พงศกรกลับเข้าบ้านมาก็เป็เวลาสามทุ่มกว่าแล้วสีหน้าและท่าทางบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดชายหนุ่มจัดการอาบน้ำเพื่อเตรียมจะเข้านอนแต่เมื่อล้มตัวลงนอนไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลับตาลงได้เลยเพราะสมองยังคงครุ่นคิดไม่ยอมปล่อยวางง่ายๆ
วันนี้หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปหานักสืบตามที่ได้นัดไว้่นี้ชายหนุ่มไปไหนมาไหนกับคนรถที่บ้าน เพราะได้ส่งวัฒนาซึ่งมีตำแหน่งเป็เลขาส่วนตัวของเขาไปตรวจงานบริษัทในเครือที่เชียงใหม่แทนวัฒนานั้นเป็หลานของนมสายซึ่งเขารู้จักสนิทสนมเป็อย่างดีั้แ่ยังเด็กแต่ตอนโตก็ห่างกันไปเนื่องจากอีกฝ่ายต้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ส่วนตัวเขาก็ต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
ได้เจอกันอีกครั้งก็เมื่อสองปีก่อนตอนนั้นวัฒนามาเยี่ยมนมสายและกำลังหางานทำอยู่เพราะว่าตกงาน เนื่องด้วยไปมีเื่กับลูกชายเ้าของบริษัทจึงโดนไล่ออกเหตุเพียงเพราะจีบผู้หญิงคนเดียวกันเขาจึงได้รับวัฒนาเข้าทำงานด้วยโดยให้เป็เลขาส่วนตัวพร้อมกับให้ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับเขาเสียเลย
พงศกรปฏิบัติต่อวัฒนาเสมือนญาติคนหนึ่งหาใช่ลูกน้องและทุกคนในบ้านก็ให้เกียรติชายหนุ่มด้วยเช่นกันเขารักวัฒนาเหมือนน้องชายคนหนึ่งเพราะอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขาสองปีมีวัฒนาอยู่ด้วยทำให้เขาคลายเหงาไปได้บ้างเพราะมีเพื่อนที่เข้าใจรู้ใจและคุยกันถูกคอ
วันนี้เขาได้รับรายงานจากนักสืบเหมือนเดิมทุกๆครั้งว่า ‘ยังไม่พบ’ ‘เรากำลังพยายามอยู่’ จนบางครั้งเขาแทบจะถอดใจก็หลายหน สำนักงานนักสืบที่มีอยู่ในประเทศไทยดังๆกี่แห่งต่อกี่แห่งเขาก็แทบจะใช้บริการจนเกือบหมดภายในเวลาสามปีที่ผ่านมาทว่าก็ยังไม่ได้เื่สักที
จนคนที่เขาไปพบในวันนี้พูดให้ได้คิดว่าปาริฉัตรอาจจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทยก็ได้ซึ่งถ้าเป็ตามที่นักสืบสันนิษฐานจริงๆ ละก็เขาจะไปตามหาเธอได้ที่ไหนกันในเมื่อโลกนี้ไม่ได้มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้นมันมีตั้งไม่รู้กี่ร้อยประเทศแถมยังไม่มีเบาะแสอะไรสักอย่างที่จะพอบอกได้ว่าเธอจะไปที่ไหนแล้วอย่างนี้เขาไม่ตามหาเธอตลอดชีวิตหรืออย่างไรกัน กว่าจะได้พูดคำว่า ขอโทษเขาไม่แก่ตายก่อนหรอกหรือ
“ปา...คุณอยู่ไหนผมคิดถึงคุณ...คิดถึงเหลือเกิน...” ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำออกมาพลางหลับตาลงด้วยความปวดร้าวในอกเฝ้าแต่ภาวนาในใจขอให้์โปรดเห็นใจเขาแล้วชี้ทางดลบันดาลให้เขาได้พบยอดดวงใจด้วยเถอะ
ปาริฉัตรหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายออกมาเมื่อมีสายเรียกเข้าและเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาหญิงสาวก็รีบกดรับทันที
“ว่าไงจ๊ะกิ่งมีอะไรหรือเปล่า”
“พี่ปาคะแย่แล้วค่ะ น้องเอมตกบันไดพี่รีบมาที่โรงพยาบาลเถอะค่ะ” น้ำเสียงบอกเล่าของกิ่งแก้วเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใ
“อะไรนะ!น้องเอมอยู่โรงพยาบาลไหนบอกพี่มาเร็วๆ กิ่ง” ผู้เป็แม่ใจหายวาบรีบสอบถามถึงชื่อโรงพยาบาลที่กิ่งแก้วพาน้องเอมไปรักษาและเมื่อได้คำตอบแล้วก็รีบวางสายเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องบอกเพื่อนให้รับรู้ก่อนดังนั้นปาริฉัตรจึงเดินแกมวิ่งเข้าไปหาชาติชายในห้องทำงานด้วยความร้อนใจโดยไม่รอขออนุญาตจากเพื่อนก่อนเหมือนเคยชายหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองและเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของเพื่อนสาวเข้าก็เอ่ยถามอย่างห่วยใย
“มีเื่อะไรหรือปา”
“น้องเอมชาติน้องเอมตกบันไดตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”
“หา!แล้วเป็อะไรมากหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามอย่างใระคนเป็ห่วงพลางลุกพรวดเดินเข้ามาหาเพื่อนสาว
“ไม่รู้เหมือนกันเรามาบอกชาติก่อนแล้วก็จะขอไปดูน้องเอมที่โรงพยาบาลด้วย”ถึงเธอจะเป็เพื่อนเ้าของบริษัทมีอภิสิทธิ์มากกว่าใครทว่าเธอก็ควรให้เกียรติเพื่อนซึ่งเป็เ้านายด้วยหญิงสาวจึงตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตก่อน
“ไปสิ เราไปด้วย”
แล้วชาติชายกับปาริฉัตรก็พากันออกจากบริษัทตรงไปยังโรงพยาบาลตามที่กิ่งแก้วบอกอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองเดินแกมวิ่งเข้าไปหากิ่งแก้วที่มายืนรอรับอยู่หน้าโรงพยาบาลหลังจากที่จอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้วจากนั้นทั้งสามคนก็รีบเข้าไปในโรงพยาบาลแล้วหยุดยืนรออยู่ที่หน้าห้องตรวจด้วยความกระวนกระวายใจ ปาริฉัตรน้ำตาซึมในใจนั้นอดหวาดกลัวไม่ได้ชีวิตนี้เธอมีน้องเอมเพียงคนเดียวเท่านั้นหากลูกเป็อะไรขึ้นมาเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกันด้านกิ่งแก้วพอเห็นน้ำตาของนายจ้างสาวก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้เธอผิดเองที่ไม่ดูแลน้องเอมให้ดีถึงได้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
“พี่ปาคะ กิ่งขอโทษเป็เพราะกิ่งเองค่ะ เพราะกิ่งดูแลน้องเอมไม่ดีถึงได้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น”
ปาริฉัตรมองหน้ากิ่งแก้วเธออยากโกรธอยากต่อว่าเหมือนกันว่าทำไมแค่นี้ถึงดูแลลูกเธอไม่ได้แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางที่เป็ห่วงน้องเอมไม่น้อยไปกว่าเธอของอีกฝ่ายแล้วนั้นก็ต่อว่าไม่ลงกิ่งแก้วคงไม่อยากให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นหรอกเพราะเธอรู้ว่าลูกจ้างสาวรักน้องเอมมากขนาดไหนหญิงสาวจับมือของกิ่งแก้วไว้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเพื่อปลอบใจให้อีกฝ่ายคลายกังวลว่า
“อย่าโทษตัวเองเลยกิ่งพี่รู้ว่ากิ่งไม่ได้ตั้งใจ”
“แต่เพราะความประมาทของกิ่งเองน้องเอมถึงได้ตกบันได”
“ในเมื่อครั้งนี้รู้ว่าเป็เพราะความประมาทครั้งต่อไปก็ระวังหน่อยก็แล้วกันนะเหตุการณ์ในวันนี้กิ่งก็จำไว้เป็บทเรียนก็แล้วกัน”
กิ่งแก้วร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับโผเข้ากอดปาริฉัตรไว้แน่นอย่างซาบซึ้งใจชีวิตเธอนับว่าโชคดีเหลือเกินเมื่อสิ้นยายที่เลี้ยงดูมาแล้วก็ยังได้พบกับคนดีๆเช่นนี้อีก เธอขอสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่ประมาทอีกต่อไปเธอจะขออยู่ดูแลสองแม่ลูกนี้ตลอดไปไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็เช่นไร จะยากดีมีจนหรือมีอุปสรรคใดๆก็ตาม
ปาริฉัตรปลอบกิ่งแก้วทั้งที่ในใจเธออดที่จะกังวลถึงลูกน้อยในห้องตรวจไม่ได้ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงนั้นราวยี่สิบนาทีคุณหมอที่ดูท่าทางยังหนุ่มซึ่งมีหน้าตาเหมือนคนเอเชียก็เปิดประตูออกมาทั้งสามคนรีบรุดเข้าไปหาคุณหมอหนุ่มที่คงจะเป็คนจีนญี่ปุ่นหรือไม่ก็เกาหลีมากกว่าเพราะผิวขาวจัดแถมหน้าตายังออกไปทางประเทศที่สันนิษฐานมาด้วยดังนั้นชาติชายจึงสอบถามคุณหมอหนุ่มเป็ภาษาอังกฤษถึงอาการของหลานสาว
“คุณหมอครับลูกสาวผมเป็ยังไงบ้างครับ”
“ปลอดภัยแล้วครับอาการของเด็กไม่เป็อะไรมากนอกจากแค่หน้าผากแตกนิดหน่อยเท่านั้นตอนนี้หมอให้พยาบาลพาไปที่ห้องพักฟื้นแล้วนะครับเดี๋ยวผมจะบอกพยาบาลให้พาพวกคุณไปที่ห้อง”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ปาริฉัตรเอ่ยขอบคุณทั้งน้ำตาก่อนจะหันไปยิ้มกับชาติชายที่จับมือเธอไว้แน่นส่วนกิ่งแก้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
คุณหมอยิ้มให้แล้วเอ่ยขอตัวเดินออกไปหลังจากที่สั่งพยาบาลให้นำทั้งสามคนไปที่ห้องที่น้องเอมนอนพักอยู่แล้ว
“ขอบคุณคุณพระคุณเ้าที่ช่วยคุ้มครองน้องเอม”กิ่งแก้วพูดเบาๆ พลางยกมือขึ้นพนมไหว้
“พวกเราไปดูน้องเอมกันเถอะปาอยากเห็นหน้าลูกจะแย่แล้ว”
ทุกคนพยักหน้าแล้วรีบเดินตามนางพยาบาลไปปาริฉัตรรีบเปิดประตูเข้าไปทันทีเมื่อนางพยาบาลบอกว่าน้องเอมพักอยู่ในห้องนี้ เมื่อเข้ามาแล้วหญิงสาวก็เดินปรี่เข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงลูกรักทันทีพลางกวาดตามองลูกน้อยไปทั่วร่างจนมาหยุดสายตาอยู่ที่าแบนหน้าผากด้วยความสงสารจับใจร่างเล็กนอนนิ่งไม่ไหวติ่งแต่ลมหายใจยังสม่ำเสมอหลังมือน้อยที่เธอมักจับมาจูบมาหอมเป็ประจำนั้นมีสายน้ำเกลือทิ่มอยู่เห็นแล้วก็บาดหัวใจคนเป็แม่ยิ่งนักเธอสงสารลูกจนอยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกนั้นมาเกิดกับเธอแทนเหลือเกิน
หญิงสาวค่อยๆเอื้อมมือไปแตะหน้าผากลูกน้อยอย่างเบามือ น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วไหลออกมาอีกครั้งชาติชายเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อนเอาไว้แล้วบีบหนักๆ อย่างให้กำลังใจ
“อย่าร้องไห้สิปาน้องเอมไม่เป็อะไรมากหรอก คุณหมอก็บอกแล้วไงว่าหน้าผากแตกหน่อยเดียวเท่านั้น”
“แต่น้องเอมก็ต้องเจ็บมากแน่เลยชาติ”
ชาติชายไม่พูดอะไรอีกเขาเข้าใจจิตใจของเพื่อนดีชายหนุ่มอยู่ในห้องครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวออกไปโทรศัพท์หาคนรักและครอบครัวเพื่อบอกข่าวน้องเอมให้ทุกคนทราบกิ่งแก้วมองร่างน้อยที่นอนนิ่งด้วยความสงสารระคนรู้สึกผิด น้องเอมต้องเจ็บมากแน่ๆยังเล็กเหลือเกินแต่ต้องมาเจ็บตัวเพราะความประมาทของเธอกิ่งแก้วยังรู้สึกผิดอยู่จึงเดินเข้าไปหาปาริฉัตรแล้วยกมือไหว้ที่ไหล่หญิงสาวเพื่อขอโทษอีกครั้ง
“กิ่งขอโทษค่ะพี่ปา”
“เอาเถอะจ้ะกิ่งพี่ยกโทษให้ พี่รู้ว่ากิ่งไม่ได้ตั้งใจไม่อยากให้มันเป็แบบนี้อีกอย่างน้องเอมคงจะซนด้วยแหละ นี่คงจะไปปีนบันไดเล่นถึงได้ตกลงมา”
“ถึงจะเป็อย่างนั้นก็เถอะค่ะยังไงกิ่งก็ผิดอยู่ดีที่ไม่คอยดูแลให้ดี พี่ปาคะ กิ่งสัญญาว่าต่อไปนี้กิ่งจะดูแลน้องเอมให้ดีจะไม่ยอมให้เหตุการณ์อย่างวันนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาดค่ะ”
“ดีจ้ะ” ปาริฉัตรยิ้มรับก่อนหันไปมองลูกน้อยด้วยแววตารักใคร่ “เพราะถ้าน้องเอมเป็อะไรไปพี่คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้”
สองสาวมองร่างน้อยที่หลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกที่มีต่อน้องเอมไม่ต่างกันเท่าไรนักชาติชายเดินกลับเข้ามาในห้องเมื่อโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“บอกข่าวกับทุกคนเรียบร้อยแล้วเหรอความจริงชาติไม่น่าบอกทุกคนเลยนะ จะเป็ห่วงกันไปเปล่าๆเพราะน้องเอมก็ไม่ได้เป็อะไรมาก”หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างเกรงใจ
“ลองไม่บอกสิ ชาติได้โดนงอนไปสามวันเจ็ดวันปาก็รู้ว่าน้องเอมเป็ที่รักของทุกคนนี่เดี๋ยวอีกประมาณครึ่งชั่วโมงคงได้รีบมากันหรอก เดี๋ยวนี้หายใจเข้าหายใจออกอะไรๆก็น้องเอมกันไปหมดแล้ว”บางครั้งชาติชายก็อดพูดเหน็บแนมถึงคนรักและครอบครัวของตัวเองด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้แต่ถึงจะพูดเช่นนั้นทว่าใบหน้าเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มสุขใจปาริฉัตรกับกิ่งแก้วหันมายิ้มให้กันด้วยรู้ว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเองแต่ในใจไม่ได้คิดอะไร
และก็จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่าเพราะอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาห้องของน้องเอมก็ได้เพิ่มสมาชิกอีกสามคนคืออลิซกับบิดามารดาของชาติชายซึ่งมาถึงไล่เลี่ยกันและพอมาถึงปุ๊บทั้งสามคนก็รีบเข้าหาน้องเอมที่เพิ่งตื่นขึ้นมาทันทีต่างพูดจาปลอบโยนปลอบขวัญหนูน้อยกันยกใหญ่จนปาริฉัตรต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะหันไปพูดเล่นกับชาติชาย
“นี่น้องเอมเป็ลูกใครกันแน่เนี่ยปาเป็แม่แท้ๆ ยังไม่ขนาดนี้เลยนะ”
“ทำใจเถอะปาคนมันรักมันหลงแล้วนี่”
“หวังว่าน้องเอมคงไม่เสียเด็กกลายเป็เด็กเอาแต่ใจหรอกนะ”
สองหนุ่มสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันเบาๆพลางยืนมองอลิซและพ่อแม่ของชาติชายเอาอกเอาใจน้องเอมกันยกใหญ่นี่ขนาดมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนะทั้งสามคนยังมีของติดไม้ติดมือกันมาฝากเอาใจคนเจ็บอีกปาริฉัตรรู้สึกปลื้มใจแทนลูกรักเหลือเกินที่มีคนรักเอาใจขนาดนี้อย่างน้อยก็ยังมีคน้าเธอกับลูกอยู่ไม่เหมือนกับ...
พอคิดถึงใครอีกคนขึ้นมาหัวใจที่เคยคิดว่าด้านชาแล้วก็เ็ปขึ้นมาทันทีเธอพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้แล้วเพียรบอกกับตนเองว่าควรลืมมันไปได้แล้วและเธอควรมีความสุขอยู่กับปัจจุบันและอนาคตข้างหน้ามากกว่าที่จะมาคิดถึงอดีตที่เลวร้ายอีก
เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวในห้องคนไข้เด็กหญิงที่เขาเพิ่งทำการรักษาเมื่อสองชั่วโมงก่อนทำให้หมอนิรุตน์รู้สึกแปลกใจและยิ่งแปลกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อภาษาที่ได้ยินนั้นเป็ภาษาไทยเป็คนไทยด้วยกันนี่เองหมอนิรุตน์อมยิ้มก่อนจะเปิดประตูเข้าไปโดยมีนางพยาบาลเดินตามหลังมาคนในห้องหันมามองทางคุณหมอหน้าตี๋ผิวขาวจัดเป็ตาเดียวกัน จากนั้นค่อยๆหลีกทางให้พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนๆ ให้
“สวัสดีครับทุกคน” หมอหนุ่มทักทายออกไปก่อนเป็ภาษาไทยชัดแจ๋ว
“คุณหมอพูดไทยได้หรือคะ”ปาริฉัตรถามอย่างแปลกใจ
“ครับ ก็ผมเป็คนไทยนี่นา”หมอนิรุตน์ตอบเสียงกลั้วหัวเราะ
“พวกเราคิดว่าคุณหมอเป็คนจีน ญี่ปุ่นหรือไม่ก็เกาหลีซะอีกครับ” ชาติชายกล่าวอย่างเขินนิดๆที่ทายผิด
หมอนิรุตน์หัวเราะอีกครั้งอย่างอารมณ์ดีพลางบอกเสียงนุ่ม“ผมไม่แปลกใจหรอกครับเพราะใครเห็นผมก็มักจะคิดเช่นนั้นเสมอผมเป็คนไทยครับแต่มีเชื้อสายจีนปะปนอยู่ด้วยก็เลยหน้าตาออกมาแบบนี้ยินดีอย่างยิ่งเลยครับที่ได้พบคนไทยเหมือนกันที่นี่ ผมชื่อนิรุตน์ครับ” หมอหนุ่มยื่นมือออกไปัักับชาติชายที่ยื่นมือออกมาทักทายกัน
“ผมชาติชายครับ นี่ปาริฉัตรกิ่งแก้ว ส่วนนี่อลิซแฟนผมและนั่นก็คุณพ่อคุณแม่ของผมครับ”
หมอนิรุตน์ทำความรู้จักกับทุกคนอย่างเบิกบานก่อนจะขอตรวจสุขภาพน้องเอมที่นั่งมองตาแป๋วอยู่บนเตียงหมอหนุ่มส่งยิ้มทักทายเป็ด่านแรกแก่เด็กน้อยน้องเอมยังนั่งนิ่งมองคุณหมอตาไม่กะพริบก่อนจะค่อยๆเปิดรอยยิ้มน่ารักให้เมื่อรู้สึกวางใจ
“น้องเอมใช่ไหมครับ”
เด็กหญิงพาศิกรพยักหน้ารับให้เป็คำตอบ
“น้องเอมรู้สึกปวดหัวไหมครับ”
น้องเอมหยุดคิดไปครู่ก่อนจะพยักหน้าแต่อีกสักครู่ก็ส่ายหน้าเสียแล้ว
“อ้าว...” หมอนิรุตน์อุทานหน้าเหลอหลาส่วนทุกคนในห้องพากันหัวเราะกับความน่ารักของน้องเอมที่ตอนนี้กำลังอายม้วนอยู่หมอหนุ่มจึงส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยกับเด็กน้อยเสียงนุ่ม
“ไม่เป็ไรงั้นอาหมอขอตรวจอาการหน่อยนะครับ เอาละคนเก่งนอนลงสิคะ”คุณหมอแทนตัวเองกับหนูน้อยว่าอาน้องเอมพยักหน้ารับแล้วนอนลงให้คุณหมอตรวจอย่างว่าง่ายทำให้หมอนิรุตน์รู้สึกเอ็นดูมากยิ่งขึ้นและหลังจากตรวจอาการของน้องเอมเรียบร้อยแล้วหมอหนุ่มก็หันมาพูดกับปาริฉัตรและชาติชายที่เขาเข้าใจว่าเป็พ่อแม่ของเด็ก
“ไม่ต้องกังวลอะไรมากนะครับคุณพ่อคุณแม่อาการทั่วไปของน้องเอมปกติดีแต่หมออยากให้นอนรอดูอาการสักวันสองวันก่อนเผื่อแกจะปวดหัวและอาจจะมีไข้ขึ้นมา”
“ค่ะคุณหมอ ขอบคุณนะคะ”
ปาริฉัตรยกมือไหว้ขอบคุณเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงมีอายุมากกว่าเธอหมอนิรุตน์ยกมือรับไหว้โดยมีรอยยิ้มอ่อนโยนติดใบหน้าอยู่เสมอคุณหมอหนุ่มเพิ่งจะได้มองหน้ามารดาของน้องเอมเต็มๆ ตาก็ครั้งนี้เอง แล้วจู่ๆความรู้สึกบางอย่างก็เกิดขึ้นทว่าไม่ใช่ถูกตาต้องใจอย่างฉันชู้สาวแต่เป็ความรู้สึกของคนที่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ยิ่งมองนานๆก็ยิ่งเหมือนกับว่ารู้จักกัน
หมอนิรุตน์รู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้เอามากๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนแต่จำไม่ได้และความที่โดนจ้องหน้านานไปรอยยิ้มของหญิงสาวจึงจางลงเปลี่ยนเป็อาการของความสงสัยเข้ามาแทนที่เธอรอให้คุณหมอเป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนเผื่อมีอะไรข้องใจจะคุยกับเธอแต่ก็รออยู่นานจึงได้ตัดสินใจถามออกไป
“คุณหมอคะมีอะไรหรือเปล่าคะ”
ชายหนุ่มยังคงจ้องหน้าหญิงสาวนิ่งคิ้วเริ่มขมวดมุ่นอย่างเห็นได้ชัด
ปาริฉัตรหันไปมองหน้าเพื่อนชายที่กำลังมองเธอสลับกับคุณหมออยู่เหมือนกันเพื่อขอให้ช่วย
“คุณหมอครับมีอะไรกับปาเขาหรือเปล่าครับ”
“อ๋อ...” หมอนิรุตน์ยิ้มแก้เก้อพลางยกมือเกาศีรษะด้วยความเคยชิน “ผมแค่คุ้นหน้าคุณปาน่ะครับ” เขาเรียกชื่อเล่นของเธอตามที่ได้ยินจากชาติชาย“แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นหน้าที่ไหนก็เลยเผลอจ้องนานไปหน่อย”
“อย่างนั้นเองหรือคะดิฉันคิดว่าคุณหมอมีเื่อะไรเกี่ยวกับน้องเอมจะบอกเสียอีก”
“คงเคยเห็นที่นี่มั้งคะคุณหมอเพราะเมื่อเดือนที่แล้วถ้าจำไม่ผิดพวกเราก็เคยมาเยี่ยมญาติที่นี่เหมือนกันตอนนั้นพี่ปาก็มาด้วย” อลิซตั้งข้อสังเกตซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
“นั่นสิครับผมคิดว่าคงเป็อย่างที่อลิซว่า”
“คงเป็อย่างนั้นจริงๆ ถ้างั้นหมอขอตัวก่อนนะครับยังต้องไปตรวจคนไข้รายอื่นๆต่ออีก” หมอนิรุตน์เอ่ยขอตัวเหมือนไม่ติดใจอะไรอีกแต่ความจริงในใจยังไม่กระจ่างดีเขาไม่ได้รู้สึกว่าเคยเห็นหน้าเธอที่นี่หรอกเขารู้สึกว่าเคยเห็นหน้าปาริฉัตรที่ไหนมาก่อนหน้านี้นานแล้วมากกว่าคุณหมอหนุ่มคิดไม่ตกในเื่นี้แต่ก็ต้องสลัดมันทิ้งไปก่อนเพราะเขายังมีงานรออยู่