ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-143 ความพ่ายแพ้ครั้งแรก

    เฟิงโหรวนอนขดตัวอยู่อีกฟากของเตียงนอนที่ห้องเขา ความจริงแล้วที่บอกว่าแอร์เสียหรือห้องอาบน้ำใช้การไม่ได้ เป็นเพียงคำโป้ปดของเธอเท่านั้นเอง

    “นี่ฉัน...ทำอะไรลงไปเนี่ย” เฟิงโหรวอยากจะตีปากตัวเองทีหนึ่งให้หายหงุดหงิด ทำไมถึงได้ตัดสินใจหุนหันพลันแล่นแบบนี้ เข้ามานอนในห้องของลูกศิษย์ รู้ถึงไหนเป็นข่าวดังถึงนั่น

    แม้ความรู้สึกจะคัดค้านว่ามันผิด แต่หัวใจกลับบอกว่าถูกต้องแล้ว

    หากให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวอยู่ตามลำพังในห้อง แม้แต่คนปัญญาอ่อนยังรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    ไม่ต้องพูดถึงคุณหนูสกุลเย่ที่ท่าทางร่านสวาทจนคันยิกๆ ตลอดทั้งวัน ดังนั้นในฐานะอาจารย์ จะต้องไม่ให้เกิดเรื่องอย่างว่าเด็ดขาด!

    “ฉันก็แค่เข้ามาดูเชิง พรุ่งนี้เขาจะต้องแข่งขันคณิตศาสตร์ หากหักโหมในเรื่องไม่ดีละก็คงไม่สามารถชนะการแข่ง คงกลายเป็นที่น่าขัน ฮึ่ม! ในฐานะอาจารย์ ก็คงต้องดูแลนั่นแหละนะ” เฟิงโหรวให้เหตุผลกับตัวเอง ทว่าครู่หนึ่งหล่อนได้ยินเสียงหอบหายใจ เสียงกายเนื้อเคลื่อนไหวโครงเครงบนที่นอนตัวใหญ่

    “อะไรกัน...หรือว่าเด็กพวกนี้ยังกล้าทำเรื่องบัดสี...ทั้งที่ฉันเองก็อยู่บนเตียงด้วยแท้ๆ ใจกล้าเกินไปแล้ว ต้องพูดให้รู้จักคิดสักหน่อย!”

    อาจารย์เฟิงสูดหายใจเข้าลึก คิดใช้ฐานะความเป็นอาจารย์เข้าไปทำลายบรรยากาศสุขสม แต่พอหันหน้าไปมองเธอถึงกับตาค้าง ไม่มีแรงแม้แต่จะเปล่งเสียง

    เย่หลิงกำลังดูดเลียท่อนเนื้อสีดำอวบอ้วนใต้หว่างขาชายหนุ่มอย่างขมักเขม้น ทำราวกับว่าจะได้กินเป็นครั้งสุดท้าย เหมือนกับคนอดอยากปากแห้งงั้นแหละ

    และที่ทำให้เฟิงโหรวตกใจคือขนาดของอวัยวะเพศสีดำนั่น มันมีขนาดใหญ่เกินไป เย่หลิงต้องดูดเลียเจ้าสิ่งนั้นเข้าปาก แม้จะพยายามอย่างมากแต่เพียงพอให้หัวหยักเข้าไปเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปได้สุดลำโคน

    เย่หลิงถอนปากออกมา หันหน้าไปมองเฟิงโหรวที่ขยับตัว เห็นว่าเธอกำลังหลับอยู่ก็ก้มหน้าลงไป อ้าปากแล้วอมส่วนรักด้วยอารมณ์กามคุกรุ่น

    แม้จะมีอาจารย์อยู่ในห้องด้วยแล้วยังไง ในเมื่อพรุ่งนี้จะเดินทางกลับไปที่ 'ชุนเหลียน' ใช่ว่าจะได้นอนกับคุณหลินอีก ในฐานะเจ้าหญิงตระกูลเย่ เธอจำต้องใช้เวลาช่วงนี้ทั้งหมดไปกับหลินอู๋เฉิน เพื่อให้ท่านเทพพึงพอใจดังปรารถนา หลังจากนั้นการก้าวเดินของเธอในตระกูลจะมั่นคง กระทั่งมีโอกาสก้าวเดินสู่สวรรค์ กลายเป็นทวยเทพ!

    แน่นอนนั่นคือสิ่งที่เธอคิดเองเออเอง

    ไม่ว่าจะได้เป็นผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่เบื้องบนหรือไม่ ขอแค่เกาะต้นไม้ใหญ่อย่างคุณหลินก็พอแล้ว

    ท่ามกลางการขยับร่างกายและเสียงร้องครวญครางจากปากสองคน เฟิงโหรวทำได้เพียงหันหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าขยับตัวอีก เพราะกลัวเขาจะรู้สึกตัวว่าเธอตื่นมาโดยตลอด

    “บ้าเอ้ย ยายเด็กนั่นกล้าเอาเข้าไปในร่างกายของตัวเองได้ยังไง แถมยังยอมให้แตกในอีก บ้าบอเกินไปแล้ว หรือว่าจะซื้อยาคุมกินเอา?”

    เฟิงโหรวทำได้เพียงแค่คิด และในความเป็นจริงนี่คือสิ่งที่เย่หลิงต้องการ ตั้งครรภ์ลูกของทวยเทพ สืบเชื้อสายจากผู้สูงศักดิ์กลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง!

    ด้วยเสียงร้องปานใจจะขาด บวกกับสิ่งเร้าเช่นกลิ่นอายกามตัณหา ทำให้เฟิงโหรวอดไม่ได้ต้องจับหว่างขาตัวเอง ใช้นิ้วชี้ถูไถเนินสวาทอวบอึ๋มที่ซ่อนอยู่ภายใน

    ตกกลางคืนเธอชอบไม่ใส่เสื้อผ้า หากนอนคนเดียวก็คงถอดออก แต่ครั้งนี้มาห้องของคนอื่น อย่างมากก็ใส่ชุดนอนไม่ใส่ชุดชั้นใน ดังนั้นนิ้วมือเรียวยาวจึงจับเนินเขานุ่มลึกที่มีสายธารไหลเอื่อยๆ ของตัวเองได้อย่างถนัดมือ

    “อ๊า…อยากโดนบ้างจัง”

    .........

    เช้าวันถัดมาต้องรีบไปสถานที่สอบ ดังนั้นจึงเป็นการทานข้าวที่โรงแรม 'ไลอ้อนส์ฮัว'

    หลังจากรับประทานอาหารเช้า หลินอู๋เฉินรู้สึกว่าอาหารที่นี่รสชาติไม่เลวเลย จึงอดไม่ได้ต้องกดเข้าไปดูในเว็บ'เทพบรรพกาล'ตรวจสอบได้ครู่หนึ่ง จึงเห็นว่ามีบัตรสมาชิกทานฟรีขายในราคา 100 เหรียญ นี่คล้ายกับโรงแรม 'การ์เด้นกรีน' ที่ตนเป็นเจ้าของในชุนเหลียน แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้ซื้อ เพราะวันนี้หลังจากสอบเสร็จก็จะเดินทางกลับไปชุนเหลียน

    บัตร 1 ปีใช้ไม่ได้ ปล่อยไว้ก็หมดอายุเปล่าๆ ไม่สู้เก็บเงิน 100 เหรียญไว้ซื้ออย่างอื่น

    สำหรับมื้อเช้าอันเลิศหรู อาจารย์เฟิงเป็นคนจ่าย

    นอกจากชื่นชอบอาหารและบัตรแล้ว ตัวโรงแรมยังมีคุณภาพดี ดังนั้นหลินอู๋เฉินจึงได้กดซื้อในราคา 50000 เหรียญ เป็นโรงแรมราคาแพงที่สุดที่เคยซื้อ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่นี่คือหยูโจว เมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าชุนเหลียนนั่นเอง

    ซื้อเสร็จ เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋า หลินอู๋เฉินเหลือบมองใบหน้าของอาจารย์สาว กล่าวหยอกล้อว่า “อาจารย์เฟิง ตาคล้ำๆแปลกๆ นะ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเหรอ หรือว่าโดนผีหลอก”

    เฟิงโหรวชะงักงันไปครู่หนึ่ง มองค้อนเขาด้วยนัยน์ตาสีขุ่น ส่งเสียงลอดไรฟันว่า “ใช่อาจารย์ฝันร้ายเมื่อคืน เลยนอนไม่ค่อยหลับ”

    “ฝันว่าอะไรเหรอครับอาจารย์” เป่ยถังเมี่ยนถาม ท่าทางอยากรู้อยากเห็น

    เฟิงโหรวมองหน้าเย่หลิงและหลินอู๋เฉิน แค่นเสียงเย็น “ผีร้ายมากราคะ! มานอนบนที่นอนของอาจารย์ กอดก่ายกันทั้งคืน แทบไม่หยุดนึกว่าเสพยา ก่อนฟ้าสางอาจารย์ได้นอนแค่ 1 ชั่วโมง ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ”

    เย่หลิงเกือบจะสำลักน้ำที่กำลังดื่ม มองเจ้าของเสียงด้วยความสงสัย “เป็นไปได้ไหมว่าอาจารย์จะหมายถึงเราและคุณหลิน...แต่แล้วยังไง เพราะเธอเองต่างหากที่เข้ามาขวาง อยู่ดีไม่ว่าดี ยายบ้า!”

    “แล้วอาจารย์ทำไงครับ มองเฉยๆ เหรอ หรือว่าเข้าไปร่วมวงด้วย” หลินอู๋เฉินถาม ทำเอาเป่ยถังเมี่ยนมองเขาด้วยสายตาที่เป็นปฏิปักษ์ หมอนี่คิดอะไรอยู่ถึงได้พูดล้อเล่นกับอาจารย์ หรือว่ามันเป็นนิสัยทั่วไปของลูกหลานคนรวย?

    ไอ้เลวระยำ!

    สำหรับคำถามนั้นทำเอาเฟิงโหรวแก้มแดงปลั่ง ตอบตะกุกตะกักว่า “เอ่อ...อาจารย์ขยับร่างกายไม่ได้ ไม่งั้นนะคงลุกขึ้นไปเอาน้ำจากห้องน้ำมาสาดผีมากราคะสองตน ให้ไปเอากันที่อื่น ไม่ใช่ต่อหน้าอาจารย์!”

    หลินอู๋เฉินขบขันกับท่าทีของหล่อน

    เมื่อคืนนี้เขาเห็นอยู่ตลอดเวลาว่าเธอมอง แต่ไม่ได้เอ่ยมันออกมา เพียงปล่อยให้เธอมองจนพอใจ แล้วเก็บไปคิดจนนอนไม่หลับ

    ........

    หลังจากทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ อาจารย์เฟิงจึงพาทั้งสามไป 'เล่ยฮัว' สถานที่สำหรับสอบระดับเมืองอันยิ่งใหญ่

    เข้ามาในห้องหลินอู๋เฉินก็พบกับต่งป๋อ นายน้อยแห่งตระกูลอันดับหนึ่งในชุนเหลียน

    ต๋งป๋อคล้ายสังเกตเห็นหลินอู๋เฉิน เพียงส่งเสียงฮึเย็นชาทีหนึ่ง ไม่ให้ความสนใจ แล้วนั่งลงบนตำแหน่งโต๊ะของตัวเอง

    ท่ามกลางความตึงเครียดของบรรดาผู้เข้าสอบ หลินอู๋เฉินดูจะชิลล์ๆ กว่าทุกคน จนผู้คุมสอบอดไม่ได้ต้องมองมาบ่อยๆ คิดไปเองว่าบางทีเด็กคนนี้ที่เข้ามาได้อาจเป็นเพราะคนไม่พอ จึงเอาเข้ามาให้เต็มเท่านั้นเอง พลอยทำให้อาจารย์ผู้คุมสอบไม่พอใจ

    ต้องรู้ก่อนนะว่าการจะเข้ามาที่นี่ได้ถือเป็นเกียรติอย่างมาก

    แม้จะไม่ชนะแต่เวลาสมัครงานคุณกลับมีโปรไฟล์มากกว่านักศึกษาคนอื่น แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผู้คุมสอบไม่ชอบใจหลินอู๋เฉินได้ยังไง อุตส่าห์ได้มาทั้งทีกับไม่ตั้งใจ ดูถูกกันเกินไปแล้ว!

    แต่อย่างใดก็ตาม เมื่อผลตัดสินออกมา ทุกอย่างราวกับสายฟ้าฟาด ฟาดเข้ากลางสนามสอบ

    หลินอู๋เฉินได้ที่หนึ่ง!

    ทำเอาผู้คุมสอบงงเป็นไก่ตาแตก แต่ถึงงั้นพวกเขาไม่คิดว่าหลินอู๋เฉินโกง เพราะที่นี่ตรวจตราแข็งขัน เป็นไปไม่ได้ที่จะหาช่องโหว่แล้วโกง

    นอกจากนั้นหลินอู๋เฉินยังคิดเลขเร็วมาก คำนวณเร็วยิ่งกว่าผู้คุมที่ใช้เครื่องคิดเลข แม้แต่คุณชายต่งที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะแห่งหยูโจวก็ช้ากว่าก้าวหนึ่ง

    “ฉันชนะแล้ว...” หลินอู๋เฉินมองนายน้อยต่ง “อย่าลืมว่าคนแพ้ต้องทำยังไง”

    ต่งป๋อบีบมืดตัวเองแน่น ตัวเขาที่เป็นถึงลูกหลานตระกูลอันดับหนึ่ง จะแพ้ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ ทั้งที่พยายามมาตั้งมาก

    “หลินอู๋เฉิน เธอชนะแล้วก็ถือว่าชนะไป เรื่องการพนันนั่นลืมไปเถอะ นายน้อยต่งไม่ใช่คนที่คนอย่างเธอล้อเล่นได้” สุ่ยซีเฟิ่งกล่าวแนะนำ ด้วยอิทธิพลของตระกูลต่ง แม้หลินอู๋เฉินจะเป็นคนรวยรุ่นที่สองแต่ในหยูโจว การเป็นศัตรูกับตระกูลต่งไม่ใช่เรื่องฉลาด

    “พูดแบบนี้แสดงว่าจะกลับคำ? แล้วแบบนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่านายน้อยของตระกูลอันดับหนึ่ง ฟังดูแล้วน่าหัวร่อชะมัด” หลินอู๋เฉินแดกดัน ทำเอาอาจารย์สุ่ยโกรธจนตัวสั่น

    ไอ้เด็กโง่อุตส่าห์เตือนแล้วแท้ๆ แต่ช่างเถอะ เมื่อเขาอยากตายก็ปล่อยไป

    ต่งมู่เออร์ไม่ได้เข้ามาสอด เพียงมองอยู่ตรงนั้น รอดูสิว่าคู่แฝดจะตัดสินใจยังไง

    สำหรับเย่หลิงเธอไม่กังวลเกี่ยวตระกูลต่งเลย ตราบใดที่คุณหลินลงมือ ตระกูลอันดับ 1 จะต้องล่มสลาย และเธอกับหวังว่าครั้งนี้จะเป็นแบบนั้น โดยคิดว่าบางทีตระกูลเย่อาจได้ลาบลอย เป็นธุรกิจของตระกูลต่งในหยูโจว

    สุดท้ายต่งป๋อคลายมือลง มองหน้าของหลินอู๋เฉินด้วยนัยน์ตาซับซ้อน กล่าวไปว่า “ลูกพี่....”

    ดูก็รู้ว่าเป็นการพูดอย่างยากลำบาก ในฐานะลูกหลานตระกูลอันดับ 1 ต่งป๋อไม่เคยต้องก้มศีรษะให้ใคร

    “เบาเกินไป ฉันไม่ได้ยินเลย ช่วยพูดดังๆ หน่อยสิ” หลินอู๋เฉินแคะขี้หู น้ำเสียงทะเล้นชวนหาเรื่อง

    เมื่อครู่แม้จะเบาแต่ทุกคนได้ยินชัดเจน นั่นหมายความว่าหลินอู๋เฉินกำลังสร้างความลำบากใจให้นายน้อยต่ง

    ต่งป๋อกัดฟันสู้ ครู่หนึ่งจึงตะโกน “ลูกพี่หลินอู๋เฉิน พอใจแล้วใช่ไหม!”