ปราบชันกายลุกนั่งหลังจากที่กลืนโอสถฟื้นฟู กระดูกทั่วร่างที่เคยแตกหักกลับสมานหายดีดังเดิม
“ ฟู่ว “ เขาเป่าปากออกมาอย่างแรงแล้วชันกายลุกยืน
ชายหนุ่มไปยังห้วงมิติที่ห้า
“ ตูมม “ แรงระเบิดอัดกระแทกร่างของชายหนุ่มกระเด็นไปไกล
เจ้าสำนักยิ่งทะยานร่างเข้ามายังห้วงมิติที่ห้า เขายิ้มออกในทันใด
“ สมบัติล้ำค่า “ เขาร้องลั่น
ผู้คนมากมายต่างกรูเข้าไปในห้วงมิติอย่างรวดเร็ว ขนาดหัวหน้าคณะวิจัยยังอดใจไม่ไหว
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้วงมิติแล้วกวาดสายตามองทั่ว เขายิ้มออกเพราะสมุนไพรเทวะสั่ง
“ ไอ้หนูนี่คือไข่มุกเทียมฟ้า เอาไว้ทะลวงขั้นพลังระดับสูง เจ้าเก็บไว้วันหน้าเจ้าต้องได้ใช้แน่ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ นี่เป็นเศษหินแก่นโลก มันหลงเหลือจากการกำเนิดโลก มีพลังมากไว้ทะลวงพลังขั้นสูง “ มันเอ่ย
“ นั่นคือทองนภา ใช้หลอมศัสตราวุธมันจะเลื่อนขั้นศัสตราวุธที่หลอมให้เป็นชั้นสูงสุด “ มันเอ่ย
“ นั่นคือหยกสวรรค์สามารถใช้ทะลวงพลังขั้นสูง เก็บไว้ “ มันเอ่ย
“ นั่น นั่น นั่น “ เสียงของมันทำเอาชายหนุ่มสับสน
เขารู้สึกทึ่งกับความรู้ของมันที่มีมากมายยิ่งนักราวกับผู้อาวุโสที่เก่งกาจ มันที่เป็นเพียงสมุนไพรแต่เหตุใดมันจึงรู้เรื่องมากมายยิ่งนักเรื่องนี้ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งงุนงง
เมื่อหมดเวลาทุกคนต่างหัวเสียกับหัวหน้าคณะวิจัย
“ ห้วงมิติที่หกแล้ว “ เขาพึมพำ
“ ตูมมม “ พลังปราณที่มากมายระเบิดออกอย่างรุนแรง
“ ครืนน “ พลังปราณฟ้าดินไหลทะลักเอ่อท่วมทั่วโถง
“ เร่งทำการดูดซับมัน “ ปราบร้องลั่น
เขาเร่งทำการดูดซับพลังปราณอย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งวัน
ทุกคนต่างก็ทยอยทะลวงขั้นพลังไปคนละขั้นย่อย รวมกับตัวเขา
“ ระดับสามแล้ว “ เขาพึมพำ
“ กายากล้าแกร่งอีกระดับ “ เขาเอ่ย
“ หวังว่าห้วงมิติสุดท้ายจะเป็นพลังเต๋า “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มเดินเข้าหาม่านพลังแล้วกระชับกระบี่ในมือแน่น
“ เปรี้ยงง “ เขาฟาดกระบี่ใส่ยังม่านพลังสุดแรง
“ ตูมม “ ม่านพลังระเบิดออกอย่างรุนแรง
“ ครืนน “ พลังเต๋ามากมายไหลทะลักออกอย่างบ้าคลั่ง
โดยที่ไม่ต้องบอกทุกคนทิ้งร่างลงนั่งแล้วทำการดูดซับพลังเต๋าอย่างรวดเร็ว
“ วู๊มม “ มวลอากาศรอบกายาของชายหนุ่มพลันไหวกระเพื่อมเมื่อเขาสูบพลังเต๋าที่มากมายเข้าสู่กายา
ตันเถียนของของเขาพลันเริ่มแปรเปลี่ยนปรากฏปลาหยินหยางดำขาวว่ายเวียนอยู่ภายใน ขณะที่สูดหายใจตันเถียนพลันเปล่งประกายแสงขาวดำสว่างไสว ปลาหยินหยางยิ่งเปล่งแสงเจิดจ้า
ขอบเขตอาณาของตันเถียนพลันหนาแน่นแข็งกล้าขึ้น ยากถูกทำลายโดยง่าย
ดาราทั้งสามดวงพลันปรากฏรูปรอยปลาหยินหยางทั้งสามดวง แลดวงที่สี่ที่กำลังก่อร่างก็เกิดจากสองปลาที่ว่ายเวียนไปมาควบรวมพลังเข้ารวมศูนย์แลทำการควบแน่นดวงดาราที่สี่
ปราบที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตันเถียนแล้วให้สงสัยเขาจึงเอ่ยถามสมุนไพรเทวะ
“ เจ้ามันตัวประหลาด แต่เจ้าอาจเป็นกายาหยินหยางก็ได้ “ มันเอ่ย
“ เพราะเท่าที่ข้ารู้มากายาหยินหยางจะเป็นเช่นนี้ “ มันเอ่ย
“ หากเจ้าเป็นตัวประหลาดเมื่อครั้งหน้าที่เจ้ารับเอาพลังชนิดใหม่เข้าไปก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อีก นั่นจะทำให้เจ้าฝึกฝนได้ยากขึ้นเพราะต้องหาพลังที่เหมาะสม “ มันเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
หลังจากที่ปรับสมดุลร่างกายกันแล้วเสร็จ ปราบทะยานร่างไปยังห้วงมิติที่เจ็ดอย่างรวดเร็ว
เขามองเข้าไปภายในแล้วเบิกตากว้าง สมบัติเต๋าภาพหยินหยางล่องลอยอยู่กลางฟ้าดิน มันเปล่งแสงขาวดำสาดส่องลงยังผืนพารา ส่งให้อาณาที่รับแสงหยินหยางเปี่ยมล้นไปด้วยเต๋า
“ ภาพหยินหยาง “ ปราบร้องลั่น
เขาเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า แล้วกวาดตามองทั่ว ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆเมื่อพลังเต๋าที่เข้มข้นโลมเลียทั่วกายา
“ ยอดเยี่ยม “ ปราบเอ่ย
เจ้าสำนักยิ่งพยักหน้าช้าๆ เขามองยังชายหนุ่มที่กำลังนำเอาศัสตรานับสิบวางลงในแสงหยินหยาง เขามิรู้ว่าชายหนุ่มกำลังอะไรแต่เขาก็มิได้รอช้าเร่งทำตามอย่างรวดเร็ว
ผู้คนมากมายต่างเร่งทำตามแล้วนั่งเฝ้าสมบัติของตน
ผ่านไปนานนับเดือน
“ วู๊มม “ สมบัติในแสงหยินหยางพลันปลดปล่อยพลังออก
“ ดี “ ปราบร้องออกแล้วทำการเก็บศัสตราของตนอย่างเร็วไว
ห้าสาวก็เร่งทำตามในทันที
“ ปราบเอ็งว่าจะผนึกภาพหยินหยางนี่ได้เช่นใด “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ ผมว่ามิต้องทำสิ่งใดปล่อยไว้เช่นนี้ “ ปราบเอ่ย
“ มิได้ หากมีผู้ใดช่วงชิงไปถือเป็นหายนะอย่างร้ายแรง “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ เช่นนั้นแล้วก็ผนึกที่ปากทางเข้า “ ปราบเอ่ย
“ เข้าที “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
เมื่อหัวหน้าคณะวิจัยทำการผนึกปากทางเข้าแล้วเสร็จ ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย
หลังจากที่ล่ำลากัน ชายหนุ่มพาห้าสาวกลับมาที่รีสอร์ทแล้วเริ่มบทรักต่อหลังจากที่อดอยากมานาน
ผ่านไปอีกสิบวัน
เขามองยังสาวทั้งห้าที่กำลังข้ามผ่านพันธนาการเป็นจอมยุทธหลอมรวมกายา เขาก็ได้แต่ฉีกยิ้มกว้าง
“ ไม่น่าเชื่อว่าพลังหยางของข้าจะสามารถส่งเสริมพวกนางได้เร็วขนาดนี้ “ ปราบเอ่ย
“ ข้ามันตัวประหลาด “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มมองยังดาราดวงที่ห้าที่สองปลากำลังควบรวมอยู่เขาพยักหน้าช้าๆ
หลังจากห้าสาวข้ามพันธนาการแล้วเสร็จก็ถึงคราวที่เสริมกายาให้กล้าแกร่ง
สามเดือนมาแล้วที่ชายหนุ่มจากเหล่าสาวๆของเขามาที่เกาะร้างกลางมหาสมุทร เขามิเชิงติดอยู่ที่นี่ แต่เขากำลังต่อสู้กับเจตจำนงของปลาหมึกยักษ์ที่ออกไล่ล่าผู้คน
มันเป็นปลาหมึกอสูรระดับห้าที่มีกายาใหญ่โตทั้งยังมีหนวดที่ใช้โจมตียาวเฟื้อย
มันทะลวงเป็นระดับห้าได้โดยที่ระบบตรวจจับก็ยังไม่รู้จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่ง แลมีเพียงผู้เดียวในโลกเวลานี้ที่สามารถต่อกรกับมันได้
ชายหนุ่มถูกเรียกตัวด่วนไปที่ศูนย์เดลีของอินเดียเพื่อให้ช่วยปราบปลาหมึกอสูรยักษ์ ตามข้อตกลงเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจร่างยักษ์นี้จะเป็นของเขา
ชายหนุ่มใช้เวลาหลายวันกว่าจะพบเจอรังของมัน ซึ่งมันทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่าเพราะอะไรมันจึงอยู่บนบก ทั้งที่จริงแล้วมันควรอยู่ใต้น้ำ
“ อือ “ ชายหนุ่มกัดกรามแน่นเมื่อเจตจำนงของปลาหมึกยักษ์กำลังสยบเจตจำนงของเขา
“ มิได้ ห้ามตาย “ ปราบร้องลั่น
เขาพลันฉุกคิดได้ถึงเรื่องราวของเขาที่ถูกพีรามิดหลอมกายาสยบ เวลานั้นเขายังมีเจตจำนงที่แกร่งกล้า แต่เวลานี้เขากลับมีเจตจำนงที่อ่อนแอ
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องลั่น
เขาระเบิดเจตจำนงในช่วงเวลาเป็นตายนั้น
“ อ้ากก “ อสูรปลาหมึกร้องลั่นก่อนที่จะดีดดิ้นที่ฟื้นอย่างบ้าคลั่งเพราะเจตจำนงของมันถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง
“ ตึง ตึง ตึง “ หนวดใหญ่ยักษ์ของมันฟาดไปทั่วทำเอาพื้นดินแตกร้าว
ปราบได้ทีทะยานร่างขึ้นสูงแล้วสะบัดกระบี่สีดำออกอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “ คมกระบี่พุ่งทะยานตัดผ่ามวลอากาศตรงดิ่งเข้าหาปลาหมึกอสูร
“ ตูมม “ คมกระบี่ระเบิดร่างของมันเป็นแผลเหวอะ
“ ยังไมตาย “ เขาเอ่ยแล้วระเบิดพลังออกอีกครั้ง