" ข้าชิงหยาง " เด็กหนุ่มเอ่ยออกมา
หลังจากที่ฟื้นฟูร่างกายด้วยโอสถฟื้นฟูแล้วเสร็จ เด็กหนุ่มให้ครุ่นคิดอย่างหนัก
ปลายทางของการฝึกฝนยังอยู่อีกแสนไกล ทั้งทรัพยากรอีกมากมายที่ต้องมีไว้เพื่อฝึกฝน
เพียงแค่นี้ก็คิดมากจนปวดหัวแล้ว แต่สิ่งที่เขาคิดหนักกว่าเรื่องทรัพยากรก็คือ
ร่างกายของเขามันผิดแผกแตกต่างจากผู้อื่นมากนัก ผู้อื่นใช้ทรัพยากรเพียงหนึ่งแต่เขาใช้ถึงห้า
แต่ก็ยังดีอยู่อย่างที่เขาสามารถดื่มกินโลหิตแลเนื้อของสัตว์อสูรได้ มิเช่นนั้นก็มิรู้ว่าจะหาทรัพยากรจากที่ใด
แม้นเขาจะดื่มกินโลหิตแลเนื้อของสัตว์อสูรได้ แต่ก็ลดทอนลงไปเพียงสองส่วน อีกสามส่วนที่เหลือก็ต้องออกค้นหาอยู่ดี
" ฮื่อห์ " เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง
ซื่อเสียนจื่อสัมผัสได้ถึงความหนักใจของเด็กหนุ่ม ก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเงียบๆ
มันจะมิสามารถเป็นยอดยุทธระดับสูงได้เลย หากปราศจากการสนับสนุนจากสำนัก หรือตระกูล
ยิ่งเป็นศิษย์สำคัญสำนักแลตระกูลก็ยิ่งทุ่มเททรัพยกรมากมายให้ แตกต่างจากศิษย์สามัญที่มิมีแม้นแต่ผู้คนเหลียวแล
" ข้าเข้าใจเจ้า " ซื่อเสียนจื่อพึมพำอยู่หลังเด็กหนุ่ม
" ไป " ชิงหยางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน เด็กหนุ่มหมุนควงสะบัดกระบี่ไปมาแลก้าวเดินไปยังบันไดขั้นถัดไป
เสียงลมกระบี่กระทบกันดังเสียดแทงทะลวงโสตเป็นยิ่งนัก เสียงเล็กแหลมบาดลึกเข้าในใจ
ทุกก้าวย่างของเด็กหนุ่มนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่น เขาเชื่อมั่นว่าด้วยมือของเขาเขาจะสามารถพิชิตทุกสิ่งที่อยู่ต่อหน้าได้
เวลาไหลเวียนผ่านไปอีกสองเค่อ เด็กหนุ่มถึงกับเป่าปากออกมาอย่างแรง " อีกเพียงก้าวเดียว " เด็กหนุ่มพึมพำ
สองตามองจ้องยังลานกว้างที่อยู่เบื้องหน้า มือหนึ่งกำกระบี่สีฟ้าไว้แน่น
โลหิตไหลทะลักอาบย้อมกายาจนแดงฉาน บาดแผลจากลมกระบี่ปรากฎเต็มทั่วร่าง
บากแผลยังกินลึกถึงกระดูก ช่องท้องที่เป็นรูใหญ่เพราะถูกรูปรอยกระบี่สีดำทะลวงออกหลัง
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก พลางก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้า เพียงเท้าของเด็กหนุ่มสัมผัสลงยังพื้นของลานกว้างบนยอดเขา
" วิ้ง " พลันปรากฎรูปรอยกระบี่เก้าเส้นแสงล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ
" ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน " ซื่อเสียนจื่อพึมพำ
" ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน " เด็กหนุ่มพึมพำ
นี่เป็นคราแรกที่ได้เห็นค่ายกลกระบี่ สองตาของเด็กหนุ่มจ้องมองมิวางวาย
" มันเป็นเช่นใด " เด็กหนุ่มเร่งเอ่ยถาม เพราะเขามีความรู้สึกว่าค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันนี้อันตรายยิ่งนัก
" มันเป็นค่ายกลสังหาร หากผู้ใดตกอยู่ภายใต้วงล้อมของค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
" มันทำงานเช่นใด " เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
เขาคิดว่าทุกสิ่งอย่างนั้นต้องมีหลักในการทำงาน หากสามารถจำจุดได้ก็สามารถช่วงชิงความได้เปรียบ
" ข้าได้ยินเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเล่าใหัฟังว่า ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันนี้มันจะส่งรูปรอยของกระบี่เข้าโจมตีจากทุกทิศทาง " ซื่อเสียนจื่อเอ่ย
" เพียงแค่นี้รึ " เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างร้อนใจ เพราะที่ไอ้อ้วนบอกมามิได้ช่วยอันใดเลย
" ใช่ ข้ารู้เพียงแค่นี้ " ซื่อเสียนจื่อเอ่ยออกมา
" มาดูซิว่ามันจะแข็งแกร่งเพียงใด " เด็กหนุ่มยกยิ้มออกมา
ประกายตาคมกล้าเปล่งแสงวาววับ เขาอยากทดสอบขีดจำกัดของร่างกายอยู่พอดี
หลายขั้นบันใดที่ผ่านมาแม้นจะเป็นการทดสอบที่หน่วงหนัก แต่ก็หาเป็นกระไรไม่ค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันนี่สิจึงจะเป็นของจริง
" เจ้าบ้าไปแล้วรึ " ซื่อเสียนจื่อร้องออกมาอย่างงุนงง
มันเคยเห็นยอดยุทธมากมายวิ่งหนีจากค่ายกลสังหาร แต่มันเพิ่งเคยพบพานคนที่ก้าวเดินเข้าหาความตาย
" หากเจ้าตาย อย่าได้ว่าข้าที่พาเจ้ามา " ไอ้อ้วนร้องออกมา
" อึ้ม " ชิงหยางพยักหน้า พลางเปลี่ยนกระบี่สีฟ้าไปมือซ้าย แลเรียกกระบี่ฟ้าสังหารออกมา
ชิงหยางเปลี่ยนท่าถือกระบี่สีฟ้าเป็นให้ปลายกระบี่ชี้ออกไปด้านหลัง เขาหมายใช้กระบี่สีฟ้าเข้าต้าน แลใช้กระบี่ฟ้าสังหารโจมตี
ชิงหยางกลืนโอสถรวมปราณเข้าไปสิบเม็ด แลรอให้พลังฟ้าดินแผ่ออกทั่วร่าง
" มา " ชิงหยางร้องออกสุดเสียงและทะยานร่างเข้าหาค่ายกลกระบี่เก้าสุริยัน
" วู๊มมม " พลันกระบี่ทั้งเก้าสั่นไหวอย่างรุนแรง แลพุ่งทะยานเข้ารายล้อมทั่วร่างของเด็กหนุ่ม
" ไอ้หนู ไหวรึ " ชายชราเหลาพึมพำ ชายชราเหลาเฝ้ามองชิงหยางตั้งแต่เหยียบบันไดขั้นแรก
เมื่อเด็กหนุ่มก้าวมาถึงบันไดบั้นที่เก้าสิบเก้าชายชราเหลาให้ดีใจสุดแสน เพราะสำนักพบเจอสุดยอดอัจฉริยะหมื่นปีพบเจอ
" หากเรื่องนี้ถูกแพร่พรายออกไป เห็นจะมีข่าวใหญ่ระดับหัวเมืองชั้นกลางเป็นแน่ ทั้งยังอาจถูกแย่งชิงตัว " ชายชราเหลาพึมพำ
หัวเมืองชั้นกลางนั้นอยู่ในเขตแดนตอนกลางของแผ่นดิน เต็มไปด้วยสำนักน้อยใหญ่มากมาย ทั้งแต่ละสำนักก็มียอดอัจฉริยะอยู่มากมาย
แม้นสำนักน้อยใหญ่จะมีอัจฉริยะอยู่มากมาย แต่หากได้พบความสุดยอดของเด็กหนุ่มแล้ว อัจฉริยะที่มากมายแทบมิมีความหมายใด
" ฟิ้ว " กระบี่เล่มแรกฟันเฉียงลงมาอย่างรวดเร็ว ลมกระบี่วูบไหวฟาดลง
เด็กหนุ่มเบี่ยงกายพลางยกแขนซ้ายขึ้น
" เคร้ง " กระบี่แรกฟันลงยังกระบี่สีฟ้าอย่างแรง
" อือ " ชิงหยางร้องครางในลำคอ เพราะลมกระบี่รุนแรงเป็นยิ่งนัก
ชิงหยางมิรั้งรอให้ลมกระบี่ที่สองมา ใช้ออกด้วยใบหลิวเล่นลม
" ฟิ้ง " คมกระบี่บางเฉียบราวใบหลิวพุ่งทะยานออก ใบหลิวเล่นลมตัดฝ่าอากาศเข้าหากระบี่แรก
" ตูมม " กระบี่แรกถูกระเบิดเป็นจุณ หมอกควันฟุ้งกำจาย
" ดี " ซื่อเสียนจื่อที่ตกตะลึงอยู่พลางร้องออกในทันใด
ตั้งแต่วันเริ่มฝึกยุทธมันยังมิเคยพบพานผู้ใดที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาก่อน
" ฟิ้ว ฟิ้ว " สองลอยกระบี่พุ่งทะยานหาซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ลมกระบี่ตีกระหนาบสองฝั่ง
เด็กหนุ่มกวาดตามองซ้ายขวา พลางครุ่นคิด ฉับพลันร่างของเด็กหนุ่นทะยานขึ้นสูง
" เคร้ง " สองลมกระบี่ปะทะกันเองจนสลาย
" ฟิ้ง ฟิ้ง " สองกระบวนท่าใบหลิวเล่นลมพุ่งทะยานเข้าหากระบี่ทั้งสอง
" ตูมม " เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นยอดเขา ฝุ่นควันฟัุงกำจายทั่ว
" เหลือหก " ซื่อเสียนจื่อร้องออกมา มันมองยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มอย่างดีใจ
" มิคิดเลยว่า ชิงหยางจะเก่งกาจขนาดนี้ " ซื่อเสียนจื่อพึมพำ
ชิงหยางทะยานร่างขึ้นอีกครา พลางหมุนตัววาดใบหลิวตัดขวาง
" ฟิ้ง " คมกระบี่บางเฉียบทะยานออกเป็นวงแหวนรอบตัว รัศมีวงแหวนเริ่มขยายออก
" เคร้ง ตูมม " สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งฝุ่นควันยังฟุ้งกำจายทั่วยอดเขา
ชิงหยางมองยังกระบี่ที่เหลืออีกสี่ พลางพยักหน้า " สี่กระบวนท่าเพียงพริบตา "
" แทงตรง ฟันเฉียง ฟันตรง ตัดขวาง " ชิงหยางพึมพำ แลใช้ออกทั้งสี่กระบวนท่าอย่างรวดเร็ว
ซื่อเสียนจื่อที่ยืนมองถึงกับอ้าปากค้าง สองตาเบิกกว้าง มือไม้สั่นเทา
" ตูมม " แรงระเบิดปลุกไอ้อ้วนให้ตื่นจากภวังค์
มันใช้มือปัดฝุ่นควันที่ปกคลุมทั่วยอดเขา พลางแสดงสีหน้ามิอยากเชื่อ
" สำเร็จ " ไอ้อ้วนร้องออกมา พลางทะยานร่างเข้าหาเด็กหนุ่ม
" เจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ไอ้อ้วนฉีกยิ้มอย่างดีใจ
" ไปเร็ว ประเดี๋ยวจะมีคนมาพบเข้า " ไอ้อ้วนร้องออกพลางลากเด็กหนุ่มไปยังตำหนักผุพัง
" นั่มมัน สี่กระบวนท่าเพียงพริบตา " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" สามกระบวนท่าว่าฝึกยากแล้ว เจ้ากลับฝึกสี่กระบวนท่าได้ ทั้งยังใช้ออกได้อย่างยอดเยี่ยม " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" หึ หึ หึ " ชายชราเหลาใช้สองมือขยี้ศีรษะทั้งยังดึงทึ้งเส้นผมของตนราวคนบ้า
" สุดยอดอัจฉริยะ สุดยอดอัจฉริยะ " ชายชราเหลาพึมพำ
ร่างชราทะยานไปยังยอดเขาอย่างเชื่องช้า ในภาพจำนั้นเด็กหนุ่มใช้ออกทั้งสี่กระบวนท่าอย่างช่ำชอง
เสมือนดั่งว่าเด็กหนุ่มฝึกฝนมานานปี ทั้งทุกกระบวนท่ายังเกรี้ยวกราดหนักหน่วงรุนแรงทรงประสิทธิภาพยิ่ง
" ต้องให้ชิงหยางเก็บสี่กระบวนท่าเพียงพริบตาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเปิดออกไป " ชายชราเหลาพยักหน้าช้าๆ
ชิงหยางแลไอ้อ้วนยืนอยู่หน้าตำหนักผุพัง สองคนมองหน้ากันพลางพยักหน้า
ฝ่ามือของทั้งสองยื่นเหยียดออก แลผลักประตูที่จวนเจียนจะหลุดร่วง
" แอ๊ด ครืด " เสียงสองบานประตูเปิดออก
พลันบรรยากาศแปรเปลี่ยนไปในทันใด ความเยืยกเย็นเข้าปกคลุมสองร่าง กลิ่นชวนคลื่นเหียนโชยออกจากภายใน
" ข้างในมีสิ่งใด " ชิงหยางเอ่ยออกมา สองตาของเด็กหนุ่มพยายามมองฝ่าฝุ่นควันที่ล่องลอยอยู่ในตำหนัก
" ฝุ่นหนายิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ
" นี่มัน พลังหยิน " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา ชายชราครุ่นคิดในทันใด
" ตำหนักหลังนี้ เจ้าตำหนักคนสุดท้ายฝึกกระบี่หยิน แลเคล็ดวิชาหยิน " ชายชราเหลาพึมพำ
" มิดีแน่ หากทั้งสองเข้าสู่วิถีแห่งหยิน " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" ไป " ชายชราเหลาทะยานร่างไปยังยอดเขาอย่างรวดเร็ว
" ยั้งฝีเท้าไว้ " ชายชราเหลาร้องออกมา