
01
ัน้อยแห่งแดนประจิม
ในค่ำคืนยามดึกท่ามกลางความเงียบสงัดแห่งทะเลชิไห่แดนประจิมซึ่งเป็ดินแดนของเผ่าัขาว เผ่าัศักดิ์สิทธิ์แห่งแดน์สตรีตัวน้อยแอบย่องเบาเข้าไปยังคลังเก็บอาวุธวิเศษในไป๋หลงกง มือเล็กค่อยๆผลักบานประตูบานใหญ่ให้เปิดออกพลางหลุบมองยามเฝ้าประตูทั้งสองที่นอนหลับใหลเพราะต้องคาถาหลับใหลที่นางแอบร่ำเรียนมาจากผู้เฒ่าปลาั
“ไป๋เจี้ยน...” เสียงเล็กพึมพำออกมาน้อยๆพร้อมกระหยิ่มยิ้มย่องสายตาจับจ้องไปยังอาวุธวิเศษหนึ่งเดียวตรงหน้าที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
‘อย่าแตะต้องมันจนกว่าจะถึงเวลา’
เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นในหัวแต่นางก็หาใส่ใจไม่ทำไมต้องรอจนถึงเวลา ของวิเศษชิ้นนี้เป็ของนางมิใช่หรอกหรือทำไมต้องห้ามมิให้นางแตะต้อง ของๆ นางย่อมต้องเป็ของๆ นาง หวงไปทำไมกัน
“โอ้ย! ” มือเล็กเอื้อมไปหาอาวุธตรงหน้าอย่างตื่นเต้นก่อนจะถูกเขตอาคมป้องกันของกระบี่ดีดเสียกระเด็นหงายหลังพร้อมร้องโอดโอยพื้นดินแลผืนน้ำสั่นะเืพร้อมเสียงกึกก้องของอัสนีที่ดังลงมาถึงก้นทะเลสาบชิไห่
“จูเอ๋อร์! ” เสียงตวาดดังกึกก้องไปทั้งไป๋หลงกง สตรีตัวน้อยค่อยๆ หันกลับไปมองทางต้นเสียงช้าๆก่อนจะรู้สึกสะท้านไปทั้งสรรพางค์กายบุรุษผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งแดนประจิมกำลังยืนทำหน้าถมึงทึงจับจ้องมายังนางด้วยดวงตาวาวโรจน์ ข้างๆ กายเขามีบุรุษอ่อนวัยกว่าอีกหนึ่งและสตรีผู้มีอำนาจสูงสุดอีกหนึ่ง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่...”น้ำตาที่ไม่รู้ผุดมาจากไหนเอ่อคลอหน่วยตาเมื่อนึกถึงชะตากรรมของตัวเองต่อจากนี้ก้นของนางคงได้ระบมอีกแล้ว!
ไม่น่าเลย คาถาหลับใหลไม่น่าหมดฤทธิ์ไวถึงเพียงนี้เลย!
“ไป๋จูนะไป๋จูหาเื่ใส่ตัวโดยแท้” นางได้ยินเสียงของมารดาซึ่งเป็ถึงราชินีแห่งเผ่าัขาวเอ่ยขึ้นเบาๆราวระอาใจในขณะที่นางโดนผู้เป็พี่ชายที่อายุห่างกันราวแสนปีหอบขึ้นมาจากพื้นและเหน็บไว้ข้างเอวราวนางเป็ลูกสุนัข
“ไป๋อวี้ปล่อยข้าลงพี่จะทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้” สตรีตัวน้อยโวยวายพลางดิ้นไปมาหวังเพียงว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของนางจะทำให้นางสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของพี่ชายไปได้
“เงียบเดี๋ยวนี้ไป๋จูพ่อจะกักบริเวณเ้าสามหมื่นปี” คำว่ากักบริเวณทำเอาสตรีตัวน้อยตาเหลือกลานนางเพิ่งจะมีอายุสี่หมื่นปีเท่านั้นกลับต้องมาถูกกักบริเวณแทนการออกไปเที่ยวเล่น
“ท่านพ่อ สามหมื่นปีเชียวหรือ”นางเป็ถึงองค์หญิงแห่งแดนประจิม ใยจริงไม่มีอภิสิทธิ์เฉกเช่นเซียนน้อยตนอื่นๆเล่า
“ไป๋อวี้นำคำสั่งของพ่อป่าวประกาศทั่วแดนประจิม หากผู้ใดพบเห็นองค์หญิงไป๋จูนอกตำหนักจูหลงให้จับตัวกลับมาส่ง ณ ไป๋หลงกงทันที” แต่แทนที่บิดาจะสนใจกลับกลายเป็ประกาศออกไปทั่วแดนประจิมว่านางถูกกักบริเวณ
น่าขายหน้านัก!
วันเวลาผ่านไปอย่างแสนน่าเบื่อหน่ายสตรีตัวน้อยทำได้เพียงนั่งถอนหายใจทิ้งไปวันๆนางถูกกักบริเวณอยู่แต่ภายในตำหนักจูหลงมาร่วมสิบวันแล้วดูท่าคราวนี้บิดาจะโกรธนางจริงๆ แค่นางคิดจะขโมยกระบี่ของตนเองทำไมบิดาต้องโกรธนางถึงเพียงนี้
“เสี่ยวจู...” น้ำเสียงของไป๋อวี้ผู้เป็พี่ชายทำให้นางละสายตาจากบรรดาต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกปลูกขึ้นในตำหนักร่างสูงสง่าแสนงดงามของผู้เป็พี่เดินมาหย่อนกายนั่งลงข้างๆ นาง
“มาทำไม ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่าน”น้ำเสียงเล็กเอ่ยบอกก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางพี่ชายนางดีกับนางทุกอย่าง เว้นเสียแต่ชอบทำตามคำสั่งของท่านพ่อ พวกัเฒ่ากฎระเบียบเคร่งครัดแม้แต่กับเด็กสาวตัวเล็กๆ เช่นนาง
“ข้ามีลูกกวาดมาฝาก” ไป๋อวี้ยังคงหลอกล่อนางเพื่อขอคืนดี
“ข้าไม่สนใจของเด็กๆ พรรค์นั้นหรอก”นางตอบอย่างถือตัวทั้งที่ตนก็ยังเด็กนักเมื่อเทียบอายุขัยกับเหล่าเทพเซียนท่านอื่นๆในสี่สมุทรแปดดินแดนนี้
“เป็ลูกกวาดจากแดนมนุษย์รสชาติหวานอร่อยนัก” คราวนี้นางหันขวับกลับไปทางผู้เป็พี่ทันทีลูกกวาดจากแดนมนุษย์นั้นถูกลิ้นนางนักไป๋อวี้เคยนำมาฝากนางอยู่สองสามครั้งเวลาเขาเดินทางไปยังโลกมนุษย์
“ข้าจะคิดซะว่าท่านมาขอคืนดีอย่างจริงใจ”นางกล่าวแล้วคว้าหมับเข้าที่ลูกกวาดบนฝ่ามือของพี่ชายไป๋อวี้หัวเราะในท่าทางของผู้เป็น้องสาวก่อนจะเริ่มพูดอีกครั้ง
“กระบี่ไป๋เจี้ยนเป็อาวุธวิเศษของเผ่าัขาวนับแต่ครั้งเทพบิดรมอบมันให้ท่านพ่อหลังาเผ่ามารในครั้งนั้นก็ไม่มีผู้ใดได้พบเห็นมันอีก...จนกระทั่งวันที่เ้าเกิด”
“เพราะมันเป็ของข้า! ” เสียงเล็กรีบแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของอาวุธวิเศษอานุภาพสูง
“ใช่ เสี่ยวจูกระบี่ไป๋เจี้ยนเป็ของเ้า กระบี่เลือกนายของมันเอง” ผู้เป็พี่ยังคงพูดต่อด้วยท่าทางใจดีของเขา“อาวุธวิเศษเป็อาวุธของผู้มีบุญญาธิการสูง เ้าเป็เช่นนั้นน้องพี่”
“ในเมื่อเป็ของข้าใยจึงไม่มอบให้ข้าเล่า” นางยังคงเอ่ยถามอย่างคับข้องใจ
“เ้ายังเด็กเกินไปที่จะใช้อาวุธที่มีอานุภาพเช่นนี้เ้าจะต้องฝึกตนเสียก่อน” มือหนาของพี่ชายเอื้อมมาขยี้ผมนางเบาๆอย่างเอ็นดู
“ฝึกตน? ” ช่างเป็ถ้อยคำที่ฟังดูยุ่งยากนักในความคิดของสตรีตัวน้อยๆเช่นนาง ทำไมชะตากรรมขององค์หญิงแห่งไป๋หลงกงถึงได้ยากลำบากนักนะมีแต่คนอยากจะเกิดมาสูงศักดิ์ เกิดมาก็ได้เป็เซียนแต่ใครเล่าจะรู้บ้างว่ามันลำบากยากเข็ญกว่าที่คิดเสียอีก อีกไม่นานนางก็ต้องผ่านด่านทดสอบแห่ง์เป็เซียนชั้นสูงท่านแม่เคยบอกว่าไป๋อวี้ พี่ชายของนางนั้นผ่านด่าน์เป็เซียนชั้นสูงเมื่อตอนอายุหนึ่งแสนห้าหมื่นปีแต่ทำไมท่านแม่ถึงทำนายไว้ว่านางจะได้เป็เซียนชั้นสูงตอนอายุเจ็ดหมื่นปี
นี่มันเร็วกว่าไป๋อวี้เกินครึ่ง!
“ในเมื่อข้าเป็แม่ทัพใหญ่ของเผ่าเราข้าจะสอนเ้าด้วยตนเอง กระบี่ไป๋เจี้ยน เป็กระบี่ที่มีอานุภาพทำลายล้างแม้เผ่าัขาวจะเชี่ยวชาญบุ๋น ไม่เชี่ยวชาญบู๊ แต่ก็พอมีวิชาติดตัวกันอยู่บ้าง”
“หากข้าฝึกตนแล้วข้าจะเอากระบี่ไปกวัดแกว่งเล่นได้ใช่หรือไม่? ” นางถามผู้เป็พี่อย่างใคร่รู้ดวงตาใสแจ๋วเปล่งประกายเต็มไปด้วยความหวัง
“เสี่ยวจูไป๋เจี้ยนไม่ใช่ของเล่น...” นางเห็นสีหน้าและแววตาระอาใจปรากฏบนใบหน้าของพี่ชายยามที่เขาเอ่ยถ้อยวาจา
แบบนี้ก็ไม่สนุกเลยน่ะสิ!
ฤดูกาลเปลี่ยนผันกาลเวลาล่วงผ่านไปนับสามหมื่นปี ัน้อยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ัวัยแรกแย้มวันนี้ถือเป็ฤกษ์งามยามดี ไป๋จูแสนซุกซนกำลังจะได้เลื่อนขึ้นเป็เซียนชั้นสูง
“จูเอ๋อร์ อดทนหน่อยนะลูก” ราชินีัขาวลูบเรือนผมนุ่มของบุตรีเบาๆ อย่าง้าปลอบโยนการต้องอัสนีด่าน์นั้นเ็ปเข้ากระดูก หากเป็คนธรรมดาหรือมีตบะไม่แข็งแกร่งพอก็อาจถึงขั้นแก่นิญญาแตกสลลายมิอาจหวนคืนวัฏสงสาร
“ท่านแม่อย่าห่วง ข้าแข็งแกร่งมาก”กลับกลายเป็นางเสียเองที่ปลอบมารดาให้เบาใจตลอดสามหมื่นปีที่ถูกกักบริเวณ นางได้ใช้เวลาไปกับการฝึกตนร่ำเรียนวิชาและบำเพ็ญเพียร จากสตรีตัวน้อยกลับกลายเป็สตรีแรกแย้มผู้งดงามและแข็งแกร่งด้วยบุญญาธิการของนางเอง
“รีบขึ้นไป้าใกล้ถึงเวลาเต็มที” าาไป๋หลงเอ่ยเตือนบุตรสาวของตนการเผชิญด่านเคราะห์์ถือเป็เื่ใหญ่แต่บุตรีของตนกลับทำท่าไม่ทุกข์ไม่ร้อน นั่นคงเพราะนางยังไม่รู้ฤทธิ์แห่งด่าน์
าาัไป๋หลงและราชินีัรวมถึงบุตรชายคนโตและเหล่าข้าราชบริพารที่มียศตำแหน่งต่างพากันพุ่งทะยานขึ้นเหนือทะเลชิไห่จนเกิดระลอกคลื่นอย่างน่าอัศจรรย์ใจคนที่ปิดรั้งท้ายคือไป๋จู ัสาวแรกแย้ม บุตรีแห่งาาไป๋หลงที่ต้องเข้ารับการทดสอบด่าน์ในวันนี้
“ท่านพ่อ ข้ามีเื่อยากขอ”หลังจากเท้าเหยียบย่างสู่ผืนดิน ไป๋จูก็หันไปหาบิดาพร้อมเอ่ยเจตจำนง
“จูเอ๋อร์ เ้าจะขอสิ่งใดจากข้า”
“ครบสามหมื่นปีแล้วที่ท่านกักบริเวณข้าหลังจากรับอัสนีด่าน์ ข้าจะขอออกท่องเที่ยวชดเชยเวลาสามหมื่นปี ท่านคิดเห็นอย่างไร”เวลาสามหมื่นปีนี้องค์หญิงไป๋จูแห่งแดนประจิมเติบโตขึ้นมากจากเด็กสาวแสนซนกลับกลายเป็สตรีแรกแย้มที่มีความสง่างามและรักษากิริยาได้ดีจนผิดหูผิดตา
“ไว้เราค่อยคุยกันอีกทีหลังจากที่เ้าผ่านด่าน์ได้แล้ว”สิ้นประโยคของาาไป๋หลง เมฆดำทะมึนก้อนมหึมาก็เริ่มก่อตัวขึ้นเหนือทะเลชิไห่เสียงฟ้าคำรามดังก้องจนผืนดินและผืนน้ำสั่นะเืมีแสงสว่างวิบวับเจิดจ้าสลับกับเสียงคำราม
“น่ากลัวดีเหมือนกันแฮะเ้าเมฆก้อนดำๆ นี่” ไป๋จูพึมพำกับตัวเองเบาๆรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ทุกท่านโปรดถอยห่างออกมาจากองค์หญิง”าาไป๋หลงประกาศก้อง อานุภาพอัสนีด่าน์นั้นร้ายแรงแม้จะเป็การทดสอบเฉพาะบุคคลแต่ผู้อื่นอาจได้รับผลกระทบได้หากอยู่ใกล้เกินไป
เปรี้ยง!
อัสนีสายแรงฟาดเปรี้ยงลงมายังร่างบางที่ยืนอยู่ริมหาดความเ็ปอย่างรุนแรงทำเอานางเซไปหลายก้าว ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างเ็ปลึกเข้ากระดูกดังที่บิดาและมารดาของนางบอกจริงๆช่างโชคดีนักที่นางฝึกตนมาจนแข็งแกร่งเพียงพอมิเช่นนั้นคงถูกปลิดลมหายใจไปั้แ่อัสนีฟาดผ่านร่าง
“จูเอ๋อร์...” นางได้ยินเสียงมารดาร้องเรียกเบาๆ อย่างสะท้อนใจเพื่อเลื่อนเป็เซียนชั้นสูงนางจะต้องอดทน เหลืออัสนีอีกเพียงสองสายเท่านั้น
เปรี้ยง!
เร็วเท่าความคิดอัสนีสายที่สองฟาดเข้าใส่ร่างนางอย่างรุนแรงจนเข่านางทรุดลงหนึ่งข้างแต่นางยังสามารถยันกายไว้ได้อยู่ นางรู้สึกเหมือนภายในกายกำลังร้อนรุ่มราวถูกไฟผลาญความเ็ปทวีขึ้นมากกว่าอัสนีสายแรกเสียอีก
เอาน่าไป๋จูเหลืออัสนีอีกเพียงสายเดียวเท่านั้น!
เปรี้ยง!
อัสนีสายที่สามฟาดตามลงมารวดเร็วดั่งใจคราวนี้ร่างนางทรุดฮวบนั่งลงไปกับพื้นจนต้องใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันไว้เ็ปเสียจนกระอักโลหิตออกมาอย่างมิอาจกลั้น ร้ายแรงนัก...สมแล้วที่เป็ด่าน์การฝึกตนของนางไม่ได้สูญเปล่า ขอบคุณไป๋อวี้ที่พร่ำอบรมสั่งสอนนางมาร่วมสามหมื่นปี
ในขณะที่นางพยายามอดกลั้นต่อความเ็ปร่างกายที่แสนหนักอึ้งเมื่อครู่กลับเบาหวิว รัศมีเซียนส่องประกายเจิดจ้า
ในตอนนี้นางได้เลื่อนเป็เซียนชั้นสูงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ไป๋จูยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยก่อนจะหมดสติไปในที่สุดไม่พ้นไป๋อวี้ผู้เป็พี่ชายต้องพากลับไป๋หลงกงท่ามกลางความเป็ห่วงเป็ใยของาาและราชินีแดนประจิม