เซียนอมตะหวนคืน

    บทที่ 60 : สัตว์อสูรระดับหก

    สัตว์อสูรระดับหก
    โลกมหาชนเผ่า หวังเฉินก้าวเดินออกมาจากประตูมิติ เขาพบว่าตัวเองในตอนนี้ ยืนอยู่ภายในป่าที่เขามายังโลกมหาชนเผ่าครั้งแรก
    แม้จะมาถึงโลกมหาชนเผ่าแล้ว หวังเฉินก็ยังไม่ได้ขยับตัวก้าวเดินไปไหน เขายืนอยู่กับที่ เงยหน้าขึ้นมองไปยังดวงจันทร์ที่ส่องแสงลงมาทั่วหล้า ฟังเสียงกู่ร้องของสัตว์อสูรที่อยู่ภายในป่า มันดังมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ
    สาเหตุที่เขายืนอยู่เช่นนี้ ไม่ได้มีอะไรมาก นอกเสียจากยืนซึมซับกลิ่นอายของโลกมหาชนเผ่าที่เขาไม่ได้มาระยะหนึ่งแล้ว
    “เริ่มจากค้นหาสมุนไพรก่อนแล้วกัน” หวังเฉินพึมพำกับตัวเอง สายตามองไปยังเบื้องหน้า จิตสัมผัสพลันกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ด้วยจิตสัมผัสของเขาเวลานี้ เพียงพอที่จะครอบคลุมทั้งป่าแห่งนี้
    แต่หลังจากที่จิตสัมผัสของเขากวาดออกไปได้ครู่เดียว เขาก็ต้องส่ายหน้าไปมา เพราะภายในป่าแห่งนี้ ไม่มีสมุนไพรล้ำค่าที่เกินกว่าระดับสามอยู่เลย
    ซึ่งสมุนไพรระดับสามในตอนนี้ ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา สมุนไพรที่เขาต้องการก็คือสมุนไพรระดับหกขึ้นไป
    “คงต้องไปค้นหาสมุนไพรที่อื่น” หวังเฉินพูดกับตัวเอง ก่อนจะกวาดจิตสัมผัสออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาค้นหาสัตว์อสูรที่มีระดับห้าขึ้นไป วินาทีต่อมา เขาก็จ้องมองไปทิศทางหนึ่ง
    “สัตว์อสูรระดับห้าภายในป่าแห่งนี้มีสองตัว ล้วนอยู่ในทิศทางนี้กันทั้งคู่ ส่วนระดับหกไม่เห็นแม้แต่เงา” หวังเฉินผิดหวังเล็กน้อย เท้าก้าวเดินไป เพียงก้าวเดียวก็มาปรากฏในที่ห่างไกลจากจุดเดิมที่ยืนอยู่
    เขาก้าวเพียงห้าก้าวเท่านั้น ก็มาถึงบริเวณที่สัตว์อสูรระดับห้าตัวแรกอยู่ สัตว์อสูรตัวนี้มีรูปร่างเหมือนกับแรด เพียงแต่ตัวใหญ่กว่าแรดมาก ทั้งทั่วร่างยังปกคลุมด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุ
    มันมีระดับพลังอยู่ในระดับห้าขั้นกลาง ความแข็งแกร่งแน่นอนว่าเทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์ขั้นกลาง
    “แรดเพลิง?” แค่มองปราดเดียว หวังเฉินก็รับรู้ว่ามันคือแรดเพลิง ในโลกแห่งเซียน ในสมัยที่เขาเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์ขั้นต้น เขาก็จัดการมันไปเป็นจำนวนมาก
    แรดเพลิงพลันรับรู้ได้ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของมัน ดวงตาคู่สีแดงเพลิงของมันกลายเป็นดุร้ายในทันที
    ฮูม!
    มันคำรามออกมาอย่างดุดัน สองเท้ากระแทกพื้นดิน จนพื้นดินแตกร้าว พุ่งเข้าใส่หวังเฉิน หวังใช้หนอขวิดร่างของหวังเฉินให้ตกตาย
    หวังเฉินยืนอยู่กับที่ สีหน้าราบเรียบ ไม่ปรากฏความรู้สึกใดทั้งนั้น ฝ่ามือยกขึ้น ตวัดลงเบาๆ
    ฉับ!
    ทันใดนั้น ร่างของแรดเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขา ก็แยกออกเป็นสองซีก เลือดสาดกระจาย มันแผดร้องอย่างเจ็บปวด ก่อนที่เสียงจะเงียบลงไป พร้อมกับร่างสองส่วนของมันที่กระแทกลงพื้น เพลิงสีแดงอันร้อนระอุพลันมอดดับ
    หวังเฉินขยับมือ ศพของแรดเพลิงก็กลายเป็นแสงเข้าไปอยู่ภายในแหวนมิติของเขา ถึงเนื้อของสัตว์อสูรระดับห้าจะไม่ได้มีประโยชน์กับมากนัก แต่แค่เพียงเพิ่มพื้นฐานฝึกตนให้เขาเล็กน้อยได้ หวังเฉินก็คิดว่ามันคุ้มค่ากับการที่เขาต้องมาฆ่ามัน
    เมื่อเก็บศพแรดเพลิงที่แยกออกจากกันเป็นสองส่วนไปแล้ว หวังเฉินก็ก้าวเดินต่อ เพื่อไปยังจุดที่สัตว์อสูรระดับห้าอีกตัวหนึ่งอยู่
    ไม่นาน เขาก็มาถึง สัตว์อสูรระดับห้าตัวนี้เป็นเหยี่ยวขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ขนทั่วร่างเป็นสีเขียว กรงเล็บดูน่าหวาดกลัว ตาเหยี่ยวคู่แหลมคมเป็นสีแดงก่ำ นี่คือเหยี่ยววายุอสูร มันเป็นสัตว์อสูรระดับห้าขั้นปลาย แข็งแกร่งกว่าแรดเพลิงเมื่อครู่นี้ขั้นหนึ่ง
    หวังเฉินหยุดร่างลงไม่ห่างจากเหยี่ยววายุอสูร ซึ่งมันในตอนนี้กำลังจิกกินศพซากหนึ่ง ดูจากรูปร่างที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ชัดเจนว่าเป็นมนุษย์
    ตามความเห็นของหวังเฉินสมควรเป็นคนของชนเผ่าต้าไป๋ เนื่องจากเขาจดจำสีผิวของชนเผ่าต้าไป๋และการแต่งกายได้
    หวังเฉินแน่นอนว่าไม่สนใจศพของชนเผ่าต้าไป๋ที่ถูกกิน เขาสนใจเพียงเหยี่ยววายุอสูรเท่านั้น เขาก้าวเดินเข้ามาในระยะการรับรู้ของมัน ส่งผลให้มันเงยหน้าขึ้นมา ตาเหยี่ยวคู่แหลมคมสีแดงได้จ้องมองมาที่เขาอย่างรวดเร็ว
    จากนั้นเสียงกรีดร้องอันน่าหวาดกลัวก็เกิดขึ้น เหยี่ยววายุอสูรรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความสุข เนื่องจากมีมนุษย์อีกคนมาให้กินถึงที่ มันรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองช่างโชคดียิ่งนัก
    อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้รู้เลยว่า มันหาได้โชคดีอันใดไม่ หากแต่โชคร้ายมากต่างหาก ก่อนที่มันจะได้ขยับตัวเคลื่อนไหวอะไร ร่างก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วน เลือดสาดกระจาย กลิ่นคาวเลือดคลุ้งขึ้นในอากาศ
    เหยี่ยววายุอสูรกลายเป็นโง่งมไป ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง จนลมหายใจของมันดับลงไป ประกายแสงแห่งชีวิตภายในดวงตากลายเป็นขุ่นมัว ไร้ประกาย ร่างกายสองส่วนที่ถูกแยกออกจากกัน ล้มกระแทกพื้นเสียงดัง
    ผู้ที่ลงมือย่อมเป็นหวังเฉิน เขาโบกมือ ศพของเหยี่ยววายุก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงเข้ามาอยู่ภายในแหวนมิติของเขา
    เมื่อจัดการสัตว์อสูรระดับห้าสองตัวภายในป่าแห่งนี้แล้ว หวังเฉินก็ก้าวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยที่ป่าแห่งนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเขาอีกแล้ว เขาจึงไม่มีความคิดที่จะรั้งอยู่
    เมื่อก้าวทะยานขึ้นมาถึงความสูงระดับหนึ่ง เขาก็หยุดร่างลง สายตาทอดมองออกไป ตามด้วยจิตสัมผัสที่ไหวกระเพื่อมออกจากร่าง กวาดออกไปทั่วทิศทาง
    ในขณะที่กวาดจิตสัมผัสออกไปทั่วทุกทิศทาง ทางหวังก็กระตุ้นแก่นอมตะด้วย ส่งผลให้จิตสัมผัสของเขากว้างไกลกว่าเดิม เพียงพริบตาเดียว เขาก็หันหน้ามองไปยังทิศทางหนึ่ง
    “สัตว์อสูรระดับหก!” หวังเฉินดวงตาสาดประกายขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรระดับหก ซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบชั้นได้กับผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะ!
    “ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ใช่ระดับหกขั้นต้น หากแต่เป็นขั้นกลาง!” หวังเฉินพลันทะยานร่างมุ่งตรงไปในทันทีทันใด
    สัตว์อสูรระดับหกแตกต่างจากสัตว์อสูรระดับต่ำกว่าหกลงมาอย่างสิ้นเชิง เพราะมันเบิกสติปัญญาแล้ว สามารถพูดภาษามนุษย์และมีความคิดเฉกเช่นมนุษย์
    ด้วยเหตุนี้ การที่จะจัดการมันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่กับหวังเฉินแน่ สัตว์อสูรระดับหกขั้นกลางตัวหนึ่ง มาอยู่ต่อหน้าเขาในเวลานี้ มันก็ไม่ได้แตกต่างจากมดปลวกเลยแม้แต่น้อย
    เพียงแค่ความคิดเดียวของเขา มันก็จะตายไปอย่างง่ายดาย!
    ตัวเขาในตอนนี้จะบอกว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมหาชนเผ่าแห่งนี้ก็ไม่ผิดนัก เพราะจากข้อมูลที่ได้ฟังมาจากกาต๋า ผู้ที่เข้มแข็งที่สุดในโลกนี้คือราชันย์เทวะขั้นสมบูรณ์ ซึ่งมีอยู่สองคนด้วยกัน คือราชินีแห่งชนเผ่าต้าเฮยกับราชาแห่งชนเผ่าต้าไป๋
    ใช้เวลาอยู่ไม่นาน หวังเฉินก็มองเห็นสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังยืนอยู่บนยอดเขายอดหนึ่ง รูปร่างของมันคล้ายกับเสือ แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ทั่วร่างปกคลุมด้วยขนหนาสีครามเข้ม มีลวดลายสีดำตามร่างกายของมัน มีเขี้ยวขนาดใหญ่อันแหลมคมที่ปากของมัน
    “พยัคฆ์คราม” หวังเฉินหยุดยืนกลางอากาศ ระบุว่ามันเป็นตัวอะไรได้ไม่ยากเย็นนัก เพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อนในโลกแห่งเซียน และเขาก็กระทั่งเคยฆ่ามันด้วย เนื้อของมันนับว่ามีรสชาติอันโอชะ
    จบบทที่ 60

    คล้ายกับเรื่องเซียนอมตะหวนคืน ที่คุณอ่าน