ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 114  สตรีภายในหอคณิกา

            บทที่114 

            สตรีภายในหอคณิกา

            สุรานารีเป็นของคู่กันกลิ่นสุราอันเลิศรสคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณข้างกายมีนางคณิกาน้อยผู้หนึ่งกำลังนั่งรินสุราให้

            คุณหนูหงเริ่มทำการเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าที่จริงจังเกี่ยวกับแผนการที่นางวาง

            อย่างแรกเริ่มการที่จะได้ตัวของจางหลินซินกลับมาก็จำเป็นต้องติดต่อเกี่ยวกับการซื้อขายจากผู้ที่เป็นเจ้าของหอคณิกาแห่งนี้

            ทว่าถ้าอยากจะติดต่อกับคนผู้นั้นก็จำเป็นจะต้องทำการหาทางติดต่อกับคนผู้นั้นก่อนเป็นอันดับแรก

            มันเป็นเพราะว่าการที่จะได้สนทนากับคนผู้นั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นเป็นอย่างมาก

            ข้อมูลที่นางสืบรู้มารู้ว่าภายในเมืองหลวงแห่งนี้หอคณิกาแห่งนี้ถือว่าเป็นหอคณิกาที่ไม่รู้ว่าผู้ที่เป็นผู้แลคือผู้ใด

            แน่นอนว่ามีผู้ดูแลส่วนใหญ่อยู่ภายในหอคณิกาแต่ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของจริงกลับถูกปิดบังเอาไว้

            หอฝูเซียนเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณไม่กี่ปีที่แล้วแต่กลับมีกิจการที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

            ในตอนนี้ผ่านมาเพียงแค่ไม่กี่ปีกิจการก็เติบใหญ่กลายเป็นหอคณิกาอันดับที่สองของเมืองหลวงไปแล้ว

            แต่ในขณะเดียวกันตัวตนของผู้ที่เป็นเจ้าของหอคณิกาแห่งนี้กลับไม่รู้ตัวตนที่แน่นอน

            ผู้คนมากมายพยายามสืบเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยมีคนบางส่วนกล่าวว่าคนที่เป็นเจ้าของหอคณิกาแห่งนี้มีอำนาจใหญ่โตหนุนอยู่ด้านหลัง

            หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับขุนนาง

            แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นจริงหรือไม่

            นางทำการเอ่ยถามเรื่องนี้กับนางคณิกาน้อยที่อยู่บริเวณด้านหน้าออกไปเพื่อจะได้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้

            นางแสดงท่าทางสงบนิ่งก่อนที่จะถามกลับมา“ ไม่ทราบว่าพวกท่านอยากจะพบเถ้าแก่ไปด้วยเหตุอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

            จางหยวนรับหน้าที่ในการตอบกลับเกี่ยวกับเรื่องนี้“ ตัวของข้าเป็นพ่อค้า เพราะแบบนั้นเลยสนใจเกี่ยวกับหอคณิกาแห่งนี้อยู่ไม่น้อย ”

            “ ท่านจะซื้อหอฝูเซียนงั้นรึ? ” นางถามกลับมา

            จางหยวนส่ายใบหน้าของตนเองไปมาแล้วก็พูดกลับ“ผิดแล้วผิดแล้วคงจะไม่ได้ทำการซื้อหรอกเพราะมองดูแล้วภายในสถานที่แห่งนี้การที่จะซื้อคงจะใช้เงินมากมาย”

            “ ข้าเป็นเพียงแค่พ่อค้าธรรมดาเพียงแค่กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่เท่านั้น”

            “ เลยอยากจะรู้ว่าภายในสถานที่แห่งนี้ผู้ใดที่เป็นเจ้าของและก็อยากจะสนทนากันสักหน่อย”

            จางหยวนกล่าวปัดออกไปพร้อมกับแสดงรอยยิ้ม

            จางหยวนรู้ดีกิจการแห่งนี้ไม่ใช่กิจการเล็กๆอย่างแน่นอน

            การที่จะสามารถซื้อกิจการที่เจริญรุ่งเรื่องภายในเมืองหลวงแบบนี้ขึ้นมาได้แน่นอนว่ามันจำเป็นจะต้องใช้เงินทองจำนวนมหาศาล

            โดยเงินจำนวนมหาศาลที่ต้องใช้เกรงว่าเงินของเขาที่มีอยู่ในตอนนี้มันก็คงจะไม่พอจะซื้อกิจการภายในสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน 

            นางยังคงแสดงใบหน้าสงบนิ่ง 

            จางหยวนเห็นแม่นางผู้นี้แสดงใบหน้าสงบนิ่งแบบนั้นเขาจึงพูด“ ดูเหมือนว่าท่านจะไม่สะดวกใจในการตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้สินะ ”  

            นางได้แต่ยิ้มอ่อนๆรับคำพูดของเขา 

            “ มีอันใดที่ทำให้ท่านไม่สะดวกใจกับการพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างนั้นหรือขอรับหรือเป็นเพราะว่าถ้าแกของหอแห่งนี้เกี่ยวกับเรื่องตัวของเขาอย่างนั้นหรือ  ”

            “ ใช่แบบนั้นหรอกเจ้าคะอันที่จริงแล้วเถ้าแก่เองก็ไม่เคยทำการกล่าวห้ามเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้”

            “ เพียงแต่ว่าพวกข้าเป็นเพียงแค่นางคณิกาตัวน้อยๆภายในสถานที่แห่งนี้เท่านั้น”

            “ การที่นำเอาเรื่องของผู้เป็นนายมาพูดและก็มาสนทนาเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร”

            จางหยวนแบบนั้นจึงพยักหน้าตอบรับกลับไป“ เข้าใจแล้วในเมื่อเจ้าไม่อยากจะพูดแบบนั้นก็ได้”

            “ แต่ว่าตัวของข้าเองก็มีเรื่องที่ต้องการเช่นเดียวกันเจ้าพ่อจะช่วยฆ่าได้รึเปล่า”จางหยวนในตอนแรกความคิดของเขาอยากจะชักจูงแล้วก็ลองเข้าไปสนทนากับผู้ที่เป็นเถ้าแก่ของหอแห่งนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

            แต่ดูเหมือนว่าพวกนางจะไม่ยอมเปิดปากเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

            จางหยวนเริ่มเข้าเรื่องอย่างรวดเร็ว

            นางตอบกลับมาในทันที“ ไม่ทราบว่าคุณชายอยากจะให้ข้าช่วยอะไรอย่างงั้นหรือเจ้าคะ ”

            จางหยวนใช้ดวงตามองต่ำลงไปบริเวณด้านล่างก่อนที่จะยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาและชี้ตรงไปที่จางหลินซินที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดโต๊ะอยู่“ ข้าอยากจะซื้อนางออกจากหอคณิกาแห่งนี้ ”

            “ ตัวของเจ้าพ่อจะช่วยข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่ ”

            นางคณิกาภายในชุดม่วงอ่อนมองตรงลงไปบริเวณด้านล่าง

            นางใช้ดวงตาของตนเองมองตรงมาที่เขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วก็พูดขึ้นมา“ นายท่านอาจจะไม่รู้ขอฝูเซียนไม่ทำการขายคนออกไปด้านนอก ”

            “ เพราะแบบนั้นอย่างงั้นข้าถึงบอกว่าเจ้าพอจะช่วยข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่” จางหยวนล้วงมือของตนเองเข้าไปภายในแขนเสื้อก่อนที่จะนำบางอย่างออกมา

            สิ่งที่เขานำออกมามันคือถุงเงินจำนวนหนึ่งวางเอาไว้บนโต๊ะแล้วยื่นไปให้กับนาง

            ภายในนั้นมีเงินจำนวนไม่น้อยที่ถูกใส่เอาไว้อยู่

            นางคณิการ์ในชุดม่วงอ่อนใช้ดวงตามองต่ำลงที่ถุงเงินแม้จะไม่ได้เปิดดูบริเวณด้านในก็รู้ได้ทันทีว่าด้านในนั้นคืออะไร

            จางหยวนพูดขึ้นมาหลังจากเห็นนางยังไม่รับไป“ มองดูก็รู้ได้ในทันทีตัวของเจ้าไม่ใช่คนโง่ ”

            “ เพราะแบบนั้นการที่จะรับเจ้าของสิ่งนี้ไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าจะสมเหตุสมผลไม่ใช่รึ”

            หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นนางยกยิ้มที่มุมปากอย่างงดงามก่อนที่จะพูดขึ้นมา“ในเมื่อท่านบอกว่าขานั้นฉลาดเฉลียวถ้าเช่นนั้นตัวของข้าก็ขอบางอย่างได้หรือไม่เจ้าคะ”

            “ ข้าไม่ขอรับเงินก้อนนี้แต่ว่าขอให้ท่านทำบางอย่างให้กับข้าได้หรือไม่?” ทั้งแววตาและใบหน้าของนางในขณะที่พูดออกมามีบางอย่างซ่อนอยู่

            จางหยวนได้ยินนางพูดออกมาแบบนั้นเขาแสดงแววตาฉงน 

            ในขณะที่แสดงใบหน้าฉงนมาสักพักก็เริ่มแสดงใบหน้าจริงจังและตอบรับกลับไป“ ดูเหมือนว่าตัวของเจ้าคงจะมีบางอย่างอยู่ภายในใจ ”

            “ เอาเถอะแม่นางท่านนี้ลองกล่าวมาถ้าเรื่องนั้นเขาสามารถทำได้ข้าเองก็จะรับปากท่าน”

            นางแสยะยิ้มเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง“ ข้าอยากจะให้ท่านสังหารคนให้ข้า ”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าของจางหยวนก็ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นอีกระดับ“ สังหารคนอย่างงั้นเหรอ? ”

            “ ใช่แล้วเจ้าค่ะข้าอยากจะให้ท่านสังหารคนให้กับข้า ”

            “ ในเมื่อท่านอยากได้เด็กหญิงผู้นั้นไปข้าจะช่วยท่านแต่ว่าหนึ่งชีวิตแลกกับหนึ่งชีวิตข้าอยากให้ท่านสังหารคนให้กับข้าสักหน่อย”

            จางหยวนสงบนิ่งใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความขบคิด

            เขาคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว“ อะไรกันในตอนนี้นางทำการยื่นข้อเสนอแบบนี้ออกมาตัวของเราควรจะทำแบบไหน ”

            “ สังหารคนอย่างงั้นเหรอ”

            “ นางต้องการให้ตัวของข้าสังหารผู้ใดแล้วถ้าสังหารไปแล้วจะเป็นยังไง ”ในตอนนี้ความคิดภายในหัวของจางหยวนเต็มไปด้วยความสับสนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันทำให้เขารู้สึกหนักใจ

            จางหยวนขณะที่ก้มหน้าก้มตาคิดมาสักพักก็ได้เงยใบหน้าของตนเองแล้วก็พูดออกมา“ ไม่ทราบว่าตัวของเจ้าอยากให้ข้าสังหารผู้ใดให้กับเจ้า ”

            อย่างน้อยก็ลองถามออกไปก่อนว่าแม่นางผู้นี้อยากจะให้เขาสังหารผู้ใดให้กับนางกันแน่

            นางยกสุราขึ้นมาหลินสุราลงบนถ้วยล่ะก็พูดขึ้นอย่างช้าๆ“ ข้าอยากจะให้ท่านสังหารคุณชายตระกูลหลินให้กับข้า ”

            จางหยวนได้ยินแบบนั้นดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นอย่างทันที

            ภายในใจรู้สึกราวกับว่านี่คือเรื่องบังเอิญที่โชคชะตานำพาให้เขาพบเจอ

            “ คุณชายตระกูลหลินอย่างงั้นรึ? ”

            “ ใช่แล้วข้าอยากให้ท่านสังหารคุณชายตระกูลหลินให้กับข้า ”

            หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นจางหยวนกลับแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจแล้วก็พูดกลับมาอย่างรวดเร็ว“ ตกลง”

            เรื่องนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดเลยแม้แต่น้อยหลังจากที่ได้ยินชื่อของคนที่นางอยากให้เขาสังหารให้เขาก็ตอบตกลงกลับไปอย่างรวดเร็ว

            คุณชายตระกูลหลินหรือตระกูลหลินแห่งเมืองหลวงอย่างไรเสียเขาเองก็ต้องทำลายมันได้สักวันอยู่ดี 

            นางรู้สึกประหลาดใจแสดงแววตาที่สงสัยแล้วก็ถามออกมา“ตัวของท่านไม่ลังเลที่จะตอบเลยแม้แต่น้อยเกรงว่าท่านเองก็คงจะมีความแค้นกับพวกมัน”

            นางล่วงรู้ได้ในทันทีหลังจากที่มองเห็นจางหยวนตอบกลับไปอย่างที่ไม่ต้องคิด

            จางหยวนพยักหน้าตอบกลับไป“ ใช่แล้วข้ามีความแค้นกับพวกมันจริงๆเรื่องนี้ไม่ปกปิด ”

            “ แต่ว่าการที่จะสังหารมันได้จำเป็นจะต้องใช้เวลาตอนนี้ข้ายังไม่พร้อมหวังว่าแม่นางคงจะเข้าใจ”

            “ สิบปีหรือหนึ่งปีเมื่อสำเร็จอย่างไรผลลัพธ์ก็เท่ากันคำมั่นสัญญาของบุรุษท่านคงไม่กลับคำอย่างแน่นอน” นางยกจอกสุราขึ้นมายื่นมาให้จางหยวน

            จางหยวนรับมันเอาไว้เป็นการตอบรับข้อเสนอตกลง

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน