สาวงามวัยสี่สิบที่ยังคงมีทรวดทรงอวบอัดภายใต้ชุดรัดรูปสีแดงสดปักลายสีทองชายกระโปรงผ่าสูงชวนให้ชายหนุ่มร้อนรุ่มใบหน้าทาแปรงแต่งสีสันสดใสเข้ากับชุดที่สวมใส่ประดับด้วยปิ่นระย้างดงามเวลาเดินยักย้ายสะโพกมีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งๆสวมกำไรหยกมันแพะสีแดงขับเน้นให้แขนเรียวสีขาวผ่องยิ่งกระจ่างตาเดินนำหน้าแขกชายสามท่านที่เดินตามมาข้างหลังที่มองตามสะโพกงามของนางแทบไม่วางตาด้านหลังเป็ผู้ติดตามพร้อมคนรับใช้เกือบสิบคนกลายเป็ขบวนที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับลูกค้ากลุ่มอื่นๆที่เดินเข้ามาเที่ยวกลุ่มละสองสามคนเท่านั้น
เหล่าสาวงามและคนรับใช้ยืนรอต้อนรับด้านหน้าห้องรับรองส่วนตัวที่หรูหราด้านในเครื่องเรือนและของประดับล้วนจัดทำและตกแต่งอย่างประณีตสมราคาเมื่อทั้งกลุ่มเดินมาถึงก็เปิดประตูต่างรีบย่อกายทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยอู่เหลียนเหลียนรีบเรียกหาบรรดาสาวงามที่ยืนเรียงรายอยู่เข้ามาทำหน้าที่ของตน
“สาวๆ รีบมาดูแลนายท่าน เร็วเข้า”
“ฉู่ฉู่ คารวะนายท่าน”
“หลิงเอ๋อร์ คารวะนายท่าน”
“ิเยว่ คารวะนายท่าน”
ทั้งสามสาวงามแต่ละนางผิวเนียนนุ่มรูปร่างเย้ายวนกลิ่นกายหอมน้ำปรุงแต่งกายงดงามมือไม้ว่องไวร่างกายราวไร้กระดูกยามขยับเข้าหาแต่ละคนแนบชิดหน้าอกเบียดเข้ากับแขนของแขกดังลูกนก้าความอบอุ่นก็ได้รับการตอบรับอันดีบ้างประคองบ้างโอบเอวเคลื่อนย้ายเข้าไปนั่งในห้องสาวรับใช้ร่างบอบบางอายุแต่ละคนสิบสองสิบสามปีเท่านั้นรีบรินชาชั้นดีก่อนที่สาวงามจะประคองถ้วยชายืนให้แขกได้ชิมให้ชื่นใจล้วนได้รับการสั่งสอนเป็อย่างดีไม่มีเสียงกระทบกันของภาชนะให้ได้ยินปรนนิบัติเรียบร้อยก็ถอยออกไปยืนด้านข้างอย่างรู้หน้าที่
“สุราดี”
นักดนตรีเริ่มบรรเลง นักร้องเริ่มขับร้องอาหารและสุราจำนวนไม่น้อยเริ่มทยอยเข้ามาจนเต็มโต๊ะแขกที่มาต่างคุยกันสนุกสนานดื่มสุราพร้อมสาวงามที่รินให้ไม่ขาด จากเสียงคุยกันเบาๆเริ่มดังขึ้นตามจำนวนสุราที่ดื่มเข้าไป
“วันนี้ข้า้าพบคุณชายจางพวกเ้าไปตามเขามาพบข้า”
“นายท่านคุณชายจางจะพบแขกย่อมได้แต่ท่านต้องสามารถทำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ข้าว่าวันนี้คงไม่สะดวกนัก ไว้วันหน้าท่านมาอีกครั้งดีไหม เ้าค่ะ”
เสียงฉู่ฉู่พูดตอบเบาๆบอกกับชายหนุ่มที่นางดูแลพร้อมทั้งใช้มือลูบไล้ไปตามแขนของชายหนุ่มราวกับ้าให้ลืมเลือนคนที่เขาเรียกร้องหันมาสนใจนางแทน
“ไม่ ข้าจะพบวันนี้ ได้ยินมานานว่าเป็ชายงามอันดับหนึ่งของแคว้น เป็ชายผู้มีความสามารถการเดินหมาก การบรรเลงพิณวาดภาพอักษรและแต่งกลอน ข้าจะดูเขาจะเก่งเพียงพอให้ข้าสนใจได้หรือไม่ ยังไม่รีบไปตามอีก”
เมื่อเมามายความเอาแต่ใจก็ถูกปล่อยออกมาอย่างเต็มที่เริ่มโวยวายผลักสาวงามด้านข้างให้ออกห่างแก้วสุราในมือก็ถูกเขวี้ยงลงพื้นแตกกระจายสองหนุ่มที่นั่งอยู่อีกด้านกับสาวงามกับยิ้มร่าสนับสนุนให้ตามให้คุณชายจางมาพบให้ได้
อู่เหลียนเหลียนในชุดแดงสดที่ถูกสาวใช้วิ่งไปตามมาจัดการเหตุการณ์อันวุ่นวายเพราะความเอาแต่ใจของแขกเดินกึ่งวิ่งรีบเข้ามาดูแลและสั่งให้สาวใช้น้อยรีบเก็บกวาดแก้วสุราออกไป
“ท่านแม่นายท่าน้าพบคุณชายจางเ้าค่ะ”
“ข้ารู้แล้ว”
“นายท่านๆ ใจเย็นๆให้สาวๆดูแลท่านก่อนนะเ้าคะ โปรดรอสักครู่ข้าน้อยจะไปตามคุณชายจางเพียงแต่ต้องดูว่าคุณชายจางจะยินยอมมาพบหรือไม่”
“เ้าก็รีบไปจัดการให้ข้าสิ”
การสังสรรค์ยังคงดำเนินต่อไปชั่วธูปหมดดอกอู่เหลียนเหลียนก็เดิมกลับเข้ามาพร้อมกับม้วนกระดาษในมือ
“คุณชายให้ข้ามาแจ้งแก่นายท่านว่า้าพบย่อมได้แต่ต้องเขียนอักษรให้เขาหนึ่งประโยค หากเป็ที่ถูกใจจะมาพบและร่วมดื่มสุรากับพวกท่าน”
“เขียนก็เขียนสิ”
ชายหนุ่มที่โวยวายก็รีบลุกขึ้นเดินนำไปที่ห้องปีกขวาคว้าพู่กันจุ่มหมึกที่ฉู่ฉู่รับหน้าที่ฝึกหมึกให้เขาได้เขียนอักษรด้วยลายเส้นที่ทรงพลังลงไปแล้วยื่นให้อู่เหลียนเหลียนนำออกไป
“เ้ารับแล้วรีบไปสิ”
“เ้าค่ะ นายท่านรบกวนรอก่อนนะเ้าคะ”
ในห้องชั้นสองฝั่งตะวันตกของหอในเรือนอันงดงามด้านหลังเป็ที่พำนักที่ไม่ใช้รับแขกชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสวมชุดตัวในสีขาวปักลายไผ่ดูสบายตา คลุมด้วยชุดสีน้ำเงินปักปิ่นหยกสีเขียวอ่อนเช่นเดียวกับสีไหมที่ปักลายไผ่ ยืนข้างบ้านหน้าต่างจางหยงเหลียนมองดูภาพอักษรที่ส่งมาให้ในมือก็ยิ้มบางขนาดดื่มสุรายังสามารถวาดภาพอักษรได้ทรงพลังเช่นนี้ช่างสมกับเป็รัชทายาทที่ได้รับการฝึกอบรมจากไท่ฟูที่เป็ขุนนางสามรัชสมัยจริงๆ
“เหลียนเหลียน ไปบอกพวกเขาอีกหนึ่งเค่อข้าจะไป”
นิ้วเรียวยาวลูบไปบนพิณที่วางไว้ไม่ไกลจากหน้าต่างคนบางคนช่างหาเื่ใส่ตัวจริงๆ อยู่ดีๆก็เดินเข้ามาหาถึงที่ เ้าอยู่ของเ้าดีๆก็ไม่มีปัญหาแล้วยังสู้พาตัวเข้ามาให้พบเจอข้าได้อีก
“ชิงชู ถือพิณตามข้ามา”
ผ่านไปราวสองเค่อเสียงฝีเท้าเป็จังหวะเดินเข้ามาใกล้ประตูห้องรับรองด้านในเมื่อได้ยินก็รอคอยทั้งยังมองออกมายังหน้าประตูอย่างตั้งใจ
“ยินดีที่ได้พบหน้าคุณชายทั้งสาม”
“สมกับที่เป็ชายงามอันดับหนึ่งข้าเคยคิดว่าตัวข้านั้นรูปงามแล้วนะเพื่อพบเ้าถึงได้รู้ว่าชายงามอันดับหนึ่งเป็เ้าที่คู่ควร”
จางหยงเหลียนก้าวเข้าไปภายในห้องด้านหลังเป็พิณโบราณที่ถูกชิงซูอุ้มไว้อย่างดีชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามบรรดาคุณชายที่มีท่าทางมึนเมาไม่น้อยแล้วพิณถูกนำไปวางไว้บนโต๊ะในห้องปีกขวาเด็กหนุ่มชิงชูเมื่อวางเรียบร้อยแล้วก็ยืนอยู่ด้านข้างของโต๊ะที่วางพิณมิได้ถอยออกไป
“วันนี้ข้าจะดื่มเป็เพื่อนพวกท่าน”
เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆในเมื่อเสียเวลาแล้วเขาย่อมต้องได้อะไรกลับไปบ้างใยต้องเสียเวลาทำสิ่งต่างๆอ้อมไปอ้อมมามิสู้จัดการคนพวกนี้ให้เปิดปากพูดสิ่งต่างๆออกมาแต่โดยดี สุราชั้นยอดสามารถจัดการกับพวกที่ไม่ระมัดระวังตัวเช่นกลุ่มคนเบื้องหน้าเหล่านี้ได้ดียิ่งสาวงามในห้องต่างรับรู้หน้าที่โดยมิต้องรับคำสั่งรีบรินสุราใส่จอกยื่นให้กับชายหนุ่มที่ตนทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างว่องไวจางหยงเหลียนยิ้มบางเบา เขารินสุราให้ตนเองจิบเล็กน้อยมองภาพเบื้องหน้าก็รู้ว่าไม่ต้องเสียเวลานานเท่าใดก็สามารถกลับไปพักผ่อนได้แล้ว
ราวครึ่งชั่วยามผ่านไปเริ่มมีเสียงพิณบรรเลงด้วยเสียงที่มีความอ่อนหวานแฝงไปด้วยความสดชื่นเหมือนดอกไม้ยามได้รับสายฝนเมื่อจะถึงยามอิ๋น (ตีสามถึงตีห้า) ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
“พวกเ้าพานายท่านทั้งหลายแยกย้ายไปพักผ่อนและให้ห้องครัวจัดเตรียมน้ำแกงสร่างเมาไว้ให้ด้วยดื่มเมื่อตื่นขึ้นมา”
“รับทราบเ้าค่ะ”
ผ่านไปไม่นานนักม้วนกระดาษขนาดเล็กถูกส่งออกไปทันทีเมื่อจางหยงเหลียนกลับมาถึงห้องพักที่นี่เป็สถานที่ที่ทำหน้าที่เก็บรวมรวมข่าวสารของเมืองหลวงจากบรรดาลูกค้าทุกระดับชั้น ไม่ว่าเป็พ่อค้า ขุนนาง หรือราชวงศ์เพราะเมื่อใดที่ได้ดื่มสุรา์เมามายของหออวี๋เซียวหยาฟังการขับกล่อมด้วยเสียงบรรเลงของพิณและเครื่องดนตรีมากมายคนเมามายล้วนไม่มีสติเพียงพอปากไวกว่าความคิดที่ผ่านการไตร่ตรองเช่นปกติดังนั้นไม่ว่าความลับใดๆก็ล้วนถูกเล่าออกมาจนหมดสิ้น
นอกจากหาข่าวแล้วสาวงามแต่ละนางล้วนมีความสามารถสามารถจับประเด็นสำคัญๆจากแขกที่เข้ามาได้อย่างแม่นยำทำให้การรวบรวมข่าวมีความชัดเจนเป็แหล่งขายข่าวอย่างดีบางคราสาวๆของหอก็ถูกไถ่ถอนโดยขุนนางกลับไปก็ยิ่งทำให้มีแหล่งข่าวที่กว้างมากยิ่งขึ้น เมื่อของดีราคาก็ย่อมแพงเป็ธรรมดากำไรหลักๆของหออวี๋เซียวหยายังไม่เทียบเท่ากับมูลค่าจากการขายข่าว
ไป๋จินหลงผิดหวังกลับมาจากการออกไปตระเวนตามหาเซียนหนุ่มซวี้หานแนะนำให้กลับมาฝึกฝนพลังและจิติญญาให้มีมากกว่านี้แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่จะได้ผลรับที่้าแน่นอน
ไป๋จินหลงมองไหวเซิงที่นานครั้งจะโผล่มาหาใบหน้าและแววตาดูเหมือนมีเื่ทุกข์ร้อนใจไม่น้อย
“ท่านอ๋องข้าตั้งใจมาชวนดื่มสุรา”
“ร้อยวันพันปีเ้าไม่เคยมาพบข้าที่จวนน่าแปลกนักแต่ช่างเถอะวันนี้ข้าก็รู้สึกอยากดื่มสุราเช่นกัน”
สองคนต่างร่ำสุรากันโดยต่างคนต่างถือกาสุราไว้ในมือรินเองดื่มเองพ่อบ้านหวังยืนมองด้วยความตกตะลึงนี่ไม่เหมือนการดื่มสุราเสียหน่อยแข่งกันเมาต่างหากในที่สุดสองคนในศาลาชมจันทร์ก็ฟุบลงบนโต๊ะคนละด้านปากยังคงส่งเสียงบ่นพึมพรำเบาๆลำบากพ่อบ้านหวังต้องเกณฑ์บ่าวชายมาประคองรองแม่ทัพไปห้องพักรับรอง ส่วนไป๋จินหลงก็เป็หน้าที่ของเสี่ยวชิงชวนที่ต้องประคองนายของตนเองกลับห้องด้วยความลำบากเพราะความสูงที่น้อยกว่าและรูปร่างเล็กกว่าไป๋จินหลงไม่น้อย
เสียงนกร้องด้านนอกหน้าต่างเช่นเหมือนดังเช่นปกติในอดีตที่ผ่านมาหากแต่วันเวลาไม่เฉกเช่นวันวานที่เคยชื่นชมเสียงสดใสยามเช้าที่อยู่เป็เพื่อนตนยามรุ่งอรุณยามนี้หงุดหงิดรำคาญหนักหนารสชาติอมเปรี้ยวผะอืดผะอมในท้องที่พุ่งขึ้นมาในลำคอทั้งปวดแสบปวดร้อนที่ตกค้างจากเมื่อคืนม้วนกระดาษในมือทำให้ไป๋จินหลงต้องขมวดคิ้วที่เขา้าคือข้อมูลและประวัติของเซียนหนุ่มที่ช่วยรักษาตนแต่กลับได้ข่าวสำคัญจากจางหยงเหลียนกลับมาแทน
“ชิงชวน…”
เสียงเปิดประตูเข้ามาของเสี่ยวชิงชวนเด็กหนุ่มผู้คิดว่าตนโชคดีหลังจากรีบกลับไปผลัดเปลี่ยนเสี้อผ้าพึ่งจะกลับมายืนเฝ้าหน้าประตูห้องเขากลัวว่าเ้านายจะเรียกใช้แล้วตนเองไม่ได้ยินเมื่อว่าเป็วันแรกที่ได้รับเลือกจากพ่อบ้านให้ย้ายมาเป็เด็กรับใช้ให้ท่านอ๋องเริ่มงานเมื่อวานวันแรกก็วิ่งรอกขนสุราตลอดทั้งคืนทั้งยังต้องเฝ้าอยู่หน้าห้องทั้งคืนด้วยความระมัดระวัง ค่อยๆเดินด้วยความกระฉับกระเฉงเข้ามา
“ขอรับ ท่านอ๋อง้าสิ่งใดหรือขอรับ”
“ข้าไม่้าได้ยินเสียงนกหากยังได้ยินอีกเ้าย้ายไปคอกม้า ทำหน้าที่ตักขี้ม้า”
“..... ขอรับ”
เมื่อได้ยินคำสั่งเสี่ยวชิงชวนรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก ท่านอ๋องหนอท่านอ๋องแค่เสียงนกที่ไพเราะยามเช้าตรู่ท่านก็สามารถหาเื่มันได้นี่ท่านยังไม่สร่างใช่หรือไม่ ท่านอ๋องท่านพาลนกตัวน้อยแล้วลุกลามมาหาข้าเสี่ยวชิงชวนนะขอรับเขาได้แต่กรอกตามองบน รีบหันหลังกลับออกไปทันที
ลานด้านนอกห้องจึงกลายเป็สมรภูมิที่แปลกประหลาด เหล่านางกำนัลเด็กรับใช้ไม่เว้นแม้แต่องครักษ์ก็ถูกเกณฑ์มาช่วยกันไล่จับนก บางคนไล่ด้านล่างบางคนะโไปมาระหว่างกิ่งไม้ จวบจนนกใบินหายไปหมด ด้านนอกไร้เสียงเงียบสนิทเสี่ยวชิงชวนก็กลับมายืนเฝ้าด้านนอกประตูห้องด้วยความเหนื่อยหอบทั้งยังถูกบรรดาองครักษ์มองด้วยดวงตาที่ไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรช่างเถอะเขายังจำคติสอนใจที่ได้มาจากท่านยายได้อย่างดี (ความ้าของเ้านายเป็หน้าที่ของข้า)
จวบจนเกือบเที่ยงวัน มีเสียงขยับเบาๆจากด้านในห้องเขารีบยกอ่างน้ำพร้อมเข้าไปดูแลรับใช้เ้านายด้านในทันที
เฮ่ยฉี เดินเข้ามาจากนอกประตูทำความเคารพเรียบร้อยแล้วหันไปมองหน้าเด็กรับใช้หน้าห้องคนใหม่ของเ้านายหนุ่มแล้วอดออกปากแซวไม่ได้
“ไง เสี่ยวชวนเมื่อครู่ข้าเห็นพวกเ้าเล่นสนุกอะไรกัน ไม่มีอะไรทำยามเช้าหรือไรถึงไปเล่นไล่จับนกกัน สนุกไหมล่ะ”
เสี่ยวชิงชวน เมื่อก่อนรับใช้ทั่วไปก่อนจะได้มีโอกาสมาทำงานหน้าห้องท่านอ๋องเคยเห็นเฮ่ยฉีมาบ้าง รู้ว่าเป็องครักษ์คนสนิท จึงได้แต่ตอบรับเสียงเบาก้มหน้าลงยืนอยู่ด้านข้างในใจคิดว่าปกติเ้าองครักษ์คนนี้ตนเห็นว่าเป็คนที่เงียบขรึม พูดแบบถามคำตอบคำยามนี้ใยรู้สึกเหมือนท่าทางคนที่ชอบกวนเบื้องล่างผู้อื่นซะได้เล่า
“พูดมาก”
เฮ่ยฉีเมื่อได้ยินเสียงหงุดหงิดที่แหบพร่าของเ้านายที่นั่งจิบชาร้อนๆก็หันไปยืนตัวตรง เขาไม่ควรแกว่งเท้าหาเสี้ยน เวลาท่านอ๋องอารมณ์ดีก็ไม่น่ากลัวหากอารมณ์ไม่ดีงานจะเข้าตนได้
“ได้ข่าวคราวใดมาบ้าง”
“ยังไม่มีเบาะแสพะยะค่ะ เสมือนจางหายไปเฉยๆระยะหลายพันลี้จากประตูเมืองเล่าองครักษ์กระจายตัวกันสืบหาไม่มีผู้ใดเคยเห็นท่านเซียนเลย”
“อีกข่าวคือทางด้านหออวี๋เซียวหยาแจ้งมาว่าหากนายท่านมีเวลาว่าง เรียนเชิญไปจิบชาชั้นดีที่ได้มาใหม่ขอรับ”
“อืม ไปเตรียมตัวข้าจะเข้าวัง”
นับดูั้แ่ลาพักก็เป็เวลาเกือบเดือน ตนก็จำเป็ต้องทำหน้าที่ของตนให้เป็ปกติเสียทีทั้งยังต้องคิดบัญชีกับบางคนเล็กน้อยเืที่เสียไปยามที่ออกนอกเมืองครานี้ก็ต้องคิดดอกบ้างจึงจะหอมปากหอมคอ
บนรถม้าไป๋จินหลงเข้าสู่ภวังค์รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ายามดื่มสุราตนพูดสิ่งใดออกไปนิ้วมือเรียวยาวยื่นไปเปิดม่านเป็ช่องเล็กน้อย
“เสี่ยวชิงชวนเมื่อคืนข้ากลับมานอนได้อย่างไร”
“เป็หม่อมฉัน เอ่อ..แบกท่านอ๋องกลับมาขอรับถึงข้าจะตัวเล็กกว่าท่านอ๋องแต่ข้าน้อยแข็งแรงสามารถแบกข้าวสารไหวนะขอรับข้าน้อยแรงเยอะ”
“พอๆ ตอบแค่ที่ข้าถามพอ”
เขารีบเอ่ยปากขัดเมื่อเ้าเด็กรับใช้หน้าเป็ข้างหน้าเตรียมขยับปากเล่าต่อไม่หยุด
“เมื่อคืนข้าดื่มสุราไม่น้อยเ้าได้ยินข้าพูดอะไรไปบ้าง”
“ข้าน้อยอยู่ไม่ใกล้นะขอรับทั้งยังวิ่งไปวิ่งมาระหว่างศาลาชมจันทร์กับห้องครัวท่านอ๋องกับท่านรองแม่ทัพไหวเซิงคุยกันหลายเื่ขอรับ อืม เหมือนจะได้ยินว่า ชอบๆใครสักคนนี่แหล่ะขอรับ”
“ใครพูด!”
ไป๋จินหลงแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยหรือเขาจะเมาจนพูดสิ่งใดออกไป
“ทั้งสองท่านนะขอรับท่านอ๋องพูดว่าท่านเซียน ชอบ ข้าก็ได้ยินไม่ค่อยชัดน่าจะประมาณนี้ขอรับ”
ไป๋จินหลงปล่อยผ้าม่านลง เอามือลูบหน้าหลับตาลงจากนี้ไปต้องระมัดระวังไม่ดื่มสุราจนเมามายขาดสติควบคุมตนเองไม่ได้อันตรายเกินไปแล้ว