บนท้องฟ้าในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยฝูงลูกธนูนับสิบสามดอกที่กําลังพุ่งลงมายังเบื้องล่าง
“ คุณน่ะตายไปตั้งแต่เริ่มแล้ว! ’’ ยูหมิงยืนเฉยมองดูลูกธนูทั้งหมดที่กําลังพุ่งลงมาทางชายถือดาบด้วยใบหน้าสบายๆ
“ ฮะ ?นี่ฝีมือแก ? ’’ ชายถือดาบที่ได้ยินก็ชะงักและเผยสีหน้าสับสนออกมาอย่างไรก็ตามแม้ว่าในตอนนี้เขาจะสับสนมากแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวหลบลูกธนูจํานวนทั้งหมดนี้ได้เพราะพวกมันได้พุ่งตรงลงมาด้วยความเร็วสูง !
ฉึก ฉึก ฉึก …
ร่างของชายถือดาบได้ถูกลูกธนูจํานวนสิบสามดอกเสียบทะลุเลือดสาดกระเซ็น!
เขาตายไปโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องด้วยซํ้าเพราะลูกธนูดอกแรกที่เขาโดนมันได้เสียบปักที่หัวของเขาโดยตรงเลยนั่นเลยทําให้เขาตายโดยไม่แม้จะได้ร้องโหยหวนออกมา !
ติ๊ง
คู่สี่ ผู้ชนะคือ ยูหมิงจากทีมนํ้าเงิน !
…
วูบ
เมื่อจบการต่อสู้ ยูหมิงและชายถือดาบก็ได้ถูกส่งไปประจําที่ของตัวเองเหมือนเดิม
ทางด้านยูหมิงที่ถูกส่งกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะชะงัก “ พวกคุณมองผมแบบนั้นทําไม ?’’ ในตอนนี้พวกเหลียงเย่ได้มองมายังเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“ พี่ชายนั่นคุณยิงไปโดยรู้อยู่แล้วงั้นเหรอ? ’’ ชิเฟิงถามออกมาทั้งๆที่มองยูหมิงด้วยสายตาไม่เชื่อ
“ แน่นอน !’’ ยูหมิงยิ้ม ระดับเขามีหรือจะยิงไปโดยเปล่าประโยชน์ ? ตลกแล้ว !
“ … ’’ เหลียงเย่และตงฟางจู้ที่ได้ยินก็เพียงเงียบไม่พูดอะไรพวกเขาไม่รู้ว่านั่นเป็นฝีมือของยูหมิงจริงๆหรืออีกฝ่ายก็แค่ดวงดี ดังนั้นพวกเขาก็จะยังไม่ฟันธงแต่ถ้าหากเป็นฝีมือของยูหมิงจริงๆนั่นคงจะเป็นอะไรที่สุดยอดมากเพราะการจะทําให้ได้แบบนั้นมันคงต้องพึ่งการคํานวนหรืออะไรบางอย่างๆแน่นอน !
“ เอ่อ…’’ ชิเฟิงถึงกับพูดไม่ออก ชายคนนี้จะหลงตัวเองมากเกินไปหน่อยไหม ?หรือถ้าจะโม้ก็โม้ให้มันน้อยๆหน่อย !เขาไม่ใช่คนโง่นะที่จะได้เชื่ออะไรง่ายๆน่ะ !
…
“ เฮ้ยเมื้อกี้มันทําได้ยังไงวะ อู้เจ๋อ ? ’’ ชายถือดาบมองยูหมิงแล้วหันมาถามอู้เจ๋อเขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าทําไมลูกธนูที่ถูกยิงขึ้นไปแล้วถึงได้กลับมาฆ่าเขาได้
“ ก็แค่ฟลุ๊ค! มันจะไปมีปัญญาทําอะไรแบบนั้นได้ยังไง ? แม้แต่มือโปรทั้งหลายยังทําไม่ได้เลย! ดังนั้นมันก็แค่ฟลุ๊คเท่านั้นแหละ ! ’’ โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความอู้เจ๋อพูดออกมาตามตรงอย่างดูถูก นั่นก็แค่ฟลุ๊คและดวงมันจะเป็นฝีมือจริงๆได้ยังไง ?
“ อืมก็คงจะอย่างนั้น ฉันซวยเองแหละที่ไม่ระวังตัว ’’ ชายถือดาบได้แต่พยักหน้าเข้าใจเขาเองก็คิดเหมือนๆกันกับอู้เจ๋อดังนั้นเขาจึงเชื่อว่านั่นไม่มีทางเป็นอะไรที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอีกฝ่ายได้แน่
ทางด้านคนอื่นๆที่ได้แพ้มาก่อนแล้วก็ทําเพียงพยักหน้าเห็นด้วยพวกเขาไม่เชื่ออะไรที่เวอร์เกินแบบนั้นหรอกเพราะในสายตาของพวกเขาชายหนุ่มอย่างยูหมิงนั้นไม่สามารถที่จะทําอะไรอย่างนั้นได้อย่างแน่นอน!
…
“ เอ็งเห็นรึเปล่าเมื่อกี้น่ะ? นั่นมันสุดยอดมากเลยนะ ! ’’ ที่ข้างนอกโลกเสมือนจริงหลังจากที่ฝูงชนได้เห็นภาพเหตุการณ์ข้างในที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างตกตะลึงเป็นอย่างมากที่ได้เห็นการกลับมาของลูกธนูอย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่เชื่ออยู่แล้วว่านั่นจะเป็นฝีมือของชายหนุ่มจริงดังนั้นพวกเขาจึงทําได้เพียงแค่พูดและถามออกมา
“ นั่นก็แค่ฟลุ๊ค! ’’
“ หมอนั่นจบแล้วล่ะ! เพราะตอนนี้ถึงตาของอู้เจ๋อแล้ว ! ’’
“ ไหนขอดูไอ้แบบเมื่อกี้อีกทีซิ! ถ้ามันทําได้ฉันจะไปกราบตีนมันเลยเอ้า ! ’’
“ ถุย !เอ็งมันก็กล้าพูดนะ ! ถ้ามันทําได้แล้วเองจะกล้าพูดแบบนี้ไหม ? ’’
“ … ’’
เหล่าผู้ชมทําได้เพียงพูดถึงเหตุการณ์ด้วยความไม่เชื่อและท้าทายบางคนถึงกับพนันว่ายูหมิงไม่สามารถทําอีกครั้งได้อย่างแน่นอนเพราะนั่นมันก็แค่ฟลุ๊ค !
…
วูบ
ยูหมิงและอู้เจ๋อถูกส่งตัวมาในใจกลางสนามประลอง
“ แกน่ะโชคดีมากเลยนะที่เอาชนะมันได้ด้วยลูกฟลุ๊ค’’ อู้เจ๋อมองหน้ายูหมิงแล้วพูดขึ้นเขารู้สึกอิจฉาหน่อยๆที่อีกฝ่ายมีหน้าตาหล่อเหลาถึงปานนี้
“ โชคดี ?คุณรู้ได้ยังไง ? ’’ ยูหมิงแสดงความประหลาดใจออกมาไอ้หมอนี่มันรู้งั้นเหรอว่าเขาเป็นคนที่โชคดีบ่อยๆ ?
“ ฮ่าๆๆๆระดับฉันถ้าไม่รู้ก็คงจะแปลกแล้ว ! ’’ ทางด้านอู้เจ๋อที่ได้เห็นท่าทางประหลาดใจของอีกฝ่ายเขาถึงกลับหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ เขาเก่งกาจเป็นอย่างมากมีหรือเขาจะมองไม่ออกว่านั่นก็แค่โชคดี?
“ คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าผมเป็นคนโชคดี? ’’ ยูหมิงอดใจถามออกไปไม่ได้ชายหนุ่มตรงหน้าเขาดูท่าอาจจะรู้จริงหรือเดาส่งเดชก็ได้แต่เขาก็ยังอยากรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ได้ยังไง
“ พรวด !’’ อู้เจ๋อที่กําลังหัวเราะอยู่ดีๆก็ต้องสําลักนํ้าลายทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่
“ นี่แกหลอกด่าฉันสินะ?! ’’ เขามองไปยังอีกฝ่ายด้วยความโกรธในตอนนี้เขารู้แล้วว่าที่อีกฝ่ายแกล้งทําเป็นประหลาดใจมันไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายยอมรับแต่มันเป็นเพราะอีกฝ่ายต้องการทําให้เขาเป็นเหมือนคนโง่ !
“ ผมไม่ได้ด่าคุณหรอก! แต่ถ้าคุณไม่รู้จริงๆคุณก็คงจะเป็นคนโง่อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ ! ’’ ยูหมิงถอนหายใจเบาๆ ชายตรงหน้าที่แท้มันก็ไม่รู้ ไอ้เขาก็นึกว่ามันจะรู้เฮ้อ…
โง่จริงๆ !
“ กะ...แก! ’’ อู้เจ๋อที่ได้ยินก็แทบกระอักเลือดเขาไม่รอช้าและกระชับกระบี่ในมือพุ่งเข้าหายูหมิงทันทีไอ้หมอนี่มันกล้ามายั่วยุเขา เขาจะสอนมันเองว่าความตายน่ะมันเป็นยังไง !
“ คุณจะฆ่าผม? ’’ ยูหมิงผงะกะอีแค่เขาพูดไปไม่กี่คําอีกฝ่ายก็จะฆ่าแกงกันเลยรึ ?
เฮ้อ…
“ ก็ใช่น่ะสิ! ตาย ! ’’ อู้เจ๋อพูดเสียงดังแล้วฟันกระบี่เข้าใส่ยูหมิง
“ โอ๊ะ !’’ ยูหมิงหลบและกลอกตาไปมา “ อ๋อ !ผมรู้แล้วว่าคุณหมายถึงอะไร ! ที่แท้คุณก็อยากรู้นั่นเองว่านั่นเป็นโชคดีหรืออะไรก็ดี ! ผมจะแสดงมันให้ดูอีกครั้ง ! ’’ แหมๆทําเอาเขาเข้าใจผิดตั้งนานที่แท้ก็อยากรู้อันนั้นนี่เอง
“ แกพร่ามห่าไรวะ! ’’ หน้าของอู้เจ๋อในตอนนี้แดงกํ่าด้วยความหงุดหงิดเพราะเขาไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ในกระบี่เดียว นั่นน่ะเป็นอะไรที่น่าอับอายมากยิ่งมาถูกอีกฝ่ายพูดพร่ามให้ฟังเขายิ่งหงุดหงิดจนเดือดแทบคลั่งเลยล่ะ !
“ งั้นคุณช่วยถอยไปหน่อยแล้วกันผมจะได้แสดงมันให้ดู! ’’ ยูหมิงไม่สนใจอีกฝ่ายที่โกรธจัด เขายกขาซัดลูกเตะออกไปทันที
ปัง
ร่างของอู้เจ๋อกระเด็นไปไกลหลายเมตรและหยุดลงนอนอยู่บนพื้นอย่างแน่นิ่ง
“ อั๊ก’’ อู้เจ๋อกระอักเลือดออกมาคําโตร่างทั้งร่างของเขาในตอนนี้ยับเยินเป็นอย่างมาก หรือเรียกได้ว่าครึ่งเป็นครึ่งตาย!
ในตอนนี้เขาไม่สามารถขยับตัวและหันไปไหนได้นอกจากมองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีครามที่สดใสพร้อมกับนึกถึงคําพูดที่ได้ยินก่อนจะถูกส่งมานอนตรงนี้!
‘ งั้นคุณช่วยถอยไปหน่อยแล้วกันผมจะได้แสดงมันให้ดู! ’
ช่วยถอยไปหน่อย ?
ช่วยบ้านเอ็งดิ ! ถ้าจะเตะฉันมาแบบนี้แล้วเอ็งจะขอทําไมฟะ?
ฆ่ากันให้ตายๆไปเลยยังจะดีกว่าอีก!
“ เฮ้ย !เมื่อกี้เขาทําได้ยังไงน่ะ ! นั่นใช่พละกําลังที่คนจะมีแน่เหรอ ?! ’’ ที่ฝั่งนํ้าเงิน ตงฟางจู้ในตอนนี้ได้เบิกตากว้างมองไปยังยูหมิงด้วยความไม่อยากเชื่อเพราะในเมื่อครู่นี้เขาได้เห็นเต็มสองตาเลยว่ายูหมิงเพียงแค่ซัดลูกเตะอย่างชิวๆออกไปอู้เจ๋อคนนั้นก็ปลิวกระเด็นราวกับกระสอบทรายไปนอนไกลอยู่ที่ตรงนั้นในสภาพใกล้ตาย !
นี่เขาทําได้ยังไง ?!
“ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่นี่มันเกินขอบเขตของมนุษย์ไปแล้วหรือว่านี่จะเป็นเพราะระบบเกิดผิดพลาดเลยทําให้เขามีพละกําลังเพิ่มขึ้นมามหาศาลถึงขนาดนั้น? ’’ เหลียงเย่ได้แต่ส่ายหัวด้วยความไม่รู้แล้วคาดเดาในความคิดของเขามันอาจจะเป็นเพราะระบบเกิดผิดพลาดก็ได้เลยทําให้พละกําลังของยูหมิงเพิ่มขึ้นจนผิดปกติและทําอย่างนั้นได้
ชิเฟิงที่ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยเขาคิดว่าที่เหลียงเย่พูดมานั้นมีความจริงอยู่มาก แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมาเขาก็ต้องสะดุ้งที่ได้ยินเสียงของตงฟางจู้
“ เฮ้ย !ดูนั่นดิ ! เขาตั้งใจจะทําแบบนั้นอีกครั้งจริงๆเหรอ ? ’’ ตงฟางจู้โพล่งขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตกใจเพราะเขาสังเกตเห็นว่ายูหมิงกําลังยิงลูกธนูขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้งแล้ว
“ ก็ไม่รู้สิ? แต่เขาจะไปทําได้ยังไง ? หรือว่าเขาจะทําได้จริงๆเลยอยากแสดงให้เห็น? ’’ เหลียงเย่ยังคงส่ายหัวอีกครั้งก่อนจะจ้องมองไปยังยูหมิงด้วยความสับสนเขาสับสนเป็นอย่างมากว่าทําไมยูหมิงถึงไม่จบการต่อสู้ทั้งๆที่สามารถทําได้เลย
หรืออีกฝ่ายจะสามารถทําอย่างนั้นได้จริงๆ?
“ พี่ชายเขาคงต้องการจะโชว์ให้เห็นว่าเขาสามารถทําได้ล่ะมั้งครับ’’ ชิเฟิงก็ได้แต่ยิ้มแหยๆพูดออกมาเขารู้สึกพิลึกพิลั่นเป็นอย่างมากที่ชายหนุ่มคนนี้ต้องการโชว์อะไรที่ไม่สามารถทําได้
…
ที่ด้านนอกของโลกเสมือนจริง
“ ไอ้หมอนั่นมันบ้ารึเปล่าวะ? ’’ ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นเขามีความคิดว่าไอ้นั่นต้องบ้าแน่ๆไม่งั้นมันคงไม่มาทําอะไรปัญญาอ่อนให้ตัวเองขายขี้หน้าหรอก
“ อืมมันคงบ้าจริงๆ ’’ ชายหนุ่มอีกคนพยักหน้าเห็นด้วย
“ เฮ้อถ้าระบบไม่เกิดผิดพลาดอู้เจ๋อคงไม่ต้องมีสภาพเป็นอย่างนี้ ’’ คนๆหนึ่งในฝูงชนถอนหายใจออกมาเขามองไปยังอู้เจ๋อที่นอนแน่นิ่งด้วยความเห็นใจในความคิดของเขาอู้เจ๋อไม่ควรจะต้องมาแพ้คนปัญญาอ่อนอย่างนี้ !
“ พรวด !เฮ้ย ! ได้ไงฟะ ?! ’’ ในขณะที่ทุกๆคนกําลังแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอยู่เจ้าของร้านที่กําลังนั่งดูมอนิเตอร์และกินนํ้าอย่างสบายๆก็ได้สําลักนํ้าออกมาและมองไปยังภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
“ เจ้าของร้านเป็นอะไรน่ะ? ’’ เหล่าผู้คนที่กําลังแสดงความคิดเห็นอยู่ก็ได้หยุดชะงักและหันไปมองเจ้าของร้านอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสับสน
เจ้าของร้านเขาเป็นอะไรถึงได้สําลักนํ้าพรวดออกมาแบบนั้น?
แล้วยังมีท่าทางตกใจที่ราวกับตาจะถลนออกมานี่อีก?
นี่เขาคงจะไม่ได้ไปโดนตัวไหนมาหรอกนะ?
“ แค่กแค่ก พวกคุณไม่ต้องมาสนใจผมแต่พวกคุณควรดูนั่น ! ’’ หลังจากที่ตกใจและเผลอสําลักนํ้าออกมาเจ้าของร้านก็ไอแค่กๆก่อนจะชี้นิ้วไปยังมอนิเตอร์ตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นอะไรแบบนี้อีกครั้ง!
โดยไม่รอช้าผู้คนทั้งหมดหันไปมองที่มอนิเตอร์อย่างรวดเร็วก่อนตะลึงงันและแสดงพวกมันออกมาบนใบหน้า
“ เชี่ย ?มันทําได้จริงๆ ? ’’ ชายคนหนึ่งที่ตกตะลึงได้ถามออกมาอย่างไม่รู้ตัว