ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 40 ยอมแพ้หรือยัง ยอมจำนนหรือยัง

    โจวไท่อันล้มลงกับพื้นกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ดวงตาของเขาซีดขาว ใบหน้าที่เคยหล่อเหลากลับบวมเป่งเหมือนหัวหมู ไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น  


    พอถึงตอนนี้ ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจนไม่สามารถขยับตัวได้ 


    “ว่าไงโจวไท่อัน แกจะยอมแพ้ไหม”


    เซี่ยปิงมองด้วยสายตาเฉยชา  


    “อ๊ากกก ฉันไม่ยอม ฉันไม่ยอมรับ” โจวไท่อันตะโกนออกมาอย่างโศกเศร้าระคนโกรธแค้น เขาอยากจัดการกับเซี่ยปิงให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่าตัวเขาตอนนี้แค่กระดิกปลายนิ้วก็ยังทำไม่ได้ 


    และเขาก็พลาดโอกาสนั้นไปอย่างน่าเสียดาย


    เขาคือโจวไท่อัน ผู้ยิ่งใหญ่ในขอบเขตนักสู้ขั้นหก ถูกยกย่องให้เป็นราชาน้อยของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ มีกลุ่มคนคอยติดตามและได้รับเสียงชื่นชมมาโดยตลอด แล้วดูสภาพตอนนี้สิ เขาพ่ายแพ้ด้วยหมัดเดียว หนำซ้ำยังเป็นหมัดจากคนที่เขาเกลียดชังมันเข้าไส้ 


    เขาจะทำใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ได้ยังไง เขาจะยอมรับมันได้จริงๆ หรือ


    เมื่อทุกคนเห็นโจวไท่อันอยู่ในสภาพสิ้นหวัง พวกเขาต่างรู้สึกสงสารและเห็นใจ ลองนึกภาพว่า หากพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คงรู้สึกเจ็บช้ำอับอายไม่ต่างกันนัก 


    “นี่มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ ใช่! นายชนะ แต่นายจำเป็นต้องทำให้โจวไท่อันอับอายถึงขนาดนี้เลยรึไง”


    “นิสัยของเขาแย่มาก”


    “พอแค่นี้เถอะ ทุกคนในที่นี้อยู่โรงเรียนเดียวกัน ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย”


    “เขาชนะแล้ว แต่กลับไล่จี้อีกฝ่ายให้ยอมรับความพ่ายแพ้ เหมือนจงใจโรยเกลือบนบาดแผลไม่ผิด”


    สงบได้พักเดียว นักเรียนที่อยู่รอบสนามประลอง เริ่มก่นด่าเซี่ยปิงในทำนองเดียวกันว่า เขาทำเกินไปหรือเปล่า 


    “หุบปากซะ!”


    เซี่ยปิงยืนไพล่หลังอยู่บนสนามประลอง ไล่สายตามองไปที่กลุ่มคนรอบตัวเขา “ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็ขึ้นมาสู้กับฉันสิ ฉันจะใช้แค่มือข้างเดียว”


    เซี่ยปิงเยาะเย้ยอยู่ในใจ คุณรังแกคนอื่นได้ แต่ไม่อนุญาตให้คนอื่นรังแกคุณ เพียงเพราะโจวไท่อันเป็นนักเรียนดีเด่น หน้าตาหล่อเหลา หรือว่าเพราะโจวไท่อันมีภูมิหลังครอบครัวที่ดีกว่า เขาจึงสมควรได้รับคำดูถูกเหยียดหยามอยู่ฝ่ายเดียว 


    สำหรับเขาแล้ว ในเมื่อคุณกล้าทำ คุณก็ต้องรับผลที่ตามมาให้ได้ 


    “แกนี่มัน!”


    ไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ พวกเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากเซี่ยปิง เป็นเหมือนเสือดุร้ายพร้อมจะกลืนกินเหยื่อที่มันเห็น นี่มันน่ากลัวเกินไป 


    โจวไท่อันที่เป็นถึงนักสู้ขั้นหก ยังไม่สามารถรับหมัดของชายคนนี้ได้เลยสักหมัด ตบโจวไท่อันเหมือนแมลงวันตัวหนึ่ง และยังทำให้สนามประลองที่ทำจากเหล็กกล้าถูกผ่าออกเป็นสองซีก คิดแล้วก็รู้สึกสยองไปทั้งตัว 


    ลองนึกภาพว่า หากนักเรียนธรรมดาอย่างพวกเขาขึ้นไป แค่ปีศาจร้ายนั่นหายใจออกมาเบาๆ ถ้าไม่บาดเจ็บสาหัสก็คงพิการ ดังนั้นใครจะกล้าขึ้นไปท้าทายปีศาจร้ายตัวนี้ ทุกคนจึงพร้อมใจกันปิดปากเงียบ


    “ไหนละผู้ผดุงความยุติธรรม ไม่มีแล้วเหรอ ขึ้นมาสู้กับฉันสิ”


    เซี่ยปิงยืนอยู่ท่าเดิม ค่อยๆ กวาดสายตาไปรอบๆ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยอำนาจสั่งการ “นายเหรอ  หรือว่าเป็นนาย และนาย” เซี่ยปิงชี้ไปที่นักเรียนสามคนที่ตะโกนด่าเขาก่อนหน้านี้ 


    ในขณะเดียวกัน เซี่ยปิงกระตุ้นพลังจิตวิญญาณในร่างให้แผ่ขยายออกไป และกวาดผ่านร่าง ของพวกเขาทั้งสามคน  จิตสังหารอันน่าพรั่นพรึงเข้าครอบงำจิตใจพวกเขา คล้ายได้เห็นร่างราชันย์แห่งสัตว์ร้ายพุ่งเข้ามาฉีกกระชากคอ และภาพลวงตาเหล่านั้นดูสมจริงมาก


    เด็กนักเรียนธรรมดาไร้ประสบการณ์กลุ่มหนึ่ง ไหนเลยจะเคยพบเห็นฉากน่าสยดสยองเช่นนี้มาก่อน ความหวาดกลัวสุดชีวิตจู่โจมจิตวิญญาณของพวกเขาพังทลาย  


    “ไม่! ไม่ใช่ฉัน ให้อภัยฉันเถอะ ฉันขอโทษ ปล่อยฉันไป ”


    พวกเขาถอยหลังหนีครั้งแล้วครั้งเล่า ปากตะโกนร้องคร่ำครวญไม่หยุด กลางหว่างขามีน้ำไหลออกมาเปียกชุ่มกางเกง ก่อนที่พวกเขาจะล้มลงนั่งกับพื้น ตัวแข็งเกร็งราวกับรูปปั้น 


    กลัวจนฉี่ราดกางเกง? 


    กลุ่มผู้ชมรอบข้างต่างนิ่งอึ้งไปตามๆ กัน แค่ถูกเซี่ยปิงจ้องมอง สามคนนั้นก็กลัวจนฉี่ราดกางเกงต่อหน้าคนนับพัน ปีศาจร้ายตัวนี้ต้องน่ากลัวขนาดไหน เขายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า 


    พวกเขาจึงมองไปที่ดวงตาของเซี่ยปิง ชั่ววินาทีนั้น ทำเอาขนลุกชันไปถึงหนังหัว 


    “นี่สินะพวกขี้ขลาดตาขาว”


    เซี่ยปิงมองพวกเขาทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา “เก่งแต่พูดว่าร้ายฉัน เหยียบย่ำดูหมิ่นสารพัด พอเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับฉันด้วยซ้ำ พวกขี้ขลาดตาขาว”


    คำพูดของเซี่ยปิงกระตุ้นให้หลายคนโกรธจนหน้าเขียวตัวสั่น พวกเขาไม่เคยถูกประณามเหยียดหยามในที่สาธารณะมาก่อน นอกจากนี้ไอ้สารเลวนี่ยังท้าทายทุกคนโดยตรง 


    “น่าหงุดหงิดชะมัด เซี่ยปิงเป็นพวกสารเลวส่งมาเกิดหรือไง”


    “ต้องมีสักวันที่มันต้องโดนฟ้าผ่าตาย ทุกคนรอดูได้เลย”


    “เพราะพฤติกรรมแย่ๆ แบบนี้ไง ถึงชนะไปก็ไม่มีอะไรน่าภูมิใจ”


    “ไม่มีใครในโรงเรียนเราปราบไอ้เด็กบ้านี่ได้เลยเหรอ”


    “เขาต่างจากสัตว์ร้ายตรงไหน เล่นกับความรู้สึกของพวกผู้หญิงไม่พอ ยังตั้งตัวเป็นศัตรูกับผู้ชายอย่างเปิดเผย”


    “หลังเลิกเรียน ใครสนใจจะไปรุมทุบมันกับฉันบ้าง”


    นักเรียนหลายคนโมโหจนหัวร้อนไปหมด อยากขึ้นไปสั่งสอนเซี่ยปิงใจแทบขาด แต่เมื่อพิจารณาความแข็งแกร่งของตัวเอง ให้ยืนหายใจเฉยๆ ยังยาก  


    ตอนนี้จึงทำได้แค่แอบแช่งชักหักกระดูกเซี่ยปิงอยู่ในใจ หากมีโอกาสเมื่อไหร่ พวกเขาจะฉีกร่างเลาะกระดูกของปีศาจร้ายออกมาให้หมด 


    เกาหวานและหยางเว่ยรู้สึกตกใจไม่แพ้กัน แต่พอคิดได้ว่าเขาชอบสร้างความเกลียดชังให้กับคนอื่น และดูเหมือนจะไม่ได้เฉพาะเจาะจงมาที่เขาสองคนอย่างเดียว


    ดังนั้น สารตั้งต้นของเรื่องราวทั้งหมดล้วนเกิดจากนิสัยแย่ๆ ของเขา 


     ทางด้านนักเรียนชั้นมัธยมปลายอึ้งจนพูดไม่ออก ความสามารถในการสร้างความเกลียดชังของเซี่ยปิงนั้นไม่มีใครเทียบได้ อีกมุมหนึ่ง เขายังได้ชื่อว่าเป็นคนสารเลวระดับอัจฉริยะโดยสมบูรณ์


    “เอาล่ะๆ พอได้แล้ว อย่าทะเลาะกัน” ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากว่านี้ อาจารย์ผู้ตัดสินกระแอมสั้นๆ รีบประกาศผลการแข่งขันทันที “ตอนนี้โจวไท่อันไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ฉันขอประกาศให้เซี่ยปิงคือผู้ชนะ”


    “ไม่นะ ฉันยังสู้ต่อได้ ฉันยังไม่แพ้”


    โจวไท่อันตะโกนอย่างไม่ยินยอม ต่อให้เขาตายเขาก็ไม่ยอมรับว่าได้พ่ายแพ้ให้กับเซี่ยปิง


    “หนวกหูจริง”


    เซี่ยปิงเคลื่อนไหวในพริบตา และตบไปที่โจวไท่อันจนหมดสติ


    หลังจากบรรลุเป้าหมาย เขาก็ยืนปัดมือด้วยความรู้สึกพึงพอใจ “แค่นี้เป็นอันใช้ได้ เจ้าหมอนี่จะได้เงียบปากสักที”


    อาจารย์ผู้ตัดสินชะงักไปพักหนึ่ง เขาไม่สามารถตำหนิการกระทำของเซี่ยปิงได้ เพราะตามกฎกติกาการประลอง การแข่งขันต้องดำเนินต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้หรือหมดสติ 


    “ไร้ยางอาย! ไร้ยางอายเกินไปแล้ว! ไอ้ปีศาจนี่ไม่ทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือไง”


    “ตบนี้เป็นการแก้แค้นส่วนตัวชัดๆ”


    “พี่ใหญ่โจวบาดเจ็บขยับตัวไม่ได้ แต่เขากลับพุ่งเข้าไปตบซ้ำ ถ้าไม่ใช่จงใจแก้แค้นส่วนตัวแล้วจะเป็นอะไรได้”


    “ต่ำทรามชั่วช้าไม่มีใครเกิน เขาใช้ประโยชน์จากความโชคร้ายของคนอื่น”


    “ไอ้บัดซบเอ๊ย สักวันมันต้องได้รับผลกรรมที่มันก่อ”


    เสียงสาปแช่งปะปนเสียงด่าทอดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาไม่เคยเห็นความชั่วช้าในจิตใจมนุษย์แบบเซี่ยปิงมาก่อน การซ้ำเติมคนที่ไม่มีทางสู้ ยังเรียกตัวเองว่าคนได้อีกหรือ


    “พาโจวไท่อันออกไปรักษาก่อน” อาจารย์ผู้ตัดสินออกคำสั่ง


    ครู่เดียว นักเรียนกลุ่มหนึ่งก้าวออกมาจากด้านล่าง เพื่อช่วยกันนำร่างโจวไท่อันไร้สติออกไป 


    ติ๊ง!! 


    หลังจากเสียงแจ้งเตือนจบลง เซี่ยปิงได้ยินเสียงของระบบดังผ่านความคิด ”คะแนนความเกลียดชัง+1 คะแนนความเกลียดชัง+1….”


    “ไม่เลวเลย ฉันไม่คาดหวังว่าครั้งนี้จะได้คะแนนความเกลียดชังมากว่าสามร้อยคะแนน เท่ากับว่ายังขาดอีกเกือบหนึ่งร้อยเพื่อแลกทักษะวิชาการป้องกันตัวนรกกลืนกิน” 


    เซี่ยปิงลูบคางครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ “ดูเหมือนว่าฉันต้องจุดไฟเพิ่มสักหน่อย”