ตอนที่ 66 จ้าวปีศาจ เทพอสูร
ดวงตะวันลาจากขอบฟ้าปรากฏความมืดมิดมาแทนที่ ลมทะเลทรายกรรโชกรุนแรงจนฝุ่นตลบอบอวล มังกรดินค่อยๆเคลื่อนกายถดถอยดวงตาของมันจ้องมองเคนจิอย่างโกธรแค้นแม้พลังของมันเด็กหนุ่มจะไม่มากเหมือนก่อน แต่มีบางสิ่งทำให้จิตใจของมันหวั่นเกรงคิเมร่าเหมือนรู้ถึงความต้องการของนายใหม่บินทะยานกลับมาอยู่ด้านหลังเคียงคู่กับอลันหัวแพะของมันปล่อยคลื่นพลังในการรักษาบาดแผลให้กับเขา
เคนเหลือบมองไปที่คิเมร่าที่กำลังรักษาบาดแผลให้อลันปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าก่อนจะหันไปมองมังกรดินด้วยแววตาที่ดุร้ายร่างมังกรดินสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาที่เคนจิจ้องมองมันราวกับสัตว์ร้ายที่เพ่งมองเหยื่อภายในจิตใจมังกรดินครุ่นคิดถึงผลลัพธ์ของการต่อสู้ พร้อมกับเคลื่อนที่เป็นวงกลมสังเกตเคนจิอย่างไม่ประมาทแล้วพบว่ารอยสักสีทองหายไป
“พลังของมันมีไม่มากเหมือนก่อนเป็นเพราะรอยสักรึ พลังของข้ามีมากกว่าเจ้าอนูบิสแล้วมันไม่ได้บ้าคลั่งเหมือนก่อนชัยชนะต้องเป็นของข้า ฮึฮึฮึ!”
“เจ้าบ่นพอรึยัง! หากเจ้าไม่เข้ามาข้าจะไปหาเอง”
“เหอะ!!คิดว่าข้ากลัวเจ้าหรือไง เข้ามา! เจ้าผีดูดเลือด โฮก!!”
มังกรดินบ่นพึมพำเมื่อเคลื่อนกายไปรอบๆพลังของมันมีมากกว่าอนูบิสแต่ไม่ชอบยุ่งยากกับมันเพราะถึงยังไงอนูบิสก็อยู่เพียงแต่ในพีระมิดเท่านั้นเคนจิเริ่มเบื่อหน่ายที่มังกรดินเดินไปมาและบ่นพึมพำ จึงพูดแทรกทำให้มังกรดินมองด้วยสายตาโกธรเคืองมังกรดินขู่คำรามสะท้านฟ้าร่างของมันเกิดเป็นประกายแสงเรืองรองจนเคนจิต้องยกมือขึ้นมาบดบังสายตาแสงสว่างค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับร่างมังกรดินที่ใหญ่โตเท่าภูเขา ปรากฏชายหนุ่มร่างกายกำยำมาแทนที่
มังกรดินกลายร่างเป็นมนุษย์ผิวหนังของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดของมังกรดิน ที่ด้านหลังของมันมีตอสั้นๆของปีกที่ถูกตัดขาด ฟันแต่ละซีกของมันแหลมคมและดูน่าหวาดกลัว มังกรดินพุ่งทะยานเข้าหาเคนจิด้วยความรวดเร็วและโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมัด เข่า ศอก เตะ กรงเล็บโจมตีใส่เคนจิไม่หยุดยั้งและไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้พักหายใจ ดวงตาเคนจิเกิดเป็นประกายสีฟ้าครามสดใสแววตาของเขาดุจดั่งมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
“เนตรมหาสมุทร!”
เคนจิสบถเพียงเบาๆใช้ทักษะใหม่ที่ได้มา แววตาสีฟ้าครามมองกระบวนท่าโจมตีของมังกรดินราวกับโลกทั้งใบเคลื่อนที่ช้าลง กระบวนท่าที่มังกรดินโจมตีใส่เคนจิ เขาสามารถมองออกได้ทะลุปรุโปร่งเขาแค่เพียงโยกหลบเบาๆ เท่านั้นก็สามารถหลบมันได้อย่างสบาย เคนจิโยกตัวหลพร้อมกับสวนกลับด้วยหมัดเข้าที่หน้าท้องมังกรดินอย่างจัง
“เปรี้ยง!!”
“อั๊ก!!! พรวด!!”
เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมังกรดินกุมท้องก้าวท้องพร้อมกับกระอักเลือดเกล็ดมังกรที่หนาของมันไม่สามารถทานทนหมัดของเคนจิได้ มังกรดินตั้งหลักทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าปากของมันรวบรวมพลังดิน พร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาเคนจิเหลือบมองกระดองเต่าที่ข้อศอก ก่อนจะยื่นมันออกไปด้านหน้าทันทีกระดองเต่าอันเล็กจิ๋วที่ข้อศอกเกิดขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังร่างกายเคนจิทั้งร่างคลื่นพลังที่พุ่งทะยานเข้ามาปะทะใส่พอดี
“ตูมม!!”
คลื่นพลังที่มังกรดินปลดปล่อยออกมาถูกแหวกออกไปเป็นสองสาย ท่ามกลางความตกตะลึงของมังกรดินคลื่นพลังของมันจางหายไม่ปรากฏบาดแผลใดๆ บนเรือนร่างของเคนจิปรากฏเม็ดเหงื่อปกคลุมไปทั่วหน้ามังกรดิน เคนจิยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไปไหนก่อนจะเหลือบมองมังกรดินด้วยสายตาอันเบื่อหน่าย
“มีอะไรอีกไหม?หากไม่ข้าจะได้จบการต่อสู้ที่น่ารำคาญนี้!”
“จะ...เจ้าโอหังเกินไปแล้ว ย้ากก~~!!”
มังกรดินโกธรจัดชูฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นสู่ฟ้า เม็ดทรายบนพื้นต่างลอยไปรวมตัวกัน ณ จุดศูนย์กลางกลายเป็นคลื่นพลังทรงกลมที่ทรายรวมตัวจนขนาดใหญ่โตคลื่นพลังของมันใหญ่จนสามารถบดบังพระจันทร์ได้ บังเกิดรอยยิ้มบนใบหน้ามังกรด้วยอาการหอบหายใจถี่
“นี้คือทั้งหมดของข้าเตรียมตัวตาย เจ้ามนุษย์!”
“ทั้งหมดแล้วซินะเข้ามา!!”
มังกรดินปลดปล่อยคลื่นพลังบรรยากาศแปรป่วนไปทั่วสารทิศ บอลยักษ์ค่อยๆ ทะยานเข้าหาเคนจิ มือทั้งสองข้างเคนจิประกบคู่ยื่นไปด้านหลังคลื่นพลังดิน น้ำ ลม ไฟ ต่างพุ่งทะยานเข้ามารวมตัวกันอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นบอลแสงสว่างเรืองรองไปทั่วเกนบุน้อยที่ไหล่เมื่อเห็นคลื่นพลังที่เคนจิรวบรวมมันรีบกระโจมทะยานไปแอบที่ด้านหลังของคิเมร่าและอลัน พร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังเป็นม่านมาป้องกันทั้งสามเอาไว้
“พลัง.....คลื่น....ผสาน....เวท!!!”
เคนจิยื่นอุ้มมือทั้งสองไปเบื้องหน้าปลดปล่อยพลังคลื่นผสานเวท คลื่นพลังพุ่งทะยานเป็นแนวตรงบิดเกลียวอย่างรุนแรงจนแหวกชั้นบรรยากาศสั่นสะเทือน เข้าปะทะที่ใจกลางพลังของมังกรดินจนสั่นสะท้าน
“เปรี้ยงง~~~ง!!!!”
เสียงปะทะกันดังสนั่นเกิดเป็นลมพายุกรรโชกอย่างรุนแรง ม่านพลังของเกนบุน้อยสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังทั้งสองปะทะกันอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นเสียงที่ดังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทันใดนั้นดวงตามังกรดินต้องเบิกโพรงกว้างคลื่นพลังเวทของเคนจิดันบอลคลื่นพลังของมันตีกลับ ก่อนจะทะลุใจกลางบอลคลื่นพลังของมันหมดหนทางให้หลบหนี คลื่นพลังเวทปะทะร่างมังกรดินอย่างจัง
“อ๊าก~~ก!!!”
ร่างมังกรดินร่วงหล่นสู่ฟากฟ้าพุ่งทะยานสู่พื้นอย่างรุนแรง เลือดของมันต่างชโลมไปทั่วร่างกายพร้อมกับบาดแผลที่บาดเจ็บสาหัสไปทั่วทั้งเรือนร่างด้วยพลังชีวิตที่มีมากของมันทำให้ไม่ตกตายในทันทีเคนจิกางปีกมังกรทะยานมายืนเคียงข้าง พร้อมกับชี้คาตานะไปที่เบื้องหน้าของมันดวงตามังกรดินสั่นไหว ความตายกำลังจะมาเยือนมันในไม่ช้า
“เจ้ามี2 ทางเลือก หนึ่ง เป็นทาสคอยรับใช้ข้า หรือสอง เป็นอาหารให้ข้า เลือกเอา”
ดวงตามังกรดินเบิกกว้างสองทางเลือกที่เคนจิมอบให้สร้างความอับอายให้กับมันผู้ซึ่งเป็นถึงมังกรดินผู้ปกครองแห่งท้องทะเลทรายแห่งนี้ปากของมังกรดินขบกันแน่นขนัดปรากฏเลือดที่ไหลรินออกมาจากปาก ก่อนจะตอบออกไปทันที
“ข้าเลือก....”
ในขณะที่ท้องทะเลทรายเกิดสงครามอันดุเดือดในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ก็ปรากฏคราบเลือดเจิ่งนองไปทั่วผืนน้ำเรือสำเภาขนาดใหญ่แล่นผ่าน แหวกมหาสมุทรเลือดเป็นสองทางบรรดาศพของพรายทะเลและฉลามลอยไปทั่วบริเวณ ที่หัวเรือใหญ่มีบุรุษหนุ่มผู้มีปีกของทูตสวรรค์ยืนแบกดาบใหญ่ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดดวงตาที่ไร้แววของเขาเหม่อมองไปยังเกาะที่อยู่เบื้องหน้าที่อยู่ห่างไกลทันใดนั้นปรากฏนักรบศักดิ์สิทธิ์มานั่งชันเข่าเคียงข้างทันที
“ท่านหัวหน้าเมื่อครู่กัปตันเรือรายงานมาว่า เราจะถึงเกราะภายใน 2 วัน”
“ดี! ไปเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเรือจอดเราจะออกเดินทางทันที มีศึกใหญ่หลวงรอพวกเราอยู่”
“ศึกใหญ่?แล้วเจ้า 2 คนนั่นที่เราจับมาได้ ท่าจะทำอย่างไรต่อ”
นักรบมองไปยังเบื้องบนปรากฏกรงขังขนาดใหญ่ ด้านในมีผู้เล่น 2 คนถูกขังอยู่ ชายหนุ่มผู้มีปีกของทูตสวรรค์เหลือบมองไปด้านบนก่อนจะหันกลับไปมองในทิศทางเก่าแล้วสบถออกมาเบาๆ
“เดียวหมดเวลาพวกมันก็ออกไปเอง ถือว่าข้าปราณีมากพอแล้ว”
“มาคัส!! นายจะทำแบบนี้กับเราไม่ได้นะนี้โมมอนนายพูดอะไรหน่อยซิ!”
“ไม่มีประโยชน์เขาไม่ใช่มาคัสคนเก่าที่เรารู้จักอีกแล้ว เก็บแรงไว้รักษาตัวเถอะทากีร่า”
ทากีร่าและโมมอนถูกจับกุมโดยมาคัสกรงที่กุมขังทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้ทักษะหรือพลังได้บนร่างกายของพวกเขาต่างมีบาดแผลที่สาหัส ในสายตาของมาคัสพวกเขาคือตราบาปของมนุษย์ที่เทิดทูลปีศาจทากีร่าน้ำตาหลั่งไหลพร้อมกับตะโกนออกไป
“คอยดูเถอะมาคัส! ข้าจะขอให้จอมปีศาจริชเตอร์จัดการเจ้าอือ~อือ”
“ก็ให้มันเข้ามา! ข้าจะมอบความตายให้มันเอง”
มาคัสตะเบ่งเสียงดังจนเรือสำเภาต้องสั่นสะเทือน พร้อมกับสะบัดปีกกลับกลายเป็นผ้าคลุมก้าวเดินกลับไปยังห้องที่พักทำให้ผู้คนบนเรือตัวสั่นเกิดความหวาดกลัว
ขณะที่บนเรือกำลังวุ่นวายเคนจิกลับนั่งตากลมบนหลังของคิเมร่า ร่างกายของเขากลับคืนเป็นดั่งเดิม ลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้าทำให้เส้นผมปลิวพลิ้วไสวเคนจิลูบหลังเกนบุน้อยอย่างเบามือพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขเมื่อเหลือบมองไปด้านล่าง อลันก็กำลังนอนบนหลังของสัตว์ยักษ์ที่กำลังวิ่งตามมาติดๆ
“ลุง! ไม่มานั่งบนนี้ล่ะ ลมเย็นสบายดีนะ”
“เจ้านั่งไปคนเดียวเถอะข้าหนาว อยู่บนเจ้านี้ก็สบายแล้ว”
“แล้วเจ้าล่ะเหนื่อยหรือเปล่า”
“ไม่เลยนายท่านข้าสบายดี”
“ไว้ข้าจะหาปีกใหม่ให้เจ้า”
“ขอบคุณนายท่าน!!”
เคนจิพยักหน้ารับก่อนจะมองไปบังเบื้องหน้าสิ่งที่ขานตอบเขานั้นคือมังกรดินตัวใหญ่มันรับข้อเสนอที่จะเป็นทาสของเขาดีกว่าต้องตาย มันรู้สึกดีมากที่เคนจิบอกจะหาปีกใหม่ให้มันเคนจิเปิดสถานะตัวเองขึ้นมาดู ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า
ชื่อตัวละคร เคนจิ
HP (พลังชีวิต) 1,600,900 (5,000,000)
SP (พลังมานา) 2500,000 (5,000,000)
ระดับ จ้าวปีศาจ(จอมมาร) ชั้น กลาง ฉายา ราชันจอมเวท (เทพอสูร)
เผ่าพันธุ์ แวมไพร์ [แดร็กคิวล่า]
เผ่า ปีศาจ
พลังโจมตี 9,999 (99,999) พลังป้องกัน 5,000 (99,999)
ความเร็ว 5,400 (99,999) ความแม่นยำ, ความเร็วในการร่าย 9,999(99,999)
พลังโจมตีเวท 9,999 (99,999) โชค, เสน่ห์, จุดอ่อน 9,999 (99,999)
*หมายเหตุ ในวงเล็บ ( ) คือสถานะตอนเคนจิปรากฏรอยสักเกนบุเท่านั้น*
ทักษะใหม่ เนตรมหาสมุทรสามารถมองการโจมตีกายภาพได้ทะลุปรุโปร่ง ระดับ มหาอำนาจ ขั้น สูง
ทักษะใหม่ ร่างสัตว์เทวะ ท่อนแขนเกนบุสามารถใช้ได้ตอนปรากฏรอยสักเกนบุเท่านั้น มัทักษะป้องกันพิษทุกชนิดติดตัว
ทักษะใหม่พลังคลื่นจตุรทิศ ใช้พลังธาตุโจมตีอย่างรุนแรงในรูปแบบคลื่นพลัง ระดับ มหาอำนาจขั้นสูง
ทักษะใหม่หมัดสะท้านฟ้า รวบรวมพลังฟ้าดินไว้ที่หมัด ระดับ มหาอำนาจ ขั้นสูง
เคนจิปิดหน้าจอสถานะก่อนจะเอนหลังนอนไปบนตัวของคิเมร่า ดวงตาสีฟ้าครามดุจน้ำทะเลจ้องมองไปบนฟากฟ้าดวงดาราต่างเกลื่อนเต็มท้องนภา ก่อนจะเอื้อมมือไปไขว่คว้าและกำแน่นขนัด
“ลุง!! เราจะไปถึงปราสาทเจ้าโทริเมื่อไร”
“อือ...ด้วยความเร็วขนาดนี้เราจะถึงป่าทางเข้าปราสาทในรุ่งเช้า เจ้าพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมามากแล้ว”
“แล้วเจอกัน เจ้าโทริ!!”
เคนจิสบถออกมาเบาๆการเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นในขณะนั้นมีเลือดไหลออกมาจากทางจมูกของเขาโดยที่ไม่รู้ตัว