นพร้อมกับน้ำตาทีไหลอาบหน้ากันทุกคน พวกเขาต้องขับให้ไกลออกมาไปไกลที่สุด เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขาที่ถูกยึดติดกับระเบิดภายในห้าง เมื่อตำรวจที่ตามมาถึงก็ทำตามสูทเดิมจับคนร้าย แต่ก็ได้เสียงของพวกเขาช่วยย้ำเตือนว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่แพะรับบาปเท่านั้น “ได้โปรดช่วยคุณแม่ของผมด้วย ท่านถูกจับมัดใกล้ๆกับระเบิดที่ชั้นสี่” ตำรวจก็ทำการสอบปากคนเล็กน้อย ก่อนจะรายงานไปยังต้นสังกัด ทางต้นสังกัดหรือก็คือสองผู้การใหญ่ที่ได้รับฟังเรื่องราวว่าทางผู้ร้ายได้บอกกับประชาชนคนขับรถตู้ ว่าระเบิดจะหยุดทำงานก็ต่อเมื่อเซนเชอร์ที่ติดอยู่ที่รถตู้อยู่ห่างกัน ยิ่งเซนเชอร์แต่ละตัวอยู่ห่างกันออกไป จะยิ่งทำให้ให้เวลาเดินช้าลง และเมื่อเซนเซอร์ทุกตัวอยู่ห่างกันในรัศมีอย่างน้อย 3 กิโลเมตร(วัดเป็นเส้นตรง) ระเบิดที่ติดตั้งอยู่ชั้นสี่ก็จะหยุดทำงานทันที และดูเหมือนพวกเขาทั้งห้าคนจะทำมันได้สำเร็จ เพราะไม่มีเสียงของระเบิดดังขึ้นมา ในตอนแรกตำรวจก็ไม่ได้เชื่อพวกเขาเลย แต่เมื่อตรวจสอบดีๆ ทั้งบัตรประชาชนเองก็ไม่ได้มีอะไรที่หน้าสงสัย บุคคลทั้งห้าถูกนำตัวมาไว้ที่สถานีตำรวจกลางก่อนเพื่อสอบปากอีกทีหนึ่ง พวกเขาได้ขอร้องไม่ให้เคลื่อนย้ายรถ พวกเขายังคงกลัวว่าถ้ารถเขาไปใกล้ห้างระเบิดจะเริ่มทำงานอีกครั้ง และยังขอร้องให้ช่วยครอบครัวของพวกเขาอีกด้วย เมื่อผู้การทั้งสองได้ยินดังนั้นก็สั่งให้หน่วยกู้ระเบิดไปปลดฉนวนระเบิดทันที และสิ่งทีได้รับรายงานกลับมาคือทั้งห้าพูดความจริง แต่พวกเขายังไว้ใจระเบิดไม่ได้ พวกมันมีตัวจุดฉนวนจากระยะใกล้อีกชั้นหนึ่ง พวกเขาต้องรีบปลดโดยไวที่สุด มาทางด้านของเหล่ายมทูตกันบ้างที่ตอนนี้กำลังลอยอยู่บนฟ้า ทุกคนหันมองออกไปยังห้างชื่อดัง พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก และก็เป็นนทีพี่เอยปากออกมาก่อน “จริงสิ แล้วทางที่เครื่องบินลำนั้นตกละ พวกเจ้าไม่ต้องไปรับดวงวิญญาณหรอกเหรอ” กานต์ที่เดินบนอากาศและโค้งเหมือนพ่อบ้านจะรายงานให้เจ้านายฟัง “ทางนั้นกระผมได้ส่งยมทูตกิ่งไปเป็นรับดวงวิญญาณเป็นที่เรียบร้อยขอรับ จากเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนี้ ยอดของวิญญาณที่เราต้องรับไปคือ 964 ดวง ทางห้างทั้งหมด 563 ดวง ทางเครื่องบินและบริเวณหมู่บ้านใกล้เคียงที่เครื่องบินไปตกใส่อีก 301 ดวงขอรับ” “อย่างนั้นหรอ แต่แผนของเจ้าพวกนั้นมันช่างลึกซึ้งจริงๆ เหมือนเราได้มาดูหนังฟอร์มยักษ์สักเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เอาละเราก็ไปเดินเล่นสักหน่อยก็แล้วกัน อย่าให้วิญญาณพวกนั้นตกค้างการส่งวิญญาณเด็ดขาด พวกเขาต่างก็ได้ทุกข์ทรมารก่อนตาย ถ้าปล่อยไว้อยู่บนโลกนานจนเกินไปมันจะกลายเป็นวิญญาณร้ายต้องลำบากพวกเราจัดการอีกทีในภายหลัง” เหล่ายมทูตทุกคนก็โค้งแล้วกล่าวขานพร้อมกัน “ขอรับท่านผู้แทน”