เวลาหลายวันที่เดินทางด้วยกันก็ทำให้หยาง อู๋เสินและอวี้หลันสนิทสนมกันมากขึ้นด้วยพื้นเพนิสัยของอวี้หลันนั้นร่าเริงสดใสเป็กันเองจึงทำให้เข้าใจกันได้ไม่ยากนัก แม้ในตอนแรกหยาง อู๋เสินจะรู้สึกแปลกที่มีนางคอยตามอยู่บ้างแต่การเดินทางกลับเจี้ยนเฉิงก็ใช้เวลาอีกแรมเดือนอยู่ด้วยกันนานวันเข้าจึงคุ้นชิน แต่ถึงอย่างนั้นอวี้หลันก็ไม่เคยประพฤติไม่ดีหรือล่วงเกินฐานะคุณชายของเขา
เมื่อเดินทางมาถึงยังเจี้ยนเฉิงอวี้หลันที่อาศัยอยู่แต่บนเขาไม่เคยเห็นความศรีวิไลมากมายเช่นนี้มาก่อนก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจต่อทุกสิ่งที่ได้พบ
“สตรีพวกนี้นุ่งน้อยห่มน้อยกันจังนะเ้าคะ”
หยาง อู๋เสินเอนศีรษะมองจึงได้กล่าวออกมา
“พวกนางเป็นางโคมเขียวหรือนางโลมแต่งกายเช่นนั้นก็เพื่อให้บุรุษสนใจ”
อวี้หลันรับฟังแล้วนิ่งไปใจลังเลไม่รู้ว่าควรถามดีหรือไม่
“สงสัยอะไร” หยาง อู๋เสินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของนาง
“นางโคมเขียวหรือนางโลมทำให้บุรุษสนใจอย่างไรหรือเ้าคะ”
“ก็หลายอย่างเปิดเผยเนื้อหนัง ร่ายกลอนเล่นดนตรี ร้องเพลงเป็เพื่อนดื่มสุราบางคนก็…”
“บางคนก็อะไรหรือเ้าคะ” อวี้หลันยื่นหน้าเข้าใกล้เพื่อเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณชายของตนเงียบไป
หยาง อู๋เสินกำลังจะเอ่ยต่อแต่รถม้าดันหยุดชะงักขึ้นกะทันหัน อวี้หลันที่นั่งอย่างไม่ระวังทั้งยื่นหน้าออกมาเช่นนั้นก็ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ หยาง อู๋เสินรีบเข้าดึงตัวนางไว้ทำให้เมื่อรถม้าหยุดนิ่งอวี้หลันจึงได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งสองคนมองตากันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เสียงจากด้านนอกจะกล่าวขึ้นเพื่อถามตนด้านใน
“คุณชายเป็อะไรหรือไม่ขอรับ เมื่อกี้มีเด็กน้อยวิ่งตัดหน้าไปเราจึงต้องหยุดอย่างกะทันหัน”
ทั้งสองคนรีบผลักตัวออกจากกันอย่างทำตัวไม่ถูก
“ไม่เป็ไร” หยาง อู๋เสินกล่าวต่อคนข้างนอกเพียงสั้นๆ ก่อนหันไปเอ่ยถามต่อนาง
“เ้าไม่เป็ไรใช่มั้ย”
อวี้หลันยิ้มออกมาทั้งส่ายหน้าเพื่อบอกว่าตนนั้นไม่เป็ไร ตลอดเส้นทางอวี้หลันยังคงตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็นหยาง อู๋เสินก็เพียงมองนางแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ
ณ คฤหาสน์ตระกูลหยาง
ตระกูลหยางนั้นเป็ตระกูลวาณิชย์มีกิจการในการควบคุมอยู่อย่างมากมายทั้งหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็กิจการร้านผ้าทอหรือเครื่องประดับที่ขึ้นชื่อที่สุดในเื่คุณภาพของเจี้ยนเฉิง กิจการโรงเตี้ยมและเรือนร้องรำที่สำคัญๆ ก็เป็ของตระกูลหยาง ทั้งมารดาของหยาง อู่เสินนั้นก็เป็น้องสาวแท้ๆ ของฮ่องเฮาองค์ปัจจุบันจึงทำให้มีอำนาจมากแต่ตัวเขากลับไม่เคยคิดก้าวเข้าเป็ขุนนางเพียงคิดสืบทอดกิจการที่มีอย่างมากมายของตระกูลเท่านั้น ต่างจากหยาง ว่านสิงผู้เป็น้องชายที่เข้ารับราชการที่บัดนี้ได้เป็ถึงแม่ทัพใหญ่เื่ชื่อของแคว้น
“คุณชายบ้านท่านช่างใหญ่โตจริงๆ นะเ้าคะ” อวี้หลันกล่าวทั้งชะโงกหน้าไปมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“นี่แม่นางน้อยบ้านหลังโตเช่นนี้เรียกว่าคฤหาสน์ไม่ใช่บ้าน” พ่อบ้านหวงที่ออกมาต้อนรับคุณชายใหญ่ของตระกูลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของนาง
อวี้หลันยิ้มพลางพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟังหยาง อู่เสินเองก็เพียงยิ้มออกมา
“คุณชายแม่นางน้อยผู้นี้คือใครกันขอรับ” พ่อบ้านหวงกล่าวถามเมื่อเห็นนางติดตามคุณชายของตนมา
“นางเป็สาวใช้คนใหม่ของข้าเอง อย่างไรรบกวนพ่อบ้านหวงจัดห้องให้นางด้วยเอาใกล้ๆ เรือนข้าจะได้เรียกใช้ได้สะดวก”
พ่อบ้านหวงเมื่อได้รู้ว่านางนั้นเป็สาวใช้คนใหม่ของคุณชายแม้สงสัยแต่ไม่เอ่ยถามที่คุณชายตนที่ปกติไม่รับคนไว้ข้างกายง่ายๆ แต่กลับรับนาง จึงเพียงพยักหน้ารับแล้วสั่งคนให้ไปตระเตรียม
“อวี้หลันเ้าไปกับข้า” หยาง อู่เสินหันมากล่าวกับนาง
“ไปไหนหรือเ้าคะ”
“ข้าจะไปตรวจดูโรงผ้าทอสักหน่อย”
“เ้าค่ะ” อวี้หลันเอ่ยรับ
ทั้งสองเดินเท้าไปยังโรงผ้าทอเซิงเหลียนกิจการของตระกูลที่อยู่ห่างออกไปเพียงสองตรอกซอย ระหว่างทางอวี้หลันเห็นถังหูลู่ที่ดูแวววาวชวนลิ้มรสก็จ้องอย่างไม่วางตา หยาง อู๋เสินเห็นนางไม่ตามมาจึงได้หันไปมอง
“อวี้หลันเ้าจะมามั้ย”
อวี้หลันเมื่อเห็นคุณชายเอ่ยเรียกแล้วจึงได้รีบเดินตามมาทั้งทำตาเล็กตาน้อยเกรงโดนดุด่า แต่เขาเองก็เพียงหันกลับไปเดินต่อไม่ได้ต่อว่านาง
โรงผ้าทอเซิงเหลียน
“คุณชาย” หัวหน้าโรงผ้าทอที่กำลังสั่งงานลูกน้องอยู่เห็นคุณชายหยางจึงได้เอ่ยคำนับ
“เหวินเจียงผ้าชุดที่ว่ามีปัญหาอยู่ที่ใด”
“ด้านในโรงเก็บผ้าขอรับของเพิ่งถูกตีกลับมาเมื่อวานนี่เอง เชิญคุณชาย” กล่าวเสร็จจึงได้เดินนำหยาง อู๋เสินไปเพื่อดูผ้าทอที่ถูกส่งกลับมา
ผ้าทอที่ถูกส่งกลับมานั้นมีลวดลายสวยงามแต่ตัวเน้อสีนั้นกลับไม่เรียบเท่ากันมีรอยด่างเล็กใหญ่ตามที่ทั่วผืน
“ชุดนี้ใครเป็คนรับผิดชอบ” หยาง อู๋เสินกล่าวพลางจับผ้าขึ้นดู
“เป็กู้เหนียงที่รับมาใหม่ขอรับ”
“ให้นางมาพบข้าที”
เหวินเจียงรับคำไปแล้วพาตัวกู้เหนียงเพื่อมาพบคุณชาย กู้เหนียงสองเท้าสั่นเทาไม่กล้าก้าวเดินอวี้หลันเองที่เห็นใบหน้าที่ตึงเครียดของเขาก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาไม่น้อย
“กู้เหนียงเ้าว่าเพราะอะไรผ้าพวกนี้จึงเป็เช่นนี้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คือ…คือว่าข้าไม่รู้เ้าค่ะคุณชาย” กู้เหนียงกล่าวด้วยน้ำเสียงหวั่นเกรง
“เพราะขณะที่ต้มเ้าใช้เวลาน้อยเกินไปทั้งยังไม่กวนทำให้สีย้อมเข้าถึงเนื้อผ้าได้อย่างไม่ทั่วถึง” เขาวางผ้าลงอย่างอารมณ์เสียก่อนหันมามองหน้ากู้เหนียงอย่างมีโทสะแล้วเอ่ยต่อ
“ข้ารับเ้าเข้ามาก็เพราะคิดว่าเ้าจะละเอียดถี่ถ้วนกว่านี้ กู้เหนียงเ้ารู้หรือไม่ว่าผ้าที่ถูกตีกลับมีมูลค่าเท่าใด วันนี้เ้าก็เก็บของของเ้าเสียแล้วอย่าได้กลับมาอีก”
“คุณชายใหญ่ให้โอกาสข้าอีกครั้งเถอะเ้าค่ะ ข้ารับรองว่าจะไม่มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเ้าค่ะ” กู้เหนียงเอ่ยขอร้องอย่างน่าสงสาร
หยาง อู๋เสินยังยืนยันคำเดิมไล่นางออกแล้วให้หัวหน้าโรงทอหาคนงานคนใหม่มาแทน
หลังจากจัดการเื่ที่โรงทอเสร็จเรียบร้อยขณะที่กำลังเดินกลับคฤหาสน์ตระกูลหยาง อวี้หลันยังคงจ้องมองถังหูลู่ที่ชวนน้ำลายสออย่างจดจ่อ
“เ้าอยากกินหรือ” หยาง อู๋เสินถามขึ้นอย่างใจดีผิดจากตอนที่เขานั้นตรวจงานในโรงทอ
ด้วยสีหน้านั้นของเขาทำให้อวี้หลันยังหวั่นเกรงอยู่เล็กๆ จึงเอ่ยตอบอย่างเกรงใจ
“ไม่เ้าค่ะ”
หยาง อู๋เสินส่ายหน้ากับท่าทางเกรงในตัวเขาก่อนเดินเข้าไปยังร้านที่ขายถังหูลู่ที่อยู่ไม่ไกลอยู่อวี้หลันรีบเดินตามเขาไป หยาง อู๋เสินซื้อถังหูลู่นั้นมาสองไม้แล้วยื่นไม้หนึ่งให้นาง
“รับไปสิ”
“คุณชายใจดีจังเ้าค่ะ” อวี้หลันเอ่ยพลางยื่นมือรับมา
“เ้าคงกลัวท่าทางของข้าตอนอยู่ที่โรงผ้าทองั้นสิ” จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
อวี้หลันเพียงยิ้มตาหยีเพื่อเอ่ยตอบ
“เวลาที่เป็นายเ้าจะต้องเป็ตัวอย่างให้คนในการดูแล ต้องเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำสองพวกเขาอาจมองว่าเ้าน่ากลัวแต่ถ้าหากเช่นนั้นสามารถทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสินค้ามีคุณภาพได้เช่นนั้นก็คือว่าคุ้มค่า” เขาเอ่ยอธิบายให้นางฟังถึงท่าทางของเขา
อวี้หลันรู้สึกว่าคุณชายของนางนั้นช่างดีต่อนางทั้งใส่ใจ เื่เล็กน้อยเช่นนี้จริงๆ แล้วเขาไม่จำเป็ต้องกล่าวให้นางฟังก็ได้แต่เขาก็ยังทำเพื่อให้นางเข้าใจ
“แต่ข้าว่าคุณชายดูดีมากเลยนะเ้าคะกับท่าทางเช่นนั้น”
“เ้าไม่กลัวข้าแล้วหรือ”
“ไม่เ้าค่ะ”
ทั้งสองเดินไปคุยไปอย่างสนุกสนานถนนที่มืดมิดนั้นกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทั้งสอง พ่อบ้านหวงที่ยืนคอยอยู่แล้วก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคุณชายนั้นพูดคุยหัวเราะกับอวี้หลันอย่างร่าเริงในใจยิ่งประหลาดใจ
“คุณชาย”
“พ่อบ้านหวงท่านจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือ”
“ขอรับห้องของอวี้หลันข้าให้คนเตรียมไว้หลังเรือนของคุณชายท่านสามารถเรียกหานางได้ตลอด”
“เช่นนั้นก็ดีท่านไปพักเถอะข้าจะเดินพานางไปเอง”
กล่าวเสร็จหยาง อู๋เสินก็เดินนำอวี้หลันไปยังเรือนของตนสองทางเดินไปยังเรือนของหยาง อู๋เสินนั้นเต็มไปด้วยต้นไผ่ที่ไหวเอนไปตามแรงลมยามค่ำคืนเสียงต้นไผ่ใบไผ่ที่เสียดสีกันดังราวเสียงดนตรีขับขานที่ฟังแล้วสบายใจยิ่ง
“นี่เป็ห้องของเ้า”
อวี้หลันมองเข้าไปยังห้องของตัวเองอย่างประหลาดใจก่อนเอ่ยขึ้น
“คุณชายนี่ท่านเรียกว่าห้องหรือเ้า ห้องนี่ใหญ่กว่าบ้านข้าสามเท่าได้กระมัง”
หยาง อู๋เสินยิ้มกับท่าทางที่เดินสำรวจไปมาของนางก่อนเอ่ยกล่าว
“เ้าเป็สาวใช้ส่วนตัวของข้าห้องนี่จึงถูกเตรียมเป็พิเศษหากเป็สาวใช้ทั่วไปจะนอนรวมกันที่เรือนหลัง”
อวี้หลันเดินไปมาพลางพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เขาเอ่ยกล่าว
“อวี้หลัน”
“เ้าคะ” อวี้หลันรีบเดินมาหน้าคุณชายของตนเมื่อเห็นเขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พรุ่งนี้ตอนเช้าอย่าลืมเตรียมอ่างล้างหน้าทั้งชุดสำหรับพรุ่งนี้เข้าใจหรือยัง”
“เ้าค่ะคุณชายข้าไม่ลืมแน่นอนเ้าค่ะ”
“ก็ดีเช่นนั้นวันนี้เ้าก็พักเถอะ”
อวี้หลันพยักหน้ารับทั้งเดินตามไปส่งคุณชายที่ห้องแล้วเดินกลับมายังห้องพักของตนเอง
ภายในห้องพักอวี้หลันได้นำกล่องไม้ของมารดาออกมากอดไว้ด้วยความคิดถึงมารดา
“ท่านแม่ข้ามาถึงเมืองหลวงแล้ว แต่ข้าไม่รู้ว่าควรสืบหาท่านพ่ออย่างไรท่านบอกข้าทีสิท่านแม่”
อวี้หลันนอนกอดกล่องไม้ของมารดาอยู่นานจนคล้อยหลับไปในที่สุด