กระบี่ฟ้าสังหาร

    กระบี่ฟ้าสังหาร ตอนที่ 43 : ทลายค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน

    " ข้าชิงหยาง " เด็กหนุ่มเอ่ยออกมา 


    หลังจากที่ฟื้นฟูร่างกายด้วยโอสถฟื้นฟูแล้วเสร็จ เด็กหนุ่มให้ครุ่นคิดอย่างหนัก


    ปลายทางของการฝึกฝนยังอยู่อีกแสนไกล ทั้งทรัพยากรอีกมากมายที่ต้องมีไว้เพื่อฝึกฝน


    เพียงแค่นี้ก็คิดมากจนปวดหัวแล้ว แต่สิ่งที่เขาคิดหนักกว่าเรื่องทรัพยากรก็คือ


    ร่างกายของเขามันผิดแผกแตกต่างจากผู้อื่นมากนัก ผู้อื่นใช้ทรัพยากรเพียงหนึ่งแต่เขาใช้ถึงห้า 


    แต่ก็ยังดีอยู่อย่างที่เขาสามารถดื่มกินโลหิตแลเนื้อของสัตว์อสูรได้ มิเช่นนั้นก็มิรู้ว่าจะหาทรัพยากรจากที่ใด 


    แม้นเขาจะดื่มกินโลหิตแลเนื้อของสัตว์อสูรได้ แต่ก็ลดทอนลงไปเพียงสองส่วน อีกสามส่วนที่เหลือก็ต้องออกค้นหาอยู่ดี


    " ฮื่อห์ " เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    ซื่อเสียนจื่อสัมผัสได้ถึงความหนักใจของเด็กหนุ่ม ก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเงียบๆ


    มันจะมิสามารถเป็นยอดยุทธระดับสูงได้เลย หากปราศจากการสนับสนุนจากสำนัก หรือตระกูล


    ยิ่งเป็นศิษย์สำคัญสำนักแลตระกูลก็ยิ่งทุ่มเททรัพยกรมากมายให้ แตกต่างจากศิษย์สามัญที่มิมีแม้นแต่ผู้คนเหลียวแล


    " ข้าเข้าใจเจ้า " ซื่อเสียนจื่อพึมพำอยู่หลังเด็กหนุ่ม


    " ไป " ชิงหยางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน เด็กหนุ่มหมุนควงสะบัดกระบี่ไปมาแลก้าวเดินไปยังบันไดขั้นถัดไป 


    เสียงลมกระบี่กระทบกันดังเสียดแทงทะลวงโสตเป็นยิ่งนัก เสียงเล็กแหลมบาดลึกเข้าในใจ


    ทุกก้าวย่างของเด็กหนุ่มนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่น เขาเชื่อมั่นว่าด้วยมือของเขาเขาจะสามารถพิชิตทุกสิ่งที่อยู่ต่อหน้าได้ 


    เวลาไหลเวียนผ่านไปอีกสองเค่อ เด็กหนุ่มถึงกับเป่าปากออกมาอย่างแรง " อีกเพียงก้าวเดียว " เด็กหนุ่มพึมพำ


    สองตามองจ้องยังลานกว้างที่อยู่เบื้องหน้า มือหนึ่งกำกระบี่สีฟ้าไว้แน่น 


    โลหิตไหลทะลักอาบย้อมกายาจนแดงฉาน บาดแผลจากลมกระบี่ปรากฎเต็มทั่วร่าง


    บากแผลยังกินลึกถึงกระดูก ช่องท้องที่เป็นรูใหญ่เพราะถูกรูปรอยกระบี่สีดำทะลวงออกหลัง 


    เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก พลางก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้า เพียงเท้าของเด็กหนุ่มสัมผัสลงยังพื้นของลานกว้างบนยอดเขา


    " วิ้ง " พลันปรากฎรูปรอยกระบี่เก้าเส้นแสงล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ


    " ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน " ซื่อเสียนจื่อพึมพำ 


    " ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน " เด็กหนุ่มพึมพำ


    นี่เป็นคราแรกที่ได้เห็นค่ายกลกระบี่ สองตาของเด็กหนุ่มจ้องมองมิวางวาย


    " มันเป็นเช่นใด " เด็กหนุ่มเร่งเอ่ยถาม เพราะเขามีความรู้สึกว่าค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันนี้อันตรายยิ่งนัก


    " มันเป็นค่ายกลสังหาร หากผู้ใดตกอยู่ภายใต้วงล้อมของค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา


    " มันทำงานเช่นใด " เด็กหนุ่มเอ่ยถาม


    เขาคิดว่าทุกสิ่งอย่างนั้นต้องมีหลักในการทำงาน หากสามารถจำจุดได้ก็สามารถช่วงชิงความได้เปรียบ


    " ข้าได้ยินเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเล่าใหัฟังว่า ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันนี้มันจะส่งรูปรอยของกระบี่เข้าโจมตีจากทุกทิศทาง " ซื่อเสียนจื่อเอ่ย


    " เพียงแค่นี้รึ " เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างร้อนใจ เพราะที่ไอ้อ้วนบอกมามิได้ช่วยอันใดเลย


    " ใช่ ข้ารู้เพียงแค่นี้ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา 


    " มาดูซิว่ามันจะแข็งแกร่งเพียงใด " เด็กหนุ่มยกยิ้มออกมา


    ประกายตาคมกล้าเปล่งแสงวาววับ เขาอยากทดสอบขีดจำกัดของร่างกายอยู่พอดี


    หลายขั้นบันใดที่ผ่านมาแม้นจะเป็นการทดสอบที่หน่วงหนัก แต่ก็หาเป็นกระไรไม่ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันนี่สิจึงจะเป็นของจริง


    " เจ้าบ้าไปแล้วรึ " ซื่อเสียนจื่อร้องออกมาอย่างงุนงง


    มันเคยเห็นยอดยุทธมากมายวิ่งหนีจากค่ายกลสังหาร แต่มันเพิ่งเคยพบพานคนที่ก้าวเดินเข้าหาความตาย


    " หากเจ้าตาย อย่าได้ว่าข้าที่พาเจ้ามา " ไอ้อ้วนร้องออกมา


    " อึ้ม " ชิงหยางพยักหน้า พลางเปลี่ยนกระบี่สีฟ้าไปมือซ้าย แลเรียกกระบี่ฟ้าสังหารออกมา


    ชิงหยางเปลี่ยนท่าถือกระบี่สีฟ้าเป็นให้ปลายกระบี่ชี้ออกไปด้านหลัง เขาหมายใช้กระบี่สีฟ้าเข้าต้าน แลใช้กระบี่ฟ้าสังหารโจมตี 


    ชิงหยางกลืนโอสถรวมปราณเข้าไปสิบเม็ด แลรอให้พลังฟ้าดินแผ่ออกทั่วร่าง 


    " มา " ชิงหยางร้องออกสุดเสียงและทะยานร่างเข้าหาค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน


    " วู๊มมม " พลันกระบี่ทั้งเก้าสั่นไหวอย่างรุนแรง แลพุ่งทะยานเข้ารายล้อมทั่วร่างของเด็กหนุ่ม


    " ไอ้หนู ไหวรึ " ชายชราเหลาพึมพำ ชายชราเหลาเฝ้ามองชิงหยางตั้งแต่เหยียบบันไดขั้นแรก 


    เมื่อเด็กหนุ่มก้าวมาถึงบันไดบั้นที่เก้าสิบเก้าชายชราเหลาให้ดีใจสุดแสน เพราะสำนักพบเจอสุดยอดอัจฉริยะหมื่นปีพบเจอ


    " หากเรื่องนี้ถูกแพร่พรายออกไป เห็นจะมีข่าวใหญ่ระดับหัวเมืองชั้นกลางเป็นแน่ ทั้งยังอาจถูกแย่งชิงตัว " ชายชราเหลาพึมพำ 


    หัวเมืองชั้นกลางนั้นอยู่ในเขตแดนตอนกลางของแผ่นดิน เต็มไปด้วยสำนักน้อยใหญ่มากมาย ทั้งแต่ละสำนักก็มียอดอัจฉริยะอยู่มากมาย


    แม้นสำนักน้อยใหญ่จะมีอัจฉริยะอยู่มากมาย แต่หากได้พบความสุดยอดของเด็กหนุ่มแล้ว อัจฉริยะที่มากมายแทบมิมีความหมายใด


    " ฟิ้ว " กระบี่เล่มแรกฟันเฉียงลงมาอย่างรวดเร็ว ลมกระบี่วูบไหวฟาดลง


    เด็กหนุ่มเบี่ยงกายพลางยกแขนซ้ายขึ้น 


    " เคร้ง " กระบี่แรกฟันลงยังกระบี่สีฟ้าอย่างแรง 


    " อือ " ชิงหยางร้องครางในลำคอ เพราะลมกระบี่รุนแรงเป็นยิ่งนัก


    ชิงหยางมิรั้งรอให้ลมกระบี่ที่สองมา ใช้ออกด้วยใบหลิวเล่นลม 


    " ฟิ้ง " คมกระบี่บางเฉียบราวใบหลิวพุ่งทะยานออก ใบหลิวเล่นลมตัดฝ่าอากาศเข้าหากระบี่แรก


    " ตูมม " กระบี่แรกถูกระเบิดเป็นจุณ หมอกควันฟุ้งกำจาย


    " ดี " ซื่อเสียนจื่อที่ตกตะลึงอยู่พลางร้องออกในทันใด 


    ตั้งแต่วันเริ่มฝึกยุทธมันยังมิเคยพบพานผู้ใดที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาก่อน


    " ฟิ้ว ฟิ้ว " สองลอยกระบี่พุ่งทะยานหาซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ลมกระบี่ตีกระหนาบสองฝั่ง


    เด็กหนุ่มกวาดตามองซ้ายขวา พลางครุ่นคิด ฉับพลันร่างของเด็กหนุ่นทะยานขึ้นสูง


    " เคร้ง " สองลมกระบี่ปะทะกันเองจนสลาย 


    " ฟิ้ง ฟิ้ง " สองกระบวนท่าใบหลิวเล่นลมพุ่งทะยานเข้าหากระบี่ทั้งสอง


    " ตูมม " เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นยอดเขา ฝุ่นควันฟัุงกำจายทั่ว


    " เหลือหก " ซื่อเสียนจื่อร้องออกมา มันมองยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มอย่างดีใจ


    " มิคิดเลยว่า ชิงหยางจะเก่งกาจขนาดนี้ " ซื่อเสียนจื่อพึมพำ 


    ชิงหยางทะยานร่างขึ้นอีกครา พลางหมุนตัววาดใบหลิวตัดขวาง 


    " ฟิ้ง " คมกระบี่บางเฉียบทะยานออกเป็นวงแหวนรอบตัว รัศมีวงแหวนเริ่มขยายออก


    " เคร้ง ตูมม " สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งฝุ่นควันยังฟุ้งกำจายทั่วยอดเขา 


    ชิงหยางมองยังกระบี่ที่เหลืออีกสี่ พลางพยักหน้า " สี่กระบวนท่าเพียงพริบตา "


    " แทงตรง ฟันเฉียง ฟันตรง ตัดขวาง " ชิงหยางพึมพำ แลใช้ออกทั้งสี่กระบวนท่าอย่างรวดเร็ว


    ซื่อเสียนจื่อที่ยืนมองถึงกับอ้าปากค้าง สองตาเบิกกว้าง มือไม้สั่นเทา


    " ตูมม " แรงระเบิดปลุกไอ้อ้วนให้ตื่นจากภวังค์ 


    มันใช้มือปัดฝุ่นควันที่ปกคลุมทั่วยอดเขา พลางแสดงสีหน้ามิอยากเชื่อ 


    " สำเร็จ " ไอ้อ้วนร้องออกมา พลางทะยานร่างเข้าหาเด็กหนุ่ม


    " เจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ไอ้อ้วนฉีกยิ้มอย่างดีใจ


    " ไปเร็ว ประเดี๋ยวจะมีคนมาพบเข้า " ไอ้อ้วนร้องออกพลางลากเด็กหนุ่มไปยังตำหนักผุพัง 


    " นั่มมัน สี่กระบวนท่าเพียงพริบตา " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา


    " สามกระบวนท่าว่าฝึกยากแล้ว เจ้ากลับฝึกสี่กระบวนท่าได้ ทั้งยังใช้ออกได้อย่างยอดเยี่ยม " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา


    " หึ หึ หึ " ชายชราเหลาใช้สองมือขยี้ศีรษะทั้งยังดึงทึ้งเส้นผมของตนราวคนบ้า


    " สุดยอดอัจฉริยะ สุดยอดอัจฉริยะ " ชายชราเหลาพึมพำ 


    ร่างชราทะยานไปยังยอดเขาอย่างเชื่องช้า ในภาพจำนั้นเด็กหนุ่มใช้ออกทั้งสี่กระบวนท่าอย่างช่ำชอง 


    เสมือนดั่งว่าเด็กหนุ่มฝึกฝนมานานปี ทั้งทุกกระบวนท่ายังเกรี้ยวกราดหนักหน่วงรุนแรงทรงประสิทธิภาพยิ่ง


    " ต้องให้ชิงหยางเก็บสี่กระบวนท่าเพียงพริบตาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเปิดออกไป " ชายชราเหลาพยักหน้าช้าๆ


    ชิงหยางแลไอ้อ้วนยืนอยู่หน้าตำหนักผุพัง สองคนมองหน้ากันพลางพยักหน้า


    ฝ่ามือของทั้งสองยื่นเหยียดออก แลผลักประตูที่จวนเจียนจะหลุดร่วง


    " แอ๊ด ครืด " เสียงสองบานประตูเปิดออก 


    พลันบรรยากาศแปรเปลี่ยนไปในทันใด ความเยืยกเย็นเข้าปกคลุมสองร่าง กลิ่นชวนคลื่นเหียนโชยออกจากภายใน


    " ข้างในมีสิ่งใด " ชิงหยางเอ่ยออกมา สองตาของเด็กหนุ่มพยายามมองฝ่าฝุ่นควันที่ล่องลอยอยู่ในตำหนัก


    " ฝุ่นหนายิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ 


    " นี่มัน พลังหยิน " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา ชายชราครุ่นคิดในทันใด 


    " ตำหนักหลังนี้ เจ้าตำหนักคนสุดท้ายฝึกกระบี่หยิน แลเคล็ดวิชาหยิน " ชายชราเหลาพึมพำ 


    " มิดีแน่ หากทั้งสองเข้าสู่วิถีแห่งหยิน " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา 


    " ไป " ชายชราเหลาทะยานร่างไปยังยอดเขาอย่างรวดเร็ว


    " ยั้งฝีเท้าไว้ " ชายชราเหลาร้องออกมา 


    คล้ายกับเรื่องกระบี่ฟ้าสังหาร ที่คุณอ่าน