องค์รัชทายาทมิลค์ได้หันไปมองที่องค์หญิงทั้งสองแห่งราชอาณาจักรแล้วพลันรู้สึกโกรธแค้นอย่างถึงที่สุดขึ้นมา
"ถ้าไอ้เ้าองครักษ์หน้าโง่พวกนั้นไม่ได้เข้ามาหาเื่ข้า ข้าก็คงจะได้ไปขึ้น์กับองค์หญิงที่งดงามและแผนของเราก็จะได้สำเร็จขึ้นมาสักที ท่านต้องล้างแค้นให้ข้า! ท่านพ่อ!"
"เ้าวางยาองค์หญิงนั้นสำเร็จงั้นรึ?"
องค์าาอาร์คกล่าวถามขึ้น
"ใช่แล้วท่านพ่อ แต่ถ้าไอ้พวกหน้าโง่นั่-"
"ไอ้ลูกโง่! เื่แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ! เ้าไม่รู้หรือไงว่าถ้าเ้าทำตามแผนได้สำเร็จละก็เ้าอาจจะมีสิทธิได้เป็องค์จักรพรรดิองค์ต่อไปเลยนะ แต่นี่เ้า.. ช่างโง่เง่าจริงๆ!"
องค์าาอาร์คโมโหเป็อย่างมากแต่เขาจะแสดงอาการออกมาไม่ได้เพราะตอนนี้มีเหล่าราชวงศ์มากมายรอบตัว
"ท่านพ่อข้าขอโอกาสแก้ตัว.. ข้ารับรองว่าครั้งนี้จะไม่ล้มเหลวอีกแน่นอน!"
องค์รัชทายาทมิลค์พูดขึ้นอย่างฮึกเหิม
ในขณะเดียวกัน
"เ้าเข้าไปตีสนิทกับพวกนางได้แล้วหรือยัง?"
องค์าาพิกเจอร์สกล่าวถามขึ้น
"ข.ข้าขออภัยด้วยท่านพ่อ แต่ข้าจะพยายามมากยิ่งกว่านี้!"
องค์รัชทายาทดิเลดพูดขึ้นอย่างฮึกเหิม
"งั้นก็ดี อย่าให้ไอ้รัชทายาทมิลค์ได้ทำสำเร็จก่อนล่ะ"
"ท่านพ่อ แต่พวกนางมีตั้งสองคน ถึงแม้ว่าพวกมันจะทำตามแผนได้สำเร็จแต่ก็ยังเหลืออีกหนึ่งคนไม่ใช่รึ?"
องค์รัชทายาทกล่าวอย่างสงสัย
"เ้าโง่! ถ้าพวกมันทำสำเร็จโอกาสที่เ้าจะได้ขึ้นไปเป็องค์จักรพรรดิก็ยิ่งต่ำลงหน่ะสิ! ตอนนี้ยังมีพวกองค์ชายแห่งราชอาณาจักรในภายภาคหน้าเราคงต้องกำตัดพวกมันทิ้งซะให้สิ้นซากจะได้ไม่ต้องมาเกะกะขวางทาง!"
องค์าาพิกเจอร์กล่าวอย่างใช้อารมณ์
"ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ!"
ในขณะเดียวกัน
"มิเชล เ้ามีความคิดเห็นยังไงบ้างกับองค์ชายเมืองแลคซัส?"
องค์าากริฟฟ์กล่าวถามบุตรสาวของตัวเองด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
"จู่ๆทำไมท่านพ่อถึงได้ถามแบบนี้กันหรือว่าจะจับคู่ให้ข้าอย่างนั้นรึ?!"
องค์หญิงมิเชลกล่าวถามด้วยความใ
"ฮ่าๆ มันก็คงจะมีความหมายประมาณนั้นแต่พ่อก็ต้องถามความรู้สึกเ้าก่อน"
องค์าากริฟฟ์หัวเราะกลบเกลื่อนเบาๆ
เมืองคีริลล์ที่องค์าากริฟฟ์ปกครองนั้นถือว่าเป็เมืองที่เล็กและมีอิทธิพลน้อยที่สุดเลยเขาไม่ได้หวังที่จะให้ลูกสาวของเขาไปเป็สะใภ้แห่งราชอาณาจักรหรอกเพราะว่ามันเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าพวกเขาได้ปรองดองกับเมืองที่เป็รองของราชอาณาจักร เพียงแค่นี้ก็จะเป็เพียงยกระดับเมืองคีริลล์เป็อย่างมากและเขาก็พอใจแล้ว
"หรือว่าเ้าจะไม่ชอบเขางั้นรึ?"
องค์าากริฟฟ์กล่าวถามอย่างคาดหวัง
"ท่านพ่อ ข้าได้เจอเขาเป็เพียงครั้งแรกแต่ท่านพ่อกลับคำถามแบบนี้กับข้าถึงหน้าตาของเขาจะหล่อเหลาแต่ข้าอายุมากกว่าเขาตั้งห้าปีเลยนะเพคะ"
องค์หญิงมิเชลกล่าวอธิบาย
"อืม..งั้นแสดงว่าเ้าก็ชอบเขาใช่หรือไม่? เพราะเ้าไม่ได้ปฏิเสธนี่~"
องค์าากริฟฟ์หัวเราะชอบใจ
"ท่านพ่อ!"
ในขณะเดียวกันอีกครั้ง..
ถึงแม้ว่าเมืองออเรมส์จะเป็เมืองที่มีอิทธิพลรองลงมาจากเมืองแลคซัสก็ตามแต่ถ้าพวกเขาทั้งสองเมืองได้ปรองดองกันขึ้นมาเมืองออเรมส์ก็จะได้ประโยชน์จากเื่นี้อย่างมาก
"ท่านพ่อท่านคิดจะจับคู่ให้พวกเราจริงๆงั้นเหรอเพคะ? ท่านก็รู้ว่าข้าแก่กว่าเขาตั้งสามปีแล้วท่านพี่ก็แก่กว่าเขาตั้งสี่ปีเลยนะ ท่านพ่อ!"
องค์หญิงชิเรียมรู้ทัน
"ถ้าพวกเ้ารักกันพวกเ้าก็จะได้รู้ว่าอายุนั้นไม่ได้มีผลกับความรักเลยแม้แต่นิดเดียว เ้าดูข้ากับท่านแม่ของเ้าสิ?"
องค์าาเกรเธอร์กล่าวขึ้น
องค์าาเกรเธอร์อายุน้อยกว่าองค์ราชินีซึ่งเป็ภรรยาของเขาตั้งห้าปี!
เมื่อองค์หญิงชิเรียมได้ยินแบบนั้นนางถึงอึ้งและเงียบลงอย่างไม่มีข้ิโต้แย้งใดๆอีกเลย
"ชิเรียม เ้าฟังท่านพ่อไว้เถิด~"
องค์หญิงมิร่าพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน
"ท่านพี่! หรือว่าท่าน.. จะตกหลุมรักเ้าองค์ชายนั้นเข้าให้แล้ว?!"
องค์หญิงชิเรียมประหลาดใจ
"เ้าพูดอะไรกัน?! อีกอย่างเ้าควรให้เกียรติเขาด้วย!"
จู่ๆองค์หญิงมิร่าหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
"เชอะ! ออกโรงปกป้องกันซะขนาดนี้.."
องค์หญิงชิเรียมพูดพึมพำเบาๆ
"เ้าว่าอย่างไรนะ?"
และในขณะเดียวกัน.. (สุดท้ายแล้วๆ~)
ในทันทีที่เอลิออสได้เข้ามาในห้องทานข้าวแห่งนี้เขาก็ได้พบกับบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงว่าเขาจะได้มาเจอนางในห้องนี้พร้อมกับทุกคน..
เขาได้เพียงมองไปหานางสักครู่นึงและในใจก็รู้สึกถึงความแปลกใจขึ้นมาอย่างมหาศาล
'นางเป็ถึงองค์หญิงแห่งราชอาณาจักร
แล้วนางจะมายอมพลีกายให้กับข้าได้อย่างไร หึ! คงจะไม่ใช่องค์หญิงที่เรียบร้อยนักสินะ'
เมื่อคิดได้แบบนั้นเอลิออสเขาก็ไม่ได้สนใจนางเลยอีกต่อไป..
เอลิออสก็ได้มาพบหน้ากับเซลีนอีกครั้งทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแต่..
'ข้าควรจะทำตัวอย่างไรกัน?'
เอลิออสวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าเซลีนเพราะเขานั้นรู้อยู่แก่ใจว่าสถานะของนาง
ในตอนนี้ก็คือพี่สะไภ้ของเขาแต่ในใจของเขากลับรู้สึกผูกพันยิ่งมากกว่านั้น..
เมื่อเขาได้พบเจอหน้ากับเซลีนทำให้เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาเฉกเช่นเดิมเหมือนเมื่อก่อนเขานั้น ก็ได้ปฏิบัติกับนางราวกับว่าไม่เคยได้รู้จักและสนิทกับนางมาก่อนเลยนั้นเองทำให้นางงุนงงอยู่ไม่น้อย
ระหว่างทางเดิน
"องค์หญิงเอสเธอร์~ ข้าจะพาท่านไปเดินเล่นชมเมืองท่านจะให้เกียรติไปกับข้าได้หรือไม่เพคะ?"
องค์รัชทายาทมิลค์ได้กล่าวถามอย่างนอบน้อม
"ทรงไปกับข้าเถิดเพคะ องค์หญิง~"
องค์รัชทายาทดิเลดกล่าวขึ้นด้วยเช่นกัน
และทั้งสองก็ได้ใช้สายตาขู่กันอย่างบ้าคลั่ง
"เอ่อ ขอโทษด้วยนะแต่ข้าคงต้องปฏิเสธ.."
องค์หญิงเอสเธอร์กล่าวอย่างลำบากใจ
"ท่านรักเกียจพวกข้างั้นรึ?"
องค์รัชทายาทดิเลดกล่าวอย่างโศกเศร้า
"ถ้าเป็อย่างนั้นพวกข้าคงจะเสียใจกันแย่"
องค์รัชทายาทมิลค์ก็ยอมร่วมมือกับองค์รัชทายาทดิเลดเพื่อจะได้มีความสำเร็จมากขึ้น
"ถึงแม้ว่าพวกเ้าจะพูดอย่างนั้นก็เถอะแต่ข้-"
"พวกท่านคงไม่ใช่ว่ากำลังจะสร้างปัญหาในเมืองแลคซัสของข้าใช่หรือไม่?"
เมื่อทั้งสององค์รัชทายาทได้ยินเสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างช้าๆพวกเขาก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวอะไรใดๆ
"ที่แท้ก็เป็องค์หญิงเชอร์เบทผู้งดงามแห่งเมืองแลคซัสแห่งนี้นี่เอง~"
องค์รัชทายาทมิลค์ได้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"พวกข้าไม่ได้คิดที่ก่อปัญหาอะไรขึ้นมาเลยนะก็เพียงแค่เข้ามาทักทายองค์หญิงก็เท่านั้นหรือว่าอย่าบอกนะว่าเมืองแลคซัสแห่งนี้ได้มีกฏข้อบังคับว่าองค์รัชทายาทไม่สามารถพูดคุยกับผู้อื่นแบบนี้กัน?"
องค์รัชทายาทดิเลดทำท่าเหมือนเชื่อแบบนั้นจริงๆเพราะเขากำลังกวนโมโหนางนั่นเอง
ในขณะเดียวกันเอลิออสก็ได้เดินผ่านมายังที่เกิดเหตุแห่งนี้อย่างบังเอิญ
'ชิ! คิดจะพาไอ้หน้าหล่อนี้มาขู่พวกข้างั้นรึ? ช่างน่าเวทนา ระดับพลังแค่นี้จะทำอะไรพวกข้-"
ทั้งสององค์รัชทายาทได้ยืนตกตะลึงจนตาค้างเมื่อพวกเขาััได้ถึงคลื่นพลังของอีกฝ่ายจากนั้นความอวดดีในตัวของพวกเขาก็เริ่มหดหายไปแล้วรอยยิ้มก็ได้มาปรากฏอยู่บนหน้าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว..
"ดูสิว่านั้นใครมากัน? ไม่ใช่เอลิออสน้องรักของข้าอย่างนั้นหรอกรึ~"
องค์รัชทายาทมิลค์ได้กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างสนิทสนม
"ข้าไม่มีพี่แบบเ้า"
เอลิออสตอบขึ้นมาอย่างเบาๆแต่ทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ตรงนั้นต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจนทำให้องค์รัชทายาทมิลค์ยืนอย่างโง่ๆเท่านั้น
"เอลิออส ข้าเพียงไม่ได้เจอเ้าเพียงครู่เดียวแต่คลื่นพลังของเ้ากลับพุ่งขึ้นสูงแบบนี้ เ้าสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าเ้าใช้วิธีฝึกฝนแบบใดกันอย่างนั้นรึ~"
องค์รัชทายาทดิเลดพยายามหลอกถามเคล็ดลับจากเอลิอแสถามด้วยรอยยิ้ม
"งั้นรึ? คลื่นพลังของข้าไม่ได้ผิดแปลกอะไรนี่หรืออาจจะเป็เพราะเ้าอ่อนแอเกินไปเองหรือเปล่า?"
เอลิออสกล่าวพลางหันไปมององค์หญิงเอสเธอร์พลางเพราะก่อนหน้านี้เขาจำนางไม่ได้แต่ตอนนี้เขานึกออกแล้วจึงทำให้เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย
องค์รัชทายาทดิเลดที่กำลังยืนยิ้มอยู่นั้น
ทำให้กระอักเืกับคำพูดของเอลิออสอยู่ไม่น้อยเพราะถ้าคลื่นพลังของเอลิออสตอนนี้นับว่ายังต่ำอยู่งั้นระดับพลังของเขาก็คงจะเทียบเท่ากับเด็กน้อยแล้วล่ะ
"งั้นข้าก็คงต้องกลับไปฝึกฝนให้หนักมากกว่านี้ซะหน่อยแล้ว~ งั้นข้าขอตัว"
องค์รัชทายาทพูดประชดด้วบรอยยิ้ม
"งั้นข้าก็ขออวยพรให้เ้าแข็งแกร่งสักที"
เอลิออสกล่าวด้วยเสียงเรียบ
ทั้งสององค์รัชทายาทที่กำลังจะเดินจากไปเมื่อได้ยินคำพูดของเอลิออสทั้งสองต่างก็หยุดชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างไว
ทันทีที่พ้นจากสายตาของเอลิออสทั้งสองก็ได้ะเิความโกรธออกมาอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่ปกปิด
"บังอาจ!!!"
"เ้าชั่วนั่น!!!"
"เอลิออสข้าก็สงสัยเช่นเดียวกัน ทำไมคลื่นพลังของเ้าถึงได้สูงขึ้นเร็วถึงขนาดนี้ล่ะ?"
องค์หญิงเชอร์เบทกล่าวถามเอลิออสอย่างสงสัย
"ท่านก็เป็ไปเขาด้วยงั้นรึ?"
เอลิออสกล่าวอย่างเบื่อหน่าย
"กับข้าเ้าก็ยังไม่ยอมบอกอย่างนั้นรึ?!เ้านี่ช่างงกจริงๆ!"
องค์หญิงเชอร์เบทกล่าวขึ้นอย่างงอนๆ
"งั้นข้าขอตัว"
เอลิออสไม่ได้สนใจเลนแม้แต่น้อย
"เดี๋ยวก่อนเพคะ!"
องค์หญิงเอสเธอร์พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเอลิออสกำลังจะจากไป
เมื่อองค์หญิงเชอร์เบทได้ยินเสียงขององค์หญิงเอสเธอร์ทำให้นางรู้สึกตัวขึ้นมาว่าตรงนี้ยังมีองค์หญิงเอสเธอร์อยู่นั้นเอง
"ข้าขอขอบคุณพวกท่านทั้งสองเป็อย่างมากที่อุตส่าห์ช่วยข้าจาก.."
องค์หญิงเอสเธอร์กล่าวอย่างลำบากใจ
"ท่านอย่าได้กังวลไป องค์หญิง~ พวกข้าสมควรที่จะเข้ามาช่วยแน่นอนอยู่แล้วใช่หรือเปล่า? เอลิออส~"
องค์หญิงเชอร์เบทกล่าวด้วยรอยยิ้มแปลกๆ
เอลิออสก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปเพราะเขานั้นรู้ว่าองค์หญิงเชอร์เบทพี่สาวของเขานั้นกำลังคิดหรือวางแผนจะทำอะไร
เขาจึงกำลังจะเดินจากไปแต่..
"ท่านพี่! มาอยู่ที่เองงั้นรึ? พวกข้าตามหาท่านแทบจะหาทั่วเมืองแลคซัสแห่งนี้แล้วนะเพคะ!"
องค์ชายเจอร์เวสกล่าวขึ้นอย่างงอนๆ