“ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดด” เสียงนกหวีดดังสนั่นขึ้น สร้างความใให้กับทุกคนในเหตุการณ์จนเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง นักเรียนทุกคนต่างพร้อมใจกันหันไปยังที่มาของเสียงนกหวีด นั่นคืออาจารย์ของฝ่ายปกครองที่มากันถึงสามคนหนึ่งในนั้นที่ถือเครื่องขยายเสียงได้พูดขึ้นว่า “นักเรียนทุกคนแยกย้ายกันเดี๋ยวนี้ด้วยครับ ถ้ายังมีใครก่อความวุ่นวายอีกครูจะเชิญไปที่ห้องปกครอง แยกย้ายครับ แยกย้ายเดี๋ยวนี้” ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศนักเรียนทุกคนที่มารุมล้อมต่างพากันสลายตัวอย่างรวดเร็ว สภาพโรงอาหารจึงได้กลับมาสู่ความปกติอีกครั้งในเวลาเพียงไม่นานนัก แต่ถึงแม้ทุกคนจะแยกย้ายกันไปแล้วแต่แทบจะทุกสายตาก็ยังจับจ้องมาที่กลุ่มของยูนิอยู่ดี เมื่อทุกอย่างสงบดีแล้วอาจารย์ฝ่ายปกครองทั้งสามคนจึงได้เดินตรงเข้ามาที่กลุ่มราฟทันที “พวกเธอสี่คนหลังพักกลางวัน มาพบครูที่ห้องปกครองด้วยนะ” “ครับ” ราฟตอบรับพร้อมกับพยักหน้ารับเเบบตื่นๆเล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าย้ายโรงเรียนมาได้ไม่ทันไรก็ถูกเชิญเข้าห้องปกครองเสียแล้ว เมื่อแจ้งแก่กลุ่มราฟเสร็จอาจารย์ทั้งสามเเยกย้ายกันยืนสังเกตการณ์อยู่ภายในโรงอาหาร คงเพื่อที่จะคอยควบคุมให้แน่ใจไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นอีก
“เอายังไงต่อดีพวกเราจะกินหรือจะกลับ” นีน่าถามขึ้น “ถามอะไรอย่างนั้นนีน่า มาถึงแล้วก็ต้องกินสิชั้นหิวจะตายอยู่แล้ว ยิ่งเจอเื่เมื่อกี้ชั้นยิ่งหิวเป็สองเท่าเลย” แซ็คตอบ “ขอโทษนะทุกคน ที่ทำให้ทุกคนต้องมาเจอเื่เเบบนี้ไปด้วย ทั้งๆ ที่ถ้าชั้นไม่มาด้วยคงจะดีกว่าแท้ๆ ” ยูนิพูดขึ้นพร้อมกับหลบสายตาด้วยใบหน้าที่กำลังพยายามอดกลั้นเพื่อไม่ให้ร้องไห้ และตัวที่สั่นเทา ราฟที่เห็นแบบนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาอยากจะปลอบใจยูนิแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี “ไม่ใช่ความผิดเธอซะหน่อย พวกเราไม่มีใครคิดว่าจะโทษยูนิหรอกนะ อีกอย่างพวกเราเป็เพื่อนกันจะลำบากก็ลำบากด้วยกันไม่เห็นจะเป็ไรเลยจริงไหม” นีน่าผู้ซึ่งเข้าใจแล้วในตอนนี้ถึงท่าทีอิดออดของยูนิจนตัวเธอแอบนึกหงุดหงิดเล็กๆ ในตอนที่เธอเอ่ยชวนยูนิมาพักเที่ยงด้วยกัน นี่คงเป็สิ่งที่ยูนิกังวลแน่ๆ เพราะเธอไม่อยากให้เราต้องมาพลอยตกอยู่ในสถานะการณ์แย่ๆ ไปด้วย แต่ตัวนีน่าในตอนนั้นเธอกลับเชื่อข่าวลือขององค์หญิงที่หยิ่งจนนึกไปเองว่ายูนิคงไม่อยากจะลดตัวมาสุงสิงกับพวกเธอเสียมากกว่า แต่ตอนนี้สีหน้าแววตาที่ดูรู้สึกผิดและเ็ปของยูนิได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอนั้นคิดผิดอย่างมาก เธอพูดปลอบใจยูนิพร้อมกับเอื้อมไปจับมือที่กำลังสั่นเทาของยูนิขึ้นมากุมไว้ “โห นีน่าเธอนี่นานๆ ทีก็พูดจาดีๆ กับเขาเป็ด้วยหรอเนี่ย สุดยอดไปเลยนะ” แซ็คชมด้วยน้ำเสียงยียวน จนนีน่าต้องหันไปมองค้อน แต่เเซ็คก็ดูเหมือนจะไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตาพิฆาตของนีน่าเลยเเม้แต่น้อย ก่อนจะพูดขึ้นต่อว่า “ตามนั้นแหละยูนิ เรารีบไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ ชั้นหิวจะตายอยู่แล้ว” ให้ตายเถอะเ้าแซ็คช่างเป็คนที่ปรับอารมณ์ได้ไวจริงๆ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้ยังทำหน้าเหมือนคนขวัญกระเจิงอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมายิ้มทำหน้าเป็ได้ซะอย่างนั้น ราฟคิดในใจพลางทึ่งไปกับความสามารถของเเซ็คเพื่อนรักอีกครั้ง หลังจากปรับอารมณ์กันเรียบร้อยดูเหมือนตอนนี้สภาพจิตใจของทุกคนในกลุ่มก็เรียกได้ว่าเริ่มฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นแล้ว และกำลังเริ่มคุยกันถึงเื่เมนูอาหารที่จะรับประทานกันในวันนี้ ขณะที่ได้โต๊ะตัวหนึ่งในโรงอาหารที่ยังว่างอยู่เป็ที่นั่งแล้ว “ยูนิ อยากกินอะไรไหมเดี๋ยวชั้นไปซื้อให้” นีน่าเอ่ยถามขึ้นเพราะเธอคิดว่าถ้าปล่อยให้ยูนิไปซื้อเองคนเดียวอาจเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อสักครู่ได้อีกจึงอาสาไปซื้อให้น่าจะดีกว่า “ขอบคุณมากนะนีน่า แต่ของชั้นมีข้าวกล่องที่เตรียมมาจากที่บ้านอยู่แล้วหละ” ยูนิกล่าวขอบคุณนีน่าพร้อมกับค่อยๆ หยิบกล่องใส่อาหารสีส้มที่มีลวดลายสวยงามออกมาแค่มองดูก็รู้ว่านั่นเป็ของที่ราคาค่อนข้างแพง “โอ้โห แค่กล่องก็แพงแล้วอย่าบอกนะยูนิว่าเธอห่อของหรูๆ แบบล็อบสเตอร์ คาเวียร์ หรือทรัฟเฟิลมากินที่โรงเรียนทุกวันน่ะ” แซ็คผู้ปากไม่เคยอยู่สุขกล่าวขึ้นเพื่อหยอกล้อ “โป๊ก!!” เสียงนีน่าที่พึ่งใช้กำปั้นเขกไปที่หัวของแซ็คทันทีที่พูดจบ ตามมาด้วยเสียงร้องโวยวายของแซ็ค “โอ๊ย นีน่าอะไรของเธออีกล่ะเนี่ย เล่นทุบทีเผลอแบบนี้มันเจ็บไม่ใช่หรือไง” “เจ็บน่ะดีแล้วแซ็ค แกนี่ไม่เคยรู้จักคำว่ามารยาทเลยสินะ” นีน่าหันกลับไปโต้ตอบแซ็คที่กำลังโวยวายทันที ก่อนที่จะหันมาพูดกับยูนิด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าราวฟ้ากับเหวว่า “ต้องขอโทษด้วยนะ แซ็คมันไม่ค่อยมีสมองน่ะชอบพูดอะไรไม่ค่อยคิดตลอดนั่นแหละ ยูนิอย่าไปถือสาเ้าโง่นั่นเลยนะ” นีน่าพูดขอโทษยูนิแทนแซ็คที่พูดจาหยอกล้อก่อนหน้านี้ นีน่าในตอนนี้ปฏิบัติกับยูนิราวกับว่าเป็เพื่อนสาวคนหนึ่งโดยที่เธอเองก็ไม่ได้รู้ตัว เพราะบรรยากาศของยูนิยิ่งััก็ยิ่งเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับสุภาพสตรีที่เพียบพร้อมจนทำให้แม้แต่นีน่าเองก็ยังลืมไปโดยสิ้นเชิงว่าจริงๆ แล้วยูนิก็เป็ผู้ชาย ยูนิได้ฟังดังนั้นก็ละล่ำละลักเล็กน้อยพร้อมกับพูดว่า “ไม่ๆ อย่าถึงกับต้องขอโทษเลยนะ ชั้นไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ส่วนนี่น่ะ…” ยูนิค่อยๆ เปิดกล่องใส่อาหารของเธอให้ทุกคนได้ดู ของที่บรรจุอยู่ภายใน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผักและผลไม้ มีเนื้อสัตว์ที่น่าจะเป็เนื้อส่วนอกของไก่และเนื้อปลาอีกชิ้นอยู่ใกล้ๆ กัน ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม “อาหารคลีน อย่างนั้นหรอ? ” นีน่าไม่เชิงว่าถาม เธอพูดเหมือนกับอุทานเบาๆ กับตัวเองเสียมากกว่า “ใช่แล้วหละ ไม่ใช่อะไรเลิศเลออย่าง คาเวียร์หรือทรัฟเฟิลหรอกนะ” ยูนิพูดพลางยิ้มให้กับแซ็คอย่างอ่อนโยน “หรือว่าปกติยูนิเธอกินแบบนี้ตลอดเลยหรอ” นีน่าถามต่อ “ใช่จ่ะ คุณแม่ค่อนข้างเข้มงวดเื่อาหารของชั้นน่ะ นานๆ ทีถึงจะได้กินอาหารทั่วไปบ้าง” ยูนิตอบ “ทำไมถึงต้องคุมเข้มเื่อาหารด้วยล่ะ เธอมีปัญหาเื่สุขภาพหรอยูนิ” นีน่าเกิดข้อสงสัยเื่ที่ทางบ้านของยูนิเข้มงวดเื่อาหารจึงลองถามดูเพื่อความแน่ใจ “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ก็แค่คุณแม่… อยากให้กินแบบนี้น่ะ” ยูนิตอบพลางยิ้มก่อนที่ในตอนท้ายรอยยิ้มจะค่อยๆ จางหายไปเปลี่ยนเป็ใบหน้าที่ค่อนข้างดูเศร้าแทน “ราฟ!! แกวันนี้กินสปาเก็ตตี้ซะ ชั้นจะไปซื้อมาให้ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาดดูแลยูนิอยู่ตรงนี้ซะ” แซ็คที่จู่ๆ เกิดอาการขึงขังขึ้นมาพูดชี้นิ้วสั่งราฟ พร้อมกับกำหนดเมนูอาหารกลางวันของราฟขึ้นมาเองโดยที่ยังไม่ได้ถามเ้าตัวสักคำ ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไปในทันที ทิ้งไว้แต่ความงุนงงให้กับทั้งราฟ นีน่าและยูนิเป็อย่างมาก นีน่าที่เริ่มหายสับสนจึง ค่อยๆ วิ่งตามไปทันที ปล่อยเหลือทิ้งไว้เพียงราฟกับยูนิที่นั่งกันอยู่เพียงแค่สองคน ราฟที่เดิมทีก็ตั้งใจที่จะคอยอยู่กับยูนิอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องให้เเซ็คบอก เพราะเขากลัวว่าถ้าปล่อยให้ยูนิอยู่คนเดียวอาจถูกคนในโรงอาหารเข้ามารบกวนอีก แต่พอถึงคราวที่จะต้องอยู่กันสองคนจริงๆ ราฟกลับเริ่มประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ในสมองของราฟเริ่มใช้ความคิดอย่างหนัก “แย่แล้วสิ ต้องหาเื่ชวนคุยอะไรสักอย่าง แต่จะคุยเื่อะไรดีล่ะ เื่หนังดีไหมนะ…แล้วเธอจะได้ดูหนังบ้างไหม หรือเื่เรียนดี ไม่ๆๆๆ ดูน่าเบื่อเกินไป แล้วเื่กีฬาล่ะ โอ๊ยย เ้าบ้ายูนิดูเหมือนคนเล่นกีฬาตรงไหนฟระ อ้อ!! ใช่แล้วเื่นี้ต้องคุยได้แน่…”ในที่สุดหลังจากคิดจนสมองแทบไหม้ราฟก็ได้เื่ที่จะใช้พูดคุย ฆ่าเวลากับยูนิจนได้ และกำลังจะเริ่มพูดออกไป “เอ่อออ วันนี้ อากา…” “ราฟ”ยูนิเรียกชื่อของเขา ทำให้ราฟต้องหยุดบทสนทนาที่เค้นสมองทั้งหมดของเขาคิดไว้ในทันที “ครับ!!” ราฟใจนเผลอขานรับด้วยความประหม่า “นายยังไม่ได้บอกเื่เมื่อวานกับพวกอาจารย์จริงๆ สินะ ต้องขอโทษด้วยที่ขออะไรแบบนั้นออกไป ถึงจะยังบอกเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม แต่ช่วยรับคำขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนให้ด้วยเถอะนะ” ยูนิพูดถึงเื่เมื่อวันก่อนพร้อมทั้งก้มหัวขอโทษด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความรู้สึกผิดอย่างมาก “ไม่เป็ไรหรอกยูนิ เงยหน้าขึ้นเถอะ ไม่ใช่เื่ที่จะต้องเก็บมาคิดมากหรอก แต่ว่าถ้าอยากจะขอโทษจริงๆ ต่อจากนี้ถ้ามีเื่กลุ้มใจ ก็อยากให้ยูนิมาเล่าให้ฟังจะได้ไหม” เมื่อราฟพูดจบยูนิที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา มองหน้าราฟที่กำลังยิ้มให้เธออย่างใจดี ตัวของเธอเเข็งทื่อ เเล้วน้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่ยูนิเองก็ไม่ได้รู้ตัว ทำเอาราฟที่เห็นภาพเช่นนั้นถึงกับทำตัวไม่ถูก “อ๊าาาา ขอโทษ ถ้ายูนิไม่อยากขนาดนั้นไม่ต้องบอกก็ได้ อย่าโกรธเลย ขอโทษนะ” ราฟไม่คิดเลยว่ายูนิจะถึงกับร้องไห้ออกมา เขาคิดว่านั่นเป็เพราะยูนิคงไม่ชอบใจมากแน่ๆ ที่ไปก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของเธอ ท่าทีลนลานกับสีหน้าที่ทำอะไรไม่ถูกของราฟถ้ามองมาจากมุมมองของคนภายนอกในตอนนี้ดูน่าตลกขบขันอย่างที่สุด ยูนิที่เห็นท่าทางแบบนั้นของราฟแล้วถึงกับหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก นี่น่ะ ขอโทษด้วยนะคือว่า แบบว่า มันดีใจน่ะ” ยูนิกำลังรีบอธิบายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของราฟ พร้อมกับใช้มือรีบปาดน้ำตาออก แล้วหันมาพูดกับราฟที่ตอนนี้มีสีหน้าโล่งใจแล้วว่า “ขอบคุณอีกครั้งนะ ตกลงจ้ะชั้นสัญญา” คำพูดของเธอนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและอ่อนโยน

ทำเอาราฟที่อยู่ต่อหน้ายูนิในตอนนี้เขินอายจนหน้าแดงใจเต้นแรงไม่เป็จังหวะ “ให้ตายเถอะ จะน่ารักเกินไปแล้ว” ราฟกรีดร้องอยู่ในใจ เขารีบซ่อนอาการด้วยการแสร้งมองหาแซ็คและนีน่าที่ออกไปซื้ออาหารได้สักครู่แล้ว เเละก็ได้เห็นนีน่ากำลังถือถาดอาหารเดินตรงกลับมาที่โต๊ะพอดี