ขณะที่ลุงอวี๋กำลังวาดยันต์ลมเย็นที่พัดกระหน่ำก็เริ่มสงบลงทีละนิด
ภายในห้องเต็มไปด้วยเศษกระจกแตกกระจาย
ทั้งบนโต๊ะและโซฟาล้วนมีเศษกระจกปักค้างอยู่
ภาพที่เห็นทำให้ผมรู้สึกหวาดหวั่น
หากเศษกระจกพวกนี้ปักเข้ากับร่างคนคงถูกเสียบจนพรุนแน่!
ผมกับลุงอวี๋ค่อยๆโผล่ศีรษะขึ้นมาดู
ผียายเฒ่ายังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไกลนัก แต่ในตอนนี้รูปลักษณ์ของมันเปลี่ยนไปจนดูน่าสยดสยองกว่าเดิม
ลิ้นแดงยาวที่เคยถูกผมฟันขาดตอนนี้กลับแยกเป็นสองแฉกและสั่นไหวไปมาอย่างน่ากลัว
นอกจากนี้มันยังถือเศษกระจกคมกริบไว้ในมือทั้งสองข้าง
ทันทีที่เห็นเรามันก็แสยะยิ้มกล่าวเสียงดุดัน
“ไอ้พ่อครัวคนตายไอ้เด็กอายุสั้น! เตรียมตัวตายได้เลย!”
แต่ไม่ทันที่มันจะขู่เสร็จลุงอวี๋ก็สวนกลับทันควันด้วยความหงุดหงิด
“ไปตายซะเถอะนังแก่! คนที่จะตายคืนนี้น่ะ คือแกต่างหาก!”
พูดจบ ลุงอวี๋ก็ยกมีดหัวมังกรที่วาดยันต์เสร็จแล้วพุ่งเข้าหามันทันที
ตอนนี้ตัวมีดเปล่งประกายสีแดงเรื่อดูทรงพลังและน่าหวาดหวั่น
ผียายเฒ่าเห็นดังนั้นก็กระชับเศษกระจกในมือแล้วพุ่งเข้าไปปะทะ
“เพล้ง!”
เสียงกระแทกดังสนั่นกระจกที่มันถืออยู่กลับไม่อาจต้านแรงมีดหัวมังกรได้
มือของมันถูกฟันขาดกระเด็นไปข้างหนึ่ง!
“อ๊ากกกก!”มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
เห็นได้ชัดว่ามีดหัวมังกรที่ลงยันต์ไว้เพิ่มพลังทำลายอย่างมหาศาล
แต่แทนที่มันจะถอยผียายเฒ่ากลับพุ่งเข้าหาลุงอวี๋อีกครั้ง!
ลิ้นสองแฉกของมันพุ่งมาพันรอบแขนของลุงอวี๋บีบรัดแน่นจนเขาขยับมีดไม่ได้!
มืออีกข้างที่ถือเศษกระจกเล็งตรงไปที่ลำคอของลุงอวี๋หมายจะปักลงไปเต็มแรง!
ลุงอวี๋ตกใจรีบใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของมันเอาไว้ก่อนที่กระจกจะเสียบเข้าเนื้อ
แม้มีดหัวมังกรลงยันต์จะมีพลังทำลายสูงกว่า
แต่เมื่อเทียบเรื่องพละกำลังกับร่างกายลุงอวี๋กลับเสียเปรียบอย่างชัดเจน!
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายโรมรันกันอย่างไม่มีใครยอมใครทว่าพละกำลังของผียายเฒ่ากลับกดลุงอวี๋จนเขาเริ่มเสียเปรียบ!
หากไม่มีแรงสนับสนุนจากภายนอกคนที่จะแพ้แน่ๆ ก็คือลุงอวี๋
ในช่วงเวลาวิกฤตผมไม่รอช้า พุ่งเข้าไปช่วยทันที
มือกระชับกระบี่กระดูกปลาแล้วฟันตรงไปที่ศีรษะของผียายเฒ่า หากจะลงมือก็ต้องเล็งไปที่จุดตายเท่านั้น!
ผียายเฒ่าเห็นดังนั้นรู้ดีว่าหากไม่หลบ ศีรษะต้องระเบิดแน่ๆ มันจึงรีบปล่อยมือจากลุงอวี๋และถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็ว
การโจมตีของผมฟันลงในอากาศแต่ก็ทำให้ลุงอวี๋มีโอกาสเคลื่อนไหวอีกครั้ง
เขากำมีดหัวมังกรแน่นก่อนจะฟันใส่มันอีกครั้ง
ผียายเฒ่ากระโดดหลบพลางจู่โจมกลับด้วยมุมที่แปลกประหลาด
กรงเล็บของมันพุ่งตรงไปยังลำคอลุงอวี๋!
“ลุงอวี๋ระวัง!”
ผมตกใจรีบคว้าตัวเขาแล้วดึงออกมา
กรงเล็บของมันเฉียดผ่านลำคอเขาไปอย่างหวุดหวิด
หลังจากช่วยลุงอวี๋ผมก็แทงกระบี่กระดูกปลาสวนไปข้างหน้า
“ฉึก!”
ปลายกระบี่เสียบเข้าที่สีข้างซ้ายของผียายเฒ่าเต็มแรง!
“อ๊ากกกก!”
มันกรีดร้องลั่นหันกลับมาแล้วพุ่งลิ้นออกมาเพื่อรัดคอผม
ผมรู้สึกได้ถึงแรงกดแน่นจากลิ้นของมัน
ขณะที่มันอ้าปากจะกัดลุงอวี๋ก็ฟันมีดหัวมังกรลงมาเต็มแรง
“ฉับ!”
ลิ้นของมันขาดสะบั้นเป็นสองท่อน!
จากนั้นลุงอวี๋ก็เสยเท้าเตะมันกระเด็นไปกระแทกผนังเสียงดังสนั่น
“อ๊ากกกก!”ผียายเฒ่าร้องโหยหวน
ไม่ปล่อยให้เสียโอกาสผมพุ่งเข้าไปกระหน่ำซ้ำ!
ครั้งนี้มันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฉึก!”
กระบี่กระดูกปลาปักเข้าที่กลางอกของมันเต็มแรง!
นัยน์ตาของมันเบิกกว้างตัวสั่นสะท้าน
ควันสีดำลอยออกจากบาดแผลและปากของมันผียายเฒ่าแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างรุนแรง
ผมกัดฟัน กดกระบี่ลงไปให้ลึกกว่าเดิม
“ถึงเวลาส่งแกไปนรกแล้ว…”
“ปัง!!”
เสียงระเบิดดังขึ้นราวกับแรงกดดันทั้งหมดแตกสลาย
ร่างของผียายเฒ่าระเบิดเป็นผุยผง
ตรงหน้าผมมีเพียงเปลวเพลิงวิญญาณสีฟ้ากะพริบวูบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไป
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะของลุงอวี๋ก็ดังก้อง
“ฮ่าๆๆ!ทำได้ดีมาก เสี่ยวเจียง!”
ผมหายใจหอบก่อนจะยิ้มออกมา
“ผมแค่เก็บตกลุงอวี๋ต่างหากที่เปิดโอกาสให้”
หากไม่มีการคุมเชิงของลุงอวี๋และการที่เขาฟันมือกับลิ้นของมันจนใช้การไม่ได้ผมก็คงไม่มีโอกาสสังหารมันได้สำเร็จ
ลุงอวี๋โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เสี่ยวเจียงนายเพิ่งเข้าวงการแท้ๆ แต่ตอนเผชิญหน้ากับผีร้ายกลับไม่หวั่นไหวแถมยังลงมือได้เฉียบขาดอีก เมื่อเทียบกับลุงหรืออาจารย์ของนายตอนหนุ่มๆแล้ว นายเก่งกว่าเยอะ ที่ผียายเฒ่าตัวนี้ตายก็เป็นเพราะฝีมือของนายล้วนๆ นับแต่นี้ไป ห้องอาถรรพ์แห่งนี้ก็ถือว่าได้รับการปัดเป่าแล้ว”
ลุงอวี๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางลูบรอยโนบนหัว
เขาบ่นพึมพำ “ให้ตายเถอะตอนนั้นดันประมาทไปหน่อย เจ็บฉิบหาย”
ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกได้ถึงอากาศสดชื่นที่แทรกซึมเข้ามา
รู้สึกปลอดโปร่งและโล่งสบายถึงที่สุด
ผมรู้ทันทีว่านี่คือพรที่ผมต้องการ
ผมหันมองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยความเสียหาย สภาพห้องที่วุ่นวายทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคิด
ในการเผชิญหน้ากับสิ่งสกปรกพวกนี้หากไม่แข็งแกร่งพอก็มีแต่จะถูกกลืนกินโดยพวกมัน
ดังนั้นหากต้องการเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป ผมจำเป็นต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้
ลุงอวี๋นั่งลงบนโซฟาลูบรอยบวมบนหัวก่อนพูดขึ้น “เสี่ยวเจียง ลุงขอพักสักหน่อย นายไปเรียกวิญญาณสามตนนั่นมาแล้วส่งไปสู่สุคติเถอะพอจัดการเสร็จ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยแล้ว”
“รับทราบครับลุงอวี๋”
ผมตอบรับแล้วเดินเข้าไปยังห้องด้านใน
เมื่อผมเข้าไปก็พบว่าวิญญาณสามตนนั้นต่างนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง
พวกเขาตัวสั่นงันงกเหมือนหวาดกลัวสุดขีดไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าผม
“ไม่ต้องกลัวผียายเฒ่าตายแล้ว”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
วิญญาณทั้งสามได้ยินดังนั้นก็เริ่มขยับตัวอย่างช้าๆความหวาดผวาค่อยๆ ลดลง
พวกเขาหันมามองผมช้าๆลิ้นห้อยออกมาครึ่งหนึ่ง…
หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นวิญญาณหนุ่มเอียงคอถามอย่างไม่แน่ใจ
“เธอ…เธอตายแล้วจริงๆใช่ไหม”
“ตายแน่นอนตายจนไม่มีอะไรเหลือ วิญญาณแตกสลายไปหมดแล้ว” ผมกล่าวยืนยัน
เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนั้นต่างก็อึ้งไปชั่วขณะก่อนที่อารมณ์จะเปลี่ยนไปทันที
“ฮืออออในที่สุดก็เป็นอิสระ! ไม่ต้องถูกแขวนอยู่อย่างนี้ตลอดไปแล้ว!”
“ภรรยาของผม…ผมจะกลับไปหาภรรยา!”
“ผมจะกลับบ้าน!ผมจะกลับบ้านแล้ว!”
“ขอบคุณมากอาจารย์!”
“…”
สองวิญญาณวัยกลางคนดีใจสุดขีดวิ่งพุ่งออกไปทางประตู
วิญญาณหนุ่มเห็นดังนั้นก็ตื่นเต้นตามรีบวิ่งตามไปทันที
ผมไม่ได้ขัดขวางเพียงแค่ยิ้มบางๆ
คนที่ตายในห้องนี้ล้วนเป็นผู้ที่ตายอย่างผิดธรรมชาติ หากไม่มีคนจุดธูปนำทางพวกเขาไม่มีทางออกจากที่นี่ได้เอง
ผมเดินไปยังห้องนั่งเล่นอย่างไม่รีบร้อน
ลุงอวี๋ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาไม่แม้แต่จะปรายตามองวิญญาณทั้งสาม
พวกเขาวิ่งไปถึงประตูแล้วพยายามดึงเปิด
แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนประตูก็ยังคงปิดสนิท
“เปิด…เปิดไม่ออก!”
“ทำไมประตูถึงหนักขนาดนี้!”
ผมมองพวกเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “พวกคุณอาจยังไม่เข้าใจ ผู้ที่ตายผิดธรรมชาติน่ะยากนักที่จะออกจากสถานที่ที่พวกเขาตายได้ด้วยตนเองหากพวกคุณอยากออกไปก็ต้องให้พวกเราช่วย”