บทที่ 45 เจ้าเป็นกิ้งก่าหรือไร! เปลี่ยนสีเร็วยิ่งนัก!
“ท่านผู้อาวุโสเฉิน เรื่องที่ท่านนัดแนะดูตัวครานี้ดูจะไม่เหมาะสมนะเจ้าคะ!” เมื่อกล่าวประโยคนี้ออกมา หลิวหลิงหรานก็หรี่ตาลงน้ำเสียงไม่เป็นมิตรขึ้นมาทันที
“มิต้องกังวลไปหรอก แค่หลอกเขาเล็กน้อยก็พอแล้ว จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของเจ้าเสียหายแน่นอน อีกอย่าง! หลิงหรานงดงาม อ่อนโยน เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ไม่ควรปล่อยให้ไอ้เวรนั่นได้ตัวเจ้าไปง่าย ๆ สิ” เฉินชิงหยวนรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเหมาะสม แต่เพื่อไม่ให้กระทบมิตรภาพของพี่น้อง และไม่ให้ตนเองกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูด จึงต้องใช้วิธีนี้
“หากการดูตัวครานี้เพื่อแต่งงานกับท่านผู้อาวุโสเฉิน ข้าอาจพิจารณาดูได้ แต่คนอื่นล้วนไม่เหมาะสมกับข้า” หลิวหลิงหรานกล่าวด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ ไม่รู้ว่าประโยคนี้จริงเท็จแค่ไหน
“แหม! อย่าล้อข้าเล่นเลย ช่วยข้าทีเถอะ! ได้โปรด” เฉินชิงหยวนวางท่าทีลงแล้วอ้อนวอนเสียงเบา
“ท่านผู้อาวุโสเฉิน ท่านคิดว่าหลิงหรานงามหรือไม่?” เห็นเฉินชิงหยวนร้อนใจเช่นนี้ ความโกรธของหลิวหลิงหรานก็คลายลงไปมาก
“งามสิ! ในโลกนี้ไม่มีใครเทียบเจ้าได้แล้ว”
บาปกรรมจริง ๆ เฉินชิงหยวนได้แต่ภาวนาในใจ หวังว่าคำพูดที่นี้จะไม่นำพาเคราะห์กรรมมาให้ภายหลัง
ถึงแม้หลิวหลิงหรานจะงามดั่งเทพธิดาจริง ๆ แต่ก็ยังด้อยกว่าคนที่งามที่สุดในใต้หล้าอยู่ครึ่งหนึ่ง อย่างน้อยในความทรงจำของเฉินชิงหยวน ยังมีอีกสองสามคนที่เหนือกว่าหลิวหลิงหรานในทุก ๆ ด้าน
“ถ้าเช่นนั้น ทำไมท่านถึงต้องให้หลิงหรานไปดูตัวเพื่อแต่งงานกับคนอื่นด้วย?”
“เจ้าแค่แสดงเป็นละคร ไม่ต้องจริงจังหรอก” เฉินชิงหยวนเน้นย้ำอีกครั้ง
“ถึงแม้จะเป็นการแสดง ก็ไม่ควรทำเช่นนั้น ข้าได้ยินมาว่าผู้ชายมีสัญชาตญาณความเป็นเจ้าของสูง แม้ไม่ใช่ของตัวเอง ก็จะไม่ยอมให้คนอื่นได้ดีไปง่าย ๆ หากท่านรู้สึกว่าเสี่ยวหลานสวยจริง ๆ ท่านคงทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก นอกเสียจาก...”
หลิวหลิงหลานหยุดพูดชั่วครู่ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย สายตาล้อเลียน
“นอกเสียจากท่านผู้อาวุดสเฉินนิสัยเปลี่ยนไป ไม่ใช่ผู้ชายปกติแล้ว”
“เจ้าจะพูดอะไรของเจ้า?” เฉินชิงหยวนยิ่งฟังยิ่งรู้สึกแปลก ๆ
“ท่านผู้อาวุโสเฉิน หรือเพราะเรื่องของไป๋ซีเสวียที่ทำให้ท่านเปลี่ยนไป ไม่สนใจผู้หญิงแล้วงั้นหรือ?” หลิวหลิงหลานแกล้งทำท่าประหลาดใจ
“ไม่แปลกที่อาจารย์น้อยช่วงนี้สนิทกับพี่ใหญ่หลินผิงเหยียนขนาดนั้น พวกท่านคงไม่มีอะไรกันหรอกนะ!” เฉินชิงหยวนได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนสีทันที ด่อนจะตะโกนด่า
“เด็กบ้า! พูดจาเหลวไหล! ระวังข้าจะตีเจ้านะ!!”
“ท่านผู้อาวุโส ตอนนี้ท่านสู้ข้าไม่ได้หรอก! ยอมแพ้ไปเสียเถอะ!” หลิวหลิงหลานไม่เกรงกลัว ริมฝีปากแดงยิ้มระรื่นดั่งดอกไม้บานสะพรั่ง
“เจ้า!” เฉินชิงหยวนไม่รู้จะพูดอะไร ความจริงพิสูจน์ให้เห็นว่า การตีเด็กต้องทำตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่อย่างนั้นพริบตาเดียว เด็กโตขึ้นมา ก็ตีไม่ได้แล้ว
เมื่อดื่มน้ำชาไปหนึ่งถ้วย เฉินชิงหยวนสงบอารมณ์ลงและตัดสินใจเสียเลือดเนื้อ
แต่เดิมเฉินชิงหยวนตั้งใจให้หลิวหลิงหลานแสดงไปเปล่า ๆ ตัวเองได้ประโยชน์ แต่ใครจะรู้ว่าหลิวหลิงหลานไม่ยอม ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เฉินชิงหยวนจึงจำใจบอกความจริง
“เสี่ยวหลาน ข้ารับรองว่าเรื่องนี้จะไม่ทำลายชื่อเสียงของเจ้า แถมยังทำให้เจ้าได้เงินก้อนโตด้วยนะ”
“โอ๊ะ? เช่นนั้นท่านเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ”
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะอยู่ในการควบคุมของหลิวหลิงหราน ไม่มีอะไรผิดแผนมากนัก ด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อท่านผู้อาวุโสเฉินของตน ท่านไม่เคยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ต้องมีผลประโยชน์แน่นอน
“เจ้าไปพบกับหานซาน เขาต้องให้ของขวัญแรกพบกับเจ้าแน่ ๆ! ข้าพยายามหาคู่ที่เหมาะสมให้เขาขนาดนี้ ต้องให้ค่าตอบแทนความพยายามของข้าบ้างสิ!” เฉินชิงหยวนพูดตรงๆ
“ก็แค่ของขวัญแรกพบเอง ข้าไม่ใช่คนโลภมากเสียหน่อย” หลิวหลิงหรานไม่ได้ใส่ใจมาก
“เจ้านั่นเหมือนคนบ้านนอกจะตายไป ข้าแค่ยุแหย่นิดหน่อย ของขวัญแรกพบต้องมีค่ามากแน่นอน” เฉินชิงหยวนมุ่งเป้าไปที่ฐานะของหานซานตั้งนานแล้ว ต้องขูดรีดสักหน่อย ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน
“เช่นนั้นก็ย่อมพิจารณาได้ แต่ข้าขอครึ่งหนึ่งของค่าตอบแทนความพยายามของท่าน” หลิวหลิงหรานเรียกร้องอย่างตะกละตะกลาม
“...” ได้ยินดังนั้น เฉินชิงหยวนก็ไม่พอใจ จึงหยิบยกเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมา ร้องห่มร้องไห้
“หลิวหราน เจ้าเปลี่ยนไปแล้ว! จำตอนที่เจ้าเพิ่งเข้ามาฝึกวิชาได้ไหม ท่านผู้อาวุโสเฉินผู้นี้มอบป้ายหยกจากยอดเขาอวี้จู่ให้เจ้า ชี้แนะทิศทางการฝึกฝน บอกกฎระเบียบต่าง ๆ ของสำนักเสวียนชิงให้เจ้า ทั้งยังมอบทรัพยากรให้เจ้าใช้ฝึกฝนอีก...”
“ท่านผู้อาวุโสเฉิน อย่ามาทำท่า ทำทางเลยเจ้าค่ะ” หลิวหลิงหรานรีบขัดขึ้นมา นางทนท่าทางของท่านผู้อาวุโสเฉินของตนไม่ไหวแล้วจริง ๆ นางแค่ล้อเล่นเท่านั้น มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ
“ข้าไม่ขอค่าตอบแทนความพยายามของท่านแล้วก็ได้ พอใจหรือยัง!”
“ตกลงตามนี้!” เฉินชิงหยวนเปลี่ยนสีหน้าในทันที กลับกลายเป็นจริงจังเคร่งขรึมขึ้นมาเสียอย่างนั้น
‘เจ้าเป็นกิ้งก่าหรือไร! เปลี่ยนสีเร็วยิ่งนัก!’ หลิวหลิงหรานยิ่งคิดก็ยิ่งไร้คำพูด
“เสี่ยวหลาน ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อดูแลเจ้าทั้งนั้น อย่าได้คิดว่าข้ากำลังเอาเปรียบเจ้าเชียว!” เฉินชิงหยวนแสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยและกล่าวอย่างจริงจัง
“พวกเราสำนักเสวียนชิงมีกิจการใหญ่โต ศิษย์หญิงที่มีพรสวรรค์ก็มีอยู่ทั่วไป อย่างซุนหลานจากยอดเขาปี้เซีย กู่อวี้เซียวจากยอดเขาหลิวอิน แม้พวกนางจะสู้ความงามของเจ้าไม่ได้ ไม่อาจหยั่งใจคนได้เท่าเจ้า อ่อนโยน สง่างาม งดงามเย้ายวน แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มอย่างหานซานเกิดความหลงใหล”
“ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อดูแลเจ้า ให้เจ้าได้เก็บเกี่ยวทรัพยากรบำเพ็ญเพียรบ้าง เสี่ยวหลานเจ้าต้องขอบคุณข้า รู้ไหม” เฉินชิงหยวนยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น ในคำพูดล้วนแต่หลอกล่อให้อีกฝ่ายโอนเอนตามแต่โดยดี
ภายนอกดูเหมือนคำพูดของเฉินชิงหยวนจะเป็นการเตือนหลิวหลิงหรานไม่ให้รู้สึกน้อยใจ ว่ามีตัวเลือกนั้นยังมีอีกมาก แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นการชมเชยหลิวหลิงหราน
หลิวหลิงหรานถูกยอจนหัวเราะ “ได้ ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ดูแลข้าดีขนาดนี้”
“รู้เช่นนี้ก็ดีแล้ว” เฉินชิงหยวนเอ่ยคำชมผู้หญิงที่นึกออกในชีวิตนี้จนหมดแล้ว ยังดีที่ใช้ความจริงใจ ขับเคลื่อนหลิวหลิงหรานจนยอมร่วมมือ
สิ่งเดียวที่ไม่ดีพอก็คือหลิวหลิงหรานไม่ได้แสดงให้เปล่า ๆ แต่ได้ประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือไปด้วย น่าเสียดายจริง ๆ !
“ท่านผู้อาวุโสเฉิน หานซานไม่ใช่พี่น้องของท่านหรอกหรือ? เหตุใดท่านถึงทำกับเขาเช่นนี้เล่า?” เรื่องนี้หลิวหลิงหรานไม่เข้าใจ
‘พี่น้องกัน จะปฏิบัติต่อกันแบบนี้ได้อย่างไร?’
“เขาเป็นเศรษฐี พวกเราน่ะจนจะตายไป ย่อมต้องหาวิธีหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตอยู่แล้ว” เฉินชิงหยวนไม่แน่ใจว่าฐานะของหานซานจริง ๆ แล้วเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าหานซานรวยพอที่จะใช้เงินฟาดหัวอาจารย์ของเขาจนทำให้อาจารย์ยอมร่วมมือแสดงเป็นผู้เยียวยา หลอกลวงคนอื่น
แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่หามาเล่น ๆ เพื่อปูทาง แต่กลับไปพบผู้เยียวยาจริง ๆ
ใช้เงินฟาดตัวอาจารย์ตนเอง จนทำให้อาจารย์ลดตัวลงมาแสดงละคร แค่เรื่องนี้ก็รู้แล้วว่าหานซานรวยเหลือเกิน เป็นถังเงินเดินได้ชัด ๆ !
“ท่านผู้อาวุดส ท่านเพิ่งหลอกผู้อาวุโสระดับสูงของแต่ละสำนัก ทำเงินก้อนโตไปไม่ใช่หรือ? หินวิเศษมากมายขนาดนั้น ยังไม่พอใช้อีกหรือ?” หลิวหลิงหรานกล่าว
“ขึ้นชื่อว่าเป็นหินวิญญาณย่อมไม่มีใครรังเกียจหรอก อีกอย่าง! เงินที่หาได้ก็ไม่ใช่ของข้าคนเดียว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสำนักเราทั้งนั้น” เฉินชิงหยวนดูน่าเคารพนับถือยิ่งนัก
ประโยคนี้ หลิวหลิงหรานเชื่อสนิทใจ เพราะสิ่งก่อสร้างและกฎระเบียบมากมายของสำนักเสวียนชิงก็เป็นฝีมือของเฉินชิงหยวนทั้งนั้น ทำให้ลูกศิษย์ทุกคนในสำนักได้รับประโยชน์ และการแบ่งสรรทรัพยากรก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล
“พี่น้องแค่ภายนอกน่ะสิ” หลิวหลิงหรานพูดประชดประชัน
“พูดเหลวไหล! ข้ากับเหล่าหานเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย” เฉินชิงหยวนจ้องหลิวหลิงหรานด้วยสายตาดุดัน
“เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ข้ากับเจ้าได้หินวิญญาณเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังจะทำให้เหล่าหานได้สัมผัสความรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจด้วย เขาคงจะดีใจน่าดู! ได้ครบทั้งสามอย่าง ใครเล่าที่เสียเปรียบ?” หลิวหลิงหรานมองเฉินชิงหยวนด้วยสายตาประหลาด
‘ถ้าข้าเชื่อคำพูดของเจ้า ข้าก็คงเป็นคนโง่แน่ ๆ’
‘ไปเตรียมตัวหน่อยเถิด! อีกสักครู่ก็ต้องดูการแสดงของเจ้าแล้ว” เฉินชิงหยวนเตรียมจะจากไป ต้องไปปรึกษาเรื่องค่าตอบแทนกับหานซานก่อน