ตอนที่5เหตุการณ์นั้น
“เอาล่ะ บอกมาสิว่าแม่นางผู้นั้นคือใคร”ทันทีที่มาถึงจวน ผมก็ลากเสี่ยวไป๋มาสอบถามทันที
ตอนแรกก็เฉยๆกับเื่ ‘เหตุการณ์นั้น’ อยู่หรอกคิดว่าปล่อยเอาไว้ก่อนก็ได้เพราะตอนนี้มีเื่สำคัญอย่างการศึกษาข้อมูลของกิจการร้านผ้าแต่ดูเหมือนผู้อื่นจะไม่ยอมให้ผมปล่อยเื่นี้ไป ไม่ว่าใครก็เอ่ยถึง ‘เหตุการณ์นั้น’
อีกทั้งวันนี้ที่ร้านอาหารจวนเลิศรส ตัวการผู้ก่อเื่ ผู้ที่มีส่วน หรืออาจเป็ผู้ลงมือกระทำ‘เหตุการณ์นั้น’ เสียด้วยซ้ำเธอผู้นั้นมาขัดจังหวะการดื่มด่ำอาหารรสเลิศของผมข่มขู่ผมโดยไม่กลัวเลยว่าผมจะรู้แผนการเลวร้ายของเธอ
ถามว่าผมจะโกรธทำไมคนที่เธอทำร้ายคือเ้าของร่างเดิมไม่ใช่หรือ?
ใช่เธอไม่ได้ทำร้ายผม แต่ถ้าเธอไม่ทำร้ายเ้าของร่างเดิมจนถึงแก่ความตายผมคงไม่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้...
ถ้าเธอไม่ทำร้าย‘เฟิงเจียวจิน’ ตอนนี้ผมคงยังเป็ ‘มาศ’
ผมคงยังได้อยู่กับเขา...
ดังนั้นจะพูดว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับผมไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับผมเต็มๆ
และถ้าเธอเป็คนที่ทำให้เ้าของร่างนี้ตายจริงๆ ก็ขอให้เธอเตรียมตัวไว้ได้เลย เธอเจอผมแน่!!!
แววตาของผมคงทอประกายความอาฆาตมากเกินไปหน่อยเสี่ยวไป๋จึงหดคอด้วยความกลัว
“นาง...นางคือคุณหนูสกุลเฉินเ้าค่ะ นามว่าเฉินเฟยหย่า”
เฉินเฟยหย่าหรือ?ใครกัน?
“เช่นนั้นนางมีความแค้นอันใดกับข้า”
“คุณหนูเฉินเป็น้องสาวของคุณชายเฉิน เฉินเต๋อิ เ้าค่ะ”
เอาล่ะตัวละครใหม่มาอีกแล้ว
“คุณชาย...เอ่อ... เพราะคุณชายมีท่าทางราวกับว่าชื่นชอบคุณชายเต๋อิ คุณหนูเฟยหย่าจึงไม่พอใจคิดว่าคุณชายตามตื้อขอความรักจากพี่ชายนาง อีกอย่าง เป็เพราะนาง้าให้คุณชายเต๋อิได้ครองคู่กับคุณหนูหลี่หลี่หลันฮวา สหายของนางเ้าค่ะ”
ฮะ!เดี๋ยวนะ ทำไมฟังดูแปลก ๆ
ผมมองเสี่ยวไป๋ที่ยิ่งหดคอหนักกว่าเดิมถ้าเธอมีกระดองเหมือนเต่า เธอคงหดหัวเข้าไปในกระดองเป็แน่
จากข้อมูลที่ฟังดูแปลกๆ ของเสี่ยวไป๋ เธอบอกว่าเพราะผมมีท่าทีชื่นชอบคุณชายเฉิน แม่นางเฟยหย่าจึงไม่พอใจ
ชื่นชอบนี่หมายถึงชื่นชอบแบบไหน?
ชื่นชอบในฐานะสหายที่พูดจากันได้ถูกคอ...
หรือชื่นชอบในทางนั้น...ชื่นชอบแบบรสนิยมที่ผมเป็อยู่
แต่จากท่าทีกล้าๆ กลัว ๆ ของเสี่ยวไป๋แล้ว คงเป็ชื่นชอบในความหมายหลังมากกว่า
โอ้์!!!
เฟิงเจียวจินเป็พวกชายรักชายหรือนี่!ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้!
“เ้าจะบอกว่า...ข้า... ดูมีท่าทีเป็พวกตัดแขนเสื้อหรือ? ” ผมถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าในยุคสมัยนี้พวกชายรักชาย หรือที่เรียกว่า ‘พวกตัดแขนเสื้อ’เป็บุคคลที่น่ารังเกียจเพียงใดเป็ความรักที่สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ อย่างน้อยหากมันเป็เื่ที่ผู้คนไม่ยอมรับสักเท่าไร ผมจะได้ไม่แสดงออกมากนัก
อย่างไรเสียเวลาที่เจอคนถูกใจ ผมก็ต้องระงับอาการเอาไว้บ้าง...
“บ่าวไม่บังอาจกล่าวเช่นนั้นหรอกเ้าค่ะแต่... แต่คนอื่น ๆ ต่างบอกว่าคุณชายงดงามอ้อนแอ้นราวกับสตรีย่อมไม่อาจชมชอบสตรีได้ เกรงว่าหากแต่งภรรยาภรรยาของคุณชายคงผูกคอตายเพราะไม่อาจงดงามเกินกว่าคุณชายได้เ้าค่ะ” เสี่ยวไป๋พูดตะกุกตะกักคงกลัวผมโกรธที่บอกว่างดงามเกินสตรี
แต่ผมไม่ปฏิเสธหรอกนะเ้าของร่างเดิมมีใบหน้างดงามจริง ๆ หากไม่บอกว่าเป็บุรุษก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ
หากเป็ในมิติก่อนผมคงยินดีที่มีใบหน้าหวานแหววแบบนี้ แต่ในมิตินี้คงไม่ใช่เื่ดีเท่าไรแม้ในสมัยโบราณจะมีรสนิยมชายรักชายอยู่บ้าง แต่อย่างไรคนเ่าั้ก็ไม่เปิดเผยตัวตนอย่างชัดเจนและมันก็ไม่ใช่เื่ที่ควรป่าวประกาศบอกผู้ใดว่าตนเป็พวกตัดแขนเสื้อ
“เช่นนั้นข้าชื่นชอบคุณชายเฉินจริงหรือ”
“คุณชายอาจลืมไปแล้ว...แม้คุณชายจะไม่เคยบอกว่าตนเองเป็เช่นนั้นหรือไม่ แต่... ” เสี่ยวไป๋หยุดพูดกะทันหันก่อนจะปรายตามองผมอย่างลังเล
“แต่อะไร”
“แต่...คุณชายเคยบอกเสี่ยวไป๋เ้าค่ะ คุณชายบอกเสี่ยวไป๋เองว่าคุณชายชื่นชมคุณชายเต๋อิแต่เสี่ยวไป๋ไม่ได้บอกผู้ใดนะเ้าคะ!เสี่ยวไป๋เก็บความลับให้คุณชายเป็อย่างดี!แต่ไม่รู้ทำไมคุณหนูเฟยหย่าถึงทราบได้ ทั้งคนภายนอกยังกล่าวหาคุณชายเช่นนี้อีก”เสี่ยวไป๋กล่าวเสียงเบา แต่พอกล่าวมาถึงกลางประโยค นางกลับทำท่าทางขึงขังจริงจังก่อนที่ท้ายประโยคจะทำปากยื่นปากยาว พูดไปทำหน้ามุ่ยไปราวกับไม่พอใจคนเ่าั้แทนผม
เอาล่ะสิเ้าตัวเป็คนบอกบ่าวรับใช้ของตนเอง เช่นนั้นก็มั่นใจได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วว่าเฟิงเจียวจินเป็พวกชายรักชาย
“ที่ข้าเคยบอกว่าชื่นชอบคุณชายเต๋อินั้นข้าปฏิบัติต่อเขาเช่นไรหรือ? ” ผมถามหาข้อมูลอีกนิด เพื่อยืนยันว่า...
“คุณชายชอบไปหาคุณชายเต๋อิที่จวนเ้าค่ะพอหลัง ๆ ถูกคุณหนูเฟยหย่าขัดขวางไม่ให้เข้าพบคุณชายจึงพยายามส่งจดหมายไปเชิญคุณชายเต๋อิให้มาพบกันที่โรงน้ำชาเฟินฟาง ทั้งคุณชายยังชอบปักผ้าเช็ดหน้าเย็บถุงเครื่องหอมให้คุณชายเต๋อิอีกด้วยเ้าค่ะ”
เพื่อยืนยันว่า...เฟิงเจียวจินเป็ชายรักชายร้อยเปอร์เซ็นต์
์!
มันไม่ใช่แค่แปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วเฟิงเจียวจินเป็เกย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์!!!
ชีวิตที่แล้วเป็ชายรักชายพอข้ามมิติมายังได้สิงอยู่ในร่างของหนุ่มน้อยหัวใจหวานแหววอีกหรือ!
ถือว่าเป็เื่ดีหรือเื่ร้ายกัน?
“แล้ว...คุณชายเต๋อิมีท่าทีอย่างไรต่อข้าหรือ” ผมถามข้อมูลเสี่ยวไป๋อีกครั้งเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าผมควรทำอย่างไร
แต่ที่แน่ๆ ผมคงไม่เดินหน้าตื้อรักคุณชายผู้นั้นอีกเด็ดขาด
ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่น้องสาวของเขาเป็หมาหวงก้างทั้งยังจิตใจโเี้ถึงขนาดคิดทำร้ายคนถึงตาย แต่เื่ที่ว่าผมไม่เคยเห็นเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขาเหมือนเ้าของร่างเดิม เท่านี้ก็เพียงพอให้ผมตัดสินใจเลิกยุ่งกับเขาแล้ว
และที่ผมเลิกยุ่งไม่ใช่เพราะผมเกรงกลัวแม่นางผู้นั้นจะทำร้ายอีกหรอกนะ
ผมไม่มีทางปล่อยเธอให้ลอยนวลแน่นอน
“คุณชายเฉินไม่ได้มีท่าทีใดๆ เ้าค่ะ เขาพูดคุยกับคุณชายตามปกติหาได้มีท่าทีรังเกียจหรือไม่เป็มิตรเหมือนน้องสาวของตนทั้งยังยอมรับของที่คุณชายมอบให้ทั้งหมด”
หืม...ไม่มีท่าทีอะไรอย่างนั้นหรือ
ไม่มีท่าทีอะไรเพราะไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้ชอบ หรือไม่มีท่าทีอะไรเพราะชอบกันแน่? เห็นว่ายอมรับของทั้งหมดด้วยสิ
เอาเถิดเื่นั้นไม่ได้สำคัญอย่างไรผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับคุณชายผู้นั้นอีกเพื่อตัดปัญหา
เมื่อทราบแล้วว่าแม่นางผู้นั้นเป็ใครทั้งยังทราบปัญหาความแค้นระหว่างผมกับเธอ ต่อไปก็มาเข้าประเด็นหลัก... นั่นคือเื่‘เหตุการณ์นั้น’ อย่างไรล่ะ!
“เสี่ยวไป๋เ้าเล่าเหตุการณ์นั้นให้ข้าฟังอย่างละเอียดสิ” ผมเอ่ยเข้าประเด็นทันทีแม้ผมจะปล่อยเื่ของเฉินเต๋อิไป แต่อย่างที่บอก อย่างไรเื่นั้นก็เป็เหตุผลที่นำมาสู่การตายของเฟิงเจียวจินดังนั้นผมต้องรู้เหตุการณ์ทั้งหมด จากนั้นก็เอาคืนคนที่ทำให้เฟิงเจียวจินตายและทำให้ผมมาอยู่ตรงนี้!
“เ้าค่ะวันนั้นคุณชายนัดหมายคุณชายเต๋อิให้มาพบกันที่โรงน้ำชาเฟินฟางตามปกติ โดยมีเสี่ยวไป๋ติดตามไปด้วยหลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย ท่านก็ชวนคุณชายเต๋อิไปเดินเล่นที่ถนนผิงอันวันนั้นมีงานพายเรือชมจันทร์พอดี ทว่ายังเป็ยามบ่าย งานยังไม่เริ่ม... ”
หลังจากนั้นเสี่ยวไป๋ก็เล่าเื่ราวในวันเกิดเหตุให้ผมฟังอย่างละเอียด
เสี่ยวไป๋บอกว่าตอนแรกผมดึงดันจะไปออกเดตกับผู้ชายสองต่อสองแต่เสี่ยวไป๋คัดค้าน แม้การพบปะกันของบุรุษจะไม่ใช่เื่แปลกแต่เพราะคำพูดนินทาของผู้อื่น รวมถึงการกระทำของผม และที่สำคัญ... เจตนาไม่บริสุทธิ์ของผมทำให้เสี่ยวไป๋ขอติดตามไปด้วย อย่างน้อยหากผู้อื่นเห็นพวกเขาก็ยังเห็นว่าผมมีผู้ติดตาม อีกอย่าง... ทางฝั่งของคุณชายเต๋อิก็มีบ่าวติดตามมาด้วยเช่นกัน
แค่เริ่มต้นก็เห็นถึงความออกตัวแรงของเฟิงเจียวจินแล้ว...ดังนั้น ไม่ว่าจะนำผู้ติดตามไปด้วยหรือไม่ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรในเมื่อเ้าตัวดูจะไม่ใส่ใจคำกล่าวหาเ่าั้
“ระหว่างเดินดูร้านรวงต่างๆ พวกเราบังเอิญพบกับคุณหนูเฟยหย่าและคุณหนูหลันฮวาเมื่อคุณหนูเฟยหย่าเห็นพวกท่านทั้งสอง นางก็ไม่พอใจอย่างมากเ้าค่ะทว่าคุณชายเต๋อิห้ามปรามไว้ จากนั้นคุณหนูเฟยหย่าก็ยืนยันจะเดินกับคุณชายเต๋อิแน่นอนว่านางต้องพาคุณหนูหลันฮวามาด้วย”
หลันฮวา...หลี่หลันฮวา สหายของเฉิยเฟยหย่า ผู้ที่นาง้าให้ครองคู่กับเฉินเต๋อิสินะ
หลังจากเรียงลำดับความสัมพันธ์ของตัวละครใหม่ได้แล้วผมก็กลับมาตั้งใจฟังเสี่ยวไป๋เล่าต่อ
“หลังจากเดินเล่นได้สักพักพวกเราก็มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำผิงอัน ตอนนั้นคุณหนูเฟยหย่าขอให้คุณชายเต๋อิซื้อกำไลหยกขาวให้เ้าค่ะนางคว้ามือคุณชายเต๋อิและคุณหนูหลันฮวาเข้าไปในร้านเครื่องประดับที่อยู่ปลายสะพานอีกด้านทิ้งคุณชายของเสี่ยวไป๋ไว้ข้างหลัง”
“ข้ายอมอย่างนั้นหรือ”จากที่ได้ฟังมา ผมเดาว่าด้วยอุปนิสัยของเฟิงเจียวจิน เขาคงจะยอมถูกทิ้งหรอก...
“เปล่าเ้าค่ะคุณชายรีบตามไปทันที” นั่นปะไร ไม่ผิดจากที่คิด เฟิงเจียวจินต้องตามไปขัดขวางอยู่แล้วแม้จะขัดขวางเฉินเต๋อิจากน้องสาวของเขาไม่ได้ อย่างน้อยก็ขัดขวางไม่ให้บุรุษที่ตนหมายปองใกล้ชิดกับสตรีอื่น
“ทว่า...” เสี่ยวไป๋เอ่ยขัดความคิดของผม ท่าทางของนางดูคับข้องใจปนเปกับความรู้สึกผิด
“ทำไมหรือ?”
“ทว่าคุณชายยังไม่ทันได้ตามไปท่านก็ถูกใครบางคนชนเข้าจนเสียหลักตกจากสะพานแม่น้ำผิงอันเ้าค่ะ!”
อะไรนะ!ถูกชนจนตกสะพานเหรอ?
“เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเสี่ยวไป๋ไม่อาจช่วยคุณชายได้ หลังจากคุณชายถูกชนศีรษะของคุณชายก็กระแทกกับขอบสะพานอย่างแรงและหมดสติไป เมื่อคุณชายตกแม่น้ำจึงไม่สามารถดิ้นรนช่วยเหลือตนเองได้”
“เห็นหรือไม่ว่าเป็ผู้ใดที่ชนข้า?”
“เสี่ยวไป๋ไม่ทันมองเ้าค่ะเสี่ยวไป๋ใมากที่คุณชายตกสะพาน ศีรษะของคุณชายกระแทกพื้นอย่างแรงเสียงนั้นดังก้องอยู่ในหูของเสี่ยวไป๋ เสี่ยวไป๋เกรงว่าคุณชายจะเป็อันใดไป อีกอย่างตอนนั้นบนสะพานชุลมุนไปด้วยผู้คน เสี่ยวไป๋ได้แต่ร้องเรียกให้คนช่วย”เสี่ยวไป๋พูดไปกำชายเสื้อไป นางกำมือแน่นจนข้อนิ้วเป็สีขาวเกรงว่าหากกำแรงกว่านี้เสื้อของนางคงขาดจากกัน
เหตุการณ์นั้นเดาว่าหากผมไม่ศีรษะกระแทกพื้นตาย ก็คงจมน้ำตาย
“คุณชาย...เสี่ยวไป๋ไม่ดี ไม่อาจปกป้องคุณชายได้” เสี่ยวไป๋ยังคงกล่าวตำหนิตนเอง ใบหน้าของนางแดงก่ำดวงตามีหยดน้ำเอ่อคลอ เห็นแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือสงสารดี
โธ่!แม่นางน้อย ตัวก็เล็กเพียงนี้ อายุก็เท่านี้ ยังคิดจะปกป้องผมอีกเหรอ
“ช่างเถิดเสี่ยวไป๋เื่มันผ่านไปแล้ว อีกอย่าง... ใช่ว่าเ้าจะช่วยอันใดข้าได้ข้าตัวใหญ่กว่าเ้าตั้งเท่าใด หากเ้ามาช่วยข้าจะกลายเป็ตกสะพานกันทั้งสองคนเสียมากกว่าอย่างน้อยเ้าก็พาคนมาช่วยข้าได้ไม่ใช่หรือ? ” ผมเอ่ยปลอบเสี่ยวไป๋พลางยกมือตบไหล่นางเบา ๆ
ทว่าผมยังมีข้อสงสัยบางอย่างจึงถามเสี่ยวไป๋อีกครั้ง “ตอนนั้น... มีเพียงเ้ากับข้าเท่านั้นหรือ”
“เ้าค่ะพวกคุณหนูและคุณชายทั้งสามต่างข้ามสะพานไปยังร้านขายเครื่องประดับกันหมดแล้ว”
ผมฟังเสี่ยวไป๋ด้วยความรู้สึกสับสน...ทำไมกัน ตอนแรกผมคิดว่าเฉินเฟยหย่าเป็คนลงมือทำร้ายเฟิงเจียวจินแต่จากที่เสี่ยวไป๋เล่า นางไม่ได้อยู่ในจุดเกิดเหตุด้วยซ้ำ
ผมประสบอุบัติเหตุหลังจากที่นางไปแล้ว...
เช่นนั้นทำไมนางถึงพูดแบบนั้นเล่า ราวกับว่านางมีส่วนร่วมในการตกสะพานของผมหรือว่านางสั่งการผู้อื่นให้มาทำร้ายผม?
ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนเื่นี้คงหาตัวคนทำยากกว่าที่คิดเสียแล้ว เพราะตอนนั้นไม่ได้มีเพียงเฉินเฟยหย่าผู้เดียวทว่ายังมีเฉินเต๋อิและหลี่หลันฮวา
บางทีคนร้ายไม่จำเป็ต้องลงมือด้วยตนเองเขาหรือเธออาจบงการให้ผู้อื่นทำแทน ดังนั้นเฉินเต๋อิและหลี่หลันฮวาก็ถือเป็ผู้ต้องสงสัยด้วยเช่นกัน!!!
“โชคดีที่ตอนนั้นแม่ทัพหวงขี่ม้ามาพอดีท่านจึงะโลงไปช่วยคุณชายเ้าค่ะ”
หืม...ใครกัน?
“แม่ทัพหวงหรือ?”
“เ้าค่ะแม่ทัพหวง หวงจื่อหาน แม่ทัพใหญ่ประจำทัพบูรพาเ้าค่ะ”