ตอนที่ 72
งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป ชิงเทียนทำความรู้จักกับจิ่วเทียนเต๋อและจิ่วฟงหาน ทางด้านจิ่วเทียนเต๋อ แม้ว่าเขาจะพึ่งพบชิงเทียนครั้งแรก แต่ก็อดชื่นชมในพรสวรรค์ของชายหนุ่มไม่ได้ อีกทั้งชิงเทียนยังสังเกตเห็นว่าจิ่วเทียนเต๋อ เรียกจิ่วหยวนปิงว่าปิงเอ๋ออยู่บ่อยๆ และเมื่อเขาลองซักถามก็ได้รู้ความจริงว่าจิ่วเทียนเต๋อ เป็นพ่อบุญธรรมของเธอ
“บอสใหญ่ ผมได้ยินว่าท่านเป็นสหายกับท่านอาจารย์ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่" จิ่วเทียนเต๋อเอ่ยถามออกมา
ชิงเทียนพยักหน้า “ดูเจ้าสนใจเรื่องแดนเซียนไม่น้อยเลยนะ หากมีโอกาศลองไปอ่านบันทึกที่หอตำราสิ บางทีมันอาจจะมีประโยชน์กับตัวเจ้าเอง"
จิ่วเทียนเต๋อเบิกตากว้าง เขารู้เรื่องแดนเซียนจากปากของจิ่วเหม่ย แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก “ผมจะแวะไปวันนี้เลยครับ"
“สวัสดีครับ บอสใหญ่" จิ่วฟงหาน ทำความเคารพชิงเทียน เขาอยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นกลาง อีกทั้งยังเป็นผู้ใช้ทวนที่เก่งกาจ ซึ่งข้อเสียเดียวของเขา ก็น่าจะเป็นการชอบทะเลาะกับน้องสาวอยู่บ่อยๆ ซึ่งทำเอาคนที่ต้องมาจับแยก รู้สึกปวดหัวไปต่ามๆกัน
“พวกเจ้าคงยังไม่มีศาสตราวุธเซียน หากมีเวลาว่างข้าจะหลอมให้คนละชิ้น"
“จริงเหรอครับ" จิ่วฟงกานและจิ่วเทียนเต๋อพูดออกมาพร้อมกัน พวกเขาได้เชยชมกระบี่สีขาว ของจิ่วหยวนปิง และพัดเหล็กของจิ่วฟางมาแล้ว ซึ่งความสามารถของมัน มำให้พวกเขาตาลุกวาวเลยทีเดียว
ชิงเทียน มีแผนจะสร้างให้จิ่วเฟยเช่นกัน ตอนนี้ดูเหมือนเธอ จะเริ่มพูดคุยกับโกมินทร์ อย่างเป็นกันเองแล้ว หลายวันมานี้ เขามักจะเห็นทั้งสองคน ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ อาจเป็นเพราะเหตุการณ์ที่หอสมุด ถึงทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น
หลังจากงานเลี้ยงเลิก ชิงเทียนเดินจูงมือเย่เสวี่ยหลัน เพื่อไปชมสระบัว ที่อยู่ด้านหลังหอนพเก้า สาเหตุที่เขาพาเธอมาร่วมประชุม ก็เพราะว่าเคล็ดวิชาของเธอ เป็นรูปแบบคลื่นเสียง ซึ่งสามารถใช้ในการสอดแนม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เสวี่ยหลัน ข้าอยากจะไปสู่ขอเจ้ากับพ่อแม่ เจ้าคิดเห็นอย่างไร" ชิงเทียนสบตากับหญิงสาว แม้ว่าชาติก่อน พวกเขาจะเป็นสามีภรรยากัน แต่ในชาตินี้ ชายหนุ่มยังไม่ได้ไปสู่ขอเธอ เป็นเรื่องเป็นราว
เย่เสวี่ยหลัน เผยรอยยิ้มออกมา “ข้าตามใจท่าน ไม่ว่าอย่างไร ท่านก็คือสามีของข้า"
ชิงเทียนโน้มตัวเข้าไปกอดหญิงสาว ต่อให้ในอนาคต เขาจะมีภรรยาสักกี่คน ก็จะไม่ละเลยเย่เสวี่ยหลันอย่างแน่นอน
******************************
ชั้นใต้ดินของสถานที่แห่งหนึ่งในอียิปต์ ภายในห้องอันมืดมิด มีร่างของชายชราคนหนึ่ง นอนหลับไหลอยู่บนแท่นหิน ม่านพลังสีดำครอบคลุมร่างอันแห้งเหี่ยว เพื่อเป็นป้องกันไม่ให้พลังปราณ กระจายออกไปด้านนอก
เปลือกตาซึ่งกำลังปิดสนิท ค่อยๆเปิดออก นัยตาของชายชรามีสีแดงฉาน เปรียบดังบ่อเลือดไร้ก้นบึ้ง ม่านพลังรอบตัวสลายหายไป พลังปราณมหาศาลพวยพุ่งออกมารอบด้าน
ผู้อาวุโสสูงสุดเบิกตากว้าง ร่างของเขาเลือนหายไปจากห้องส่วนตัว ไม่กี่อึดใจต่อมา เขาก็มาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าชายชรา
“นายท่าน..." ผู้อาวุโสสูงสุดก้มหัวอย่างนอบน้อม
“อามุน ข้าหลับไปนานแค่ไหนกัน?" ดวงตาสีแดงจ้องมาทางผู้อาวุโสสูงสุด ทำเอาเขาหวาดกลัว จนไม่สามารถขยับตัวได้
“50 ปีขอรับ"
ชายชราลุกขึ้นยืน ร่างอันเปลือยเปล่าของเขา ผอมแห้งจนเห็นกระดูก เสื้อคลุมสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ นิ้วชี้ของชายชรา มีแหวนวงหนึ่งถูกสวมไว้ รูปร่างของมันดูคล้ายคลึงกับ แหวนมิติของชิงเทียน “ข้าต้องการดื่มเลือดของหญิงสาวพรหมจรรย์ 1000 คน"
ผู้อาวุโสสูงสุด แลดูกระอักกระอ่วน “นายท่าน ตอนนี้เลือดของหญิงบริสุทธิ์ เริ่มหายากเข้าไปทุกที ข้าเกรงว่า..."
“เดี๋ยวนี้!!!" ชายชราคำรามออกมา เสียงของเข้าทำให้ผู้อาวุโสสูงสุด ถึงกับกระอักเลือดออกมา ผนังห้องสั่นสะเทือน คล้ายเกิดแผ่นดินไหว
“ท...ทราบแล้วขอรับ" อามุนรีบขึ้นมายังด้านบน เพื่อเรียกรวมตัวเหล่าผู้อาวุโสทันที
หลังจากนั้นเหล่าผู้อาวุโสทั้งสิบคน พร้อมทั้งผู้ติดตาม ต่างก็มากันพร้อมหน้า “ที่ท่านผู้อาสุโสสูงสูดเรียกพวกเรามา มีเรื่องเร่งด่วนอะไรอย่างนั้นหรือ" หนึ่งในผู้อาวุโสเอ่ยถาม
อามุนมีสีหน้าที่เคร่งเครียด “ตอนนี้นายท่านได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ท่านต้องการเลือดของหญิงสาวพรหมจรรย์ 1000 คน"
“นั่นเป็นไปไม่ได้ การจะตามหาหญิงสาวพรหมจรรย์ในเมืองนี้ ยากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร"
“ถ้าอย่างนั้นก็ขยายเป็นทั้งประเทศ ไม่ก็ทั้งโลกสิ!!" อามุนตะโกนออกมา
“ต...แต่ว่าคนของเรากำลังทำภารกิจ ตามหาชายชาวเอเชีย" หนึ่งในผู้อาวุโสแย้งขึ้นมา
อามุนทุบโต๊ะประชุมจนแหลกเป็นชิ้นๆ “ช่างหัวเรื่องนั้นก่อน!! หากนายท่านไม่พอใจล่ะก็ รับรองว่าพวกเราได้ตายกันหมดแน่"
เหล่าผู้อาวุโสที่พึ่งเข้าร่วม กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง ดูเหมือนพวกเขายังไม่รู้ถึงความน่ากลัว ของคนที่ถูกเรียกว่านายท่านมาก่อน
คำสั่งการตามหาตัวชิงเทียน ถูกเปลี่ยนเป็นตามหาหญิงสาวพรหมจรรย์ทันที อามุนได้นำหญิงสาวที่เขาเก็บไว้ มามอบให้กับชายชรา เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้เขาอาละวาดไปมากกว่านี้
**********************************
ไม่กี่วันต่อมา ชิงเทียนพาพ่อแม่และเย่เสวี่ยหลัน เดินทางกลับไปยังเมืองจี่หนาน เพื่อทำการสู่ขอหญิงสาว เย่เจียวหลุนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาอยากได้ชายหนุ่มมาเป็นลูกเขยอยู่แล้ว อีกทั้งการได้เกี่ยวดองกับตระกูลชิงจากเมืองหลวง จะยิ่งช่วยให้บริษัทของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด
งานจะถูกจัดขึ้นที่หอนพเก้า สาขาเมืองหลวงในเดือนหน้า ชิงเทียนต่างปลอบประโลม เหล่าหญิงสาวที่เหลือ เขาสัญญาว่า จะแต่งงานกับพวกเธอพร้อมกัน หลังจากพาพวกเธอ ย้ายไปที่แดนเซียนแล้ว ซึ่งพวกเธอต่างก็เข้าใจชายหนุ่ม เพราะการมีภรรยาหลายคน ยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่นัก ชิงเทียนอาจถูกเขียนข่าวโจมตีได้
ชายหนุ่มได้ไถ่โทษด้วยการ พาพวกเธอไปแช่น้ำบ่อน้ำร้อน ที่เทือกเขาหมอกปีศาจ และพาเหล่าหญิงสาว ยกเว้นหลิวลู่ซือ จิ่วหยวนปิง และจิ่วฟางไปล่าสัตว์ปีศาจเพื่อฝึกประสบการณ์ การต่อสู้ เคล็ดวิชาของเย่เสวี่ยหลันคือ ‘ทวงทำนองเสียงสวรรค์' เธอใช้เครื่องดนตรีเป็นอาวุธ ชิงเทียนสร้างกู่เจิ้งให้กับเธอ แม้ว่าขนาดของมันจะใหญ่เทอะทะ แต่เนื่องจากมันสามารถลอยอยู่กลางอากาศ จึงใช้งานได้ไม่ยากเย็นนัก
หลานลู่ซือได้รับเคล็ดวิชา ‘ศรรัศมีตะวัน' เนื่องจากเธอเคยเป็นนักกีฬายิงธนู และมีปราณธาตุแสงอันเข้มข้น ไหลเวียนอยู่ในร่าง ชิงเทียนจึงคิดว่า นี่เป็นเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับเธอแล้ว ธนูเซียนของเธอเป็นธนูยาว ที่เลียนแบบมาจากคันศรจูเชวี่ย เพียงแต่มีสีเงินสลับทอง
ทางด้านเย่วหนิงเอ๋อ เธอได้รับกระบี่เซียน พร้อมกับเคล็ดวิชา ‘กระบี่หมื่นดารา' ซึ่งเป็นเคล็ดวิชา ที่ชิงเทียนคิดค้นขึ้นมาด้วยตนเอง โดยจะโดดเด่นในการ รับมือกับศัตรูจำนวนมาก
ส่วนฟ่านเสี่ยวโหรว ชิงเทียนใช้เวลานานเป็นอาทิตย์ เพื่อสร้างอาวุธชิ้นนี้ให้กับเธอ มันคือดาบยาวซึ่งมีกลไกอยู่ด้านใน สามารถยืดออกเป็นแส้เหล็กได้ เคล็ดวิชาของเธอ แต่เดิมมีชื่อว่าเคล็ดวิชา ‘อสรพิษโฉบนภา' ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาแส้ในแดนเซียน แต่ชิงเทียนได้ทำการดัดแปลงกระบวนท่า และตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ‘อสรพิษเฉือนนภา'
แรดดำตัวหนึ่งยืนประจันหน้ากับพวกเธอ มันคือสัตว์ปีศาจ ขอบเขตสร้างแก่นปราณขั้นต้น ที่ชิงเทียนจับมาจากบริเวณนี้
ฟ่านเสี่วโหรวเป็นคนเข้าโจมตีก่อน ดาบยาวในมือฟันไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว แรดดำใช้นอที่ยาวมากกว่า 2 เมตร ต้านการโจมตี พร้อมกับพุ่งชนเธอ หญิงสาวกระโดดหลบขึ้นไปบนอากาศ พร้อมกับใช้กระบวนท่าโจมตีออกมา
‘อสรพิษลมกรด'
ดาบของฟ่านเสี่ยวโหรวยืดออก พร้อมกับกระหน่ำฟาดนับร้อยครั้งภายในเสี้ยววิ จนบริเวณด้านหลังของแรดดำเกิดแผลเหวอะหวะ
“โฮกกกก" แรดดำร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
‘คลื่นเสียงปลิดวิญญาณ'
นักรบในชุดเกราะ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ร่างกายของมันดูสั่นไหวและพร่าเลือน มันดีดตัวเข้าไปฟันนอแรด จนขาดเป็นสองท่อน เมื่อเสร็จสิ้นการโจมตี ร่างกายของนักรบก็สลายไป
กระบี่ของเย่วหนิงเอ๋อ บินลอยวนรอบตัวเธอ จากนั้นกระบี่สีเงินก็สร้างร่างแยกขึ้นมา คลื่นกระบี่พุ่งทยานเข้าหาแรดดำ กระบี่นับร้อยเสียบทะลวงร่างของมัน เสียงร้องครวญครางดังไปทั่วผืนป่า
‘ศรแสงสุริยะเทพ'
หลานลู่ซือยิงศรแสงสีแดง ระเบิดศรีษะของแรดยักษ์เป็นชิ้นๆ เหล่าหญิงสาวยกเว้นเย่เสวี่ยหลัน ต่างรู้สึกพะอืดพะอม เนื่องจากพวกเธอยังไม่คุ้นชินกับฉากนองเลือดเช่นนี้มาก่อน
“ลู่จื่อ เธอแค่ยิงให้ทะลุหัวมันไป ไม่ได้รึไง" ฟ่านเสี่ยวโหรวใช้มือปิดปาก เธอกำลังฝืนไม่ให้อาเจียนออกมา
หลานลู่จื่อทำหน้ารู้สึกผิด “ฉ...ฉันไม่ได้ตั้งในนี่นา ใครจะไปคิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้"
“พวกเธอควรจะทำความคุ้นชิน กับภาพเหล่านี้นะ แดนเซียนไม่สวยงามอย่างที่คิดหรอก" เย่เสวี่ยหลันกล่าวออกมา
ทั้งสามคนพยักหน้ารับ หากจะไปแดนเซียน พวกเธอต้องมีความแข็งแกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ
“ถือว่ามีทักษะที่ดีทีเดียว พวกเรากลับไปที่บ่อน้ำร้อนกันเถอะ" ชิงเทียนกล้าวชม เขาค่อนข้างพึงพอใจ กับความก้าวหน้าของพวกเธอ โดยเฉพาะหลานลู่จื่อ ทักษะที่เธอใช้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า ดูเหมือนว่าชิงเทียนจะประเมินปราณธาตุแสงในตัวเธอต่ำเกินไป
-------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771