"คุณชาย..ให้พวกเราได้ช่วยเหลือท่านอีกแรงหนึ่ง.."
หยางเสี่ยวเอ๋อร์กล่าวขึ้นเช่นกัน กังหลงส่ายหน้า กล่าวขึ้น
"พวกท่านมิต้องเข้ามา ปล่อยให้ข้าจัดการเอง เพียงคอยระวังมิให้พวกมันหลบหนีไปได้ก็พอ.."
ทั้งสี่เมื่อได้ฟังต่างทยอยกระจายตัวออกรอบ ๆ ปิดเส้นทางหลบหนีของอีกฝ่าย ผู้เป็นพี่ใหญ่ของสี่ราชันย์เห็นเช่นนั้นบันดาลโทสะยิ่ง กล่าวกับทั้งสามพร้อมปลดปล่อยพลังระดับราชันย์ทั้งหมดจู่โจมทันที
"ลงมือพร้อมกัน..กำจัดมัน..ตายซะ.!!."
".พยัคฆาตะบบวิญญาณ.!!"
"ย๊ากกกก"
"หมีถล่มเขาพระสุเมรุ"
"อาชาถล่มปฐพี.."
"อสุภะแยกสังขาร.."
เกิดร่างพยัคฆ์สีขาวขนาดใหญ่ หมีสีขาวอันสูงใหญ่ อาชาเพลิงขนาดเท่าคชสาร กลุ่มควันรูปร่างภูติพรายขนาดยักษ์ยักสีดำ ทุกร่างสูงกว่าสองเมตรพุ่งเข้าโจมตีกังหลง พลังโจมตีของปราณราชันย์ระดับสองขั้นต้นที่ลงมือพร้อมกันทั้งสี่คนมิต้องบอกว่ารุนแรงปานใด แม้แต่ผู้ฝึกยุทธในระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามขี้นต้นหากโดนเข้าก็ต้องบาดเจ็บมิน้อย กังหลงสัมผัสได้กับพลังกดดันที่มากกว่าก่อนหน้านี้ถึงหนึ่งเท่าตัว สีหน้าเคร่งเครียดลงรีบโครจรทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอีกครั้ง กายาเริ่มเปล่งเป็นสีทองแดง แสดงท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอย ครานี้ปรากฎกังหลงขึ้นสี่ร่างที่เหมือนกันมิผิดเพี้ยน ใช้ท่าโจมตีธรรมดาฟาดฝ่ามือเข้าต้านรับทั้งสี่ราชันย์ที่พุ่งจู่โจมเข้ามาจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท
"วูบบบ...วูบบบ..วูบบบ..วูบบบ.."
"โอ๊ะ..ครานี่ถึงกับเพิ่มเป็นสี่ร่าง..!!"
"บึ้ม..!!"
เกิดพายุรุนแรง ฝุ่นละอองคละคลุ้งจากแรงปะทะฟุ้งกระจายไปทั่วจนแทบมองมิเห็น ทั้งสองฝ่ายต่างถูกพลังกระแทกสะท้อนกลับ ทั้งสี่ถูกกระแทกถอยกายไปห้าก้าวใหญ่ ด้วยการรวมพลังโจมตีพร้อมกันของราชันย์ทั้งสี่ ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่มีน้อยครานี้กังหลงถึงกับโดนกระแทกจนต้องถอยกายไปถึงสามก้าวลมปราณปั่นป่วนเล็กน้อย รีบสงบใจโคจรลมปราณผ่านจักรกระธาตุอัคคี ใช้ท่าร่างเก้ามายาอัศนีไม่ทิ้งรอยถึงขีดสุด เกิดเป็นร่างมายาเสมือนร่างจริงขึ้นแปดร่างพุ่งเข้าโจมตีทั้งสี่คนในทันที พร้อมสีหน้าเหี้ยมเกรียม กล่าวอย่างเลือดเย็น
"สัตตะมรณาท่าที่หนึ่ง"
อัคคีโลกันต์..!!"
"จงสลายไปซะ"
ก่อนหน้านี้ท่าโจมตีธรรมดามิอาจทำอันใดราชันย์ทั้งสี่ได้ ครานี้กังหลงสำแดงท่าร่างเก้ามายาอัศนีไม่ทิ้งรอยที่ตนเรียนรู้ได้บางส่วนจนถึงขีดสุด บังเกิดร่างขึ้นทั้งหมดแปดร่าง แบ่งเป็นสี่คู่เข้าจู่โจมราชันย์ทั้งสี่ด้วยทักษะสัตตะมรณาท่าที่หนึ่ง ท่าอัคคีโลกันต์ ราชันย์ระดับสองขั้นต้นโดนจู่โจมด้วยทักษะสัตตะมรณาท่าอัคคีโลกันต์พร้อมกันถึงสองคน จึงสุดที่จะทนทานได้ บังเกิดเสียงระเบิดเกือบจะพร้อมกันขึ้นสี่ครั้งดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนตามมา
"บึ้ม..บึ้ม..บึ้ม..บึ้ม..บึ้ม..!!"
"อ๊ากกก....อ๊ากกก....อ๊ากกก....อ๊ากกก....!!"
"พรวด !!"
ร่างของราชันย์ทั้งสี่ได้ถูกอัคคีอันร้อนแรงแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านสลายหายไปภายในพริบตาหลงเหลือไว้แค่เพียงแหวนมิติสี่วงเท่านั้น กังหลงเองถึงกับกระอักโลหิตออกมาหน้าซีดเผือดมีโลหิตไหลซึมเแ็นทางออกมาทางมุมปาก การฝืนสำแดงท่าร่างเก้ามายาอัศนีไม่ทิ้งรอยที่ตนเรียนรู้ได้บางส่วนจนถึงขีดสุด สร้างร่างขึ้นมารวมแปดร่าง และใช้ทักษะสัตตะมรณาท่าที่หนึ่ง ท่าอัคคีโลกันต์ จู่โจมพร้อมกัน พร้อมกับพลังโจมตีของทั้งสี่ที่ถูกกระตุ้นก่อนตายฟาดกระทบร่างของกังหลง จึงสุดที่ร่างกายขณะนี้จะทนทานได้ ทำให้พลังปราณของกังหลงแทบหมดสิ้นอีกทั้งยังบาดเจ็บบอบช้ำร่างกายสาหัสโซเซแทบล้มลง นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะรีบเข้ามาประคอง และกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"กงจื้อเป็นอย่างไรบ้าง"
"ข้ามิเป็นไร เพียงเหนื่อยล้าและบอบช้ำภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากใช้พลังมากเกินไปและโดนปลายพลังก่อนตายของฝ่ายตรงข้าม สัตตะมรณาแม้จะโหดเหี้ยมรุนแรง แต่ก็เผาผลาญพลังปราณไปแทบเหือดแห้ง พักผ่อนสักหน่อยก็คงดีขึ้น รบกวนแม่นางเหมี่ยวเซี๊ยะช่วยเก็บแหวนมิติของคนทั้งสี่ที่มิได้มอดไหม้ไปเพราะเปลวอัคคี แหวนมิติของราชนย์ทั้งสี่คงมีสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พวกเรามิน้อยแน่ ข้าจะรีบฟื้นฟูลมปราณโดยเร็วเพื่อรอต้อนรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เจ้าผู้เป็นพี่ใหญ่ของราชั้นย์ทั้งสี่ ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังพวกพ้องของมันแล้ว มิทราบจะมีผู้ใดนำพาคนมาเท่าใดและจะมีผู้เก่งกล่ากว่าระดับปราณราชันย์รึไม่ ?"
พูดจบกังหลงรีบนั่งฟื้นฟูลมปราณ โคจรหมุนวนตามแนวทางทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติขณะนี้แม้ฝึกปรือสำเร็จระดับที่สอง แต่กังหลงสามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงสามเท่าตัวกระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงสามเท่าตัวเช่นกันทนทานรับน้ำหนักได้ห้าพันชั่งหากมิใช่สำเร็จกายาทองแดงขั้นต้นแม้มีกังหลงอีกสิบชีวิตก็คงยากจะรอดพ้นจากความตายไปได้ เวลาผ่านไปเกทอบครึ่งชั่วยามพลังก็ฟื้นฟูกลับเกือบเป็นปกติ
ผู้คนที่เฝ้าชมดูการต่อสู้ต่างตกตะลึงไม่คาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้บุรุษหนุ่มเพียงคนเดียวสามารถจู่โจมสังหารยอดฝีมือระดับราชันย์ได้นับเป็นเหตุการณ์ที่แม้แต่พวกตนจะคิดฝันก็เแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าบุรุษหนุ่มร่างกายบอบบางที่มีระดับปราณแสดงให้เห็นเพียงปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดที่แสดงให้เห็นนั้นกลับสามารถสังหารผู้เยี่ยมยุทธระดับราชันย์สี่คนได้ด้วยตัวเพียงคนเดียวเสียงวิพากษ์วอจาร์ดังเซ็งแซ่ขึ้น
"มิคาดว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ถึงกับเก่งกาจปานนั้นอาณาจักรเนตรอสูรกำเนิดอัจฉริยะที่น่ากลัวอย่างแท้จริงแล้ว"
"ท่าร่างวิชาเลิศล้ำอันใดกันถึงกับสามารถแยกร่างออกต่อสู้ได้มากมายหลายร่างปานนี้มิทราบเจ้าหนุ่มนี้เป็นศิษย์ของยอดคนท่านใด"
"ทางฝ่ายกลุ่มพยัคฆ์โลหิตได้สูญเสียผู้คนไปหลายคนคงมิอยู่นิ่งเฉยเป็นแน่ครานี้เขตพื้นที่ตระกูลหยางคงต้องมีเหตุการร้ายแรงขึ้นอีกอย่างช่วยไม่ได้..!"
นงคราญสุรางค์สวรรค์หลังจากไปเก็บรวบรวมแหวนมิติทั้งสี่วงก็กลับมายืนอารักขากังหลงขณะโครจรพลังฟิ้นฟูลมปราณเมื่อเห็นกังหลงใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามสีหน้าก็เริ่มเป็นปกติพอเห็นกังหลงลืมตาก็กล่าวขึ้นพร้อมยื่นแหวนมิติทั้งหมดให้
"นี่เป็นแหวนมิติของพวกมันดูท่าท่านจะได้กำไรมิน้อย..ท่านสามารถฟื้นฟูลมปราณได้รวดเร็วยิ่งมิทราบท่านใช้โอสถใดในการช่วยฟื้นฟูหรือไร ?"
"เป็นเพียงทักษะวิชาการโคจรลมปราณบางอย่างที่ข้าเรียนรู้ได้เพียงผิวเผินเท่านั้นขณะนี้หากไม่มีเหตุการณ์ใดพวกเราไปพบปะกับลุงหยางและครอบครัวเพื่อปรึกษาถึงเรื่องราวต่าง ๆ ก่อน พวกเขาเฝ้ารอด้วยความเป็นห่วงอยู่เนิ่นนานแล้ว"
ขณะรอกังหลงรักษาอาการบาดเจ็บหยางไป่หู่ได้สอบถามผู้คนในบริเวณนี้ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงพอจะทราบว่า หลังจากที่ตนและบุตรได้ออกเดินทางไปยังเมืองเหอหนานได้เกิดเรื่องราวใดขึ้นบ้างในเขตพื้นที่ตระกูลหยาง ถึงกับขมวดคิ้วอย่างหนักใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวที่เคยพบเจอในเมืองเหอหนานเดินมาหาตนก็แปลกใจตนนั้นมีความชื่นชมในความสามารถของบุรุษหนุ่มคิดจะทำความรู้จักสอบถามความเป็นมาของคนผู้นี้และอยากจะทราบว่าทั้งสองได้มาปรากฎตัวอยู่ในเขตพื้นที่ของตนได้อย่างไรกันหยางไป่หู่กล่าวขึ้น
"ข้าหยางไป่หู่ผู้นำตระกูลหยางและบุตรทั้งสองยินดีต้อนรับโกเนี้ยวและกงจื้อทั้งสองที่ให้เกียรติมาเยือนเขตพี้ที่ของตระกูลหยางก่อนหน้านี้เคยเห็นทั้งสองท่านอยู่ที่เมืองเหอหนานแต่มิมีโอกาสได้สนทนากันบังเอิญกลับมาพบพานกันที่นี่อีกครานับเป็นวาสนานัก แถมกงจื้อท่านนี้ได้จัดการกลุ่มคนที่มาก่อนปัญหาในเขตพื้นที่ของตระกูลหยางอีกหากทั้งสองท่านมิรังเกียจ เชิญท่านทั้งสองไปพักและพูดคุยกันที่ตระกูลของข้าเพื่อจะได้มีโอกาสเลี้ยงขอบคุณทั้งสองท่าน"
ได้ยินเช่นนั้นกังหลงถึงกับอยากจะเขกกะบาลตัวเองยิ่งนักก่อนหน้านี้ตนได้พบเจอหยางหยางเสี่ยวเอ๋อร์ได้ผูกสัมพันธ์เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับหยางเช็งซี ซึ่งทั้งสองต่างก็แซ่หยางแต่ตนไม่ทันได้ฉุกคิดว่าทั้งสองจะเป็นคนตระกูลหยางที่ตนต้องการจะไปพบเจออันเนื่องมาจากการพบเจอนี้เป็นการพบเจอกันในเมืองเหอหนานแล้วใครจะไปคาดคิดว่าจะมีการบังเอิญเช่นนี้ได้