อิสระออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้วบอกให้เมฆาพาตนไปส่งยังธนาคารที่เดิมอีกรอบเขาเข้าไปทำธุระข้างในโดยที่รุ่นน้องยืนรออยู่ข้างนอกเหมือนเดิม และกำลังไล่มองตัวเลขที่อยู่บนแผงลอตเตอรี่
“ซื้อเลขอะไรดี?”
ถามความเห็นเมื่อรุ่นพี่ออกมาตบบ่าเรียก
“ฉันไม่เล่นพนัน”
“ไม่ใช่พนันเขาเรียกว่าการเสี่ยงโชค...ฮะ เลข
อะไรดี?”
“ไม่ต้องซื้อหรอกเพราะนายมีโชคแล้ว”
พูดจบก็ยัดแบงค์พันหลายใบใส่กระเป๋าเสื้อให้รุ่นน้องคู่ใจในอดีตที่เคยมีาแและความหลังหลายอย่างร่วมกัน
“เอ๊ะ! นี่อะไร?”
“นายถูกหวยแล้วไง กลับกันเถอะ”
กอดคอพากันเดินกลับขึ้นรถไปอย่างมีความสุข โดยมีรถยุโรปคันโตแล่นตามไปห่าง ๆ จนถึงที่หมายรถคันนั้นก็จอดซุ่มดูอยู่ครั้นรถรับส่งผู้โดยสารแล่นกลับออกไป เ้าของรถหรูก็สวมแว่นกันแดดลงมาเดินผ่านประตูบ้านยายนวลมองลอดรั้วเขาไปข้างใน แล้วก็เดินเลยไปตรงซอกข้างหน้าที่เห็นผู้ชายเดินหายเข้าไปในดงกล้วยสองคนและกลับออกมาแค่เพียงคนเดียว
บุคคลปริศนาสำรวจพื้นที่โดยรอบพร้อมมองหาคนอยู่อาศัยแล้วก็สะดุ้งใกับเสียงทักเข้มที่ลอยมาจากทางด้านหลัง
“เข้ามาหาใคร?”
แขกไม่ได้รับเชิญหันกลับมาทางต้นเสียงช้าๆถอดแว่นตากันแดดออกพร้อมคลี่ยิ้มเรียวบางอย่างตื่นเต้นระคนดีใจที่ได้เจอคนที่คิดว่าน่าจะใช่
“พ่อเทพ พ่อเทพจริงๆ ด้วย จำฉันได้หรือเปล่า?”
เก๋งคันงามแล่นออกจากซอยนั้น แล้วตรงไปยังห้องพักรายวันเปิดบริการ 24ชั่วโมงที่ใกล้ที่สุด
หลังประตูปิดลงสาวใหญ่วัยห้าสิบกว่าที่ยังดูดีเพราะการประทินโฉมและการดูแลจากสถาบันเสริมความงามราคาแพงก็โยนกระเป๋าทิ้งเข้ามาโอบกอดพ่อเทพบุตรของตนในทันที เธอเงยมองยกมือทาบใบหน้าสำรวจร่องรอยชีวิตอันแสนโหดร้ายที่ทำลายชายหนุ่มที่เธอเคยหลงจนหัวปักหัวปำ เหลือเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่แสนรันทดและน่าเวทนายิ่ง
“พ่อเทพเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน”
“มันก็เป็ธรรมดาของสังขารที่ต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา”
เขาพูดเฉยชาอย่างห่างเหินจับมืองามที่เคลือบสีเืนกนั้นออกห่างแล้วขยับหนีไปนั่งยังโซฟามุมห้อง
โสมวดียืนหน้าเศร้าหมองมองเทพบุตรในอดีตของหล่อนที่ร่วงหล่นจาก์ ด้วยคำสาปร้ายของใครกันนะ ที่ทำให้เขาต้องกลายเป็เพียงชายแก่อนาถาคนหนึ่งและมีนิสัยเ็าถึงเพียงนี้
“พ่อเทพหายไปไหนมาดูซิคงลำบากมาก ทำไมไม่ไปหาพี่ล่ะ”
“หึ! ไปหาพี่หรือขืนผมไปก็โดนยิงตายสิครับ”
อิสระนึกถึงวันนั้นที่ทั้งสองกำลังนอนกอดก่ายกันอยู่หลังเสร็จกิจกามสามีของเ้าหล่อนก็เคาะประตูดังลั่นเตรียมจะบุกเข้ามาอาละวาดทำให้เขาต้องะโหนีลูกปืนที่ไล่สาดหลังลงมาอย่างหัวซุกหัวซุนเป็ที่น่าอดสูใจยิ่งนัก
“แต่ตอนนี้ไม่ต้องห่วงหรอกนะฉันเป็อิสระกลายเป็แม่ม่ายผัวตายไปั้แ่ปีกลายแล้วล่ะ”
“ผัวตายเป็อะไรตายหรือ?” หวังว่าคงจะไม่ถูกหล่อนฆ่าเพราะเงินประกันหรอกนะ
“จะเป็อาไร้ก็ได้ตายคาอกสาวน้อยสมใจไงล่ะ ทำฉันอับอายขายขี้หน้าหมดดีนะที่อดทนถือทะเบียนสมรสไว้ไม่งั้นคงไม่ได้ซักบาท งานศพปวดหัวกับแขกกับข่าวไม่พอยังต้องมาปวดหัวกับอีหนูทั้งหลาย พากันมาร้องห่มร้องไห้ขอแบ่งสมบัติแต่ฉันไม่ให้มันหรอกนะ สมน้ำหน้า!”
เธอพูดจบอย่างสะใจ แล้วก็ขยับตัวตามไปนั่งชิดยกมือลูบแผงอกอย่างเคยทำ
“พี่ว่าเราไปอาบน้ำให้หายร้อนก่อนเถอะค่อยมาพูดจากันให้เย็นชื่นใจ พ่อเทพอยากกินอะไรล่ะจ๊ะ”
เขาจับมือเ้าหล่อนที่ลูบคลำอยู่พร้อมทำท่าถอนหายใจหนัก
“ขอโทษครับผมอยู่นานไม่ได้”
“ทำไมล่ะจ๊ะพ่อเทพมีธุระหรือ?”
อิสระลุกผละจากคุณนายโสมวดีไปนั่งยังเตียงตรงกันข้ามแล้วมองจ้องหน้าพูดจาขึงขัง
“ผมดีใจนะครับที่ได้เจอพี่และรู้ว่าสบายดีแต่เราสองคนมีชีวิตแตกต่างกันพอสมควร พี่ก็เป็คุณนายนับหน้าถือตาส่วนผมก็แค่ผู้ชายจร ๆ หาเช้ากินค่ำ ทางที่ดีเราจบกันเถอะ อย่าเจอหรือรื้อฟื้นอะไรกันอีกเลย”
“ทำไมพูดเช่นนี้ล่ะจ๊ะแต่ไหนแต่ไรมาพี่ก็ไม่เคยรังเกียจเราอยู่แล้ว เอ็นดูอย่างไรก็เอ็นดูอย่างนั้นถึงแม้ตอนนี้พ่อเทพจะดู เอ่อ...ดูโทรมไปบ้างก็เถอะแต่พี่ก็ยังรักและปรารถนาในตัวเธอเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย”
เขาชักหน่ายใจกับเสน่ห์ของตนเสียจริงให้ตายสิ โลโซซอมซ่อขนาดนี้แล้วก็ยังจะ.....
“นั่นแหละครับปัญหา”
“มันจะเป็ปัญหาอะไรล่ะ”
สาวใหญ่วัยดึกลุกขึ้นมาผลักเขานอนลงแล้วถกกระโปรงขึ้นคร่อมทับบนตัวจนหนุ่มรุ่นน้องต้องรีบยกมือห้ามปรามใหญ่
“พี่ครับใจเย็นก่อนฟังดี ๆ นะ ผมไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่สามารถมอบความสุขให้กับพี่ได้อย่างแต่ก่อน”
“ไม่เป็ไรหรอกจ๊ะให้พี่ทำเองพี่จะปลอบประโลมเยียวยารักษาาแที่ผ่านมาให้เธอเอง”
ม่ายสาวพราวเสน่ห์ไม่ทนฟังคำทักท้วงอะไรอีก โน้มตัวลงซุกไซ้เป็การใหญ่หวังปลุกอารมณ์พิศวาสในกายตามประสาวัวเคยค้าม้าเคยขี่เช่นเดิมแต่ตั้งใจทำอยู่เป็นานก็ไม่เป็ผล เมื่ออีกฝ่ายยังนอนนิ่งไม่ไหวติงหรือมีทีท่าจะตอบสนองใดๆ เ้าหล่อนแปลกใจจึงโงหัวขึ้นมามองสบสายตานิ่งเฉยของอีกฝ่าย แล้วก็ต้องตาลุกวาว
อย่างใจหาย
“พ่อเทพอย่าบอกนะว่า...”
“ครับ”
โสมวดีมาส่งหนุ่มรุ่นน้องด้วยใบหน้าบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก ตรงหน้าประตูรั้วบ้านยายนวลแล้วก็ถอยรถกลับออกไปในทันที
อิสระรีบวิ่งขึ้นบ้านตนด้วยกิริยาร้อนรนหลังจากที่แสร้งนิ่งขรึมอยู่นานแต่พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องใแกมระอาเมื่อเห็นรุ้งขวัญในชุดนักศึกษานอนหลับคาหนังสือในที่นอนของเขาอย่างไม่ระวังตัว ทั้งเสื้อก็บางกระโปรงก็สั้นจุ๊ดจู๋
‘ให้ตายสิ!’ชายหนุ่มสบถหัวเสียแล้วก็ปิดประตูดังโครมวิ่งหายไปท้ายสวนโดยทันที
รุ้งขวัญได้อธิบายให้เขาฟังในเช้าวันต่อมา ว่าเธอมาหาในตอนเย็นพอตกค่ำยุงเริ่มชุมก็เลยเข้าไปอ่านหนังสือรอในห้องแล้วเกิดเผลอหลับไป
เผลอหลับเก่งจริงๆ เดี๋ยวก็ลักหลับเสียเลยนี่แม่คุณ... อิสระบ่นในใจกับอารมณ์กรุ่น ๆ ของเมื่อวานที่ยังไม่หายดี
“แล้วคุณลุงไปไหนมาหรือคะ?”
“มีธุระ”ตอบห้วนสั้นอย่างแข็งกระด้าง
“ธุระอะไร ก็เราไปธนาคารกันเสร็จั้แ่เช้าแล้ว
นี่คะ?”
ลุงหนูมีท่าทางอึกอักลำบากใจเธอเลยนึกกลัวว่าจะโดนตะคอกใส่และไล่ตะเพิดอย่างในวันนั้นอีกที่เผลอล้ำเส้นเื่ส่วนตัวมากเกินไป ซึ่งตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากรู้ทุกเื่ในชีวิตของเขาไปเสียหมด
“ขอโทษค่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก พอดีแค่เจอเพื่อนเก่า”
“เหรอคะ”
“โทรศัพท์ก็มี แล้วทำไมไม่โทรหา”เขาว่า
“ว้า! หนูลืม...แหะ ๆ ว่าแต่หนูโทรหาคุณลุงได้ใช่
ไหมคะ?”
“ทำไมจะโทรไม่ได้ล่ะ”
“ตลอดเวลา”
“อือ”
วันต่อมา
“คุณลุง! ไหนบอกว่าจะรับโทรศัพท์ตลอดเวลาไง
คะ ทำไมเมื่อคืนไม่เห็นรับสายหนูเลย”
“โทรมาหรือ?”
“ใช่ค่ะ”
“พอดีออกไปข้างนอกไม่ได้พกไปด้วยกลัวหาย”
“โธ่เอ๊ย! แล้วก็บอกว่าโทรได้ตลอดเวลา”
“ทำไม มีอะไรหรือ?”
จะมีอะไรล่ะก็คิดถึง...คิดถึง...คิดถึง แต่พูดไม่ได้น่ะสิ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากจะลองโทรศัพท์ใหม่...คุณลุงไม่พกโทรศัพท์ติดตัวแล้วซื้อมาจะมีประโยชน์อะไร”
“ค่อยโทรกลับทีหลังก็ได้ไม่ใช่นักธุรกิจพันล้าน
ซักหน่อยจะได้มีธุระยุ่งทั้งวัน”
“คุณลุงไม่ใช่นักธุรกิจพันล้านแต่ก็เหมือนนั่นแหละค่ะไม่เคยว่างเลย”
“ช่วยไม่ได้นี่นาเกิดมาจนก็ต้องขยันทำมาหากินเก็บออมไว้เผื่อแก่ตัวไปจะได้ไม่ลำบากเป็ภาระของสังคม”
“ก็หาคนดูแลสิคะ”
“ไม่มีปัญญาจ้างพยาบาลแพงๆ หรอก”
“หนูหมายถึงภรรยาต่างหาก”
“ภรรยา?”
“ใช่ค่ะ”
“โธ่! คุณหนูจะไปหาที่ไหน คนจรไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างลุง อีกอย่างลุงไม่มีปัญญาหาเงินที่ไหนไปขอสาวหรอกครับ”
“ก็หาคนที่รักจริงใจไม่หวังทรัพย์สินเงินทองของนอกกายไงคะ”
“เฮ้อ! อะไร ๆก็ต้องใช้เงิน คนเราไม่มีความรักอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีเงินใช้ อยู่ไม่ได้นะครับใครจะทนกินน้ำพริกผักนึ่งไปจนวันตาย”
“แต่ถ้ารักกันจริงหนูว่าเื่นั้นไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ เพราะว่าถ้าเราได้รักคนที่เรารักเราก็มีความสุข พอมีความสุข ก็จะมีพลัง มีกำลังใจต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้”
“หึคุณหนูพูดอย่างนี้เคยมีแฟนหรือครับ”
“ไม่เคยค่ะ”
“โธ่เอ๊ย! ไม่เคยแล้วก็พูดเป็ตุเป็ตะบ้าละครหรือเปล่า ชีวิตจริงมันไม่เหมือนในนิยายนะ”
“ทำไมจะไม่เหมือนคะชีวิตคนก็คือละคร นิยายที่แต่งมาก็มีแรงบันดาลใจมาจากเค้าโครงเื่จริงทั้งนั้นแหละ”
ชายสูงวัยระอาใจกับการต่อปากต่อคำเก่งของเพื่อนบ้านรุ่นหลานจึงหยิกแก้มยุ้ยทั้งสองข้างโยกไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว
“โอ๊ย ๆ ปล่อยนะ”
หญิงสาวพยายามจับมือเขาออกแต่ลุงหนูกลับยิ่งแกล้งด้วยการบีบแก้มและปากเธอให้บู้บี้
“ไหนดูซิจะปากดีอีกไหม”
“อ่อยอู๋อ๊ะ”
“อะไรนะ?”
“อ่อยอู๋”
“อ่อยอ่อยใคร...ใครอ่อยใคร” ทำยียวนกวนประสาทใส่บ้าง
“อ่อยอู๋ ๆ เอ็บ”
รุ้งขวัญเริ่มใช้มือตบตีใส่ชายสูงวัยแต่เขาก็ยังไม่เลิกแกล้งเสียที
“เอ็บ ๆ อ้บ ๆ แอ้บๆ กบร้องหรือ”
“อุนอุง”
“อุ๋งอิ๋งกรุ๊งกริ๊ง ก๊องแก๊ง”
“อุนอุง!”
“ฮะ ฮะ ฮะ”
หัวเราะร่วนชอบใจใหญ่ยอมปล่อยเธอให้เป็อิสระ รู้สึกสนุกนักหนาที่เอาคืนยัยเด็กแสบได้บ้าง
“เจ็บหมดเลยหน้าหนูเป็รอยหมดแล้ว ฮือ ๆ”
รุ้งขวัญซ้อนท้ายจักรยานยนต์รับจ้างกลับบ้าน มองรถเบนซ์สีขาวคันงามที่จอดชิดริมรั้วตนอย่างสงสัย
“คุณหนูกลับมาแล้วหรือคะ?” ป้าอรถามไถ่
“กลับมาแล้วค่ะ บ้านเรามีแขกหรือคะ?”
“มีค่ะ โน่นไง”
ชี้มือไปยังโถงกลางบ้านที่มีกลุ่มสตรีวัยเดียวกันกับยายนวลนั่งล้อมวงกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียดเช่นเดิมเธอจึงเดินขึ้นไปอาบน้ำและลงมาทานข้าวเย็นเพียงคนเดียวเสร็จแล้วก็เปิดโทรทัศน์นั่งดูอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
ผ่านไปชั่วโมง กลุ่มนั้นก็ส่งเสียงร้องโอดโอยบิดเนื้อบิดตัวลุกเข้าห้องครัวไปหาอะไรกิน
“หนูขวัญทานข้าวด้วยกัน”
เพื่อนในกลุ่มของคุณยายคนหนึ่งร้องชวน
“หนูกินเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ตอบเสร็จก็หันไปให้ความสนใจรายการทีวีของตนต่อ เมื่อกลุ่มยายนวลอิ่มหนำสำราญเ้าของบ้านก็ขอแยกตัวขึ้นไปพักผ่อนชั้นบน
“ยายขวัญ ปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้วขึ้นไปนวดให้ยายหน่อยนะ”
“ค่ะ”
หญิงสาวรับปากลุกไปส่งแขกหน้าบ้านก็เห็นรถเก๋งคันนั้นไม่อยู่แล้ว ส่วนหมู่เพื่อนของคุณยายก็จูงจักรยานไฟฟ้าและจักรยานยนต์ออกมาขี่กลับบ้านเพราะฉะนั้นที่เข้าใจแต่แรกว่ารถคันนั้นเป็ของเพื่อนคุณยายจึงไม่ใช่แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักปิดประตูรั้วและประตูบ้านเข้าไปเก็บกวาดในห้องครัวแล้วก็ขึ้นไปนวดคลายเส้นให้ยายนวลต่อจนหลับใหลจากนั้นก็ปิดไฟให้ เดินกลับไปยังห้องของตน หยิบโทรศัพท์นั่งพิงหัวเตียงกดเบอร์หาผู้ชายแต่แล้วเขาคนนั้นก็ไม่รับสายอีกเหมือนเดิม
‘เฮ้อ! เบื่อจังเลย’
ถอนหายใจแล้วเปิดยูทูบเสียบหูฟัง ค้นหาเพลงเพราะยุคแปดสิบที่เคยได้ยินจากร้านกาแฟในวันนั้นนั่งฟังใต้แสงโคมไฟสีเหลืองนวลที่ส่องจากโต๊ะข้างเตียงอย่างเดียวดาย