บทที่ 45: สถาปัตยกรรมบาดาล
แสงสว่างสีส้มอมแดงจากลูกไฟเวทมนตร์ของฟินน์สาดส่องกระทบเกล็ดหินแกรนิตของ 'ร็อกกี้' คางคกศิลายักษ์ที่บัดนี้นอนหมอบนิ่งอย่างสิ้นฤทธิ์อยู่ภายใต้ตาข่ายไหมเวทมนตร์ที่หนาแน่นการต่อสู้ที่อาศัยหลักวิศวกรรมในการดัดแปลงสภาพแวดล้อม จบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของรัฐอิสระเฮเซลบรุคโดยไม่ต้องมีการนองเลือดแม้แต่หยดเดียว
ที่ริมแอ่งน้ำตื้นซึ่งถูกสูบน้ำออกจนแห้งขอดไลรา ผู้นำเผ่าเมอร์รินเครส ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เธอมองดูมอนสเตอร์ร่างยักษ์ที่เคยแย่งชิงบ้านเกิดและทำร้ายครอบครัวของเธอสลับกับมองดูเด็กชายมนุษย์วัยสิบสองปีที่ยืนท้าวสะเอวสั่งการเหล่าสัตว์อสูรระดับสูงราวกับเป็นเรื่องปกติ
คางคกศิลาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาหินสะท้อนแสงน้ำมันไม่ได้ดุร้ายอีกต่อไป...แต่กลับนอนนิ่งราวกับยอมรับบทบาทใหม่ของตนเอง
"ท...ท่านเอาชนะมอนสเตอร์หุ้มเกราะนั่นได้...โดยไม่ต้องหลั่งเลือดเลยเชียวหรือ..." ไลราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแววตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเลื่อมใสอย่างหาที่สุดไม่ได้
อีไลอัสหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนเขารับกระติกน้ำสมุนไพรที่เดซี่ กระต่ายอสูรสายพฤกษาเพิ่งจะกระโดดนำมาส่งให้จากหมู่บ้าน ยื่นส่งให้ไลรา "ดื่มนี่สิมันคือน้ำต้มสมุนไพรผสมมานาพฤกษาจะช่วยสมานแผลและฟื้นฟูเกล็ดของพวกเธอที่แห้งซีดให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง"
เงือกสาวรับกระติกน้ำมาดื่มอย่างกระหายทันทีที่น้ำสมุนไพรไหลผ่านลำคอ คลื่นความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายเริ่มสมานตัวอย่างน่าอัศจรรย์เกล็ดสีซีดเซียวบริเวณหางปลาของเธอกลับมาเปล่งประกายสีรุ้งสะท้อนแสงไฟอีกครั้งเงือกตนอื่นๆ ในกลุ่มก็ได้รับน้ำสมุนไพรและมันเทศป่าเผาจากทีมงานเฮเซลบรุคเช่นกันพละกำลังที่เคยเหือดหายกำลังถูกเติมเต็ม
ทว่า...แม้ร่างกายจะได้รับการเยียวยา แต่เมื่อไลรากวาดสายตามองไปรอบๆโถงถ้ำลับหลังม่านน้ำตก ดวงตาของเธอก็หม่นหมองลงอีกครั้ง
"ขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่บ้านสำหรับความเมตตา..."ไลราก้มหน้าลง หยาดน้ำตาร่วงหล่นกระทบผิวน้ำ "แต่ว่า... บ้านของพวกข้า...ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษมอบหมายให้พวกข้าดูแลบัดนี้มันพังพินาศหมดสิ้นแล้ว..."
อีไลอัสมองตามสายตาของเธอภายในถ้ำขนาดมหึมาที่สว่างไสวด้วยมอสส์เรืองแสง เต็มไปด้วยซากปรักหักพังหินงอกหินย้อยหักโค่น ร่องน้ำใต้ดินถูกอุดตันด้วยเศษหินจนทำให้ระบบนิเวศทางน้ำรวนไปหมดแอ่งน้ำลึกที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าเงือกก็เต็มไปด้วยโคลนตมและเศษซากจากการอาละวาดของคางคกศิลา
สำหรับเงือกแล้วการสูญเสียที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ก็ไม่ต่างอะไรกับการรอวันตายอย่างช้าๆ
แต่สำหรับอดีตสถาปนิกและนักผังเมืองซีเนียร์วัยสามสิบห้าปีในร่างเด็ก...ภาพตรงหน้าไม่ใช่ความสิ้นหวัง!
ภาพของถ้ำในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของไลราแสงสะท้อนจากผิวน้ำใสบริสุทธิ์เสียงหัวเราะของเด็กเงือกที่ว่ายเล่นอยู่ตามซอกหิน...แต่ภาพเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยซากปรักหักพังตรงหน้า“ที่นี่...เคยเป็นบ้านของพวกข้า...”
"ใครบอกว่ามันพังพินาศ?"อีไลอัสหัวเราะร่วน แววตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการสร้างสรรค์"ในสายตาของฉัน สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่ซากปรักหักพัง... แต่มันคือ 'พื้นที่เตรียมการก่อสร้าง' ที่รอการรีโนเวทครั้งยิ่งใหญ่ต่างหากล่ะ!"
ไลราและเหล่าเงือกเงยหน้าขึ้นมองเด็กชายด้วยความงุนงง"ร... รีโนเวทหรือท่าน? ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่าฉันจะซ่อมบ้านให้พวกเธอไงล่ะ! และจะไม่ใช่แค่ซ่อมให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมแต่ฉันจะยกระดับมันให้กลายเป็นสุดยอด 'สถาปัตยกรรมบาดาล'ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในป่าต้องห้าม!"
อีไลอัสกางแขนออกหันไปสั่งการทีมงานที่รอสแตนด์บายอยู่ทันที
"ทีมงานเฮเซลบรุค!โปรเจกต์ฉุกเฉินเริ่มต้นขึ้นแล้ว!วันนี้เราจะทำหน้าที่เป็นวิศวกรชลประทานและมัณฑนากรใต้น้ำ!"
"กิ๊ว!งานขุดลอกคูคลองไว้ใจบริษัทดัสตี้!"
"โฮก!บาร์นีย์... จะยกหิน... ไปทิ้ง!"
การก่อสร้างระดับมหากาพย์ภายในถ้ำลับเริ่มขึ้นอย่างฉับไว!อีไลอัสกระโดดขึ้นไปยืนบนโขดหินที่สูงที่สุดเพื่อประเมินโครงสร้างทางอุทกวิทยา ของถ้ำทั้งหมด
"ปัญหาหลักของถ้ำนี้คือความลาดชันที่เปลี่ยนไปเพราะเศษหินถล่มทำให้น้ำไหลสะสมและกระแทกอย่างรุนแรง!" อีไลอัสวิเคราะห์เสียงดัง"ถ้าเราเคลียร์เศษหินออกเฉยๆ น้ำก็จะไหลเทลงมาเร็วเกินไปอยู่ดีเราต้องสร้างระบบควบคุมความเร็วของกระแสน้ำ!"
"บาร์นีย์!ดัสตี้! เคลียร์เศษหินที่อุดตันร่องน้ำใต้ดินออกให้หมด! จากนั้นเอาหินแกรนิตก้อนใหญ่ๆ มาวางเรียงขวางเส้นทางน้ำที่ลาดชัน!"
หมียักษ์อสูรและตุ่นวิศวกรทำงานประสานกันอย่างรู้ใจบาร์นีย์ใช้งวงแขนอันทรงพลังยกหินย้อยขนาดมหึมาที่หักโค่นขึ้นมาอย่างง่ายดายขณะที่ดัสตี้มุดลงไปขุดลอกโคลนตมที่อุดตันทางน้ำบาดาลจนสะอาดสะอ้านเมื่อนำหินก้อนใหญ่มาวางขวางทางน้ำตามตำแหน่งที่อีไลอัสชี้ สถาปนิกน้อยก็ลงมือร่ายสกิลทันที!
"[สถาปนิกแห่งพงไพร]!"
แสงสีทองสว่างจ้าบาดตาพุ่งออกจากฝ่ามือของเด็กชายลงไปสัมผัสกับก้อนหินแกรนิตใต้น้ำ สกิลเวทมนตร์ทำการเจียระไน และผสานรอยต่อ ของก้อนหินเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยตะเข็บ!
อีไลอัสไม่ได้สร้างกำแพงกั้นน้ำทื่อๆแต่เขาสร้างโครงสร้างหินเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันลงมาตามความลาดชันของพื้นถ้ำ!
"นี่คือ'ฝายชะลอน้ำแบบขั้นบันได'!" อีไลอัสอธิบายหลักฟิสิกส์ให้ลูกบ้านฟังอย่างเมามัน"เมื่อกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลตกลงมากระทบกับขั้นบันไดหินแต่ละชั้นมันจะเกิดปรากฏการณ์ 'การกระโดดของน้ำ' ซึ่งจะช่วยทำลายพลังงานจลน์ ของน้ำ ทำให้กระแสน้ำที่เคยรุนแรงชะลอตัวลงและไหลอย่างนุ่มนวลสม่ำเสมอ!"
ไลราและเหล่าเงือกเบิกตากว้างมองดูผืนน้ำที่เคยเกรี้ยวกราดบัดนี้ค่อยๆ ไหลรินลงมาตามขั้นบันไดหินอย่างเป็นระเบียบ เสียงน้ำที่ตกกระทบเบาๆสร้างจังหวะที่ผ่อนคลายและไพเราะราวกับดนตรีบรรเลง
"และข้อดีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการทำฝายขั้นบันไดก็คือ..."อีไลอัสชี้ให้ดูฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมหาศาลที่เกิดจากการตกลงมาของน้ำ"การที่น้ำแตกกระจายเป็นฟอง จะช่วยเพิ่ม 'ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ'ให้พุ่งสูงปรี๊ด! สภาพน้ำแบบนี้แหละคือสรวงสวรรค์ของสัตว์น้ำที่ใช้เหงือกหายใจอย่างพวกเธอ!ผิวเกล็ดของพวกเธอจะเงางามและสุขภาพดีตลอดไป!"
เผ่าเงือกน้ำจืดถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาไม่เคยล่วงรู้ถึงทฤษฎีกลศาสตร์ของไหล แต่พวกเขาสัมผัสได้ทันทีว่ามวลน้ำที่ไหลบ่าเข้ามาใหม่นี้มันบริสุทธิ์ สดชื่น และอุดมไปด้วยอณูแห่งชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
"ฝายชะลอน้ำเสร็จเรียบร้อย!ต่อไปคือ โซนที่อยู่อาศัย!"
อีไลอัสไม่รอช้าเขาสั่งให้บาร์นีย์ลำเลียงหินแกรนิตที่ถูกเจียระไนจนเรียบเนียนกริบไปไว้ที่ก้นแอ่งน้ำลึกซึ่งเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดของถ้ำ
"ในการออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อควาติกกฎเหล็กข้อแรกคือ... ห้ามมีมุมแหลมคมเด็ดขาด!"อีไลอัสใช้ปลายนิ้วสีทองลูบไล้ก้อนหิน ลบเหลี่ยมมุมทั้งหมดให้มีความโค้งมน"เกล็ดและครีบของพวกเงือกนั้นบอบบาง หากว่ายไปขูดกับหินคมๆอาจเกิดแผลติดเชื้อได้"
จากนั้นสถาปนิกตัวน้อยก็เริ่มประกอบก้อนหินเหล่านั้นเข้าด้วยกันใต้น้ำ เขาสร้าง 'โดมที่อยู่อาศัยใต้น้ำ' รูปร่างคล้ายปะการังขนาดยักษ์จำนวนหลายหลังเรียงรายกันอยู่ที่ก้นแอ่ง
"กฎเหล็กข้อที่สอง...อากาศต้องถ่ายเท! เอ่อ... หมายถึง 'กระแสน้ำ' ต้องไหลเวียน!"
อีไลอัสเจาะช่องหน้าต่างและประตูของโดมหินให้มีลักษณะโค้งรับกับทิศทางการไหลของน้ำ
"ฉันออกแบบให้ช่องเปิดเหล่านี้ทำงานเหมือน'อุโมงค์ลมใต้น้ำ' กระแสน้ำที่ไหลผ่านแอ่งนี้จะถูกบีบให้พัดผ่านเข้าไปในตัวบ้านอย่างแผ่วเบาตลอดเวลาช่วยพัดพาเอาสิ่งสกปรกออกไป และนำออกซิเจนใหม่ๆ เข้ามาหมุนเวียน พวกเธอจะนอนหลับสบายในบ้านที่สะอาดบริสุทธิ์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!"
เมื่อก้อนหินก้อนสุดท้ายถูกประกอบเข้าที่แสงสว่างจาก 'มอสส์เรืองแสง'บนเพดานถ้ำก็สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่นิ่งสงบทะลุผ่านความใสแจ๋วลงไปกระทบกับโดมหินใต้น้ำที่โค้งมนและเรียบเนียน
ภาพตรงหน้าคือความวิจิตรตระการตาที่แทบจะหยุดลมหายใจ!
ซากปรักหักพังที่เคยน่าสยดสยองบัดนี้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็น 'พระราชวังบาดาล' ขนาดย่อมฝายชะลอน้ำขั้นบันไดที่ลดหลั่นกันลงมาอย่างงดงามน้ำใสบริสุทธิ์ที่อุดมไปด้วยออกซิเจน และบ้านหินใต้น้ำที่ออกแบบมาเพื่อสรีระของเผ่าเงือกโดยเฉพาะ
อีไลอัสปาดเหงื่อที่หน้าผากยืนท้าวสะเอวมองดูผลงานระดับมาสเตอร์พีซของตนเองด้วยรอยยิ้มกว้าง "การรีโนเวทเสร็จสมบูรณ์!"
ไลราและกลุ่มเงือกน้ำจืดค่อยๆ เลื้อยลงไปในแอ่งน้ำลึกทันทีที่หางปลาของพวกเขาสัมผัสกับผืนน้ำและว่ายเข้าไปสำรวจโดมที่อยู่อาศัยน้ำตาแห่งความปีติยินดีก็ไหลทะลักออกมาผสมกับผืนน้ำพวกเขาว่ายวนไปมาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเกล็ดสีรุ้งเปล่งประกายเจิดจรัสสะท้อนแสงมอสส์เรืองแสงบ่งบอกถึงความสุขและสุขภาพที่ฟื้นฟูเต็มร้อย
ไลราว่ายโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาที่ริมขอบแอ่งเธอและเงือกทุกตนวางมือทาบอก และก้มศีรษะลงจดผิวน้ำเพื่อทำความเคารพเด็กชายมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยท่าทีที่สง่างามที่สุดของเผ่าพันธุ์
"ท่านผู้ใหญ่บ้านอีไลอัส..."น้ำเสียงของไลราสั่นสะท้านไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง"ท่านไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตพวกข้าจากเงื้อมมือของมัจจุราช แต่ท่านยังมอบ 'สรวงสวรรค์' แห่งใหม่ที่งดงามยิ่งกว่าบ้านเดิมของพวกข้าเสียอีก...ความเมตตาและความสามารถของท่าน ช่างยิ่งใหญ่ประดุจเทพบิดรแห่งสายน้ำ"
ไลราเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกน้อยด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"พวกข้าเผ่าเงือกน้ำจืด ขอตั้งสัตย์ปฏิญาณ... ขอมอบความภักดีและชีวิตนี้แด่รัฐอิสระเฮเซลบรุค!พวกข้าขอสวามิภักดิ์ต่อท่านผู้ใหญ่บ้านแต่เพียงผู้เดียวขอรับ!"
รอยยิ้มของการเจรจาธุรกิจระดับมหภาคผุดขึ้นที่มุมปากของอีไลอัสทันที! ระบบเศรษฐกิจแบบแลกเปลี่ยน กำลังจะได้สมาชิกเครือข่ายใหม่ที่สำคัญระดับชาติ!
"ยินดีต้อนรับสู่ทะเบียนราษฎร์แห่งเฮเซลบรุคอย่างเป็นทางการนะไลรา!" อีไลอัสกางฝ่ามือออก ส่งแสงสีทองแห่ง [พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย] ประทับตราสัญลักษณ์วงเวียนและฉากลงบนหน้าผากของไลราและเงือกทุกตน
[ เงื่อนไขบรรลุผล:เป้าหมายซาบซึ้งในที่อยู่อาศัยใหม่ และขอสวามิภักดิ์อย่างสมบูรณ์แบบ ]
[ สวัสดิการที่ทำงาน:Sanctuary Regen ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ]
"ในเมื่อพวกเธอเป็นพลเมืองของฉันแล้วฉันก็มีหน้าที่สำคัญระดับโครงสร้างพื้นฐานของชาติจะมอบหมายให้พวกเธอรับผิดชอบ!"อีไลอัสปรับโหมดเป็นผู้บริหารโครงการอย่างรวดเร็ว
"หน้าที่หรือขอรับ?พวกข้ายินดีทำทุกอย่างเลยขอรับ!" ไลราตอบรับอย่างกระตือรือร้น
อีไลอัสชี้มือไปที่ฝายชะลอน้ำและโครงสร้างของถ้ำทั้งหมด"พวกเธออาศัยอยู่ในถ้ำที่เป็นดั่ง 'วาล์วน้ำหลัก' ของเมืองเราฉันขอแต่งตั้งให้พวกเธอเป็น 'ผู้ดูแลระบบน้ำ'ประจำรัฐอิสระเฮเซลบรุค!"
เด็กชายอธิบายเนื้องานอย่างละเอียด"หน้าที่ของพวกเธอคือ คอยเฝ้าระวังตาน้ำและแอ่งน้ำในถ้ำนี้ดูแลทำความสะอาดฝายชะลอน้ำอย่าให้มีเศษไม้หรือก้อนหินมาอุดตันและที่สำคัญที่สุด... พวกเธอต้องช่วยกันดูแล 'ร็อกกี้' คางคกศิลาที่นอนอยู่ตรงนั้น"
อีไลอัสบุ้ยใบ้ไปทางคางคกหินที่ถูกจับเซ็นสัญญาไปแล้ว"ฉันจะสร้างบ่อพักน้ำเฉพาะให้มัน และจะให้พวกเธอช่วยควบคุมมันทำหน้าที่เสมือน 'อ่างเก็บน้ำกึ่งวาล์วเปิดปิด'เพื่อปรับระดับปริมาณมวลน้ำที่จะไหลออกไปยัง 'น้ำตกม่านไพลิน'ด้านนอก... พวกเธอต้องรักษาอัตราการไหลของกระแสน้ำให้ 'สม่ำเสมอและคงที่' ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!"
ไลราพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน"เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้ใหญ่บ้าน! พวกข้าถนัดเรื่องการสังเกตกระแสน้ำที่สุดพวกข้าจะทำให้สายน้ำตกด้านนอกไหลอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งความผันผวนใดๆเลยขอรับ!"
"ยอดเยี่ยม!"อีไลอัสปรบมือเสียงดัง "และแน่นอน การทำงานหนักต้องได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม!แลกกับการที่พวกเธอเป็นผู้ดูแลระบบน้ำ... หมู่บ้านเฮเซลบรุคจะส่งเสบียงอาหารชั้นดีทั้งสตูว์มันเทศป่า ขนมปังข้าวสาลีอบใหม่ๆ และพรีเมียมเพมมิแคนมาให้พวกเธอถึงถ้ำทุกสัปดาห์!"
"และหากมีใครเจ็บป่วย..."อีไลอัสหันไปลูบหัวเดซี่ "หัวหน้าแผนกเกษตรกรรมของเราจะปรุงยาสมุนไพรและมานาพฤกษามาส่งให้ทันที! พวกเธอจะไม่มีวันต้องอดอยากหรือทนบาดเจ็บอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป!"
เงือกน้ำจืดทั้งกลุ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความสุขอันล้นปรี่ สวัสดิการที่ยอดเยี่ยมและหน้าที่ที่มีเกียรติทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้
หลังจากจัดแจงพื้นที่และมอบหมายหน้าที่เสร็จสิ้นทีมกู้ภัยเฮเซลบรุคก็เตรียมตัวเดินทางกลับ
อีไลอัสกระโดดขึ้นขี่หลังบาร์นีย์หมียักษ์อสูรออกตัววิ่งลุยแอ่งน้ำ มุ่งหน้าฝ่าม่านน้ำตกม่านไพลินเพื่อกลับสู่โลกภายนอกโดยมีเสียงร้องอำลาอย่างซาบซึ้งของเผ่าเงือกดังก้องตามหลังมา
ซ่าาาาา!!!
เมื่อบาร์นีย์พุ่งทะลุม่านน้ำตกออกมาสู่แสงอาทิตย์ยามเย็นเบื้องนอกภาพที่ปรากฏต่อสายตาของสถาปนิกน้อย ก็คือรางวัลแห่งความทุ่มเทที่งดงามที่สุด!
ครืนนนนน! ครืนนนนน!
กังหันน้ำแบบ Overshot Waterwheel ขนาดยักษ์กำลังหมุนวนอย่างทรงพลัง เสถียรภาพ และนุ่มนวลอย่างที่สุด!กระแสน้ำตกที่ตกลงมากระทบถังรับน้ำมีปริมาณที่คงที่เป๊ะๆไร้ซึ่งปรากฏการณ์ค้อนน้ำหรือความผันผวนใดๆ เฟืองดอกจอกที่เคยสั่นสะท้าน บัดนี้ขบกันอย่างสมบูรณ์แบบส่งกำลังหมุนมหาศาลเข้าสู่อาคารโรงสีอย่างต่อเนื่องไร้ที่ติ!
ปัญหาคอขวดของแรงงานถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยกลไกทางฟิสิกส์และการบริหารบุคลากรข้ามเผ่าพันธุ์!
อีไลอัสกอดอกมองดูความสำเร็จของตนเองด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุด
แหล่งน้ำ...แรงงาน...และเสถียรภาพของกระแสน้ำทรัพยากรที่เคยขาด...กำลังถูกเติมเต็มเข้ามาในระบบของเฮเซลบรุคทีละชิ้น
รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุคได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ กลางป่า สู่การเป็น 'มหานครแห่งนวัตกรรม' ที่มีระบบสาธารณูปโภคและระบบเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าต้องห้ามอย่างเต็มภาคภูมิ!
[ ข้อมูลระบบ: รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค ]
[ สถานะผู้ใหญ่บ้าน]
ชื่อ: อีไลอัส บรุค (ผู้ก่อตั้ง)
คลาส: ผู้รังสรรค์แห่งความสงบสุข เลเวลตัวละคร: Lv.16
[ รายงานประชากรรัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค:รวม 200 ชีวิต + 1 โคโลนี ]
ลูกบ้านอสูรและแกนนำ: 9 ชีวิต
ร็อกกี้ (คางคกศิลายักษ์) -วาล์วน้ำมีชีวิต / แผนกชลประทาน
ไลรา (เงือกน้ำจืด) - ผู้นำเผ่าเงือก/ ผู้ดูแลระบบนิเวศทางน้ำ
พลเมืองเฉพาะทาง (เผ่าเอลฟ์): 72 ชีวิต
พลเมืองเฉพาะทาง(เผ่าเงือกน้ำจืด): 29 ชีวิต
เงือกน้ำจืด: 29 ชีวิต (แผนกควบคุมความดันน้ำและประปาบาดาล)