“แต่เบื้องบนสั่งมาว่าให้พวกเราเร่งกำจัดพวกผู้ใช้อาชีพประเทศเสินเซี่ยที่พลัดหลงพวกนี้ให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุดนะ...”นักฆ่าประเทศหนานป้างขมวดคิ้วมุ่น
“วางใจเถอะ!”
นักฆ่าประเทศวอหนูยิ้มอย่างกระหยิ่มใจพลางอธิบายว่า“เพื่อสงครามทรายโลหิตในครั้งนี้พันธมิตรสามประเทศของพวกเราได้ระดมผู้ใช้อาชีพที่เลเวลต่ำกว่าระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองมาเกือบหมดประเทศแถมยังมีทั้งอาชีพขั้นระดับยอดและอาชีพเฉพาะตัวคอยติดตามคุ้มกันอยู่ด้วย”
“ในขณะที่ไอ้พวกหมูชั้นต่ำพวกนี้ไม่ได้ระแวดระวังตัวเลยสักนิด”
“ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้อย่างมากก็แค่สามวันเขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้ก็จะกลายเป็นอาณาเขตของพันธมิตรสามประเทศของพวกเราอย่างสมบูรณ์”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หันไปเอ่ยกับนักฆ่าประเทศหนานป้างต่อว่า “อีกอย่างตลอดทางมานี้พวกเราก็ฆ่าพวกผู้ใช้อาชีพประเทศเสินเซี่ยไปตั้งเยอะแล้วต่อให้จะผ่อนคลายหาความสำราญสักหน่อย ก็ถือว่าสมเหตุสมผลออกไม่ใช่เหรอ”
“นั่นก็จริง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนักฆ่าประเทศหนานป้างก็ดูเหมือนจะเริ่มโอนอ่อนตาม เมื่อมองไปยังเหวินถิงดวงตาก็เริ่มฉายแววตัณหาออกมาเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ฆ่าไอ้ผู้ชายนั่นก่อน”
“ตกลง!”
ทั้งสองโต้ตอบกันไม่กี่ประโยคก็บรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ทันที
“ไอ้พวกสารเลว ฉันจะสู้ตายกับพวกแก”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นทั้งสองเดินปรี่เข้ามาล้อมจ้าวสวินและเหวินถิงก็ไม่ได้เลือกที่จะนั่งรอความตายแต่เตรียมตัวจะสู้สุดชีวิตกับอีกฝ่าย
ทว่าในจังหวะคอขาดบาดตายนั้นเอง
ฟึ่บ!
จู่ๆเสียงแหวกอากาศที่เฉียบคมอย่างถึงที่สุดก็ดังสนั่นมาจากที่ไกลๆ
“ใครกัน?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้นักฆ่าประเทศวอหนูและหนานป้างก็ตกใจจนตัวโยนรีบตั้งท่าป้องกันและมองไปยังต้นเสียงทันที
ในวินาทีต่อมาก็เห็นพาลาดินในชุดเกราะหนักผู้หนึ่งขี่สุนัขสามหัวแห่งขุมนรกควบตะบึงออกมาจากพงไพรที่รกครึ้มด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบจนมวลอากาศม้วนตลบกลายเป็นลมพายุโหมกระหน่ำ
“หือ? ที่แท้ก็เป็นแค่พาลาดินงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นผู้มาใหม่นักฆ่าประเทศวอหนูและหนานป้างต่างก็รูม่านตาหดเกร็งเพราะทีแรกนึกว่ากำลังเสริมของประเทศเสินเซี่ยมาถึงแล้ว
ส่วนเหวินถิงและจ้าวสวินกลับมีแววตาเป็นประกายขึ้นมา
เพราะในตอนนั้นเองพวกเขาได้มองเห็นค่าสถานะพื้นฐานของผู้มาเยือนแล้ว
[เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[สัญชาติ: เสินเซี่ย]
[เลเวล:??]
[ค่าพลังชีวิต:??]
[ค่ามานา:??]
[ระดับดาวพลังรบ:??]
...
บนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันแม้ผู้ใช้อาชีพจะมีไอเทมมากมายที่ใช้ปกปิดค่าสถานะได้
ทว่าข้อมูลสัญชาติของผู้ใช้อาชีพนั้นกลับไม่มีไอเทมชิ้นใดสามารถปกปิดได้เลย
ดังนั้นจ้าวสวินและเหวินถิงจึงมองเห็นสัญชาติของลู่เซิ่งได้ในทันที
“เป็น... เป็นเพื่อนร่วมชาติประเทศเสินเซี่ยของพวกเรางั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งที่ดูองอาจสง่างามจ้าวสวินก็ตื่นเต้นจนเกือบจะตะโกนออกมา
“คุณคะ ช่วยพวกเราด้วย...”
เหวินถิงที่อยู่ข้างๆก็ไม่ได้หยุดคิดแม้แต่น้อย เธอร้องขอความช่วยเหลือจากลู่เซิ่งทันที
แต่สิ่งที่ทั้งสองไม่คาดคิดก็คือลู่เซิ่งไม่ได้แยแสต่อคำร้องขอของเหวินถิงเลยแม้แต่นิดเดียวเขาเพียงแค่ควบออสการ์วิ่งผ่านข้างกายทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็วและหายลับเข้าไปในป่าลึกทางข้างหน้าในชั่วพริบตาจนไร้ร่องรอย
“อะไรนะ?”
คราวนี้ไม่ใช่แค่เหวินถิงและจ้าวสวินที่อึ้งไปแม้แต่นักฆ่าจากประเทศวอหนูและหนานป้างทั้งสองคนก็ถึงกับเหวอไปเช่นกัน
ทว่าไม่นานนักนักฆ่าประเทศวอหนูก็ได้สติกลับมาก่อนคนแรกเขาอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างแล้วหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆได้ยินมานานแล้วว่าไอ้พวกหมูชั้นต่ำอย่างพวกแกน่ะขี้ขลาดที่สุดบนดาวสีน้ำเงินวันนี้ได้เห็นกับตา สมคำร่ำลือจริงๆ!”
“เหอะ! แม้แต่เพื่อนร่วมชาติที่ตกอยู่ในอันตรายยังทำเป็นมองไม่เห็นวิ่งหนียังกับกระต่ายมิน่าล่ะประเทศเสินเซี่ยของพวกแกถึงมีผู้ใช้อาชีพหนีออกไปนอกประเทศตั้งมากมายทุกปี”นักฆ่าประเทศหนานป้างเองก็มีสีหน้าดูแคลนอย่างยิ่ง
“แต่ไอ้หมูชั้นต่ำนั่นก็ถือว่าฉลาดอยู่บ้างเพราะถ้าเมื่อกี้มันกล้าอยู่สู้กับพวกเรา มันคงได้ตายเร็วและสยดสยองยิ่งกว่านี้แน่”นักฆ่าประเทศวอหนูเอ่ยอย่างลำพองใจ
“นั่นสินะ” นักฆ่าประเทศหนานป้างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างที่สุด
“ไอ้สารเลว มันจะเกินไปแล้วนะ”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นลู่เซิ่งวิ่งหนีไปดื้อๆ แบบนั้นจ้าวสวินก็แทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโกรธ เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะด่าทอ
แต่ในตอนนั้นเอง
[ลู่เซิ่งส่งคำเชิญเข้าร่วมทีมมาถึงคุณ]
[ปฏิเสธ / ตกลง]
“เอ๊ะ? มีคนเชิญฉันเข้าทีมงั้นเหรอ?”
จ้าวสวินมองข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอด้วยอาการเหม่อลอย
“หรือว่าจะเป็นพาลาดินคนเมื่อกี้?”
เหวินถิงเองก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นกันเพราะบนหน้าจอระบบของเธอก็มีข้อความเชิญเข้าทีมปรากฏขึ้นมาเหมือนกัน
“เขาก็หนีไปแล้วนี่นา แล้วจะมาดึงเราเข้าทีมทำไม?”
จ้าวสวินเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“คุณว่าเขาอาจจะคิดว่าตัวเองสู้ไอ้นักฆ่าสองคนนี้ไม่ไหวเลยดึงพวกเราเข้าทีมไว้ก่อน แล้วรีบไปตามคนมาช่วยหรือเปล่า?” เหวินถิงกล่าวเสริม
“มีความเป็นไปได้”
จ้าวสวินตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีราวกับไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้เขารีบบอกเหวินถิงว่า “เร็วเข้า เข้าทีมไปเลยเขาจะได้รู้ตำแหน่งของพวกเรา”
“ตกลง” เหวินถิงพยักหน้า
วินาทีต่อมาทั้งสองคนก็กดตกลงเข้าร่วมทีมตามสัญชาตญาณ
จากนั้น
วิ้ง...
รัศมีลึกลับสีทองอร่ามก็พลันปรากฏขึ้นรอบกายของคนทั้งสองทันที
“เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?”
เมื่อเห็นรัศมีที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นใต้เท้า จ้าวสวินและเหวินถิงต่างก็ยืนงง ไม่ทันได้ตั้งตัวว่ามันคืออะไร
“ตายซะเถอะ ไอ้พวกหมูชั้นต่ำ”
“มีดชำแหละกระดูก”
ทันใดนั้นนักฆ่าประเทศวอหนูได้จู่โจมอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเขาฟาดฟันเข้าใส่จ้าวสวินอย่างรุนแรงหมายจะลบหลอดเลือดที่เหลืออยู่ของอีกฝ่ายให้เกลี้ยง
“เหมันต์ขบเคี้ยว”
นักฆ่าประเทศหนานป้างตามติดมาทันทีและลงมือโจมตีจ้าวสวินพร้อมกัน
“ระวัง!”
เหวินถิงเห็นดังนั้นก็ตกใจแทบสิ้นสติเธอตั้งท่าจะพุ่งเข้าไปช่วย
ทว่าอาชีพนักฆ่านั้นจัดอยู่ในสายว่องไวความเร็วจึงสูงมาก
แม้เหวินถิงจะมีปฏิกิริยาตอบโต้แล้วแต่เธอก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี
ปัง!ปัง!
HP-277
HP-312
“อ๊าก...”
วินาทีต่อมาพร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวด จ้าวสวินก็ถูกนักฆ่าทั้งสองฟันจนกระเด็นออกไปทันที
“จ้าวสวิน!”
เมื่อเห็นภาพนั้นเหวินถิงใจหายวาบ เธอเตรียมจะพุ่งเข้าไปดูอาการของจ้าวสวิน
ทว่าเธอยังวิ่งไปไม่ถึงตัวจ้าวสวินด้วยซ้ำ
“อ๊ากกก...”
“อ๊ากกก...”
HP-27,700
HP-31,200
ในจังหวะนั้นเองเสียงกรีดร้องอีกสองสายก็ดังตามมาติดๆแถมมันยังโหยหวนและเจ็บปวดกว่าเสียงของจ้าวสวินเมื่อครู่นี้เป็นหมื่นเท่า
“เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้เหวินถิงก็ใจกระตุกวูบ เธอหันไปมองตามต้นเสียงตามสัญชาตญาณทันที
และสิ่งที่เธอได้เห็นคือภาพที่จะติดตาเธอไปชั่วชีวิต
เห็นเพียงนักฆ่าสองคนที่มีเลือดเกือบเต็มหลอดเมื่อครู่บัดนี้กลับล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น และสิ้นใจตายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
ใช่แล้ว
พวกมันตายแล้ว
แถมยังเป็นการโดนสังหารในพริบตาอีกด้วย
“นี่... นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
คราวนี้เหวินถิงถึงกับสับสนอลหม่านไปหมดแล้ว!