เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 19

    ภายใต้การนำทางของอามิน ภามบังคับเกวียนออกจากเมืองไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับทางกลับบ้านของเขา จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากกำแพงเมืองมากนัก เด็กๆ ที่พยายามนั่งนิ่งๆ เป็นเด็กดีกันมาตลอดทาง เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงบ้านที่จากมานาน ก็เริ่มเก็บอาการดีใจกันไม่อยู่ ทั้งสามคนนั่งอยู่บนเกวียน ตรงเข้าหมูบ้านไปเรื่อยๆ จนเข้ามาเกือบถึงบริเวณลึกสุดของหมู่บ้าน อามินก็บอกว่าที่นี่คือบ้านที่พวกเขาเคยอยู่ ภามจึงหยุดเกวียนอยู่ที่หน้าบ้านดินหลังเล็กๆ รูปทรงธรรมดา ไม่ได้งดงามเหมือนกับในตัวเมือง บรรยากาศรอบบ้านเงียบสงบจนเหมือนไม่มีคนอยู่อาศัย “พวกเธอแน่ใจนะว่า พ่อกับแม่ของพวกเธอยังอยู่ที่นี่น่ะ” ภามหันกลับมาถาม“ไม่แน่ใจขอรับ แต่ข้าน้อยรู้จักแค่ที่นี่” อามินตอบด้วยสีหน้าที่ฉายความกังวลไว้อย่างชัดเจน“งั้นก็ลองเข้าไปดูกันก่อนก็แล้วกัน” ภามว่า พร้อมลงจากเกวียน และเดินนำเด็กๆ เข้าไปในบริเวณบ้าน เมื่อภามเดินมาถึงหน้าประตูบ้านที่ทำจากไม้เก่าๆ ยกมือขึ้นมาเคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เด็กๆ ที่รอจนร้อนใจก็พากันวิ่งไปรอบๆ บ้าน มองลอดหน้าต่างเข้าไปในตัวบ้านบ้าง ปีนกำแพงครัวหลังบ้านบ้าง แต่ก็ยังไม่พบแม้แต่เงาคนอยู่ดี ทั้งหมดจึงกลับมายืนรวมกันที่หน้าบ้าน “ฉันว่าเราไปลองถามคนแถวๆ ว่าพ่อกับแม่ของพวกเธอยังอยู่ที่นี่หรือไม่ดีกว่าไหม ไม่แน่พวกเขาอาจจะแค่ออกไปทำงานเฉยๆ” ภามพยายามหาทางออกเมื่อเห็นเด็กๆ เริ่มใจเสีย“ขอรับ/เจ้าค่ะ” เมื่อคิดได้ดังนั้นอามินกับแอนเน่ก็วิ่งนำหน้าภามไปบ้านหลังอื่นๆ ในหมู่บ้าน พยายามมองหาคนที่พวกเขาเคยรู้จักสมัยที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ผ่านมาสองหลังแรกกลับไม่มีคนอยู่ในบ้านเช่นกัน พวกเขายังคงวิ่งหาต่อไปเรื่อยๆ โดยมีภามคอยเดินตาม จนในที่สุดก็พบบ้านที่มีคนอยู่ “ท่านยาย ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าบ้านหลังที่อยู่ท้ายหมู่บ้านยังมีคนอาศัยอยู่หรือไม่” อามินเอ่ยถามคนที่เขาพบเป็นคนแรก“ยายไม่รู้หรอกพ่อหนู ยายก็เพิ่งย้ายมาอยู่กับลูกได้วันสองวันนี้เอง ใครเป็นใครยายก็ยังจำไม่ได้เลย”“ขอรับ” อามินตอนเสียงอ่อย ก่อนจะเดินออกมาหาคนอื่นต่อ เนื่องจากเข้ามาถึงที่นี่เป็นช่วงเวลาสายแล้ว ทำให้บ้านคนในหมู่บ้านไม่ค่อยมีคนอยู่ เนื่องจากส่วนใหญ่ทุกคนออกไปทำงานกันหมดแล้ว แต่เด็กๆ ก็ยังไม่ละความพยายาม อยากจะเจอพ่อกับแม่ก่อนสักครั้งให้ได้ จนในที่สุดก็ได้พบกับชายคนหนึ่งที่พวกเขาจำได้ว่าเป็นเพื่อนของพ่อ “ท่านลุง!! ท่านจำพวกข้าได้หรือไม่” อามินรีบวิ่งเข้าไปทักทาย“อ้าว อามิน แอนเน่ พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน” ชายตรงหน้าถามกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เรื่องมันยาวขอรับ ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านสักเล็กน้อย คือ ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้ายังอาศัยอยู่บ้านท้ายหมู่บ้านเช่นเดิมหรือไม่” อามินถามเข้าประเด็นที่สงสัยทันที“ยังอยู่ที่เดิมกันนั่นแหละ แต่ตอนนี้สายแล้ว พวกเจ้ามาช้าไป พวกเขาน่าจะออกไปทำงานกันแล้ว”“ขอบคุณขอรับ” อามินกล่าวพลางก้มหัวขอบคุณ โดยมีแอนเน่ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ คับนับตามพี่ชายด้วย เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจแล้วทุกคนจึงเดินกลับมาที่บ้านหลังเดิม แม้จะกล้าๆ กลัวๆ แต่อามินก็ตัดสินใจที่จะขอร้องให้ภามรอพ่อแม่เขากลับมา ซึ่งพากก็พยักหน้า โดยไม่ได้ว่าอะไร ดังนั้นทุกคนจึงไปหามุมร่มๆ ข้างบ้านนั่งรอด้วยกัน เวลาล่วงเลยมาจนยามบ่าย อากาศเริ่มอบอ้าวมากขึ้น และทุกคนก็เริ่มหิว ในขณะที่กำลังนั่งคุยกันว่าจะออกไปหาอะไรกินก่อนดีหรือไม่ อยู่ๆ ก็มีเสียงของตกดัง ตุ๊บ!! มาจากหน้าบ้าน แกร๊ก!!เสียงตะกร้าไม้กระทนพื้นทำให้ภามรีบเงยหน้าขึ้น และหันไปมองทางหน้าบ้าน ก็ได้เห็นหญิงวัยกลางคน หน้าตาใจดี ยืนนิ่งค้าง สีหน้าฉายแววตกใจระคนดีใจ อยู่หน้าบ้าน           “ท่านแม่!!” เด็กๆ ร้องเรียกออกมาพร้อมกัน พร้อมกับลุกขึ้นวิ่งเข้าไปโผกอดหญิงตรงหน้า ลืมการรักษามารยาทต่างๆ ไปสิ้น“อามิน! แอนเน่! นี่แม่ไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่ นี่มันอะไรกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร” เมมี่กางแขนรับเด็กๆ ทั้งสองที่วิ่งเข้ามาหาไว้ในอ้อมกอด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ อย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภามด้วยความสงสัย และมีท่าทีระวังตัวขึ้นเล็กน้อย “สวัสดีครับ ผมชื่อภาม ผมซื้อเด็กๆ มาจากร้านค้าทาส เห็นเด็กๆ พูดถึงพ่อกับแม่ เลยพามาหาครับ” ภามแนะนำตัว“นายท่านภามใจดีมาก ซื้อพวกเรามาจากในเมือง ก่อนกลับบ้านยังบอกว่าจะพาพวกเรามาพบท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนด้วย” อามินอธิบายเสริม เมมี่มองภามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากตอนแรกที่เธอเห็นภามยังหนุ่มแน่น หน้าตาดี แต่แต่งตัวเรียบๆ เนื้อผ้าหยาบๆ จึงไม่ทันคิดว่าชายคนนี้จะเป็นเจ้านายของลูกๆ เมื่อทุกคนทักทายกับเรียบร้อย เมมี่ก็เชิญภามเข้าไปนั่งในบ้าน ภายในบ้านมีเครื่องเรือนไม่มากนัก แถมที่อยู่ก็เป็นของที่ดูเก่ามากแล้ว แต่ภายในบ้านกลับสะอาดสะอ้าน จนรู้สึกได้ว่าได้รับการดูแลทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ                       “เชิญท่านภามนั่งพักก่อนเจ้าค่ะ” เมมี่กล่าวเชิญให้ผู้เป็นนายของลูกนั่งที่โต๊ะไม้เก่าๆ ภายในห้องรับแขกเล็กๆ ของบ้าน“ขอบคุณครับ”“ท่านเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตนเองเพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ หรือเด็กๆ ไปก่อเรื่องอันใดเอาไว้” เมมี่รีบถามทันทีที่เห็นภามนั่งลงเรียบร้อยแล้ว“อ้อ แค่เห็นเด็กๆ พูดถึงพ่อแม่ เลยคิดว่าคงจะคิดถึง เลยพามาหาครับ”“ที่รัก ข้ากลับมาแล้ว วันนี้งานข้าเสร็จเร็วตามที่คาดไว้จริงๆ” เสียงผู้ชายดังมาจากหน้าประตูบ้าน“ท่านพ่อ!!” เด็กๆ ที่ได้ยินเสียงพ่อ รีบวิ่งไปออกกันที่หน้าบ้านทันที หลังจากปล่อยให้ครอบครัวที่ต้องพัดพรากได้พูดคุยกันแล้ว สักพักภามก็ถามในสิ่งที่ติดใจสงสัยมานาน ว่าเหตุใดเด็กๆ ถึงกลายไปเป็นทาสได้ เนื่องจากตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาก็สังเกตเห็นว่า แม้บ้านนี้จะไม่ได้ดูร่ำรวยนัก แต่ชายหญิงตรงหน้าก็ไม่ได้ดูใจร้ายจนถึงขั้นจะขายลูกของตนไปเป็นทาสได้ลงคอ คำถามของภามทำให้อลันและเมมี่มองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เมมี่จะหันมากล่าวกับภาม“เช่นนั้น ท่านนั่งคุยกันไปก่อน ข้าน้อยจะพาเด็กๆ ไปเตรียมของว่างให้นะเจ้าคะ” เมมี่บอกพร้อมกับพาอามินและแอนเน่เดินไปทางครัวที่อยู่หลังบ้าน เมื่อเห็นว่าภรรยาพาลูกๆ ออกจากห้องไปแล้ว สีหน้าของอลันก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม หลังจากประเมินแล้วว่าคนตรงหน้าคงไม่ได้มาร้าย เนื่องจากลูกๆ ของเขายังดูร่าเริง และภามก็ดูเป็นคนดี เขาจึงย้อนคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเล่าให้คนตรงหน้าฟัง “เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นมาจาก...”