กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

เล่มที่ 6 บทที่ 171 ข่าวดี

บทที่ 171 ข่าวดี

        ท้องฟ้าเหนือจวนเสวี่ยเทียนพลังกระบี่ไหลพริ้วในแนวนอนราวกับม่านเพลิงขนาดใหญ่ที่ลุกโชนจากนั้นก็กลายเป็นเม็ดฝนส่องสว่างทั่วท้องฟ้า น่าตกตะลึง

        เวลานี้เป็นเวลากลางคืน ฉากกระบวนท่ากระบี่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากจนทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวราวกับกลางวัน

        “หือ? ใครเป็นคนสร้างกระแสกระบี่ที่ทรงพลังนี้กัน?”

        “จวนเสวี่ยเทียนมีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนอยู่จริงแท้วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ!"

        กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ตื่นตระหนกกับฝนกระบี่อันทรงพลังเดินออกจากลานบ้านของพวกเขาทีละคนก่อนจะหยุดดูปราณกระบี่อันดุร้ายที่ประดับอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน

        คนเหล่านี้อาจเป็นคนสำคัญในสำนักใหญ่ หรืออาจเป็นลูกหลานของตระกูลขุนนางแต่ละคนมีสถานะสูงส่ง แต่พอเห็นภาพตรงหน้านี้ก็อดประหลาดใจไม่ได้

        เพราะด้วยสายตาของพวกเขาแล้วย่อมมองเห็นได้ว่าพลังของฝนกระบี่นี้แข็งแกร่งเพียงใด มันไม่ธรรมดาเลยสักนิด

        แม้ว่าปราณกระบี่จะค่อยๆ หายไปแต่ความร้อนที่ปล่อยออกมายังคงปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืน ท้องฟ้าที่มืดมิดจึงดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงและมีคลื่นสีแดงกระเพื่อมอยู่จางๆ

        “ใครพักอยู่ที่ลานด้านนั้นกัน? เขาใช้ปราณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นได้อย่างไร?”หลายคนตกตะลึง พากันจ้องมองไปยังลานที่หรูหราที่สุดนั้น

        ในขณะเดียวกัน ฉู่อวิ๋นเองก็ตกใจเช่นกันเขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและจ้องมองไปที่กระบี่หลี่หั่วในมืออย่างว่างเปล่า

        “มัน...สำเร็จหรือ?!” ฉู่อวิ๋นอึ้งกิ่มกี่จากนั้นเขาก็ดีใจมาก ริมฝีปากยกยิ้มและตะโกนบอกโยวกู่จือ “นี่ ผู้อาวุโสแบบนี้หรือ? ดูเหมือนว่าข้าจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของวิภาสบังเหินออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจล่ะ!”

        เมื่อได้ยินเช่นนี้ โยวกูจื่อก็ล้มลงทันทีไข่มุกระเบิดไทวะร่วงลงกับพื้นเสียงดัง “กริ๊ก”

        เด็กคนนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว? ไม่ได้ตั้งใจนั่นหมายความว่าอย่างไร?

        หลิงเฟิงเองก็พูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ อยู่ตรงนั้นเขาคิดกับตัวเองว่า “ข้าแค่ให้คำแนะนำแบบส่งๆ ไปเองนะ เจ้าเด็กไม่น้อยนี่กลับ...ได้รับแรงกระตุ้นขึ้นมาในทันทีทั้งยังเข้าใจความหมายที่แท้จริงของวิชากระบี่ในคราวเดียว?”

        อัจฉริยะ นี่คืออัจฉริยะนักกระบี่ของจริง

        นี่คือสิ่งที่หลิงเฟิงกำลังคิดอยู่ในขณะนี้เพราะถึงแม้จะมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น แต่เขาคิดว่าเขาทำไม่ได้ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน อีกฝ่ายกลับใช้วิชากระบี่โบราณได้เชี่ยวชาญถึงขั้นนี้

        โยวกู่จือที่กลับมามีสติอีกครั้งก็พูดอย่างจริงจัง “อะแฮ่มนั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็นของวิชาวิภาสบังเหิน แต่นี่เป็นเพียงการแนะนำนะ เจ้าหนูฝึกฝนให้หนักเล่า”

        “ขอรับ” ฉู่อวิ๋นพยักหน้า จากนั้นก็ขมวดคิ้วและพึมพำกับตัวเอง“ตอนนี้ ดูเหมือนว่าข้าจะได้สัมผัสถึงความก้าวหน้าในขอบเขตแห่งกระบี่ผ่านวิชากระบี่นี้ข้าอยากจะดูให้ละเอียดขึ้นหน่อย”

        หลังจากพูดจบ ฉู่อวิ๋นก็นั่งลงตรงจุดนั้น จ้องมองที่กระบี่และครุ่นคิดอย่างหนักดูคล้ายตัดขาดจากโลกภายนอกและหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเดียวทำให้หลิงเฟิงและโยวกู่จือมองหน้ากัน

        “อัจฉริยะคลั่งกระบี่”

        หนึ่งคนและหนึ่งร่างวิญญาณของตระกูลหลิงพูดพร้อมกันและติดป้ายกำกับให้ฉู่อวิ๋น

        หลังจากนั้นโยวกู่จือและหลิงเฟิงก็ปล่อยให้ฉู่อวิ๋นคิดเกี่ยวกับมันตามลำพัง ไม่เข้าไปรบกวนเขา

        ทันใดนั้น สวนก็เงียบลงในทันที มีเพียงเสียงใบไม้ไหวเท่านั้น

        ในความเป็นจริง ฉู่อวิ๋นรู้ว่าตั้งแต่เข้าสู่ขอบเขตจิตไหวกระบี่อย่างดีที่สุด เขาก็ทำได้เพียงเคลื่อนไหวกระบวนท่าของกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอาจกล่าวได้ว่าสนใจเพียง “รูปแบบ” เท่านั้น

        แต่ถ้าต้องการใช้พลังของวิชากระบี่อย่างแท้จริง ต้องเชี่ยวชาญเรื่อง“พลัง” ด้วย

        ไม่นานมานี้ สาเหตุที่เขาไม่สามารถใช้พลังของ “วิภาสบังเหิน” ได้ก็เพราะเขาเข้มงวดเกินไป สนใจเพียงกระบวนท่าที่บันทึกไว้ในม้วนหนังสือเท่านั้น

        และเมื่อฉู่อวิ๋นรู้ว่าวิชากระบี่นี้ถูกสร้างขึ้นในวันที่ฝนตกเขาก็จินตนาการว่าตัวเองอยู่ในวันที่ฝนกำลังตกหนักนั้น

        ดังนั้น แม้ว่าชิ้นส่วนของม้วนหนังสือจะได้รับความเสียหายแต่ด้วยจินตนาการของเขาฉู่อวิ๋นจึงสามารถฝึกฝนวิชากระบี่วิภาสบังเหินนี้ได้สำเร็จแม้ไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

        ต้องบอกว่า การที่ฉู่อวิ๋นเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้นั้น เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากหลิงเฟิงนี่มันน่าทึ่งมาก

        ในความเป็นจริงสิ่งที่ฉู่อวิ๋นไม่รู้ก็คือเขาได้สัมผัสระดับที่สองของขอบเขตแห่งกระบี่แล้วนั่นคือจิตเจตนาแห่งกระบี่

        เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ตะวันลาจันทรารอนวันประกาศคู่แต่งงานก็ใกล้เข้ามาทุกที

        นั่นคืออีกสามวันข้างหน้า ฉู่อวิ๋นพยายามไปเยือนเรือนกลิ่นกำจรอีกครั้งแต่พ่อบ้านมักจะปฏิเสธว่าเพื่อปกป้องเจ้าสาว จึงไม่ให้เขาเข้าไป

        ดังนั้น แม้ว่าฉู่อวิ๋นจะไม่พอใจแต่เขาทำได้เพียงกลับไปรอข่าวที่จวนเสวี่ยเทียนเท่านั้น

        แน่นอนว่าช่วงนี้ เขาได้ฝึกฝน “วิภาสบังเหิน” ไปแล้วในระดับเล็กๆทำให้ทุกคนในตระกูลหลิงประหลาดใจ ความเร็วในการเข้าใจที่รวดเร็วนี้เกินไปแล้วจริงๆ

        ไม่เพียงเท่านั้น ฉู่อวิ๋นยังคิดพึ่งตัวเองที่อยู่ในฐานะนักพรตวิญญาณเรียนรู้ทักษะลับของการฝึกฝนทางวิญญาณของตระกูลหลิงจากโยวกู่จือ ขอบเขตวิญญาณ

        กระบวนท่านี้ คือเกราะโปร่งใสที่หลิงเฟิงใช้ในการประชันห้ามังกรมันสามารถนำออกมาใช้ได้ตามต้องการ ไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการป้องกันเท่านั้น แต่ยังมีพลังโจมตีที่ดีอีกด้วย

        แต่อย่างไรเสีย ฉู่อวิ๋นก็ไม่ใช่ผู้ฝึกฝนทางวิญญาณแต่กำเนิดดังนั้นความเร็วในการฝึกฝนของเขาในด้านนี้จึงด้อยกว่าอยู่เล็กน้อย

        หลังจากการฝึกฝนอยู่สามวัน เขาก็สามารถควบคุมได้เพียงเกราะโปร่งแสงเพื่อป้องกันเท่านั้นไม่ได้มีพลังมหาศาลอันใด

        แต่ด้วยการฝึกฝนทางวิญญาณในระดับยี่สิบของเขา เมื่อเขาใช้ขอบเขตวิญญาณนี้พลังการป้องกันนี่ก็เทียบได้กับกระบวนท่าป้องกันของวิชากระบี่ดาวตก

        และในวันสุดท้าย เมื่อฉู่อวิ๋นฝึกฝนอย่างตั้งใจ ในที่สุดก็ได้รับข่าวดี!

        “ฮ่าๆ ผู้มีพระคุณ! สำเร็จแล้ว พวกเราสำเร็จแล้ว!”

        หลิงจื้อรีบวิ่งเข้าไปในสวน ใบหน้าของเขาดูน่าประหลาดใจ หายใจไม่ทั่วท้อง

        ผู้เฒ่าหลิงคนนี้ไม่ได้อ่อนแอในการฝึกตน เขาจะหมดลมหายใจลงจริงๆหลังจากวิ่งไปเพียงไม่กี่ก้าวได้อย่างไร นี่แสดงว่าในยามนี้เขาตื่นเต้นมาก!

        “ท่านผู้เฒ่า ค่อยๆ พูดเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน!”ฉู่อวิ๋นวางกระบี่ลงแล้วเดินเข้าไปช่วยหลิงจื้อทันที หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวขึ้นมา

        ข่าวดี? จะเป็นข่าวดีอันใดได้อีก?!

        ในเวลานี้ หลิงจื้อตบไหล่ฉู่อวิ๋นแล้วหัวเราะ “ฮ่าๆ!วันนี้ข้าไปเยี่ยมฉู่เจิ้นหนานมา เขาบอกกับข้าว่าว่าตระกูลฉู่ได้ตัดสินใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลหลิงของเราแล้ว!”

        “กล่าวคือพรุ่งนี้เขาจะประกาศคู่แต่งงานในการประชุมที่ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอ จากนั้นถ้าเราปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ได้ ท่านก็สามารถพาพี่สาวเจ้าหนีไปได้!”

        เมื่อฉู่อวิ๋นได้ยินสิ่งนี้ เขาก็อึ้งไปทันที ใบหน้าของเขาแข็งค้าง พูดอะไรไม่ออก

        จากนั้น ร่างกายของเขาก็สั่นเทา รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก!

        เขารอถึงแล้ว... เขาทำสำเร็จแล้ว! ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ!

        หลังจากผ่านความยากลำบากมามากมายตลอดทางพานพบอันตรายมาจนถึงเมืองชุยเสวี่ย อดทนต่อความอัปยศอดสูและภาระอันหนักอึ้งปิดบังตัวตนของตนเองถึงสองครั้ง และพยายามดิ้นรนที่จะเข้าใกล้ฉู่ซินเหยา เพียงเพื่อขอให้ได้พบนางและพานางหนีไป

        กระทั่งที่ว่าเขาได้เผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวกับฉู่เจิ้นหนานและเชื้อสายหลักของตระกูลฉู่อาจกล่าวได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นจนเขาเกือบจะเปิดเผยตัวตนออกไปและไปเดินเล่นอยู่หน้าประตูผี

        แต่ยามนี้ฟ้ามีตา ในที่สุดเมฆาก็แจ่มใส จันทราก็แจ่มแจ้ง!มองเห็นความหวังที่จะช่วยเหลือพี่ซินเหยาแล้ว!

        ไม่ นี่ไม่ใช่ความหวัง แต่เป็นความจริง! เพราะฉู่เจิ้นหนานตกลงที่จะแต่งงานแล้วแผนในวันพรุ่งนี้ย่อมสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ!

        “พี่หญิง…”

        ยามนี้ ฉู่อวิ๋นนึกถึงความทุกข์ทรมานที่เขาต้องทนผ่านมาตลอดทางเส้นทางที่เปื้อนไปด้วยหยาดเลือดหลายพันลี้

        เมื่อนึกถึงเสียงของฉู่ซินเหยา ฉู่อวิ๋นก็ยิ้มออกมาอีกครั้งเขากระแอมเรียกสติจนเจ็บจมูก ฟันกระทบกันอย่างตื่นเต้น

        ไม่เพียงเท่านั้น ที่หางตาของเขายังหลั่งน้ำตาลูกผู้ออกมาให้เห็น

        นี่คือน้ำตาแห่งความปิติยินดี น้ำตาแห่งความสุขหลังความทุกข์ทรมาน

        “ผู้เฒ่าหลิง! ท่านไม่ได้ปดข้าใช่ไหม? นี่...เป็นความจริงหรือ?” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเป็นประกาย น้ำตาสีใสไหลอาบใบหน้าคมคร้ามเขาถามอย่างหวาดหวั่น ด้วยกลัวว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน

        “จริงแท้แน่นอน!” หลิงจื้อพยักหน้าย้ำๆ และสะเทือนใจอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาได้รู้จากปากของโยวกู่จือถึงสิ่งเลวร้ายที่ฉู่อวิ๋นต้องเผชิญ

        หากเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มคนอื่น ไม่มีทางอดทนรอดมาได้แน่เพราะพวกเขาไม่มีศรัทธาและความเพียรพยายามมากขนาดนี้

        เพื่อเห็นแก่คนที่ชิดใกล้กับเขาที่สุด เขาเต็มใจเสี่ยงชีวิตเสียงเป็นเสี่ยงตาย ต่อสู้กับสัตว์ปีศาจและสัตว์อสูรด้วยกระบี่ที่มีเพียงเล่มเดียวต่อสู้กับเหล่าจอมยุทธ์ บุกเข้าถ้ำเสือ และไม่กลัวอำนาจอันใดใครจะสามารถทำอย่างเขาได้อีก?

        ต้องรู้ว่า แม้ฉู่อวิ๋นจะโชคหล่นทับ แต่ตอนนี้เขาอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น

        นับเป็นความขมขื่นที่ไม่อาจจินตนาการได้สำหรับชายหนุ่มที่ต้องอดทนมากมายถึงเพียงนี้

        “แกร๊ง-”

        กระบี่ยาวในมือของเขาหลุดลงพื้น ฉู่อวิ๋นพูดละล่ำละลักอย่างตื่นเต้น“ท่านผู้เฒ่า ขอบคุณมากที่ท่านช่วยข้า! ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก!"

        ฉู่อวิ๋นเข้าใจดีถึงเหตุผลว่าที่เขาสามารถช่วยเหลือพี่ซินเหยาได้ในตอนนี้นั้นล้วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิงทั้งสิ้นเขารู้สึกขอบคุณจากใจจริง

        แต่ผู้เฒ่าหลิงเพียงแค่โบกมืออย่างสบายๆ และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผู้มีพระคุณไม่ต้องสุภาพไปหรอก ท่านช่วยตระกูลเราตามหาบรรพบุรุษนี่เป็นความชอบที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก! พวกเราสมควรช่วยท่านอยู่แล้ว”

        ในเวลานี้ โยวกู่จือและหลิงเฟิงก็เข้ามาหยิบยกหัวข้อนี้มาพูดก่อนฉู่อวิ๋นจะเริ่มสงบอารมณ์ที่กระวนกระวายใจลง

        หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฉู่อวิ๋นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า“ผู้เฒ่าหลิง ฉู่เจิ้นหนานไม่แน่ใจเกี่ยวกับคู่แต่งงานมาตลอดทำไมถึงได้ร่าเริงและเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ได้เล่า?”

        “ฮ๋าๆ แผนของข้าย่อมต้องได้ผลอยู่แล้ว! เพราะตระกูลเสวี่ย ตระกูลตงฟางและตระกูลหลิงของเราล้วนมีอำนาจทัดเทียมกัน ขอเพียงแค่พี่สาวของท่านเปิดปากเลือกตระกูลหลิงผลลัพธ์จะออกมาในทันที”

        โยวกู่จือพูดก่อน ทำให้หลิงจื้อยิ้ม แล้วพูดต่อ“คำพูดของคุณหนูฉู่น่าจะมีน้ำหนักอยู่บ้างแต่ฉู่เจิ้นหนานสามารถตกลงยินยอมได้ในวันสุดท้ายนี้ ข้าผู้เฒ่าผลงามคับฟ้า[1]ยิ่งนัก!"

        เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนก็สับสน ฉู่อวิ๋นถามทันที “ท่านผู้เฒ่าท่านหมายความว่าอย่างไร?”

        “ความจริงแล้ว มันง่ายมาก” หลิงจื้อดูมั่นใจราวกับว่าเขาได้เห็นทุกอย่างแล้ว และพูดว่า “เหตุผลที่ฉู่เจิ้นหนานไม่ยอมตัดสินใจก็เพราะว่าทั้งสามตระกูลล้วนยังไม่ได้ส่งของหมั้นครั้งสุดท้าย”

        “เมื่อสักครู่นี้ ฉู่เจิ้นหนานบอกข้าว่าฉู่ซินเหยาชอบพอตระกูลหลิงเขายังคิดว่าผลลัพธ์ของการแต่งงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีจึงขอของหมั้นครั้งสุดท้ายจากข้า”

        “ข้าเลยโยนวงแหวนอวกาศออกไป มีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนอยู่ในนั้นมันกระแทกเข้าที่หน้าของเขา ทำให้เขายิ้มกว้างจนหุบไม่ลง เลยตัดสินใจให้แต่งงานในทันที”

        เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฉู่อวิ๋นก็กำหมัดแน่น รู้สึกโกรธแค้นอยู่ในใจจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้คิดเพียงแต่จะเอาของล้ำค่าจริงๆ

        ชั้นต่ำเกินไปแล้ว!

        ทันใดนั้น ฉู่อวิ๋นก็ยกมือขึ้นมาประคองอีกครั้งแล้วพูดว่า “ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลิงของท่านเสียสละของล้ำค่าพวกนั้นไปอย่างเสียเปล่า หากภายหน้ามีโอกาส ข้าจะนำมาคืนให้ท่านอย่างแน่นอน”

        ทันทีที่คำพูดเหล่านี้เปล่งออกไป หลิงเฟิง หลิงจื้อและโยวกู่จือต่างก็หัวเราะลั่นไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้เลย

        ในหมู่พวกเขา หลิงเฟิงตบไหล่ฉู่อวิ๋นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กไม่น้อย!เจ้าจะเอาอะไรมาให้พวกข้าเล่า? เจ้าคือผู้มีพระคุณของเราเหตุใดต้องใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ด้วย?”

        “อีกอย่าง ข้าว่านะ เจ้าคงจะแอบรักพี่สาวไม่แท้ของตนเองแน่แล้วกระมัง?จากนี้ไป ยามเจ้ากับแม่นางฉู่คบหากันแล้วก็อย่าลืมมาเยี่ยมพวกข้านะ!ฮ่าๆๆ!”

        เมื่อได้ยินคำพูดนั้น โยวกู่จือและหลิงจื้อก็หัวเราะออกมาตามๆ กันทั้งสวนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชอบใจ

        “เจ้า... เจ้าหน้าผี เจ้าพูดอะไรน่ะ?!” ใบหน้าของฉู่อวิ๋นเปลี่ยนเป็นสีแดงเขาหยิบกระบี่ขึ้นมาอีกครั้งและไม่สนใจหลิงเฟิงอีก ดูค่อนข้างเขินอายทำให้ทุกคนยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ

        “แอบรัก? ข้า... ข้าแอบรักพี่ซินเหยา?”

        ฉู่อวิ๋นแอบคิดอยู่ในใจ ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นครั้งแรก

        เขาชอบฉู่ซินเหยาหรือ?

        แต่ก่อนที่ฉู่อวิ๋นจะสามารถหาคำตอบสำหรับคำถามนี้ได้เขาก็ถูกลากไปที่ห้องโถงเพื่อดื่มสุราตามคำชวนของคนตระกูลหลิงบอกกันว่าไม่เมาไม่กลับ

        กลางคืนเย็นย่ำ ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า

        ในห้องโถงมีเสียงชนแก้วและเสียงหัวเราะดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

        ทุกคนต่างก็มีความหวังอยู่ในใจ ริมฝีปากที่ดื่มสุรากล้อมแกล้มยิ้มแย้มรอวันแต่งงานที่กำลังจะมาถึง

        ในท้ายที่สุด หลิงเฟิงและหลิงจื้อต่างก็เมามายและขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องกันหมดในขณะที่โยวกู่จื่อเองก็ซ่อนตัวหลับลึกอยู่ในไข่มุกระเบิดไทวะ

        ฉู่อวิ๋นเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ว่าอย่างไรก็นอนไม่หลับ

        “ขอเพียงรอถึงพรุ่งนี้ได้อย่างปลอดภัยพวกเราก็จะสามารถปิดฟ้าข้ามสมุทรได้!”

        ยามนี้ ฉู่อวิ๋นนอนอยู่บนหลังคาโดยเอามือรองศีรษะจ้องมองไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังอันไม่มีที่สิ้นสุด


----------

[1] เป็นคำชมเชยที่บรรยายถึงบุคคลผู้มีคุณูปการยิ่งใหญ่และไม่อาจลืมเลือนได้

 

คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
6.78M 1459
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
388K 744
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

นิยาย แฟนตาซี
571K 2468
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244