ตอนที่ 9 — “เส้นทางสายโลหิตและการกลับมาของมัจจุราช”
ด่านหุบเขาวายุ — ป้อมปราการหน้าด่านก่อนถึงสำนักเมฆคราม
หุบเขานี้เป็ช่องแคบเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมต่อระหว่างโลกภายนอกกับอาณาเขตของสำนักเมฆคราม ปกติจะมีศิษย์เฝ้ายามเพียงไม่กี่คน แต่ในยามนี้... ธงรบของสำนักปลิวไสวท้าลม ศิษย์ระดับรวบรวมปราณกว่า 50 คน พร้อมด้วยผู้าุโฝ่ายนอก 2 คน ยืนคุมเชิงอยู่อย่างแ่า
“เฮ้อ... ท่านผู้าุโเจ็ดช่างระแวงเกินไป” ศิษย์คนหนึ่งบ่นอุบอิบขณะยืนพิงหอก “เ้าหลี่อี้ิมันตกเหวอเวจีไปตั้ง 3 เดือนแล้ว ป่านนี้คงกลายเป็ขี้อสูรไปหมดแล้ว จะให้พวกเรามาเฝ้าระวังอะไรกันอีก?”
“หุบปาก!” ผู้าุโฝ่ายนอกตวาด “นี่เป็คำสั่งเพื่อความไม่ประมาท วันนี้เป็วันปะาพ่อแม่มัน หากมันยังไม่ตาย มันต้องโผล่หัวมาแน่”
“โธ่... ต่อให้มันรอดมาได้ มันก็แค่ขยะคนหนึ่ง” ศิษย์อีกคนหัวเราะ “ข้าได้ยินว่าตอนนั้นมันแค่ฟลุ๊ค... เอ๊ะ?”
เสียงหัวเราะชะงักลง เมื่อลมในหุบเขาที่เคยพัดแรงจู่ๆ ก็หยุดนิ่ง ความเงียบสงัดที่ผิดปกติเข้าปกคลุม นกที่เคยร้องเจื้อยแจ้วพากันบินหนีแตกตื่นออกจากป่า
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังสะท้อนมาจากหมอกหนาที่ปากทางเข้าหุบเขา เงาร่างของคนผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทที่ขาดวิ่นเล็กน้อย ผมยาวสยายปรกหน้า และลากดาบยาวที่ส่งเสียงครูดกับพื้นหิน
“หยุดเดี๋ยวนี้! นี่คือเขตรักษาการณ์ของสำนักเมฆคราม!” ผู้าุโฝ่ายนอกะโก้อง “บอกชื่อและสังกัดมา!”
ชายชุดดำไม่ตอบ และไม่หยุดเดิน เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น... เผยให้เห็นดวงตาข้างซ้ายที่มีวงแหวนสีม่วงหมุนวน และจิตสังหารที่รุนแรงจนทำให้อากาศบิดเบี้ยว
“ข้ามาเพื่อทวงหนี้” เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
“หลี่อี้ิ! เป็มันจริงๆ!” ผู้าุโฝ่ายนอกหน้าซีดเผือด ก่อนจะะโสั่งการ “ฆ่ามัน! ระดมยิงธนู! อย่าให้มันผ่านไปได้!”
ลูกธนูนับร้อยดอกพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มราวกับสายฝน แต่อี้ิเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ 【ปลดปล่อย: โซ่ตรวนนิรยบาล】
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! โซ่เหล็กสีดำทมิฬ 4 เส้นพุ่งออกมาจากเงาใต้เท้าของเขา! พวกมันเคลื่อนไหวราวกับงูั์ที่มีชีวิต ปัดป้องลูกธนูทั้งหมดจนกระเด็นร่วงกราว และในวินาทีต่อมา... โซ่เ่าั้ก็พุ่งทะลวงเข้าใส่กลุ่มศิษย์
ฉึก! ฉึก! ฉึก! “อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องดังระงม โซ่ปลายแหลมแทงทะลุหน้าอกของศิษย์ทีละคน ร้อยเรียงพวกมันเข้าด้วยกันเหมือนพวงมาลัยมนุษย์ เืสดๆ ถูกโซ่ดูดกลืนและส่งกลับมาเป็พลังงานให้อี้ิ
“ปีศาจ... มันเป็ปีศาจ!” ศิษย์ที่เหลือทิ้งอาวุธวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
“ข้าบอกแล้วไง... ว่าข้ามาทวงหนี้” อี้ิพุ่งตัวด้วย ‘ย่างก้าวเงาโลหิต’ ที่อัพเกรดแล้ว ร่างของเขาหายวับไปโผล่ด้านหลังผู้าุโฝ่ายนอกทั้งสอง ฉัวะ! ดาบหลิงเช่อตวัดเพียงครั้งเดียว... ศีรษะสองหัวร่วงลงพื้นพร้อมกัน
เขาไม่แม้แต่จะหยุดมองผลงาน อี้ิเหยียบย่ำกองศพและพุ่งทะยานผ่านด่านหุบเขาวายุไป เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วยาม ก่อนพิธีปะาจะเริ่ม!
ณ ลานประลอง สำนักเมฆคราม
แดดบ่ายเริ่มคล้อยต่ำ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาหม่น ลานประลองหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยศิษย์นับพันคน และแเื่จากสำนักพันธมิตรที่ได้รับเชิญมาเป็สักขีพยาน
ตรงกลางลาน มีแท่นปะายกสูง หลี่เทียนและฮูหยินหลี่ถูกมัดตรึงอยู่กับเสาไม้ สภาพของพวกเขาดูอิดโรยอย่างยิ่ง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเืและฝุ่นโคลน ด้านหลังพวกเขามีเพชฌฆาตสองคนถือดาบเล่มโตยืนเตรียมพร้อม
บนปะรำพิธีสูงสุด “เ้าสำนักเมฆคราม” นั่งหลับตาทำสมาธิ แผ่กลิ่นอายระดับ สร้างรากฐาน ขั้น 9 ออกมาข่มขวัญผู้คน ข้างกายคือ ผู้าุโเจ็ด ที่มีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างผู้มีชัย
“ได้เวลาอันสมควรแล้ว...” ผู้าุโเจ็ดลุกขึ้นประกาศเสียงก้อง “ตระกูลหลี่ให้กำเนิดบุตรชั่วร้าย ทรยศสำนัก สังหารศิษย์พี่น้อง เพื่อเป็การรักษาเกียรติภูมิและปลอบขวัญิญญาผู้ล่วงลับ... ข้าขอสั่งปะา!”
“ปะา! ปะา! ปะา!” เสียงะโเชียร์ของศิษย์สำนักดังกึกก้อง
หลี่เทียนเงยหน้ามองภรรยา “ขอโทษนะ... ที่พี่พาเ้าหนีไม่พ้น” ฮูหยินหลี่ยิ้มทั้งน้ำตา “ไม่เป็ไรท่านพี่... อย่างน้อยลูกของเราก็ปลอดภัย ข้าเชื่อว่าเขาหนีพ้นแล้ว”
เพชฌฆาตยกดาบขึ้นสูง แสงแดดสะท้อนคมดาบวาววับ “ตายซะ!”
ตูมมมมมมมมมมม!!
ทันใดนั้น บานประตูั์หน้าสำนักที่ทำจากเหล็กกล้าหนานิ้ว... ะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย! เศษเหล็กปลิวว่อนไปทั่วลานประลองราวกับพายุ แรงะเิทำให้ศิษย์ที่ยืนอยู่แถวหน้ากระเด็นล้มระเนระนาด เสียงเชียร์เงียบกริบในพริบตา
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย เงาร่างหนึ่งเดินก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ... ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงพื้น หินอ่อนใต้เท้าจะแตกร้าวละเอียด
“ใครกล้าแตะต้องพ่อแม่ข้า... ข้าจะถลกหนังมันทั้งเป็!” เสียงคำรามที่อัดแน่นด้วยลมปราณแฝงจิตสังหาร ดังก้องไปทั่วสำนัก แรงกดดันิญญาสายเือสุราแผ่ออกมา จนศิษย์ระดับต่ำกระอักเืและเข่าทรุดลงทันที
ผู้าุโเจ็ดเบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ “หลี่อี้ิ!? เป็ไปไม่ได้... แกตกลงไปในเหวอเวจีแล้วนี่!”
ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นอี้ิในร่างกึ่งมาร ผมยาวสยาย ตาวงแหวนสีม่วง และดาบในมือที่อาบย้อมไปด้วยเืจนชุ่มโชก เขาชี้ปลายดาบไปที่ปะรำพิธี
“เ้าสำนัก... ผู้าุโเจ็ด...” อี้ิเอ่ยชื่อช้าๆ “วันนี้... สำนักเมฆครามจะต้องหายไปจากแผนที่ยุทธภพ”
“กำเริบเสิบสาน!” เ้าสำนักลืมตาโพลง “แค่ศิษย์ทรยศคนเดียว คิดจะถล่มสำนักงั้นรึ? องครักษ์เกราะทอง! จัดการมัน!”
ศิษย์เอกระดับหัวกะทิกว่า 20 คนในชุดเกราะทอง พุ่งกระโจนเข้าใส่อี้ิพร้อมกัน “ค่ายกลกระบี่เจ็ดดาว!”
อี้ิไม่ขยับหนี เขากำดาบหลิงเช่อด้วยสองมือ ยกขึ้นเหนือศีรษะ ออร่าสีดำม่วงพวยพุ่งขึ้นจากดาบ สูงเสียดฟ้าจนแหวกเมฆ้าออก
“ขวางทางข้า... ตาย!” 【เคล็ดวิชา: ดาบผ่า์】
เขาฟาดดาบลงมาตรงๆ เปรี้ยงงงงง!
คลื่นดาบสีดำขนาดั์พุ่งแหวกอากาศ ตัดผ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า ศิษย์เกราะทองทั้ง 20 คน... ไม่ทันได้ร้อง อาวุธและร่างกายถูกผ่าครึ่งในพริบตา! คลื่นดาบยังพุ่งต่อไป ผ่าพื้นลานประลองแยกออกเป็เหวลึกยาวไปจนถึงแท่นปะา ตัดผ่านโซ่ตรวนที่มัดพ่อและแม่ของเขาขาดสะบั้น โดยไม่ระคายิัพวกเขาแม้แต่น้อย
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง... แต่คราวนี้เป็ความเงียบแห่งความหวาดกลัว ดาบเดียว... สังหารยอดฝีมือ 20 คน และผ่าลานประลองครึ่งซีก
อี้ิยืนหอบหายใจเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองเหล่าผู้าุโที่ยืนตัวแข็งทื่อบนเวที แล้วแสยะยิ้มที่มุมปาก “นั่นแค่ทักทาย...” “ของจริง... มันเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก”