ทางด้านเมืองอาริโซที่จะถูกเปลี่ยนชื่อเร็ว ๆ นี้ ภายในตำหนักกำแพงเมืองทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ฟู่ฉางถือผลึกสื่อสารที่มีสีขาวสะเทือนกับแสงทำให้เกิดความเงางามขึ้นมาดูแล้วว่าผลึกอันนี้มีระดับที่สูงกว่าของที่ชิโม ก่อนจะเปิดใช้งานแล้วพูดว่า
“อีก 2 วันถ้าอาริโนและนิโรไม่กลับมา ฆ่าผู้ดูแลหอคอยอีก 3ทิศ ขุนนางและทหารที่มียศที่สนับสนุนอาริโน”
ฟู่ฉางพูดเสร็จได้เก็บผลึกกลับไป ตอนนี้ได้ผ่านมาถึง 5 วันแล้วจากที่อาริโนและนิโรออกมาไล่ล่าผู้นำพาแห่งความมืด จากนั้นไม่ได้ข่าวสารจากเจ้าเมืองอีกเลยทำให้ชาวบ้านและผู้นำหอคอยทั้ง 3 เป็นห่วงอย่างมาก
ชาวบ้านกลัวว่าจะมีการฆ่าฟันกันที่กลางเมืองเรื่องที่ว่าเจ้าเมืองคนปัจจุบันกับฟู่ฉางจะฆ่ากันนั้นมีให้เห็นกันทั่วกัน ข่าวสารนี้ไม่มีใครคิดที่จะปิดปังไม่ว่าจะเป็นเจ้าเมืองหรือฟู่ฉางเพราะว่าเจ้าเมืองจะใช้ผลงานจากอดีตของอาริโซผู้ก่อตั้งและมีผู้สนับสนุนจากอาณาจักรยะเซ็น เมืองอาริโซเป็นเมืองใหญ่เป็นธรรมดาที่จะไม่ให้เกิดการต่อสู้กับในเมือง
แต่ฟู่ฉางได้ใช้ความยุติธรรมเข้ามาเพื่อดึงดูดใจแก่ประชาชนและป้องกันไม่ใช้ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อนจากชนขั้นสูงของเมืองจึงทำให้เมืองอาริโซไม่มีผู้คนยากจนมากนัก
พอถึงนึกแบบนี้แล้วจึงคิดว่าทำไมฟู่ฉางถึงฆ่าอาริโนไม่ได้มีเหตุผล 3 ข้อคือ 1.คติประจำใจไม่แน่นพอก็จะแพ้อำนาจเงินทอง 2.พวกหัวโบราณที่คิดว่าตนเองเป็นใหญ่......... 3.เมืองได้รับการคุ้มครองจากอาณาจักรยะเซ็น
อาณาจักรแต่ละอาณาจักรมีกฎอยู่ว่า ถ้าเจ้าเมืองคนปัจจุบันได้หายตัวไปหรือตายลงไป จะมีการเปลี่ยนเจ้าเมืองโดยการให้โหวตคะแนนเสียงจากกำแพงทั้ง 6 ทิศ หอสังเกตการณ์ 6 ทิศ หอคอยทั้ง 4 ถ้าใครได้คะแนนเสียงมากที่สุดจะเป็นเจ้าเมืองคนต่อไป
การเลือกลงคะแนนเสียงจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีเหตุการณ์ 2อย่างคือ เจ้าเมืองตายกับเจ้าเมืองหายตัวไปเท่านั้น อย่างอื่นจะมีเจ้าหน้าที่ของอาณาจักรนั้น ๆ เข้ามาดูแลแทน
กรณีที่ตายจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบถึงสาเหตุการตาย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฆ่าคนโดยปิดบังคนอื่นได้เพราะมันมีเวทมนตร์ย้อนเวลาเล็กน้อยเฉพาะที่อยู่จึงทำให้สามารถหาตัวคนร้ายได้
กรณีที่ 2 คือการหายตัวไป ถ้าหายตัวไปถึง5วันแล้วไม่สามารถติดต่อไปจะสามารถลงคะแนนโหวตเจ้าเมืองคนใหม่ได้ทันที
เหตุผลที่ฟู่ฉางรอถึง 7 วันเพราะว่าจะได้รอว่าอาริโนกลับมาไหมถึงกลับมาฟู่ฉางจะเป็นคนปลิดชีวิตมันเอง แต่น่าเสียดายที่ว่าอาริโนกับนิโรได้หายตัวไปแล้ว
..............
ในโรงแรมของสมาคมนักผจญภัยตอนนี้ได้สร้างขึ้นมาใหม่แล้ว หลังจากที่ถูกทำลายโดยการปะทะกับระหว่างอาริโนกับแทงกี้คนงานได้เร่งมือสร้างให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
สมาคมนักผจญภัยยังมีผู้คนมาออกเป็นประจำ ด้านล่างยังมีเสียงคุยกันเสียงดังเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ไร้สาระไปวัน ๆ ภายในห้องพักของสมาคมนักผจญภัยมีคนอยู่ 2 คน คนหนึ่งยื่นตรงหน้าต่างมองออกไปข้างนอกและอีกคนได้นอนอยู่ในเตียงแต่มีผ้าพันตัวและแขน ขา ขยับไม่ได้ราวกับว่าจะกลายเป็นคนพิการแต่โชคดีที่ยังรอดอยู่
คนที่นอนเป็นผักอยู่คือแทงกี้ที่โดนท่าแทงทะลุแสงของอาริโนไปแล้วรอดกลับมาแต่สภาพบาดเจ็บสาหัส ถ้าแทงกี้ไม่ได้ฝึกฝนธาตุดินแล้วคงตายไปในจังหวะที่โดนโจมตีแทงกี้ได้ใช้พลังลมปราณและธาตุดินทั้งหมดในตัวรวมไปที่จุด ๆ เดียวถึงรอดมาได้ ตอนนี้ธาตุดินในตัวเริ่มที่จะรักษาอวัยวะภายใน แทงกี้มองไปที่ชายวัยกลางคนที่ยื่นอยู่ตรงหน้าตา
“ราเอกา เจ้าต้องหาตำแหน่งไอเจ้าบ้านั้นมาให้กับฉัน ฉันจะไปแก้แค้นที่มันทำกับฉันแบบนี้”
ราเอกาได้หันกลับมามองที่แทงกี้ที่อยู่ในสภาพเป็นผักอยู่ ราเอกาเป็นชายสูงถึง 2 เมตร ผมสีดำ ดวงตาสีดำเข็ม ใบหน้ากลม คิ้วดกดำ รูปร่างหน้าตาดูราวกับนักรบผู้มากประสบการณ์ สวมชุดสีเทาอ่อนและถือไม้คทาในมือ
“คนที่เจ้าสู้ด้วย คือเจ้าเมืองคนปัจจุบันในตอนนี้”
แทงกี้ได้ยินว่าเป็นเจ้าเมืองสีหน้าดูน่าเกลียดมาก เพราะถ้าสมาคมนักผจญไปหาเรื่องกับเจ้าเมืองโดยเหตุผลที่ไม่ชอบธรรมแล้วจะถูกไล่ออกจากสมาคมและถูกไล่ล่าด้วย
แทงกี้ได้แต่ด่าในใจเท่านั้นถ้ามันเป็นเจ้าเมืองคนปัจจุบันแต่จะถามว่าแล้วพนักงานที่ตายไปละ ไม่มีคนรับผิดชอบเลยหรือคำตอบคือไม่มีใครอยากจะไปมีเรื่องกับคนระดับเดียวกับเพียงแค่พนักงานคนเดียวหรอก
“บดซับ”
ราเอกาเห็นว่าแทงกี้ถอนใจแล้ว จึงพูดขึ้นมา
“มันก็ไม่แน่หรอกนะ”
“หมายความว่าอย่างไร”
“ดูเหมือนกับเมืองนี้จะมีการเปลี่ยนเจ้าเมืองในอีกไม่ช้า”
แทงกี้ได้ยินดังนั้นจึงตาโตขึ้นมา แทงกี้ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองนี้เลยเพราะแทงกี้มาทำงานวันแรกก็โดนอาริโนเล่นงานเข้าแล้วจึงไม่รู้สถานะของอาริโนผิดกับราเอกาที่อยู่ในเมืองแห่งนี้มานานจึงรู้อะไรเยอะมากเกี่ยวกับเมืองแห่งนี้
ราเอกาเห็นว่าแทงกี้ฟังอยู่จึงพูดขึ้นมา
“ดูเหมือนว่าเมืองนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือเจ้าเมือง ฝ่ายที่ 2 คือเจ้าของกำแพงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และเจ้าเมืองคนปัจจุบันอย่างอาริโนที่ออกไปตามหาผู้นำพาแห่งความมืดในป่าตอนนี้ผ่านไปแล้ว 5 วันยังไม่ได้กลับมานายคิดว่าอย่างไรละ”
แทงกี้ใช้หัวคิดอยู่สักพักก่อนจะเข้าใจความหมายแม้ว่าแทงกี้จะเป็นถึงจอมนักรบแต่ระดับหัวสมองของเขาน้อยมาก ๆ ที่ถูกย้ายมาที่เมืองแห่งนี้เพราะว่าราเอกาช่วยพูดกับคนระดับสูงให้ แทงกี้และราเอกาเคยเป็นเพื่อนร่วมเผ่าด้วยกันหลังจากที่เป็นจอมนักรบกับจอมเวทจึงได้มาทำงานที่สมาคมนักผจญภัยเพื่อหาข่าวสารบางอย่าง
“งั้นเจ้าเมืองอาริโนได้ตายไปแล้วหรือ”
ราเอกามองไปที่แทงกี้แล้วยกมือมันจับหัวตนเองพร้อมจะส่ายไปมาด้วยความโง่ของเพื่อนคนนี้
“ถ้ามันตายนายคิดว่าฉันจะมาบอกนายไหม”
“แล้วมันคืออะไร”
ราเอกาจึงพูดขึ้นมาว่า
“ฉันได้ใช้เส้นสายในสมาคมก่อนจะพบว่าอาริโนกับนิโรได้หนีไปที่อาณาจักรอาบูโนแล้ว”
“นายจะบอกว่าฉันสามารถแก้แค้นได้งั้นหรือ”
ราเอกาพยักหน้าตอบกลับ แทงกี้ดีใจมากที่จะสามารถแก้แค้นได้
“ครั้งหน้าฉันจะไม่ประมาณอีกต่อไป ฮ่า ๆ”
ราเอกาเห็นว่าแมงกี้กลับมาร่าเริงแล้วจึงพูดออกมาว่า
“สิ่งที่เรามาเมืองนี้ต้องสำคัญก่อน เรื่องอาริโนตอนนี้มันกลายเป็นอาชญากรรมของสมาคมนักผจญภัยแล้ว ครั้งต่อไปถ้าได้เจอมันคือวันตายของมัน”
…………………
ผ่านไปอีก 2 วัน
หอคอยทิศใต้ ตอนนี้ได้มีทหารมารอบตัวหอคอยเอาไว้ก่อนจะมีคนพูดออกมา
“เจ้าของหอคอยทิศใต้ออกมายอมจำนน แล้วเจ้าจะไม่ตายในข้อหาร่วมมือกันโกงเงินภาษีของประชาชน”
ปัง
เสียงประตูได้ถูกเปิดออกมา มีชายแก่เดินออกมาพร้อมกับดาบในมือเขาคือเจ้าของหอคอยทิศใต้ เจ้าของหอคอยทิศใต้รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่รอดอยู่แล้วจึงจะสู้ตายในทันที ทันใดนั้นชายแก่ได้พุ่งเข้ามาหาทหารที่ใกล้ที่สุด แสงสีแดงพุ่งไปที่ตัวทหารก่อนที่ทหารจะได้ทำอะไร ถูกเผาไหมกลายเป็นตะกอนสีดำบนพื้นและแสงสีแดงยังไม่หยุดพุ่งไปหาทหารเรื่อย ๆ ทุกคนได้กลายเป็นตะกอนกันหมด
คนที่ตะโกนออกมาตอนแรกคือเจ้าของหอสังเกตการณ์ทิศเหนือและเจ้าของหอสังเกตการณ์ทิศเหนือไม่ได้มาคนเดียวแต่มีเจ้าของสังเกตการณ์ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือด้วย
เจ้าของหอสังเกตการณ์มองหน้ากันและโจมตีออกไป
“น้ำแข็งกัดกร่อนวิญญาณ”
“หมัดคลื่นมหาสมุทร”
“ดาบผ่าโลกา”
น้ำแข็งที่ใหญ่โตราวกับภูเขาได้ตกมาใส่เจ้าของหอคอยทิศใต้ เจ้าของหอคอยทิศใต้ได้ใช้ดาบเคลือบด้วยไฟความร้อนสูง ระดับความร้อนสูงจนอากาศที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ได้บิดเบี้ยว
ปัง
เจ้าของหอคอยทางทิศใต้สามารถรับมือกับก้อนน้ำแข็งนี้ได้ ทว่ามันไม่ได้มีแค่การโจมตีเดียวต่อมาคลื่นทะเลที่เกิดจากหมัดลอยมาเสริมก้อนน้ำแข็งยักษ์นี้
บูม
เกิดระเบิดขึ้นมา คนที่อยู่ใกล้สุดคือเจ้าของหอคอยทิศใต้ได้รับบาดเจ็บหนักมาก แขนขวาได้ขาดลำตัวแผลลึกจึงถึงกับมองเห็นอวัยวะภายในถ้าไม่ได้ฝึกฝนเส้นทางปีศาจไม่มีทางรอดได้และวิญญาณโดนแช่แช็งทำให้การตอบสนองช้าลงไปมาก ตามมาด้วยดาบสีเขียว
ฉัวะ
ดาบนั้นได้ตัดหัวเจ้าของหอคอยทางใต้ลงได้ เจ้าของหอสังเกตการณ์ทิศตะวันออกเฉียงเหนือหยิบหัวเจ้าของหอคอยทิศใต้ขึ้นมาก่อนจะเดินกลับไป
วันนี้ได้มีเสียงร้องแห่งความสิ้นหวัง ความไม่พอใจและความแค้นดังขึ้นทั่วเมือง ไม่ใช้แค่หอคอยทั้ง 3 เท่านั้นที่ถูกฆ่าขุนนางที่สนับสนุนอาริโนได้โดนตัดหัวทั้งตระกูล บางตระกูลถึงกับเผาบ้านตนเองเพื่อไม่ให้สมบัติไปตกอยู่ในมือของฟู่ฉางพร้อมกับผู้มีตำแหน่งในทหารที่ยังอยู่ข้างอาริโนด้วย
วันนี้พื้นถนนได้กลายมาเป็นสีแดงจากเลือดของคนนับล้าน แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ยังไม่เว้น
ตำหนักเจ้าเมืองตอนนี้ได้กลายมาเป็นของฟู่ฉางแล้ว ฟู่ฉางนั่งอยู่เก้าอี้คริสตัลสีน้ำเงินสดใส ใต้เต้ามีพรมสัตว์อสูรระดับราชันอสูร ราชันอสูรตนนี้คือหมีกำแพงเหล็กกล้า ถึงแม้ว่าจะชื่อเหล็กกล้าแต่ขนของมันไม่เป็นเหล็กด้วย ขนของมันเป็นที่นิยมในถูกผู้ฝึกฝน
เงาสีดำได้มาโผล่ข้างหลังของฟู่ฉางก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“งานของเธอสำเร็จแล้ว เธอสามารถจะอยู่เมืองต่อได้อีก2ปีเท่านั้น”
ฟู่ฉางได้ตอบกลับมา
“เป็นไงเก็บโลหิตของผู้นำพาแห่งความมืดได้ไหม”
เงาสีดำเหมือนกับโดนจี้ที่จุดจึงมีจิตสังหารออกมาทั่วห้องและหายไปในเวลาไม่นาน ก่อนจะหยิบถุงสีเขียวที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรนานาพันธุ์ถ้าคนธรรมดาได้มาชมจะสามารถยื่นอายุของตนเองได้ถึง 10 ปี
“นี้คือของที่ตกลงกันเอาไว้”
พูดจบเงาดำนั้นได้หายไปพร้อมกับทิ้งถุงสีเขียวเอาไว้ ในจังหวะที่ถุงกำลังจะตกลงบนพื้น อยู่ ๆ ถุงได้หยุดลงแล้วลอยมาที่ฟู่ฉางถ้าแจ๊คได้เห็นคงอุทานออกมาว่า พลังจิต
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................