*เรื่องนี้ไม่ใช่ฮาเร็มนะครับคำว่าฮาเร็มสำหรับผมคือ พระเอกจีบสาวไปทั่ว มีนางเอกเยอะแยะมากมายไปที่ไหนก็ได้คนนั้น พระเอกจะเน้นการบ่มเพาะเพื่อตัดผ่านกลับไปสู่โลกเดิม นางเอกอาจจะไม่ได้มีคนเดียว แต่ไม่เยอะ บอกไม่ได้นะครับ เดี๋ยวเนื้อหาจะไม่สนุกยืนยันว่าพระเอกไม่ได้คิดแต่เรื่องรัก ๆ แน่นอน
ไตรภพหันไปมองหญิงสาวด้วยความแปลกใจเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแน่ หญิงสาวตรงหน้าถึงรู้ประวัติของเขาราวกับไปสืบมาอย่างดี
“ฉันขอแนะนำตัวเองก่อน ฉันชื่อ เขมิกาหรือจะเรียก เขมก็ได้”
“อืม แล้วข้อเสนออะไร ?เธอต้องการอะไรกันแน่ถึงไปค้นประวัติของฉัน”
“ฉันรู้สึกแปลกใจมากจากประวัติที่ได้มาครอบครัวของนายอยู่ในชนชั้นกลาง แม่เปิดร้านขายสมุนไพรพื้นบ้านแล้วทำไมนายถึงขับรถ Benzป้ายแดงได้หรือมีอะไรผิดพลาด”
เขมิกากล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอจ้างนักสืบด้วยราคาแพงแสนแพงไปสืบประวัติของชายหนุ่มหากจะถามว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขามีชื่อจริงและนามสกุลอะไร ง่ายมากเพราะประวัติการโอนเงินของเธอ จึงไม่ยากที่จะสืบข้อมูลชายหนุ่ม
“ฉันยังไม่ได้เอาเรื่องเธอที่มาค้นประวัติของฉันเลยนะ แล้วตกลงเธอต้องการอะไร”
“ไปคุยกันที่อื่นได้ไหม”
เขมิกามองซ้ายมองขวาในลานจอดรถแบบนี้เธอไม่สะดวกที่จะพูดคุยเรื่องสำคัญ ไตรภพได้แต่พยักหน้าอย่างฝืน ๆ
“ที่ไหน ฉันจะได้ขับรถตามไป”
“ไม่ต้อง ฉันไปรถนาย แล้วนายค่อยย้อนมาส่งฉัน”
“ยุ่งยาก”
ไตรภพบ่นออกมา สุดท้ายก็ทำตามที่เขมิกาบอก เขาเอาสิ่งของด้านข้างไปไว้เบาะหลังสตาร์ทรถขับออกไปจากโรงแรม
“จะไปที่ไหน ?”
“ร้านครัวช่อผกาไหม ?ฉันเห็นรีวิวในอินเตอร์เน็ตดีมาก อาหารน่ากินด้วย”
เขมิการพูดออกมาเหมือนเด็กน้อยเธอเองก็เป็นผู้หญิง เวลาไปไหนมาไหนมักจะใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาร้านอาหารอร่อย ๆ
“ไม่เอา เอาที่อื่น”
ไตรภพปฏิเสธทันที จู่ ๆจะพาหญิงสาวไปที่ร้านแม่เขา ไม่มีทางดูเหมือนเขมิกาจะยังไม่รู้ว่าร้านนั้นเป็นร้านของแม่เขา
“งั้นเป็นร้าน Moon Star แล้วกัน”
“ได้”
ไตรภพรับคำหลังจากมีเรื่องในร้านวันนั้นจนต้องขึ้นโรงพัก เขาก็ไม่ได้ไปที่ร้านนั้นอีกไม่รู้ป่านนี้ยงศิลป์จะเป็นอย่างไรบ้าง
ไตรภพขับรถออกมาจากโรงแรมแบบไม่เร็วมากนักเพราะชายหนุ่มอยากจะดูวิวธรรมชาติมากกว่าขณะนั้นเองชายหนุ่มได้เหลือบมองที่กระจกหลัง
“มีคนตามเรามา”
“ใคร ?”
ไตรภพไม่ได้เอ่ยตอบเร่งความเร็วจากแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงทันทีด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบของรถยุโรปเพียงไม่นานก็สลัดรถพวกนั้นได้
“มันหนีไปแล้วไปบอกพวกข้างหน้าว่ามันเลี้ยวซ้ายไปทางถนนหลวง”
ภายในรถแคมรี่สีดำคนในรถสั่งให้ลูกน้องอีกสามคนที่นั่งอยู่โทรไปประสานงานกับหน่วยด้านหน้าที่ดักรอเอาไว้ทันที
ไตรภพเมื่อเลี้ยวเข้าถนนหลวงแล้วชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดว่าพวกมันเป็นใครกัน เหตุใดจึงตามเขามาในระหว่างที่กำลังสงสัยอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีรถตัดหน้า จนไตรภพต้องหักหลบ รถพุ่งตกลงจากถนนหลวงไปที่ไหล่ทางดีที่เป็นเนินไม่ชันมาก รถจึงไม่ได้เสียหายอะไร
หลังจากรถแคมรี่สีดำอีกคันหนึ่งซึ่งดักรออยู่ข้างหน้าได้ตัดหน้ารถของไตรภพจนตกลงไหล่ทางแล้ว รถคันนั้นก็ได้ขับไปยังที่ ๆรถไตรภพจอดอยู่ เป็นเวลาเดียวกันกับรถอีกคันที่ตามหลังมาพอดี
ชายฉกรรจ์ลงรถมาทั้งสองคัน นับจำนวนได้แปดคนต่างมีปืนพกเหน็บบริเวณเอวทุกคน มองหน้ากันให้สัญญาณเพื่อไปจับตัวคนในรถ
“เธออยู่ในรถนี่แล้วกัน ฉันจัดการเอง”
“แต่ว่า…”
ไตรภพไม่สนใจคำทัดทานของเขมิกา เปิดประตูรถออกมา เผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์ทั้งแปดยักคิ้วขึ้น ประเมินสถานการณ์เบื้องหน้า
“พวกแกเป็นใครกัน ตามฉันมาทำไม ?”
“ของที่ประมูลมาได้อยู่ไหน”
ชายฉกรรจ์ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเดินมาเผชิญหน้ากับไตรภพ ทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึงสามเมตร ชายผู้นี้มีศีรษะล้านใส่แว่นตาสีดำ
“ขโมย ?”
“ฉันไม่มีเวลามาตอบคำถามแกหรอกนะเด็กน้อยส่งของมา”
“ถ้าฉันไม่ให้หละ ?”
พรึบ
ปืนเจ็ดกระบอกด้านหลังปลายกระบอกปืนชี้ไปที่ไตรภพอย่างพร้อมเพรียงกัน ไตรภพได้แต่แสยะยิ้มมองพวกมันอย่างไม่สะทกสะท้าน
“พวกแกอุ้มมัน เจ้านายต้องการทรมานมันทั้งเป็น”
ชายหัวล้านสั่งให้บรรดาลูกน้องเข้าไปจับชายหนุ่มนี่เป็นงานง่ายอย่างมากหลังจากแบ่งกำลังออกเป็นสองชุดเพื่อตามดูหญิงสาวและชายหนุ่มแล้วกลายเป็นว่าพวกเขาทั้งคู่ได้ขับรถมาด้วยกัน จึงไม่ต้องเสียเวลาให้ยุ่งยาก
“ในเมื่อพวกแกมาร้าย งั้นก็ตายที่นี่ให้หมด”
ไตรภพโคจรลมปราณใช้กระบวนท่าแรกของเพลงหมัดเทพอสูร ‘หมัดอสูรคลั่ง’ พุ่งเข้าใส่ชายฉกรรจ์ที่ถือปืนทั้งเจ็ดคน
ตึง
ตึง
“โอ๊ยยยยยยยยย”
“อ๊ากกกกกกกกกกกก”
ระยะเวลาเพียงแค่สิบวิปืนทั้งเจ็ดกระบอกได้หล่นออกจากมือพวกเขาทุกคน ไตรภพไม่รอช้า ใช้กระบวนท่าที่สอง ‘อสูรวายุ’ ปรากฏฝุ่นจำนวนมากแผ่พุ่งเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ
เมื่อฝุ่นหายไป ร่างของทั้งเจ็ดได้ตกตายลงดวงตาเบิกค้างเหมือนตายไม่สงบ ชายหัวล้านตัวสั่นผงก ๆ ปืนที่จ่อที่ชายหนุ่มเริ่มสั่นตามแรงมือ
“แกเป็นรายต่อไป”
สำหรับไตรภพ เขาไม่ได้บอกว่าเขาคือคนดีเขาแค่ทำทุกอย่างตามกฎเกณฑ์ของตัวเขาเท่านั้น ‘ดีมาให้ดีตอบร้ายมาให้ร้ายคืนพันเท่า’ในตอนที่เป็นจักรพรรดิเทพไม่รู้ว่ามีผู้คนทั้งห้วงสุริยะได้ตายลงในน้ำมือของเขาเท่าไหร่มันมากเกินกว่าจะนับได้
“อะ อย่าเข้ามานะ”
ชายหัวล้าน ถอยหลังหนีไตรภพนี่มันเป็นเรื่องราวอะไรกัน ชายหนุ่มมือเปล่าสามารถฆ่าลูกน้องของเขาที่ถือปืนได้แค่สามสิบวิเท่านั้น สามสิบวิ! ลูกน้องของเขาตายเรียบอย่างไร้หลุมศพฝัง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ชายหัวล้านยิงปืนไปทางไตรภพจนหมดแมกเขาไม่เชื่อว่าไตรภพจะสามารถรับลูกปืนได้ ไม่ว่าอย่างไรชายหนุ่มก็ต้องตายแน่นอน
ฟิ้ว
ไตรภพเคลื่อนร่างหลบลูกกระสุนด้วยความเร็วสูงพุ่งทะยานเข้าหาชายหัวล้าน มือขวาคว้าจับไปที่ลำคออย่างแม่นยำออกแรงบีบจนยกตัวให้ลอยขึ้น
“บอกมา ใครสั่งแกมา”
“ฉะ ฉัน มะ ไม่ บะ บอก”
ชายหัวล้านพยายามดิ้นทุรนทุรายมือสองข้างพยายามที่จะตะเกียกตะกายตีมือของไตรภพที่กุมลำคอมันอยู่แต่ไตรภพก็ยังคงจับลำคอมันยกขึ้นแบบนั้นเหมือนไม่สะทกสะท้าน
“ดี ไม่บอกใช่ไหม ได้”
ไตรภพโคจรลมปราณผ่านมือซ้าย กระแทกไปที่หัวใจของชายหัวล้านมือนี้เหมือนจะกุมหัวใจไว้ เพียงแค่ออกแรงนิดเดียวสามารถบีบหัวใจให้แหลกสลายได้คามือ
“โอ้ยยยยยยยยย”
ชายหัวล้านรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นแม้มือของไตรภพจะไม่ได้ทะลวงผ่านผิวหนัง แต่เขาก็รู้สึกว่าหัวใจถูกคร่ากุมอยู่จริงๆ
“จะบอกไหม!”
“ฉะ ฉันบอก บอกแล้ว”
ไตรภพมองมันด้วยใบหน้าเรียบเฉยมือขวาปล่อยมันลงมาด้านล่าง ร่างของชายหัวล้านกระแทกพื้นเสียงดัง
“บอกมา”
“เป็นหัวหน้า เขาสั่งให้ฉันมาจับตัวคนที่ได้โสมหิมะและตราลัญจกรไป”
“หมายถึงเธอด้วย ?”
ไตรภพชี้ไปทางเขมิกา ที่กำลังมองมาข้างนอกอย่างตื่นกลัวเธอรู้สึกตาพร่า อธิบายเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ถูก ตัวสั่นไปหมด
“ใช่ ผมได้รับคำสั่งมาเช่นนั้น”
“มันอยู่ที่ไหน”
“บ้านเลขที่ 99 หมู่บ้านอัสดง ปะ ปล่อยฉันได้รึยัง”
ชายหัวล้านบอกข้อมูลที่ไตรภพต้องการจนหมดไม่ว่าอย่างไรเขาต้องออกไปจากที่นี่ให้แล้ว ชายตรงหน้าน่ากลัวเกินไปแล้วตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเจอใครที่โหดร้ายแบบนี้
“ฉันพูดตอนไหนว่าจะปล่อยแกไป ?”
ผลั้วะ
ไตรภพใช้มือขวากุมหัวใจของชายหัวล้าน บีบออกอย่างรุนแรงชายหัวร้านดิ้นได้แค่สามวินาที ก่อนที่วิญญาณจะหลุดออกจากร่าง เสียชีวิตทันที
“ฮัลโหล จักรภพ ฉันเอง”
“ครับบอส”
จักรภพเมื่อเห็นโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์ของไตรภพจึงรีบรับโทรศัพท์ เอ่ยด้วยความสุภาพ
“ฉันจะส่งโลเคชั่นให้นายทาง Line ให้คนมาเก็บกวาดอย่าให้มีหลักฐาน”
ไตรภพวางสายลงทันที พร้อมส่งโลเคชั่นไปให้จักรภพเขาไม่ต้องการให้มีหลักฐานใด ๆ สืบมาถึงตัวเขา ไม่ช้าตำรวจต้องแห่มาอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มเดินขึ้นไปเปิดประตูรถขับรถออกจากไหล่ทาง มุ่งตรงไปยังสถานที่ ที่ได้รับมาทันที ใครที่กล้าคิดร้ายกับเขามันจะต้องไม่มีชีวิตรอดอีกต่อไป
“กลัวหรอ ?”
ตาของไตรภพมองทางด้านหน้า เอ่ยถามเขมิกาที่นั่งเงียบ ตัวสั่น ท่าทางกวาดกลัวต่อเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นอย่างยิ่ง