หงเอ๋อบินอย่างรวดเร็วผ่านผืนป่าแม่น้ำ ลำธาร
“พี่โสมแดงคิดว่ายังไงกับพวกที่โจมตีข้า”
หลังจากตรวจสอบแหวนมิติของหัวหน้าชายชุดดำแล้วพบเพียงหินวิญญาณหลายล้านและป้ายประจำตัวรูปแม่งป่องสีดำ
“คิดว่าเจ้าคงไปเหยียบเท้าพวกมันแถวตลาดมั้งไม่ต้องสนใจหรอกพวกมันก็ตายหมดแล้ว”
เมืองเซียงซี, ทวีปพยัคคำราม
จางเฉินจ่ายค่าเข้าเมืองแล้วสอบถามข่าวเกี่ยวกับการรับสมัครเข้ามหาลัยพบว่าจะมีขึ้นในอีก 10 วัน มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น เขาซื้อแผนที่เมืองเพื่อดูพื้นที่ต่างๆแล้วก็เดินทางไปที่ตึกของสมาคมปรุงยา
“มีเรื่องให้กังวลเยอะจริงๆชิวิตนี้ลำบากไม่ใช่น้อย” จางเฉินเดินไปก็บ่นไป
“ธรรมดาของโลกเจ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ ถ้าฝึกคนเดียวในมิติเจ้าจะก้าวหน้าต่อไปได้ยากที่สำคัญทรัพยากรต่างๆ สำหรับฝึกฝน ในโลกมิติมีแต่ระดับต่ำ ถ้าเป็นในทวีปพยัคคำรามเองก็จะแบ่งย่อยไปอีกระดับต่ำคือ 1 ถึง 3 ระดับกลางคือ 3-6ระดับสูงคือ 7-9 ระดับของนักปรุงยาก็เช่นกัน สัตว์อสูรเองก็แบ่งต่ำ กลาง สูงเป็นหนึ่งถึงเก้าดาว อย่างหงเอ๋อจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ซึ่งแปลกมาก ทวีปมังกรทยานไม่ควรมีอสูรระดับสูงข้าว่าแถวบ้านเจ้าต้องมีอะไรซ่อนอยู่อีกนอกจากน้ำพุเซียน” โสมแดงพูดคุยจากในมิติระหว่างที่จางเฉินกำลังเดินไปที่สมาคมปรุงยา
“มีอะไรซ่อนอยู่ แถวบ้านแล้วพี่โสมไม่เจอเหรอ” จางเฉินรู้สึกสงสัยเขาคิดว่าน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับการที่เข้ากลับชาติมาเกิดแล้วยังมีความทรงจำอยู่
“ความสามารถข้าก็มีขอบเขตข้าไม่รู้หรอกว่าเป็นอะไร แต่ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจ การที่เจ้าได้รับมิติแล้วก็กล่องเหล็กพิศดาลนั่น ไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดในบ้านป่า เมื่องเถื่อน”
“ว่าบ้านข้าอีกละข้าเกือบลืมไปเลยเรื่องกล่องเหล็ก ไว้ค่อยทดสอบดูอีกที”
ไม่นานจางเฉินก็เดินทางมาถึงตึกสมาคมปรุงยา ป้ายสมาคมใหญ่โตมากหลังจากเดินเข้าไปแล้วด้านในก็ประดับตกแต่งไปด้วยหินอ่อนพนังสีขาวมีลายแกะสลักสวยงามผู้คนมากมายและเห็นบริกรหลายคนแต่งชุดของสมาคมดูแลลูกค้าตามจุดต่างๆ
เมื่อจางเฉินเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้า หน้าผมของจางเฉินทั้งกลุ่มศิลปะการต่อสู้และนักปรุงยาต่างแสดงความรังเกียจ เพราะดูยากจนมากบริกรบางคนที่ว่างอยู่แสดงออกถึงความผิดหวังและรังเกียจทันที
แน่นอนว่าบริกรเหล่านี้จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการขายจึงไม่มีใครสนใจจางเฉินปล่อยเขาเดินคนเดียวในตึก
จางเฉินเองก็ไม่ได้สนใจมากนัก เขาเพียงเดินไปที่แผนกบริการเป็นเคาร์เตอร์ขนาดใหญ่ ด้านหลังเรียงไว้ด้วยสมุนไพรและขวดยา
“เด็กชายตัวน้อยต้องการให้ดูแลด้านใดค่ำ” บริการสาวอายุราวๆ 17-18 เธอไม่ได้ดูถูกจางเฉินแต่รับลูกค้าอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
“ช้า..เด็กชาย เราอายุใกล้ๆกันนะ เรียกข้าว่าจางเฉินได้เลย” จางเฉินเกาหัว
“ฮา ฮา เพียงคำเรียกอย่าได้คิดมากข้าชื่อ ฉินเป่าเอ๋อ” หญิงสาวยังคงยิ้มแย้มตอบจางเฉินอย่างเป็นมิตร ด้วยสายตาท่าทางนั้นต่างจากคนอื่นๆ มาก
“สถานที่ประเมินนักปรุงยาอยู่ที่ไหนพาข้าเข้าทดสอบที” จางเฉินเข้าประเด็นโดยตรง
“คุณต้องการประเมินนักปรุงยาหรือไม่?”
เมื่อได้ฟังสิ่งนี้ฉินเป่าแทบระเบิดวัยรุ่นอายุ 16 – 17 ต้องการประเมินการปรุงยา ปกติคนที่มาประเมินมักอายุ 30 – 50 ปี
“สมาคมปรุงยากลายเป็นที่เล่นของเด็กไปแล้วเหรอ”
“อายุแค่นี้กล้าถามหาการประเมินบ้าไปแล้ว”
ผู้คนมากมายในอาคารต่างพูดคุยกัน ทั้งบริกร นักปลุงยาและผู้ฝึกตน บริกรบางคนส่งแววตาดูถูกเหยียดหยามการเป็นนักปรุงยาไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งมีศักดิ์ศรีและได้รับความเคารพแม้จะพูดคุยกันเบาๆ แต่จางเฉินก็ได้ยิน
จางเฉินย่อมไม่เข้าใจว่ามันยากเพียงใด เพราะเขาได้ความรู้จากหลงอู่เมินที่ติดมากับมิติโลกใบเล็กของเขาและหนังสือมากมายของอาจารย์เจ้าโสมแดงเขาอ่านหนังสือทั้งหมดแล้วรวมทั้งงานวิจัยยาตัวใหม่ของอาจารย์เจ้าโสมแดง ซึ่งงานวิจัยพวกนี้เขาเก็บไว้ไม่ได้ทิ้งให้กับหมู่บ้านสกุลจาง
“เอาละ ข้าจะพาไป ค่าทดสอบ1000 หินวิญญาณระดับต่ำ” เฉินเป่าเอ๋อเรียกเก็บเงินโดยตรงเพื่อดูว่าจะจ่ายได้หรือไม่
จางเฉินหยิบหินวิญญาณออกมาวางที่เคาร์เตอร์ทันที
ผู้คนมากมายต่างมองกันตาเป็นมัน หินวิญญาณ 1000 ก้อนนับได้เป็นทองแสนหนึ่งไม่ใช่คนทั่วไปจะมีได้ แล้วหินวิญญาณก็สำคัญมากสำหรับการฝึกฝนลมปราณ
จางเฉินย่อมไม่รุ้ความคิดคนอื่นอีกเช่นกัน เพราะเขามีน้ำพุเซียนและปล้นมาจากชายชุดดำ
“ตามข้ามา”เฉินเป่าออกจากเคาเตอร์แล้วพาจางเฉินเข้าห้องโพงด้านใน
หน้าประตูห้องมีชายวัยกลางคนเฝ้าอยู่สองคนมีโต๊ะสำหรับลงทะเบียนอยู่หนึ่งโต๊ะ
“เอาละ เจ้าเอาหนังสือยืนยันการฝึกงานมา”คนดูแลโต๊ะลงทะเบียนกล่าว
“มันคืออะไร” จางเฉินขมวดคิ้ว
“เจ้าจะสอบเป็นนักปรุงยา จะต้องเป็นเด็กฝึกงานก่อน เด็กฝึกงานเองก็ต้องฝึกฝนเรียนรู้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกระยะกลาง ระดับสูง แล้วถึงสามารถสอบเป็นนักปรุงยาได้” คนดูแลโต๊ะลงทะเบียนอธิบายพอแหงนหน้ามองจางเฉิน หน้าเขาเริ่มแดงทันที
“เจ้าที่นี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่น โยนมันออกไป”คนดูแลโต๊ะลงทะเบียนสั่งคนเฝ้าประตูทั้งสองทันที