โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 98 เด็กกลายพันธุ์

    อาจารย์หมอรีบเข้ามาตรวจอีกรอบเพื่อความแน่ใจ

    และสอบถามอาการท่านธีรเดช ซึ่งก็ตอบคำถามได้เป็นปกติ ภรรยาโผเข้ากอดท่านธีรเดชน้ำตานองหน้า ด้วยความดีใจ แล้วหันมาขอบคุณขจร แต่ว่าท่านธีรเดชกลับนึ่งเฉย มองหน้าขจรด้วยความสายตาที่ยังคงโกระแค้นที่ขจรได้ฆ่าลูกชายของเขา แม้นในใจเริ่มสับสนบ้างก็ตาม

    “ อาการเป็นปกติดีแล้ว รอดูอาการอีกคืนหนึ่ง หากไม่มีอะไรผิดปกติ พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้เลยครับ” อาจารย์หมอธารินทร์เอ่ยอย่างดีใจแทน

    ขจรได้แต่ยืนมองนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึกอะไร จนกำลังจะเดินออกจากห้องพร้อมกับอาจารย์หมอ ก็ได้ยินท่านธีรเดชเค่นเสียงออกมาว่า

    “ ขอบคุณ”

    ขจรไม่สนใจเดินออกมา เพื่อนๆ กำลังจะถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า อาจารย์หมอธารินทร์ ต้องบอกว่า

    “ วันนี้พอแค่นี้ก่อน อาจารย์มีคนไข้พิเศษรออยู่ ขจรเธอตามอาจารย์มานี่”

    ทุกคนได้แต่ยืนงง เพราะนี่เพิ่ง จะบ่ายสองเอง ทำไมเลิกเร็วจริง

    มาถึงห้องพักของอาจารย์หมอธารินทร์ ก็พูดอย่างเป็นทางการทันที

    “ เธอรักษาโรคอื่นๆ ได้อีกหรือไม่”

    “ ก็ได้เป็นบางเคส ครับ  ผมเพิ่งฝึกฝน บางคนก็ช่วยได้ บางคนอาจช่วยไม่ได้ครับ” ขจรไม่อยากบอกว่า สามารถช่วยได้ทั้งหมด  กลัวว่าจะผิดปกติไป

    “ ไม่เป็นไร ตอนนี้คนไข้ของเรา มีโรคที่ไม่รักษาไม่ได้อยู่เยอะ อาจารย์เห็นว่า ทักษะการแพทย์ทางเลือกใหม่แบบนี้ หากรักษาได้ ก็จะทำให้คนไข้ได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก อยากให้เธอแบ่งเวลามาช่วยพวกเขาด้วย”

    “ หากอาจารย์มีเคสไหนที่อยากให้ผมรักษา ก็บอกมาได้เลยครับ”

    “ มีอยู่เหมือนกัน   แต่ว่า มันเป็นเคสที่แปลกอาจารย์ไม่เคยเจอมาก่อน ทีแรกอาจารย์อยากให้หมอเทียนช่วยดูให้หน่อย แต่ดูหมอเทียนไม่ค่อยว่างเท่าไร บางทีการรักษาโดยวิธีพิเศษ อาจช่วยเขาได้” 

    “ ใครหรือครับอาจารย์”

    “ ตามอาจารย์มา”

    อาจารย์หมอธารินทร์ พาขจรมาที่ตึกคนไข้แผนกจิตเวช   อาจารย์หมอเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ก็มีชายร่างใหญ่สองคนถือกุญแจไป แล้วมาหยุดที่หน้าประตูเหล็กห้องหนึ่ง

    “ พวกคุณรออยู่ข้างนอก ไม่ต้องห่วงเขาไม่ทำอะไรผมหรอก”

    “ แต่ว่าเขา..”

    “ เอาน่า เปิดประตู”

    ชายผู้คุมจำใจเปิดประตู แต่กำชับว่า

    “ ให้พวกผมเข้าไปด้วยไหมครับ”

    “ ไม่ต้อง ผมจะเข้าไปกับลูกศิษย์ของผมเอง”

    พอประตูเปิดเข้าไป ข้างในมีแต่ห้องสี่เหลี่ยม มีเตียงสีขาว แต่ไม่มีคนอยู่ ด้านในมีห้องน้ำสีขาว ขจรมองไปรอบๆ ก็เห็นตัวอะไรไม่รู้เคลื่อนไหวไปมาบนผนังฝ้าเพดาน ตัวใหญ่พอๆ กับเด็กวัยห้าขวบ  มันเกาะผนังราวกับตุ๊กแก พอมันเห็นอาจารย์หมอ มันก็กระโดดเข้ามากอดอย่างดีใจ แล้วหันมาแลบลิ้นที่ยาวเกือบฟุต ขู่ขจร

    “ ไม่ต้องกลัว เขาเป็นลูกศิษย์ฉันเอง เขาชื่อขจร จะมาช่วยรักษาเธอให้หายป่วย”

    ขจรตกใจยิ่งไม่คิดว่า จะมีมนุษย์ที่มีมือเหมือนพวกจิ้งจก หัวยาวดวงตาโตเหมือนพวกสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ใส่เสื้อผ้า เป็นเพศชาย ผิวหนังเหมือนกับ พวกตุ๊กแก มีสีเขียว ลิ้นยาวผิดปกติ แม้มีแขนขาเหมือนมนุษย์ ดูที่ก้นมีหางออกมาขนาด 1 ฟุตแขนขา ก็ดูยาวผิดรูป  ที่สำคัญ มันใช้ลิ้นเลียทั่วใบหน้าของอาจารย์หมอจนเปียกชุ่ม จนต้องเอาผ้ามาเช็ด แต่ดูอาจารย์หมอกลับไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย

    “ เขาชื่อ อเล็กซ์ ตอนที่เขาเกิดมา ก็มีหน้าตาเหมือนเด็กทั่วไป ตอนนี้เขาเพิ่งอายุแค่ 5 ขวบเท่านั้น  เมื่อ1 ปีก่อน พ่อกับแม่ของอเล็กซ์ กลับมาจากอเมริกา มาเที่ยวเมืองไทย พวกเขาขับรถจากไปเที่ยว เกิดชนกับรถบรรทุกสารเคมี ของรัฐบาล ทำให้พ่อกับแม่อเล็กซ์เสียชีวิต จากไฟไหม้ ส่วนอเล็กซ์รอดตายพร้อมน้ำยาเคมีไหลท่วมร่างของเขาดับไฟได้ทัน แต่ผิวหนังก็เสียหายไปทั่วร่าง อาจารย์รักษาเขาอยู่หลายเดือน อาการเขาก็เริ่มดีขึ้น แต่ว่าหลังจากนั้น ผิวของเขาก็ค่อยลอกออกกลายเห็นผิวหนังตะปุ่มตะป่ำคล้ายพวกสัตว์เลื้อยคลาน ใบหน้าก็คล้ายๆ กับ พวกจิ้งจก อาจารย์พยายามรักษา หลายวิธีแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยทำเรื่องให้เขามาอยู่ที่นี่”

    “  เป็นเพราะสารเคมีนั้นหรือเปล่า ที่ทำให้เขาเป็นอย่างนี้”

    “ อาจารย์ก็คิดว่าแบบนั้น เลยเอาตัวอย่างสารเคมีมาตรวจ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นสารอะไร ถามไปทางรัฐบาลก็ไม่มีคำตอบให้ เธอเห็นแล้วคิดว่า พอจะช่วยรักษาได้หรือไม่”

    “ ลองตรวจเลือดแล้วหรือยังครับ”

    “ ตอนนี้ผลเลือดของเขา เปลี่ยนไป ไม่ใช่กรุ๊ปเลือดของมนุษย์อีกแล้ว”

    “ หืม หมายความว่าอย่างไรครับ”

    “ ก็เลือดของเขากลายเป็นของเหลวสีเขียวไปแล้ว”

    ขจรได้แต่อึ้ง ได้แต่ถามหินเจ้าปัญญาว่าจะรักษาได้ไหม

    “ ข้าเองไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน ปีศาจส่วนใหญ่ที่เจอ ก็จะกัดแล้วปล่อยพิษเข้ากระแสเลือดใส่มนุษย์ แล้วก็จะกลายเป็นปีศาจทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เด็กน้อยนี่ แม้ร่างกายจะเป็นปีศาจ แต่หัวใจของเขายังบริสุทธิ์นัก อีกทั้งไม่ได้โดนปีศาจกัดกิน แต่คงถูกสารพิษ จากโลกสมัยใหม่ วิธีเดียวที่จะรักษา ต้องเริ่มจากหาสาเหตุให้ได้ ว่ามันคืออะไร  ถึงจะหาทางรักษาได้”

    “ ผมคงต้องขอตัวอย่างเลือดของ อเล็กซ์ไปศึกษาดูก่อน เพื่อหาว่า มันคือสารพิษอะไรกันแน่ หากรู้แน่ชัด บางทีอาจจะรักษาให้หายได้”

    “ แต่อาจารย์เคยส่งไปตรวจที่ห้องแล็ปของโรงพยาบาลแล้ว พวกเขาบอกว่านี่มันไม่ใช่เลือดคน และก็ไม่รู้ว่า มีส่วนประกอบของสารอะไรด้วย”

    “ ผมมีวิธีตรวจสอบไม่เหมือนกัน เลยให้คำอธิบายตอนนี้ไม่ได้ครับ”

    “ ได้ อาจารย์จะช่วยจับเขาให้ เธอก็ใช้เข็มดูดเลือดของเขาออกมาก็แล้วกัน”

    อาจารย์หมอขอให้ คนคุมทั้งสองนำเข็มฉีดยา กับหลอดเลือดมาให้ แล้ว อาจารย์หมอ ก็อุ้ม อเล็กซ์เอาไว้แล้วตบเบาๆ จนอเล็กซ์ค่อยๆ หลับคาไหล่ ขจรก็ค่อยๆใช้เข็มปักเข้าไป ที่แขนของอเล็กซ์ แต่ทันใดนั้น อเล็กซ์ ก็ลืมตาตื่นขึ้น แล้วอ้าปากจะงับใส่ขจร แต่ขจรนั้นหลบได้ทัน อเล็กซ์ก็กระโจนใส่ขจรเหมือนสัตว์ป่า จะเข้ากัดขจรให้ได้ แต่ถูกขจร ใช้นิ้วจี้เข้ากลางอกไปหลายจุด ร่างของอเล็กซ์ก็ค่อยๆ ร่วงลงไปนอนกับพื้น แล้วจึงทำการเอาเลือดของเขาออกมาจนได้ 1 หลอด

    “ ไม่เป็นไรนะ” อาจารย์หมอเอ่ยถามขจรด้วยความเป็นห่วง

    “ ไม่เป็นอะไรครับ เขาแค่เด็กน้อยเท่านั้น แล้วญาติของเขายังมีอยู่ไหมครับ”

    “ มี อาจารย์เป็นลุงแท้ๆ ของเขาเอง”

    ขจรถึงกับนิ่งงัน ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง 

    ขจรเก็บตัวอย่างเลือดแล้วเอาไปให้ หินเจ้าปัญญาตรวจสอบ แล้วตัวเองก็จะไปที่คลับบลูเฮ้าส์ เพื่อจัดการกับคนที่ฆ่าแพรไหม

    ขจรขับรถมาถึงที่คลับบลูเฮ้าส์ แล้วก็เข้าไปด้านในเหมือนนักเที่ยวปกติ เพราะที่นี่เปิดเป็นหลายโซน โดยที่ชั้นแรกจะเป็นโซนที่มีนักดนตรีมาเล่นเพลงให้เพราะๆ แล้วมีสาวๆ สวยมาคอยชงเหล้าและนั่งเป็นเพื่อนเพื่อแลกดริ๊ง ชั้นสองแบ่งเป็นห้องวีไอพี ส่วนชั้นสามเข้าได้เฉพาะสมาชิกของ คลับเท่านั้น เพราะชั้นสามเป็นบ่อนการพนันนั่นเอง ขจรพอเข้าไปนั่งชั้นแรก ก็กวาดสายตาไปรอบๆ แล้วไปเจอหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

    คือ หัวหน้าห้องของเขา เอกพลนั่นเอง มาได้ไงวะเนี่ย !

    หัวหน้าเอกพล กำลังนั่งดื่มอยู่เก้าอี้โซฟา มีสาวๆ มานั่งเป็นเพื่อนสองคน แต่ละคนต่างท้าชนหัวหน้าเอกไม่หยุด ตัวหัวหน้าเอกเองก็สู้ไม่ถอย นั่งทำตัวเรียบร้อย ไม่รู้ตัวเลยว่าจ่ายดริ๊งให้สาวๆ ดริ๊งกันไปกี่แก้วแล้ว วันนี้ขจรคงไม่ได้งานแน่ เลยเดินเข้าหา หัวหน้าเอก เพื่อพาออกไปก่อนที่จะหมดตัว

    “ หวัดดีเพื่อน”

    “ เฮ้ย นี่นายมาได้ไงเนี่ย”  หัวหน้าเอกแถบจะสร่างเมาเมื่อเห็นขจรมานั่งตรงข้ามเขา

    “ ฉันก็มาเที่ยวบ้างไม่ได้หรือไง ว่าแต่นายนึกยังไงมาเที่ยวคนเดียวที่นี่” ขจรเอ่ยแล้วสังเกตุอาการของ หัวหน้าเอกดูเหมือนว่าจะยังไม่เมา ยังมีสติอยู่

    “ เฮ้อ..ไม่มีอะไร แค่มาเที่ยวคลายความเครียดเฉยๆ”

    ทันใดนั้นเอง หัวหน้าเอกก็ นั่งตัวตรง ไม่วอกแวก เปลี่ยนบุคลิกเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันที

    “ สวัสดี พี่หมอเอก ต้องการเครื่องดื่มอะไรเพิ่มไหมคะ” พีอาร์สาวสวยหุ่นดี ชื่อว่าน้องพราว แต่งตัวด้วยชุดแซกสีขาวรัดรูป เห็นแล้วต้องตาชายหนุ่มทั่วไปยิ่งนัก หัวหน้าเอกถึงกับ เสียอาการเมื่อน้องพราวเดินเข้ามา

    “ น้องพราวไม่ดื่มกับพี่หมอสักแก้วหรือครับ” หัวหน้าเอกเอ่ยตะกุกตะกัก ขจรถึงกับสะดุด คำพูดที่หัวหน้าเอกใช้แทนตัวเอง หรือว่าจะหลอกสาวๆ เหล่านี้ว่าเป็นหมอแล้ว

    “ ได้ค่ะ” น้องพราวสั่งเครื่องดื่มมานั่งด้วยคนเป็นห้าคนในโต๊ะนี้  หน้าของหัวหน้าเอกแดงฉับพลันขึ้นมาทันที

    ที่แท้หัวหน้าเอกก็มาจีบน้องพราวนี่เอง

    “ รู้จักกับ หัวหน้าเอกของผมด้วยเหรอครับ”

    “ คะ หลายวันก่อนพอดี พราวไปซื้อของที่เซเว่น เกิดเป็นลม ได้พี่หมอเอกช่วยปฐมพยาบาลให้ค่ะ”

    “ อ๋อ..” ขจรร้องอ๋อ หัวหน้าเอกรีบทำตาเป็นสัญญาณว่าไม่ต้องพูดอะไรมาก ขจรเข้าใจทันที

    “ คุณเป็นเพื่อนพี่หมอ ก็คงเป็นหมอด้วยใช่ไหมคะ”

    “ ใช่ครับ เขาชื่อ หมอขจรครับ” พี่เอกแนะนำตัวให้เสร็จ

    “ เดี๋ยวนี้คุณหมอหน้าตาเด็กๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ” พราวยิ้มออกมาหัวหน้าเอกถึงกับตะลึงงัน และแล้วก็มีคนมากระซิบที่ข้างหูน้องพราว 

    “ รอสักครู่นะคะ มีคนท้าพราวอีกแล้วค่ะ”  หัวหน้าเอกกับ ขจรถึงกับงงคำพูดนี้ แล้วพราวก็ขอตัวไปที่ โต๊ะที่มีการเรียงแก้วเหล้าช็อตเล็กๆ จำนวน ห้าสิบแก้ว

    โดยนำวิสกี้มาเทใส่แก้วเล็ก ๆ จนเต็ม มีนักท่องเที่ยวต่างรุมล้อมถ่ายรูป ถ่ายคลิปกัน มีชายคนหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ มีบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมสี่คน ประกบข้างๆ  ประกาศว่า

    “ หากวันนี้น้องพราวกินหมด ห้าสิบแก้วนี้ เอาไปเลย 1 ล้านบาท แต่ถ้ากินไม่หมดแล้วเกิดอาเจียน ออกมาเสียก่อน คืนนี้ต้องไปกับพี่ห้ามปฏิเสธ” ชายหนุ่มโยนเงินสด 1 ล้านบาท วางบนโต๊ะ

    พราวเดินออกมา ทุกคนล้วนส่งเสียงฮือฮา เพราะไม่ว่าหน้าตาผิวพรรณ หรือ ร่างกายดูไม่ออกเลยว่าจะกินเหล้าเก่ง ในคลับนี้มีคนขนานนามเธอว่า นางฟ้าแห่งบลูเฮ้าส์

    “ เฮ้ย แล้วน้องพราวจะไหวไหมเนี่ย สิบช็อตก็เลย 400 มิลแล้ว สติไม่น่าจะรับรู้ได้

    นี่ห้าสิบช็อตเลยนะเว้ย ช่วยน้องเขาหน่อยดีไหม”  หัวหน้าเอกเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

    “ ไม่ต้องช่วยหรอก ฉันเห็นเธอกินเม็ดเค็ปซูลรางจืดเข้าไปตั้งห้าเม็ด น่าจะช่วยดับพิษแอลกอฮอร์ลงได้”

    “ จริงดิ?”

    ขจรพยักหน้า คนทำอาชีพนี้ คงต้องหาวิธีเจอกับแขกแบบนี้อยู่แล้ว พอน้องพราวเริ่มดื่ม ขจรก็เห็นแก้วเหล้าอยู่แก้วหนึ่งมีสิ่งผิดปกติ เขาได้กลิ่นยาไอซ์บลูที่เคยเห็นในคลับไวท์เฮ้าส์ ซึ่งคนที่กินหากไม่กลายเป็นสัตว์ประหลาด ก็เข้าสู่สวรรค์ชั้นเจ็ดในพริบตา  มีอาการหื่นกระหายออกมาด้วย น้องพราวกินไปจนหมด 49 แก้วช็อตแล้วยังคงยิ้มอย่างปกติ แต่พอจะกินแก้วสุดท้าย ขจรก็คว้าแก้วนั้นเอาไว้ แล้วบอกว่า

    “ แก้วนี้ผมว่ามันสกปรก ช่วยเทแก้วใหม่ให้น้องพราวด้วยครับ”

    บอดี้การ์ดสี่คน เดินเข้ามาหาขจรทันที

    “ เฮ้ยแกเกี่ยวอะไรด้วยวะ”

    “ ก็ไม่อยากเกี่ยวอะไร แค่เห็นแก้วนี้มันสกปรกเท่านั้น หรือว่าแก้วนี้มีปัญหา พวกแกถึงไม่ยอมเปลี่ยน”

    “ วอนหาเรื่องตายเสียแล้ว” ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าเห็นแบบนี้เลยส่งสัญญาณให้กับลูกน้องจัดการกับขจรที่กล้ามา ขัดขวางแผนการณ์ของตนในวันนี้

    บอดี้การ์ดคนแรกเข้ามาต่อยหมัดใส่ขจรก่อนใคร แต่ถูกขจรล็อดแขนเอาไว้แล้วหัก ร่างของมันล้มไปกับพื้น ขจรกระทืบหน้าอกของมันแหกปากร้องลั่น ขจรเทเหล้าลงคอของมันทันที

    พอเหล้าเข้าปากมัน บอดี้การ์ดคนนี้ ถึงกับถอดเสื้อ ผ้าออกแล้วมีอาการแปลกๆ เลื้อยไปมากับพื้นเหมือนงู แล้วเข้าไปโอบเสา แล้วทำท่าร่อนไปมาอย่างน่าทุเรศ

    ทุกคนไม่สงสัยเลย ว่าแก้วเหล้านี้ต้องมียากกล่อมประสาทหรือไม่ก็ยาประเภทปลุกเซ็กส์ รุ่นใหม่อยู่แน่ๆ

    บอดี้การ์ดที่เหลือเห็นเพื่อนๆ เป็นอย่างนี้ ก็เข้ามาลากตัวเพื่อนๆ ออกไป การ์ดของที่นี่ก็เข้ามาล้อมทุกคนเอาไว้ ไม่ให้ไปไหน

    หลิวชี กับ หลิวปาเดินออกมายืนด้านหน้า เห็นหน้าขจรก็ตกใจ

    “ นี่มึงอีกแล้วหรือวะ อยากตายนักใช่ไหม ที่กล้ามาหาเรื่องที่ร้านของพวกกูนี่”

    “ ไม่ได้มาหาเรื่องสักหน่อย แค่มาเที่ยวเฉยๆ แต่เห็นคนมันเล่นสกปรก ก็เลยอดไม่ได้” ขจรเดินเข้าไปหยิบเงิน 1 ล้าน แล้วยื่นให้ น้องพราว 

    “ ขอบคุณค่ะ” น้องพราวเอ่ยขอบคุณแล้วค่อยๆถอยหลังออกไป ไม่กล้ายุ่งกับขจร เพราะตอนนี้พวกของ คนแซ่หลิว สิบกว่าคน ยืนล้อมเพียงรอรับคำสั่ง จากสองพี่น้องแซ่หลิวเท่านั้น

    ก่อนที่สองพี่น้องแซ่หลิว จะสั่งจัดการกับขจร ก็มีชายหนุ่มอีกสองคน เดินลงมาจากชั้นลอยคนหนึ่งแต่งกายคล้ายทหารอีกคน แต่งชุดดำผมยาว ชายที่แต่งกายคล้ายทหาร ตะโกนออกไปว่า 

    “หยุดก่อน” 

    ด้านหลังมีชายหนุ่ม สี่คนเป็นชาวต่างชาติ ทั้งเกาหลี บราซิล อินโดนิเซีย และ พม่า เดินตามมาข้างหลัง

    “ แกคือ ขจรศักดิ์ ศิษย์ครูยอด แชมป์มวยไทย ราชดำริใช่หรือไม่” ชายหนุ่มวัย30 ใส่ชุดคล้ายทหาร

    จำขจรได้จากในทีวี ตอนถ่ายทอดสด

    “ ใช่แล้ว”

    “ ผมคือผู้พันซีหู เป็นหุ้นส่วนที่นี่ หากคุณเอาชนะคนของผมได้ วันนี้ผมจะปล่อยพวกคุณไป แล้วจะคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

    พี่น้องแซ่หลิว รีบเดินเข้ามาแล้วบอกว่า

    “ ผู้พันครับ มันไม่ใช่คนธรรมดา ผมว่า รุมมันจะดีกว่านะครับ” 

    ชายหนุ่มคนนี้ท่าจะมีอำนาจมากกว่า สองพี่น้องแซ่หลิว

    “ ก็แค่คนเพียงคนเดียว มันจะสู้กับนักชกของผมได้อย่างไร เคลียร์สถานที่ จองอีซุก จัดการกับมันเลย” หนุ่มเกาหลีหน้าไอดอล พยักหน้าแล้วเดินไปกลาง ลานที่ตอนนี้ถูกเคลียร์ กลายเป็นเวทีเล็กๆไปแล้ว

    “ เฮ้ย จร เรื่องจะไปกันใหญ่แล้ว หนีกันก่อนดีไหม” หัวหน้าเอกเริ่มกลัวขึ้นทุกที

    “ กลัวอะไร คนเหมือนกัน รอตรงนี้แหละ” ขจรก็ไม่กลัว เดินลงไปที่ลานกว้างทันที

    “ เชิญ” ขจรผายมือเชิญให้ จองอีซุก ในหน้าแย้มยิ้มกลับแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ตั้งท่าแบบเทควันโด กระโดดเตะสูง หลอดไฟโคมระย้าถึงกับแตกลงมา โชว์พาวให้เห็นว่า ตนเองร้ายกาจเพียงใด ผู้คนรอบๆ ต่างส่งเสียงฮือฮา กับลูกเตะที่สูงขนาดนั้น  จองอีซุกทำท่ายิ้มย่อง เห็นคนปรบมือให้ แต่สองพี่น้องแซ่หลิวส่ายหัว เพราะโคมไฟระย้าชุดนี้ซื้อมาหลายหมื่น ถูกไอ้บ้านี่เตะจนแตกเฉยเลย

    ย๊ากกกกก !! จองอีซุก พุ่งตัวเข้ามาปล่อยลูกถีบไซด์คิก แล้วสับขาเหมือนท่าเท้าไร้เงาอย่างกับในหนัง ทุกคนส่งเสียงฮือฮา ขจรยืนนิ่ง พอเท้าของจองอีซุก เข้ามาที่ระยะหมัด ขจรก็ต่อยเข้าไปที่กลางฝ่าเท้า รองเท้าไนกี้ราคาแพง ถึงกับทะลุ จองอีซุกเหมือนถูกไฟช็อต ร่างกลับปลิวลิ่วกลับไปกระแทกใส่เสาอาคาร ถึงกับแน่นิ่งสลบไปเลย

    เสียงเชียร์เงียบกริบ…

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน