ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 คนโดนซ้อมยังไม่ตาย แต่คนลงมือดันตายก่อน...

            “แต่เบื้องบนสั่งมาว่าให้พวกเราเร่งกำจัดพวกผู้ใช้อาชีพประเทศเสินเซี่ยที่พลัดหลงพวกนี้ให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุดนะ...”นักฆ่าประเทศหนานป้างขมวดคิ้วมุ่น

            “วางใจเถอะ!”

            นักฆ่าประเทศวอหนูยิ้มอย่างกระหยิ่มใจพลางอธิบายว่า“เพื่อสงครามทรายโลหิตในครั้งนี้พันธมิตรสามประเทศของพวกเราได้ระดมผู้ใช้อาชีพที่เลเวลต่ำกว่าระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองมาเกือบหมดประเทศแถมยังมีทั้งอาชีพขั้นระดับยอดและอาชีพเฉพาะตัวคอยติดตามคุ้มกันอยู่ด้วย”

            “ในขณะที่ไอ้พวกหมูชั้นต่ำพวกนี้ไม่ได้ระแวดระวังตัวเลยสักนิด”

            “ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้อย่างมากก็แค่สามวันเขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้ก็จะกลายเป็นอาณาเขตของพันธมิตรสามประเทศของพวกเราอย่างสมบูรณ์”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หันไปเอ่ยกับนักฆ่าประเทศหนานป้างต่อว่า “อีกอย่างตลอดทางมานี้พวกเราก็ฆ่าพวกผู้ใช้อาชีพประเทศเสินเซี่ยไปตั้งเยอะแล้วต่อให้จะผ่อนคลายหาความสำราญสักหน่อย ก็ถือว่าสมเหตุสมผลออกไม่ใช่เหรอ”

            “นั่นก็จริง”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นนักฆ่าประเทศหนานป้างก็ดูเหมือนจะเริ่มโอนอ่อนตาม เมื่อมองไปยังเหวินถิงดวงตาก็เริ่มฉายแววตัณหาออกมาเช่นกัน

            “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ฆ่าไอ้ผู้ชายนั่นก่อน”

            “ตกลง!”

            ทั้งสองโต้ตอบกันไม่กี่ประโยคก็บรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ทันที

            “ไอ้พวกสารเลว ฉันจะสู้ตายกับพวกแก”

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นทั้งสองเดินปรี่เข้ามาล้อมจ้าวสวินและเหวินถิงก็ไม่ได้เลือกที่จะนั่งรอความตายแต่เตรียมตัวจะสู้สุดชีวิตกับอีกฝ่าย

            ทว่าในจังหวะคอขาดบาดตายนั้นเอง

            ฟึ่บ!

            จู่ๆเสียงแหวกอากาศที่เฉียบคมอย่างถึงที่สุดก็ดังสนั่นมาจากที่ไกลๆ

            “ใครกัน?”

            เมื่อได้ยินเสียงนี้นักฆ่าประเทศวอหนูและหนานป้างก็ตกใจจนตัวโยนรีบตั้งท่าป้องกันและมองไปยังต้นเสียงทันที

            ในวินาทีต่อมาก็เห็นพาลาดินในชุดเกราะหนักผู้หนึ่งขี่สุนัขสามหัวแห่งขุมนรกควบตะบึงออกมาจากพงไพรที่รกครึ้มด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบจนมวลอากาศม้วนตลบกลายเป็นลมพายุโหมกระหน่ำ

            “หือ? ที่แท้ก็เป็นแค่พาลาดินงั้นเหรอ?”

            เมื่อเห็นผู้มาใหม่นักฆ่าประเทศวอหนูและหนานป้างต่างก็รูม่านตาหดเกร็งเพราะทีแรกนึกว่ากำลังเสริมของประเทศเสินเซี่ยมาถึงแล้ว

            ส่วนเหวินถิงและจ้าวสวินกลับมีแววตาเป็นประกายขึ้นมา

            เพราะในตอนนั้นเองพวกเขาได้มองเห็นค่าสถานะพื้นฐานของผู้มาเยือนแล้ว

             [เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]

             [อาชีพ: พาลาดิน]

             [สัญชาติ: เสินเซี่ย]

             [เลเวล:??]

             [ค่าพลังชีวิต:??]

             [ค่ามานา:??]

             [ระดับดาวพลังรบ:??]

            ...

            บนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันแม้ผู้ใช้อาชีพจะมีไอเทมมากมายที่ใช้ปกปิดค่าสถานะได้

            ทว่าข้อมูลสัญชาติของผู้ใช้อาชีพนั้นกลับไม่มีไอเทมชิ้นใดสามารถปกปิดได้เลย

            ดังนั้นจ้าวสวินและเหวินถิงจึงมองเห็นสัญชาติของลู่เซิ่งได้ในทันที

            “เป็น... เป็นเพื่อนร่วมชาติประเทศเสินเซี่ยของพวกเรางั้นเหรอ?”

            เมื่อเห็นลู่เซิ่งที่ดูองอาจสง่างามจ้าวสวินก็ตื่นเต้นจนเกือบจะตะโกนออกมา

            “คุณคะ ช่วยพวกเราด้วย...”

            เหวินถิงที่อยู่ข้างๆก็ไม่ได้หยุดคิดแม้แต่น้อย เธอร้องขอความช่วยเหลือจากลู่เซิ่งทันที

            แต่สิ่งที่ทั้งสองไม่คาดคิดก็คือลู่เซิ่งไม่ได้แยแสต่อคำร้องขอของเหวินถิงเลยแม้แต่นิดเดียวเขาเพียงแค่ควบออสการ์วิ่งผ่านข้างกายทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็วและหายลับเข้าไปในป่าลึกทางข้างหน้าในชั่วพริบตาจนไร้ร่องรอย

            “อะไรนะ?”

            คราวนี้ไม่ใช่แค่เหวินถิงและจ้าวสวินที่อึ้งไปแม้แต่นักฆ่าจากประเทศวอหนูและหนานป้างทั้งสองคนก็ถึงกับเหวอไปเช่นกัน

            ทว่าไม่นานนักนักฆ่าประเทศวอหนูก็ได้สติกลับมาก่อนคนแรกเขาอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างแล้วหัวเราะลั่น

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆได้ยินมานานแล้วว่าไอ้พวกหมูชั้นต่ำอย่างพวกแกน่ะขี้ขลาดที่สุดบนดาวสีน้ำเงินวันนี้ได้เห็นกับตา สมคำร่ำลือจริงๆ!”

            “เหอะ! แม้แต่เพื่อนร่วมชาติที่ตกอยู่ในอันตรายยังทำเป็นมองไม่เห็นวิ่งหนียังกับกระต่ายมิน่าล่ะประเทศเสินเซี่ยของพวกแกถึงมีผู้ใช้อาชีพหนีออกไปนอกประเทศตั้งมากมายทุกปี”นักฆ่าประเทศหนานป้างเองก็มีสีหน้าดูแคลนอย่างยิ่ง

            “แต่ไอ้หมูชั้นต่ำนั่นก็ถือว่าฉลาดอยู่บ้างเพราะถ้าเมื่อกี้มันกล้าอยู่สู้กับพวกเรา มันคงได้ตายเร็วและสยดสยองยิ่งกว่านี้แน่”นักฆ่าประเทศวอหนูเอ่ยอย่างลำพองใจ

            “นั่นสินะ” นักฆ่าประเทศหนานป้างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างที่สุด

            “ไอ้สารเลว มันจะเกินไปแล้วนะ”

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นลู่เซิ่งวิ่งหนีไปดื้อๆ แบบนั้นจ้าวสวินก็แทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโกรธ เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะด่าทอ

            แต่ในตอนนั้นเอง

             [ลู่เซิ่งส่งคำเชิญเข้าร่วมทีมมาถึงคุณ]

             [ปฏิเสธ / ตกลง]

            “เอ๊ะ? มีคนเชิญฉันเข้าทีมงั้นเหรอ?”

            จ้าวสวินมองข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอด้วยอาการเหม่อลอย

            “หรือว่าจะเป็นพาลาดินคนเมื่อกี้?”

            เหวินถิงเองก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นกันเพราะบนหน้าจอระบบของเธอก็มีข้อความเชิญเข้าทีมปรากฏขึ้นมาเหมือนกัน

            “เขาก็หนีไปแล้วนี่นา แล้วจะมาดึงเราเข้าทีมทำไม?”

            จ้าวสวินเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

            “คุณว่าเขาอาจจะคิดว่าตัวเองสู้ไอ้นักฆ่าสองคนนี้ไม่ไหวเลยดึงพวกเราเข้าทีมไว้ก่อน แล้วรีบไปตามคนมาช่วยหรือเปล่า?” เหวินถิงกล่าวเสริม

            “มีความเป็นไปได้”

            จ้าวสวินตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีราวกับไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้เขารีบบอกเหวินถิงว่า “เร็วเข้า เข้าทีมไปเลยเขาจะได้รู้ตำแหน่งของพวกเรา”

            “ตกลง” เหวินถิงพยักหน้า

            วินาทีต่อมาทั้งสองคนก็กดตกลงเข้าร่วมทีมตามสัญชาตญาณ

            จากนั้น

            วิ้ง...

            รัศมีลึกลับสีทองอร่ามก็พลันปรากฏขึ้นรอบกายของคนทั้งสองทันที

            “เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?”

            เมื่อเห็นรัศมีที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นใต้เท้า จ้าวสวินและเหวินถิงต่างก็ยืนงง ไม่ทันได้ตั้งตัวว่ามันคืออะไร

            “ตายซะเถอะ ไอ้พวกหมูชั้นต่ำ”

            “มีดชำแหละกระดูก”

            ทันใดนั้นนักฆ่าประเทศวอหนูได้จู่โจมอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเขาฟาดฟันเข้าใส่จ้าวสวินอย่างรุนแรงหมายจะลบหลอดเลือดที่เหลืออยู่ของอีกฝ่ายให้เกลี้ยง

            “เหมันต์ขบเคี้ยว”

            นักฆ่าประเทศหนานป้างตามติดมาทันทีและลงมือโจมตีจ้าวสวินพร้อมกัน

            “ระวัง!”

            เหวินถิงเห็นดังนั้นก็ตกใจแทบสิ้นสติเธอตั้งท่าจะพุ่งเข้าไปช่วย

            ทว่าอาชีพนักฆ่านั้นจัดอยู่ในสายว่องไวความเร็วจึงสูงมาก

            แม้เหวินถิงจะมีปฏิกิริยาตอบโต้แล้วแต่เธอก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี

            ปัง!ปัง!

            HP-277

            HP-312

            “อ๊าก...”

            วินาทีต่อมาพร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวด จ้าวสวินก็ถูกนักฆ่าทั้งสองฟันจนกระเด็นออกไปทันที

            “จ้าวสวิน!”

            เมื่อเห็นภาพนั้นเหวินถิงใจหายวาบ เธอเตรียมจะพุ่งเข้าไปดูอาการของจ้าวสวิน

            ทว่าเธอยังวิ่งไปไม่ถึงตัวจ้าวสวินด้วยซ้ำ

            “อ๊ากกก...”

            “อ๊ากกก...”

            HP-27,700

            HP-31,200

            ในจังหวะนั้นเองเสียงกรีดร้องอีกสองสายก็ดังตามมาติดๆแถมมันยังโหยหวนและเจ็บปวดกว่าเสียงของจ้าวสวินเมื่อครู่นี้เป็นหมื่นเท่า

            “เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?”

            เมื่อได้ยินเสียงนี้เหวินถิงก็ใจกระตุกวูบ เธอหันไปมองตามต้นเสียงตามสัญชาตญาณทันที

            และสิ่งที่เธอได้เห็นคือภาพที่จะติดตาเธอไปชั่วชีวิต

            เห็นเพียงนักฆ่าสองคนที่มีเลือดเกือบเต็มหลอดเมื่อครู่บัดนี้กลับล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น และสิ้นใจตายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว

            ใช่แล้ว

            พวกมันตายแล้ว

            แถมยังเป็นการโดนสังหารในพริบตาอีกด้วย

            “นี่... นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

            คราวนี้เหวินถิงถึงกับสับสนอลหม่านไปหมดแล้ว!

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน