นับั้แ่โรงพยาบาล ‘วิเศษเลิศวรจักร’ แห่งนี้เปิดทำการมาได้เดือนกว่าๆ ความนิยมก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงเพราะการรักษาทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แต่เป็เพราะ"ของอร่อย" ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใน จนกระทั่งเื่ราวนี้ไปเข้าหูอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดังในโลกออนไลน์ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน
อินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวได้ตามรอยรีวิวอันล้นหลามของเหล่าคนไข้และญาติๆ ที่ต่างบอกต่อกันว่า ภายในโรงพยาบาลมีร้านเด็ดคู่แข่งที่กินกันไม่ลงด้านหนึ่งคือ ร้านขนมไทยโบราณของมนัสวี ที่ขึ้นชื่อเื่ความประณีตหอมหวานละมุนละไม อีกด้านคือ ร้านเบเกอรี่สุดโมเดิร์นของพีทที่อบสดใหม่หอมกรุ่นอวลไปทั่วชั้นล็อบบี้ ซึ่งทั้งสองร้านต่างขายดีจนหมดเกลี้ยงทุกวัน
อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังไม่รอช้าบึ่งมาถ่ายทำคอนเทนต์รีวิวแบบจัดเต็ม พร้อมทิ้งท้ายคำถามจุดชนวนชวนคิดให้ผู้ติดตามช่วยโหวตว่า
"ระหว่างขนมไทยต้นตำรับรสละมุน กับเบเกอรี่อบสดสไตล์ตะวันตก ขนมของร้านไหนจะอร่อยโดนใจกว่ากัน?!"
เพียงชั่วข้ามคืนคลิปคอนเทนต์ดังกล่าวก็กลายเป็ไวรัลสะท้านโซเชียล ยอดแชร์ยอดไลก์พุ่งกระฉูด ส่งผลให้ชื่อเสียงของโรงพยาบาลโด่งดังและกลายเป็แลนด์มาร์กใหม่ที่คนแห่ตามรอยรีวิวกันในโลกออนไลน์
ภูดิศในฐานะผู้กุมบังเหียนด้านการบริหาร ย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไปชายหนุ่มนั่งมองตัวเลขทราฟฟิกและกระแสในโลกออนไลน์ด้วยแววตาเป็ประกาย ความคิดเฉียบคมของนักธุรกิจมองเห็นทันทีว่ากระแสนี้จะสามารถต่อยอดสร้างชื่อเสียงให้โรงพยาบาลโด่งดังไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิม
เขาตัดสินใจเรียกตัวแทนของทั้งสองร้านเข้าพบที่ห้องทำงานเพื่อประกาศบิ๊กโปรเจกต์
"ในเมื่อกระแสออนไลน์มันกำลังมาแรงผมเลยจะจัดกิจกรรมใหญ่ขึ้นมา... นั่นคือ การแข่งขันแบทเทิลระหว่างร้านขนมไทยและร้านเบเกอรี่" ภูดิศกอดอกพลางปรายสายตามองคนทั้งสองคือมนัสวีและพาสกรด้วยท่าทีทรงอำนาจ
"เราจะเปิดให้เ้าหน้าที่คนไข้ และญาติ ๆ ในโรงพยาบาลกินฟรีทั้งหมด!แล้วให้ทุกคนเป็กรรมการร่วมลงคะแนนโหวตว่าใครจะเป็ผู้ชนะในศึกครั้งนี้"
ทันทีที่สิ้นคำประกาศพาสกร ถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้นและดีใจจนเนื้อเต้น ชายหนุ่มผู้รักการอบขนมเป็ชีวิตจิตใจยิ้มกว้าง
"โหว...น่าสนุกมากครับคุณภูดิศ! ผมยินดีร่วมแข่งเต็มที่เลยครับจะได้แสดงฝีมือให้ทุกคนได้ชิมเบเกอรี่สูตรลับของผมแบบจัดเต็มไปเลย!"
ตรงกันข้ามกับพาสกรอย่างสิ้นเชิงมนัสวี ยืนนิ่ง ใบหน้าสวยฉายแววไม่เต็มใจอย่างชัดเจน ลำพังแค่เวลารับส่งลูกเปิดร้าน และต้องเข้าไปทำอาหารคลีนให้ภูดิศทุกเย็นเธอก็เหนื่อยล้าจนสายตัวแทบขาดอยู่แล้วจะเอาเวลาและแรงที่ไหนมาร่วมแข่งขันกิจกรรมบ้าบอที่เขาจัดขึ้นเพื่อเอาหน้าชิ้นนี้อีกหญิงสาวขยับปากเตรียมปฏิเสธ
"คุณภูดิศคะ...คือดิฉันคิดว่าดิฉันไม่สะดวก..."
"ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพื่อขอความคิดเห็น คุณมนัสวี แค่แจ้งให้ทราบ" ภูดิศใช้สรรพนามเป็ทางการเมื่อมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยเหมือนมนัสวี เขาพูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบขาดสายตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยแรงกดดันและคำขู่เป็นัย ๆที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ดีว่าหมายถึงเื่ผล DNA และสิทธิ์การเช่าร้าน ในฐานะผู้เช่าพื้นที่ของโรงพยาบาลเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของฝ่ายบริหาร จำยอมและทำตามหน้าที่ซะ
คำพูดเผด็จการนั้นทำให้มนัสวีจำต้องกลืนคำปฏิเสธลงคอสองมือกำเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ไม่อาจเสี่ยงมีปัญหากับเขาได้จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับคำอย่างขมขื่น
ภูดิศยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นเธอสยบยอมก่อนจะหันไปสรุปกติกาและเงื่อนไขขั้นเด็ดขาด
"กติกาง่ายๆ ผมให้เวลาพวกคุณทั้งสองร้าน ไปคิดค้นและรังสรรค์เมนูเด็ดมาคนละ 1 ชนิดเท่านั้นเอาที่เป็ที่สุดของร้านตัวเอง... โดยผมให้เวลาเตรียมตัวและคิดค้นสูตรอีก 3 วันหลังจากนั้น วันแข่งขันจริง... เรามาดูกันว่าใครจะอยู่ใครจะไป!"
าความหวานระหว่างขนมไทยดั้งเดิมและเบเกอรี่สมัยใหม่กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็ทางการโดยมีศักดิ์ศรีและแรงกดดันลึกลับเื้ัเป็เดิมพัน!
บรรยากาศบริเวณโถงกลางของโรงพยาบาลหรูแยกฝั่งชัดเจนระหว่างร้านเบเกอรี่ของพาสกร และร้านขนมไทยของมนัสวีเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ คนไข้ และญาติ ๆ ต่างทยอยมาร่วมเป็กรรมการลงคะแนนกันอย่างเนืองแน่นโดยมีคณะกรรมการบริหารระดับสูงนั่งประจำแท่นตัดสิน รวมถึง คุณหญิงดาริกา และ ภูดิศ
สามวันแห่งการเตรียมตัวผ่านไปอย่างรวดเร็วบรรยากาศภายในห้องโถงอเนกประสงค์กลาง แสงไฟสปอตไลท์ระยิบระยับ ถูกเนรมิตให้เป็ลานประลองฝีมืออันคึกคัก มีการจัดตั้งโต๊ะยาวปูผ้าสีสะอาดสะอ้าน คลาคล่ำไปด้วยคณะกรรมการสื่อมวลชนท้องถิ่นและแเื่นับร้อยคนที่มาร่วมเป็สักขีพยานในงานแข่งขันทำขนมการกุศลเพื่อเสริมภาพลักษณ์ของโรงพยาบาล
ฝั่งหนึ่งคือ‘พาสกร’ หรือ ‘พีท’ เชฟหนุ่มนักเรียนนอกจอมขี้เล่นที่กำลังโชว์ลีลาควงตะกร้อมือทำเบเกอรี่โมเดิร์นอย่างคล่องแคล่ว
ทว่าอีกฝั่งหนึ่ง...‘มนัสวี’ ในชุดผ้ากันเปื้อนสีหวานกำลังตั้งสมาธิหยอดน้ำกะทิสดลงบนขนมไทยโบราณอย่างประณีต
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาและหัวใจของทุกคนในงานให้หันไปมองเป็ตาเดียวกลับไม่ใช่ลีลาของสองเชฟบนเวที...หากแต่เป็เสียงเชียร์เจื้อยแจ้วที่ดังมาจากขอบเวทีด้านหน้า
"คุณแม่สู้ๆ ครับ! คุณแม่ของเติมเต็มเก่งที่สุดในโลกเลย!"
‘น้องเติมเต็ม’ ในวัยสี่ขวบเศษปรากฏตัวในชุดมาสคอตซูเปอร์แมนตัวจิ๋ว สีน้ำเงินสดตัดกับผ้าคลุมไหล่ผืนยาวสีแดงเพลิงที่ทิ้งตัวลากพื้นเวลาเดินรูปร่างที่อ้วนกลมป้อมอัดแน่นอยู่ในชุดซูเปอร์แมน ยิ่งส่งให้พุงกลม ๆยื่นออกมาดูน่ารักน่าฟัดเหลือเกิน ผิวขาวจัดอมชมพูและแก้มยุ้ย ๆสองข้างขึ้นสีระเรื่อเพราะความตื่นเต้น เรือนผมหน้าม้ากะลาครอบสะบัดไปตามจังหวะดูเพลินตา