เกมนรกคนเดรัจฉาน ( The Death Game Hell )

    เกมหนึ่งมาสเตอร์คีย์ ( 3 )

    ปอนด์ยืนอยู่บนโถงทางเดินของชั้นสองของบ้านหรู บรรยากาศเงียบสงัดและมืดสลัวกว่าชั้นล่างมาก ทำให้ความระมัดระวังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อย่างน้อยเป็นไปตามที่เก๋ไก๋ได้บรรยายไว้เป๊ะ โครงสร้างของบ้านเป็นไปตามแปลนบ้านหรูมาตรฐาน ทางเดินยาวทอดไปสู่ประตูบานไม้โอ๊คหนาทึบที่เรียงรายอยู่สามบาน ซึ่งเป็นห้องนอน และมีประตูห้องขนาดเล็กกว่าอีกบานหนึ่งอยู่บริเวณหัวมุม ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นห้องน้ำ

    ปอนด์กวาดตามองประตูแต่ละบานอย่างรวดเร็ว ไม่มีป้ายบอกชื่อห้อง ไม่มีร่องรอยของการเปิดใช้งานครั้งล่าสุด ไม่มีคำใบ้ ที่จะชี้ชัดว่ากุญแจดอกที่สองถูกซ่อนไว้ที่ใด

    ปอนด์ยกมือถือขึ้นดูเวลาอีกครั้ง

    [ 00:22:00 ]

    [ 00:21:59 ]

    [ 00:21:58 ]

    เวลาเหลือเพียงยี่สิบเอ็ดนาทีเท่านั้น ความกดดันจากการที่เสียเวลาไปกับการวิ่งขึ้นมาถึงชั้นสอง และความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ป้อมปืนกลเมื่อครู่ เริ่มเข้ามาบีบคั้นการตัดสินใจของเขา

    “คิดสิ... คิดสิโว๊ยปอนด์!” เขาพึมพำกับตัวเองพลางเกาหัวแกรกๆ 

    ‘หากนี่คือเกมการค้นหา ถ้าไม่มีคำใบ้จากสภาพแวดล้อม ก็ต้องใช้ตรรกะของผู้ออกแบบเกม’ เสียงในหัวเขาว่าอย่างนั้น

    “ถ้าอย่างนั้น...”

    ปอนด์เปลี่ยนความคิดจากการค้นหา ‘คำใบ้’ ไปสู่การลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีซ้ำ สิ่งของทุกอย่างในบ้านเป็นอันตราย ดังนั้นห้องที่มีองค์ประกอบด้านการตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยที่สุด ควรจะมีความเสี่ยงในการกระตุ้นกลไกสังหารที่ต่ำที่สุด

    เขาตัดสินใจในทันทีและเดินตรงไปยังห้องน้ำเป็นห้องแรก เพราะห้องที่มีองค์ประกอบด้านการตกแต่งน้อยที่สุด โอกาสที่จะมีเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกตั้งเป็นกับดักก็น่าจะต่ำที่สุดเช่นกัน 

    เขาใช้ไหล่ผลักประตูห้องน้ำที่ไม่ได้ล็อคเข้าไปอย่างระมัดระวัง ผลักเข้าไปอย่างช้า ๆ

    ภายในห้องน้ำถูกตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำเงาตัดกับสุขภัณฑ์สีขาวสะอาดตา มันดูหรูหราแต่ให้ความรู้สึก เยียบเย็นและว่างเปล่า

    เขาเริ่มสอดส่องทุกซอกทุกมุมด้วยความละเอียด ตั้งแต่อ่างล้างมือทรงกลมที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ ด้านหลัง กระจกเงาบานใหญ่ ไปจนถึงบริเวณฐานของคอห่านชักโครก ใช้แสงเรืองไรจากหน้าจอมือถือที่เวลาบนนั้นกำลังเดินไปอย่างรวดเร็ว ส่องตามซอกกระจกและช่องว่างเล็กๆ ต่างๆ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า

    “หรือว่า...” ปอนด์พึมพำขณะที่สายตาไปหยุดอยู่ที่ แทงค์เก็บน้ำของชักโครก

    เขาชะงักครู่หนึ่ง มองไปยังประตูห้องน้ำที่เปิดอ้าอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว รีบคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ถ้าการสัมผัสฝาแทงค์เป็นการเปิดกลไกให้ป้อมปืนกลหรือกับดักอื่นโผล่มา เขาจะมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการพุ่งตัวออกจากห้องไปหลบหลังผนังข้างนอกได้ทันหรือไม่

    “ฟู่ว…”

    เขาเป่าลมออกปากหนึ่งครั้งออกจากปาก เพื่อระบายความตึงเครียด แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด

    เขายื่นมือออกไป แงะฝาแทงค์ชักโครกออกอย่างรวดเร็ว แล้วรีบวิ่งหนีออกไปยืนรอที่วงกบประตูห้องน้ำทันที แต่กลับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีเสียงกลไก ไม่มีแสงเลเซอร์ ไม่มีเสียงปืนกราด

    “โอ้…”

    ปอนด์ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก เขาเริ่มทบทวนกฎข้อข้อควรระวังใหม่

    “หรือว่าที่ห้ามจับสิ่งของ... หมายถึง สิ่งที่เป็นเครื่องใช้งานจริงๆ ไม่ใช่พวกเฟอร์นิเจอร์กันนะ”

    เขาเดินย่องกลับเข้าไปในห้องน้ำอย่างระมัดระวังมากขึ้น สรุปว่าทฤษฎีนี้น่าจะถูกต้องเพราะนักศึกษาหนุ่มถูกจัดการเนื่องจากไปแตะโดนโทรทัศน์ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องใช้งาน ไม่ใช่การสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลามาคิดให้มากมาย เขาสวมบทบาทเป็นนักสืบและชะโงกหน้าลงไปมองข้างในแทงค์เก็บน้ำชักโครกอย่างละเอียด แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่เจออะไรสักอย่างที่ดูเหมือนกุญแจ มีแต่น้ำที่ถูกเก็บไว้ในแทงค์และฟันเฟืองของตัวชักโครกเท่านั้น

    “แม่ม...” ปอนด์สบถอย่างหงุดหงิด เขาผละถอยออกมาจากห้องน้ำ

    ตอนนี้เหลือห้องนอนอีกสามห้องที่ต้องค้นหาบนชั้นสองนี้ และเวลาก็เหลือน้อยลงทุกที

    เขารีบผละออกมาจากห้องน้ำด้วยความผิดหวัง เขาเหลือห้องนอนบนชั้นสองอีกสามห้องที่ต้องค้นหา และเวลาที่เหลืออยู่ก็เริ่มกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ

    ​เขายืนอยู่กลางโถงทางเดินที่มืดสลัว กวาดสายตามองประตูห้องทั้งสามบานซึ่งมีขนาดเท่ากัน ความกังวลในใจพุ่งสูงเพราะนี่คือห้องนอน มันคือห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้อย่างครบครัน นั่นหมายถึงองค์ประกอบอันตราย ที่อาจกระตุ้นกลไกป้อมปืนกลก็ทวีคูณตามไปด้วย

    ​ถ้ากุญแจซ่อนอยู่ในลิ้นชักตู้ข้างเตียงหรือใต้หมอน แค่แตะก็อาจจะถูกกราดยิงเหมือนนักศึกษาคนนั้นได้ แค่คิดปอนด์ก็เสียวสันหลังวาบ

    ​“ไม่รู้แล้วโว๊ย!” ปอนด์พึมพำอย่างหงุดหงิด ก่อนตัดสินใจที่จะใช้การสุ่มเลือก แทนที่จะเสียเวลาไปกับการวิเคราะห์ที่ไม่มีข้อมูล เดินตรงไปที่ห้องมุมซ้ายสุดของทางเดินทันที เขาใช้ไหล่กระแทกประตูเข้าไปอย่างรวดเร็วและพร้อมที่จะพุ่งหลบได้ทุกเมื่อหากมีเสียงกลไกดังขึ้น

    แต่ทว่าทันทีที่ปอนด์จับลูกบิดประตูห้องแล้ว บิดมันอย่างแรง

    ​แกร๊ก... แกร๊ก...

    ​ปอนด์พยายาม บิดลูกบิดเปิดหลายครั้ง ทั้งดึงและดันบานประตูอย่างแรง แต่ประตูบานหนาของห้องนอนก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย ลูกบิดนั้นแน่นสนิทราวกับถูกล็อกด้วยกลไกที่แข็งแกร่ง

    “บ... บ้าน่า! ล็อคงั้นเหรอ?!” ปอนด์กล่าวด้วยความตกตะลึง

    ​เขาหันไปลองประตูห้องนอนอีกสองห้องที่เหลือ ทั้งสองบานก็ถูกล็อคเช่นกัน!

    “หรือว่า...”

    “​กุญแจสามดอก... ดอกหนึ่งสำหรับทางออก... แล้วอีกสองดอกล่ะ…”

    ​ปอนด์ไม่ได้รอให้ความคิดนั้นบรรลุผล เขารู้สึกว่าเขาได้ค้นพบตรรกะที่แท้จริงของเกมนี้แล้ว ​เขาพุ่งตัวไปที่บันไดวน แล้ววิ่งลงไปชั้นล่าง

    ​แท้จริงแล้ว กุญแจอีกสองดอกที่เหลือ มันคือกุญแจสำหรับไขห้องที่น่าจะเป็นที่ซ่อนกุญแจทางออก เขาเชื่อมั่นว่ากุญแจที่เพื่อนร่วมทีมกำลังหาอยู่ชั้นล่าง และที่เขากำลังจะหาอยู่ชั้นบน ไม่ใช่กุญแจสำหรับทางออก แต่เป็นกุญแจสำหรับปลดล็อคห้องที่เก็บกุญแจที่ดอกจริง

    ในขณะเดียวกันนั้นเอก เก๋ไก๋ และนนท์กำลังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังในห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยคราบเลือด พวกเขาพยายามค้นหาทุกซอกทุกมุมของเฟอร์นิเจอร์อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยใช้สายตาเท่านั้น

    เอกใช้ไฟจากจอมือถือสว่างรำไรฉายส่องใต้โซฟา เก๋ไก๋ก้มลงมองตามชั้นวางของ และนนท์กำลังมองอยู่หลังผ้าม่านผืนหนา แต่จนแล้วจนรอด กุญแจดอกที่สองก็ยังไม่ปรากฏ

    เก๋ไก๋ยืนตัวตรงขึ้น ใบหน้าของเธอซีดเผือดเพราะความเครียดปนเบื่อหน่าย

    “ฉันไม่ไหวแล้วนะ!” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้อแท้ "จะสิบนาทีแล้วนะ! เราหาห้องรับแขกนี้จนทั่วแล้ว แต่ไม่เจออะไรเลย! นี่มันเกมบ้าอะไรกันเนี่ย!"

    เอกถอนหายใจยาว พยายามควบคุมสติและจัดการกับสถานการณ์ที่เริ่มจะไร้ทิศทาง เขาตระหนักดีว่าการอยู่รวมกันในห้องเดียวเริ่มเสียเวลา

    “ทุกคนฟังนะครับ! การค้นหาแบบรวมกลุ่มไม่ได้ผลแล้ว” หมอเอกสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “เราต้องแยกกันหาครับ เพื่อเพิ่มความเร็วในการค้นหาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

    หมอเอกชี้นิ้วไปตามทิศทางต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

    “คุณนนท์… คุณไปที่ห้องครัวครับ ระวังเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องครัวทุกอย่างให้ดี”

    “คุณเก๋… คุณไปที่ห้องนั่งเล่นอีกโซนของบ้านครับ พยายามมองหาตามพวกแจกันหรือกรอบรูป!”

    “ส่วนผม...” หมอเอกชี้ไปที่ประตูบานเล็กที่อยู่ใกล้ ๆ “...ผมจะไปห้องน้ำชั้นล่างครับ มันควรจะมีข้าวของน้อยที่สุด และง่ายต่อการค้นหาที่สุด”

    ทันใดนั้น เก๋ไก๋ก็แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อการแบ่งหน้าที่นี้

    “เดี๋ยวสิคะ!” เก๋ไก๋ทักท้วงเสียงสูง ตาแข็งกร้าวไม่ยอม “คุณให้ฉันไปหาที่ห้องนั่งเล่นอีกโซนน่ะเหรอคะ?! ห้องนั้นมันใหญ่กว่าห้องน้ำของคุณตั้งสามเท่า! คุณเอาเปรียบกันนี่คะ!”

    “คุณควรไปห้องนั่งเล่นที่ใหญ่กว่าสิคะ ฉันจะไปห้องน้ำเองค่ะ!”

    ​เธอพยายามใช้ความเป็นผู้หญิงและสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดมาเป็นข้อต่อรอง ไม่ต้องการรับความเสี่ยงในพื้นที่ขนาดใหญ่และมีองค์ประกอบอันตรายมากกว่า

    เอกจ้องมองเก๋ไก๋ด้วยแววตาที่เย็นชาเล็กน้อย เขากำลังวิเคราะห์เธออยู่ว่า จิตวิทยาของการอยู่รอดของผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแม้แต่วินาทีเดียว ความเห็นแก่ตัวของเธอเกิดจากความกลัวตายขั้นสุดขีด ซึ่งเป็นสัญชาตญาณที่รุนแรงมาก และนั่นอาจเป็นปัญหาใหญ่ในการร่วมทีมครั้งต่อไปได้

    ในทางกลับกันเขาไม่อยากเสียเวลาไปกับการถกเถียงอีกแล้ว การยอมตามจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

    “ก็ได้ครับ ตกลงครับ!” หมอเอกยอมรับอย่างรวดเร็ว "คุณเก๋ไก๋ไปที่ ห้องน้ำชั้นล่าง! ผมจะไปที่ ห้องนั่งเล่นอีกโซน"

    ​แม้ว่าทุกคนจะไม่อยากยอมรับในแผนการแบ่งแยกนี้ แต่ก็ไม่มีทางเลือก 

    ​นนท์กัดริมฝีปากแน่น แต่ก็ยอมเดินแยกไปทางห้องครัวอย่างระมัดระวัง 

    ​เก๋ไก๋เดินตรงไปยังประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็วด้วยความโล่งอกที่ได้ห้องที่ ‘ปลอดภัย’ กว่า

    ​เอกยืนยันว่าทุกคนแยกย้ายแล้ว ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นอีกโซน ทันทีเพื่อเริ่มการค้นหาของเขาเอง โดยที่ความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวของผู้หญิงคนนั้น

    ​ในขณะที่ทุกคนกำลังเริ่มแยกย้ายกันไปค้นหาในห้องต่างๆ ของชั้นล่างนั้นเอง ปอนด์ก็แทบจะกระโจนลงมาจากบันไดวนด้วยความเร็วสูงราวกับนักกีฬาที่กำลังเข้าเส้นชัย ​เขามาถึงโถงด้านล่างด้วยใบหน้าตื่นตระหนก แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของการค้นพบ

    “ทุกคน! หยุดก่อนครับ!” ปอนด์ตะโกนเรียกเสียงดังที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ “ผมรู้แล้วว่าครับเกมนี้เราจะรอกยังไง”

    ​ทุกคนที่เริ่มค้นหาต่างชะงักและหันมามองปอนด์ด้วยความสับสนและความหวัง

    “ห้องนอนบนชั้นสองทั้งสามห้องถูกล็อคครับ” เขารีบพูดแจ้งโดยเร็วและชัดเจนเพื่อประหยัดเวลา “นั่นหมายความว่า... กุญแจทั้งสามดอกที่เราตามหาอยู่ ไม่ใช่กุญแจสำหรับทางออกหลักครับ”

    เขาชี้ไปที่ประตูทางออกที่ถูกซีลไว้ “กุญแจที่เราหาอยู่ตอนนี้... คือ กุญแจสำหรับเปิดห้องใดห้องหนึ่งบนชั้นสองที่เก็บกุญแจทางออกดอกจริงครับ! ตอนนี้เราได้มาแล้วหนึ่งดอก... เราต้องรีบไปหาอีกสองดอกให้เจอ!”

    ​สมมติฐานของปอนด์ฟังดูมีเหตุผลและเป็นตรรกะที่ซับซ้อนตามสไตล์ของเกมมาสเตอร์ ทุกคนต่างเงียบและยอมรับการวิเคราะห์นี้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง

    เอกซึ่งเป็นผู้เดียวที่ยังคงพยายามรักษาบทบาทของผู้จัดการสถานการณ์ รับหน้าที่จัดการทีมทันที

    “เข้าใจแล้วครับ” หมอเอกกล่าว “เราแค่ต้องหาให้ครบอีกสองดอกให้เร็วที่สุดเท่านั้นสินะครับ”

    “ใช่ครับ” ปอนด์พยักหน้า

    ​หมอเอกหันไปกำหนดพื้นที่อีกครั้ง โดยอ้างอิงจากห้องที่ทุกคนกำลังจะเข้าไปค้นหาอยู่แล้ว

    “คุณนนท์ คุณรับผิดชอบห้องครัวต่อไปครับ ส่วนคุณเก๋... ห้องน้ำชั้นล่างก็ยังเป็นของคุณครับ”

    ​เมื่อมาถึงคิวของตัวเอง เอกก็ชะงักอึกเล็กน้อยเมื่อต้องกล่าวถึงห้องของตัวเอง ความไม่พอใจต่อพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของเก๋ไก๋เมื่อครู่ยังคงค้างคา

    “ส่วนผม... ผมจะไปที่ห้องนั่งเล่นอีกโซนครับ” เอกพูดแบบฮ้วนๆ ด้วยน้ำเสียงที่ตัดรำคาญ พยายามเก็บความไม่พอใจนี้ไว้ไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น

    ปอนด์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเอกที่เหมือนกำลังไม่ค่อยพอใจเก๋ไก๋ เดาว่าคงไม่พ้นเรื่องการแบ่งหน้าที่การหากุญแจแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาสนใจในเวลานี้ เขาจะมองข้ามไปแล้วรีบหาทางออกให้ทันเวลาเป็นสิ่งสำคัญสุด

    “เดี๋ยวผมไปกับคุณหมอเอกเองครับ” ปอนด์เสนอช่วย ห้องนั่งเล่นไม่ใช่ห้องขนาดเล็ก หากหาคนเดียวจะกินเวลาเกินควร

    หมอเอกพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ กับข้อเสนอของปอนด์ แม้จะไม่ชอบใจกับการที่ปอนด์มา ‘สั่งการ’ แต่เขาก็ยอมรับในประสิทธิภาพที่จะเกิดขึ้น

    ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทันที นนท์มุ่งหน้าสู่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว เก๋ไก๋เข้าไปในห้องน้ำชั้นล่างด้วยความสบายใจที่ห้องเล็กกว่า และปอนด์กับเอกก็มุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่นอีกโซนเพื่อเริ่มภารกิจการค้นหาที่ต้องแข่งกับเวลา

    คล้ายกับเรื่องเกมนรกคนเดรัจฉาน ( The Death Game Hell ) ที่คุณอ่าน