ฟางหยวน ตอนนี้ ได้มาที่ลานประลอง แล้วหลังจากที่เขา ฝึกกระดูกมาร ของ ร่างทมิฬสำเร็จแล้วนั้น ตอนนี้ เขาได้มารวมตัวกัน ที่ ลานประลอง เพื่อ รอเริ่มการประกาศ
การแข่งขัน ฟางหยวน ตอนนี้อยู่ในสภาพที่พร้อมมาก เขาต้องการ ที่จะใช้ การประลองครั้งนี้ ขัดเกลาฝีมือของตนเอง และ ทดสอบพลังที่เขามีทั้งหมด อีกด้วย
" ในเวลานี้ ข้า ขอชื่นชม พวกเจ้าศิษย์สายนอก ทั้งหลาย ที่ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ได้ ในกลุ่มคนของพวกเจ้า จะมีเพียงแค่ 10คนเท่านั้น ที่จะสามารถผ่านและเป็นศิษย์สายในได้ "
" ตอนนี้ ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ข้าขอให้ เริ่มงานแข่ง ลานประลองเลื่อนขั้น ศิษย์สายใน รอบชิงชนะเลิศ ได้แล้วบัดนี้ !! " สิ้นสุดเสียงของเจ้าสำนักชิงหลงรุ่นที่11 ฉางหลิวฟง ทุกคนก็เฮลั่น
เพื่อเป็นการปลุกใจ ตอนนี้ พวกหัวกะทิต่างๆ ที่ผ่านรอบที่แล้วมาได้นั้น รวมทั้งฟางหยวนด้วย ได้มารวมตัวกันที่ลานประลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ แต่ละคน กำลังรับ
ป้ายหมายเลขประจำตัวของตนเอง อยู่ ซึ่งฟางหยวน ได้หมายเลข15 จากจำนวนคนทั้งหมด 15คน นั้นหมายความว่า เขาได้หมายเลขท้ายสุดนั่นเอง...
ตอนนี้ทุกคนได้หมายเลข กันครบหมดแล้ว ถึงเวลาที่ ผู้คุมกฎ จะประกาศ การแข่งคู่แรก ออกมาแล้ว ตอนนี้ ฟางหยวน ก็ตั้งใจฟังเช่นกัน ว่าจะเป็นใคร
" รอบแรกของแข่งขัน ก็คือ หมายเลข 15 กับ หมายเลข 7 ให้พวกเจ้าทั้งสองขึ้นมาบนลานประลอง ด้วย ! " สิ้นสุดเสียง ฟางหยวน หายใจวาบ...
" บัดซบเอ้ย ทำไมรอบแรกข้า ต้องไปคนแรกด้วยเนี้ย.. " หลังจากฟางหยวน รู้หมายเลขของตนแล้ว เขาก็ได้ขึ้นไปบน ลานประลอง ทางด้าน หวังหลิวเหมย ก็เช่นกัน
ตอนนี้ทั้งสอง ได้ขึ้นมาบน ลานประลองแล้ว ฟางหยวน กล่าวกับ หวังหลิวเหมย ตาม มารยาท " ขอให้เป็นการประลองที่ดี " ฟางหยวน กล่าว
แต่หวังหลิวเหมย แค่ฟัง แต่ไม่ได้ตอบกลับ เลยสักนิด นั่นทำให้ ฟางหยวน รู้สึกหงุดหงิด กับ หญิงสาวหิมะ คนนี้อย่างมาก " ข้าอุตส่าห์ ตอบไปตามมารยาท แต่เจ้ากลับไม่กล่าวอะไร เลยซักนิด "
ฟางหยวน รู้สึกไม่ชอบใจ ผู้หญิงคนนี้ อย่างมากตอนนี้ ท่าทีของเธอ เป็น คนประเภทที่ ฟางหยวน เกลียดอย่างมาก เพราะว่า ตอนสมัยวันเด็ก
ฟางหยวน มักจะโดนคนที่มีท่าทาง และ นิสัยใจคอเช่นนี้ ดูถูกและ รังแก ส่วนใหญ่พวกนั้น จะมีฐานะที่สูงกว่าเขา นั่นทำให้ ฟางหยวน เกลียดคนแบบนี้ เข้ากระดูก พอสมควร
" ข้า ไม่สนแล้ว ไม่ว่ายังไงครั้งนี้ ข้าต้องชนะเท่านั้น! " ฟางหยวน กล่าว กับตนเอง ตอนนี้ สัญญาณ เริ่มการประลอง กำลังจะเริ่มแล้ว
ทันใดนั้น ผู้คุม ก็บอกให้เริ่มการประลองได้ สิ้นสุดเสียง ทั้งสองคน ก็ได้ เข้าปะทะใส่กัน ทันที ทางฝ่าย หวังหลิวเหมย เห็น ฟางหยวน ไม่มีอาวุธ ใช้แค่ฝ่ามือและ เพลงเตะ
เธอจึงคิดดูถูกขึ้นมา " เหตุใดกันนะ ถึงปล่อยให้ บุคคลเช่นนี้ ผ่านเข้ารอบมาได้ แม้แต่ อาวุธประจำตัวตนเอง ก็ยังไม่มี " เธอจึงมอง ฟางหยวน ด้วยสายตา เหยียดหยามมากขึ้น
ฟางหยวน เห็นสายตา ของเธอที่มองมาที่เขานั้น ทำให้ ตอนนี้ โทสะของ ฟางหยวน กำลังเริ่มปะทุขึ้นมา " ข้า เคยคิดว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบที่ข้าคิด สุดท้ายข้าก็คิดผิดสินะ "
ทั้งสอง ประมือกันอย่างต่อเนื่อง มากกว่า20กระบวนท่าแล้วตอนนี้ ทางด้านฟางหยวน เขาเริ่มรู้สึก ร้อน ที่ภายใน อกของเขา แต่เขาไม่ได้สังเกตุ
หวังหลิวเหมยหลังจาก ประมือกับฟางหยวน ต่อเนื่อง ตอนนี้ เธอรู้สึก เบื่อจนอยากจะจบ เรื่องราวนี้ เสียที เธอ จึงได้กล่าววาจา ด้วยน้ำเสียงดูถูก ใส่ฟางหยวนว่า
" ข้าว่า ข้าประมือกับเจ้าไปก็เสียเวลา แม้แต่อาวุธ เจ้าก็ยังไม่มี เจ้าจะเอา อะไรมาชนะ ข้าได้ ข้าขอบอกให้ เจ้ายอมแพ้ เสีย ดีกว่าตอนนี้ ไม่งั้นข้า จะไม่ออมมือแล้ว "
หวังหลิวเหมย กล่าวเสร็จ ฟางหยวน ได้ยินดังนั้น โทสะ ในใจของเขา ได้ปะทุขึ้นมา ราวกับ ภูเขาไฟที่ระเบิดออกมา " ก็ได้ ในเมื่อเจ้าดูถูกข้า ขนาดนี้ ข้าจะไม่ออมมือ เช่นกัน "
ฟางหยวน กล่าวด้วยน้ำเสียง โทสะ และเย็นยะเยือก หวังหลิวเหมย ได้ยินดังนั้น ก็นึกขบขัน " เจ้าคนผู้นี้ นอกจาก จะอ่อนด้อยด้านวรยุทธ แล้วยัง โง่อีกด้วย อะไรที่ทำให้มัน คิดว่าจะมาชนะข้าได้ "
หวังหลิวเหมยกล่าวขึ้นในใจ สิ้นสุดเสียง ฟางหยวน ได้ระเบิดพลังตบะของตนเอง รวมทั้ง ร่างทมิฬด้วย เขาไม่รอช้า ใช้วิชาตัวเบา เข้าประชิดตัว หวังหลิวเหมย
ก่อนที่จะต่อยด้วย หมัดซ้าย เข้าไปที่ทาง ใบหน้าของเธอ หวังหลิวเหมย เห็นดังนั้น ก็รู้สึกสมเพช " ชายผู้นี้ โง่เสียจริงอะไรที่ทำให้ คิดว่า การต่อย ธรรมดาๆ แบบนั้นจะโดนตัวข้าได้ "
ก่อนที่หวังหลิวเหมย จะกล่าวต่อ เธอจึงตกตะลึงอย่างทันที กว่าจะรู้ตัว มันก็สายไปแล้ว การต่อยนั้น มันเป็นแค่ ท่าลวง ท่าจริงๆ มันคือ
การเตะต่างหาก! ฟางหยวน จงใจ ปล่อยหมัดซ้ายออกไป เพื่อหลอกเธอ จากนั้น เขาจึง เตะ ไปที่ ลำตัวของเธอ เข้า อย่างจัง!!
ความรุนแรงของ ท่าเตะนี้ แม้ว่า มันจะเป็นแค่การเตะธรรมดา ไม่ใช่วิชาหรือกระบวนท่าใดๆ แต่ว่า นั้น มันแฝงไปด้วย ปราณทมิฬ และ ร่างทมิฬ
ที่มีความแข็งแกร่งของ กล้ามเนื้อและกระดูกมาร ทำให้ การเตะครั้งนี้ ทำให้ หวังหลิวเหมย กระเด็น ลอยขึ้นไป บนฟ้า สูงพอสมควร หลังหลิวเหมยตอนนี้ มีตบะค้นหาลมปราณขั้น6
แต่เธอกลับโดน ฟางหยวน ที่มีค้นหาลมปราณขั้น5 และยังไร้อาวุธ เตะเข้าจน กระดูกของเธอ หักไปหลายท่อนเลยทีเดียว นั่นทำให้ เธอคิดได้ว่า ชายคนนี้น่ากลัวและอำมหิตอย่างมาก
นั่นทำให้เธอมองฟางหยวน ใหม่ทันที " ชายคนนี้... อันตรายเกินไปแล้ว.. "