“ขอบคุณเ้าค่ะ” มู่ถงเหยารีบรับหนังสือที่เขายื่นให้ไว้อย่างรวดเร็วทั้งยังกอดไว้แนบอกอีกต่างหากราวกับหนังสือพวกนี้คือข้อสอบของเหล่าจอหงวนที่มีค่าดั่งทองคำ
มู่ถงเหยาอยากจะกลับห้องไปอย่างเต็มแก่แต่ติดที่ว่าหานอี้เซินบอกว่าอยากจะทำงานอีกสักครู่ให้นางอยู่ที่นี่เพราะจะได้กินมื้อเที่ยงด้วยกันเลย
ความอยากรู้อยากเห็นว่าในหนังสือเหล่านี้ได้บรรจุเื่ที่นาง้าค้นหาไว้หรือไม่จึงได้หาที่นั่งเหมาะๆ แล้วเปิดอ่านอย่างรวดเร็วเหลือบมองไปทางหานอี้เซินเห็นเขาเอาแต่ก้มหน้าสนใจอยู่แต่กับงานบนโต๊ะไม่ได้สนใจนางสักนิด
มู่ถงเหยาจึงได้ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่อยู่ในมืออย่างตั้งใจโดยไม่ได้รู้เลยว่าหลังจากที่นางก้มหน้าลงหานอี้เซินก็เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารแล้วจ้องกลับมาที่นางแทน
“ชอบมากเลยหรือ” มู่ถงเหยาจมดิ่งอยู่กับเนื้อหาในหนังสืออย่างไม่รู้ตัวจนมีเสียงกระซิบแ่เบาดังข้างๆใบหูพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่ชวนให้รู้สึกวูบวาบ นางค่อยๆหันใบหน้าตามเสียงที่ได้ยินกลายเป็ว่าใบหน้าของนางอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาแทบจะเรียกได้ว่าอีกนิดก็คงจะได้จูบกันแล้ว
ใบหน้าของหานอี้เซินยามที่ได้มองยามไกลๆ ก็นับว่าหล่อเหลามากอยู่แล้วแต่เมื่อได้มองใกล้ๆแบบนี้มันยิ่งกว่าเหล่าไอดอลชายทั้งหลายที่นางหลงใหลได้ปลื้มที่โลกโน้นเสียอีกผิวหน้าของเขายังดีกว่าของนางในตอนที่ยังเป็ไป๋หลันหลันเลยนี่เขาเป็คนหรือรูปปั้นของเหล่าเทพเซียนกันแน่ ช่างงานดีเหลือเกิน
“หล่อจัง...”
หานอี้เซินได้ยินคำชมจากคนตัวเล็กริมฝีปากทอยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมทั้งยังยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของนางมากขึ้นอีกมู่ถงเหยาจึงใช้โอกาสนี้ในการไล่สายตาพิจารณาใบหน้าของเขาั้แ่คิ้วหนาที่ขนเรียงเส้นอย่างเป็ระเบียบขนตางอนเด้งราวกับใช้ที่ดัดขนตาทำให้มันเป็เช่นนั้นสันจมูกโด่งได้รูปและปากกระจับที่ดูหนาและนุ่มนิ่มจนอยากจะลองััสักครั้ง
ในอีกโลกมู่ถงเหยาที่ยังเป็ไป๋หลันหลันไม่ได้เป็เด็กสาวไร้เดียงสานางเคยมีคนรักและผ่านเื่อย่างว่าแบบหญิงชายมาแล้วมันเป็เื่ธรรมชาติของมนุษย์นี่นา
“อยากลองจับดูหรือไม่?”หานอี้เซินเห็นสายตาของมู่ถงเหยาจับจ้องอยู่ตรงริมฝีปากของเขาเนิ่นนานจึงได้เปิดโอกาสให้นางได้ทำในสิ่งที่้า
มู่ถงเหยาหรือจะอดทนต่อคำเชิญชวนของอีกฝ่ายได้นางเลื่อนใบหน้าให้ใกล้เข้ามาก่อนจะค่อยๆประกบริมฝีปากให้แนบชิดกับริมฝีปากหนาอย่างแ่เบาัันุ่มเย็นสบายจากริมฝีปากของเขาทำให้นางรู้สึกดีเป็อย่างมากใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก่อนถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง
“ข้า... กินเต้าหู้ท่านพี่แล้ว”
“อยากกินอีกก็บอกข้า”หานอี้เซินกลับมานั่งหลังตรงอีกครั้งเขาได้กล่าวประโยคฟ้าผ่าที่ทำให้มู่ถงเหยาถึงกับงงงวยนิ่งอึ้งไปเลยเมื่อครู่อารมณ์เผลอไผลทำให้นางขาดสติไปตอนแรกนางคิดว่าเขาจะโกรธมากเสียอีกไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบนางเหรอกหรือใช่ว่าเขาไม่ได้มีนางในดวงใจแล้วหรือ ก็ในนิยายคุณนักเขียนว่าไว้อย่างนั้นนี่นาหรือนางจะจำมาผิดเื่
“ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว พวกเราไปกันเถิด”หานอี้เซินเมินเฉยต่อท่าทางทึ้มทื่อของมู่ถงเหยา ลุกขึ้นเดินนำไปยังห้องทานอาหารส่วนมู่ถงเหยาก็รีบสลัดความคิดสับสนว้าวุ่นออกไปก่อนจะรีบตั้งสติแล้วเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงวันที่มู่ถงเหยาต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยหานอี้เซินเดินนำอยู่ข้างหน้าที่หน้าประตูจวนรถม้าถูกจัดเตรียมไว้แล้วเมื่อเข้ามาด้านในแล้วรถม้าก็เคลื่อนตัวออกไปยังทิศทางจวนตระกูลมู่
“ตื่นเต้นหรือ?”ภายในห้องโดยสารไร้เสียงพูดคุยจนเสียงทุ้มนุ่มของหานอี้เซินดังขึ้น
“ข้า... รู้สึกกังวลนิดหน่อยเ้าค่ะ”มู่ถงเหยาก้มหน้างุดหากมือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อบีบเข้าหากันแน่นขึ้น นางเพิ่งจะนึกออกเมื่อครู่นี้เองในนิยายผู้ที่หานอี้เซินมีใจให้ก็คือ พี่หญิงใหญ่ของมู่ถงเหยา มู่ไช่อิง
มู่ไช่อิงผู้นี้เป็ธิดาคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกส่วนมู่ถงเหยานั้นเกิดจากภรรยารองมารดาของมู่ถงเหยาจากไปั้แ่คลอดนางออกมาจึงถูกเลี้ยงดูโดยฮูหยินใหญ่ผู้นี้ั้แ่ยังแบเบาะนับแต่นั้นมามู่ถงเหยาจึงนับถือมารดาของมู่ไช่อิงเสมือนมารดาแท้ๆของตน
แต่ความรักของมารดาที่มีต่อบุตรในไส้อย่างมู่ไช่อิงกับบุตรนอกไส้อย่างมู่ถงเหยาหรือจะเท่าเทียมกันครั้นมีเื่จดหมายเกี่ยวดองสองตระกูลของผู้าุโตระกูลมู่และตระกูลหานว่าให้บุตรหลานสองตระกูลนี้ได้แต่งงานกันมู่ไช่อิงที่มีคนรักอยู่แล้วจะไปแต่งงานกับบุตรชายตระกูลหานได้อย่างไร
อีกทั้งในจดหมายยังไม่ได้ระบุอีกว่าจะต้องเป็บุตรคนไหนที่ต้องแต่งงานมู่ฮูหยินที่รู้ว่าบุตรสาวของตนนั้นมีคนที่รักชอบอยู่แล้วจึงไม่ได้บังคับฝืนใจกลับหว่านล้อมและพูดถึงความลำบากของมู่ไช่อิงให้มู่ถงเหยาฟังจนมู่ถงเหยาที่เป็คนหัวอ่อนอยู่แล้วต้องจำยอมทำหน้าที่แต่งงานนั้นทั้งที่นางเองก็มีคนที่ชอบอยู่แล้วหากแต่ก็คิดว่าคนผู้นั้นไม่ได้รู้สึกชอบนางเขาเองก็มีคนที่รักอยู่แล้วเช่นกันจึงได้ตัดสินใจเช่นนี้