หลี่เฉิงเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า สัจธรรมชีวิตโดยแท้ จะอยู่โลกใบไหนต่างก็มีคนดีและคนชั่วปะปน
ถ้าไม่ใช่เพราะมีพละกำลังปกป้องตัวเองได้ ชีวิตของเขาคงถึงคราวจบสิ้นก็วันนี้
เมื่อกินดื่มจนอิ่มหนำสำราญแล้ว หลี่เฉิงเฟิงก็ได้ตะโกนเรียกให้เจ้าของร้านมาเก็บเงิน
หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งเดินมาหยุดที่โต๊ะของหลี่เฉิงเฟิง
นางกล่าวกับหลี่เฉิงเฟิงว่า “คุณชายน้อย ดูเหมือนจะสั่งอาหารมามากเกินไป กินยังไม่หมดเลยนี่เจ้าคะ!”
“เอ๋... เช่นนั้นก็ช่วยห่อให้ข้าที ข้าจะนำไปให้พวกขอทานที่อยู่ข้างนอกร้าน!”
หลี่เฉิงเฟิงเรอออกมาหนึ่งที
พูดตามตรงว่า อาหารของหอซีเซียงนั้นรสชาติดีมาก แต่ถ้าเปรียบกับอาหารชั้นเลิศต่าง ๆ ที่เขาเคยกินมา อาหารของที่นี่ก็นับว่ายังห่างไกล
หลี่เฉิงเฟิงคิดว่าวันนี้ตัวเองจะได้กินอาหารอร่อย ๆ สักหนึ่งมื้อ แต่ดูเหมือนเขาจะคิดไปเองเสียมากกว่า
แต่เขาจะโทษอะไรได้ ทักษะการปรุงอาหารในยุคราชวงศ์ถังจะเทียบกับอาหารของศตวรรษที่ 21 ที่เขาจากมาได้อย่างไรกัน ขนาดอาหารชุดใหญ่ที่หลี่เฉิงเฟิงสั่งมาในวันนี้ ยังถือว่าเป็นจานที่ดีที่สุด ขึ้นชื่อที่สุดในหอซีเซียงแล้ว
“ทั้งหมด 8 เหรียญเงินเจ้าค่ะ คุณชายมีเงินจ่ายไหมเจ้าคะ? หรือจะให้ข้าน้อยไปเรียกท่านพ่อของคุณชายมาจ่ายให้?”
“เรียกท่านพ่อของข้ามาจ่าย? อย่าดีกว่า ถ้าเรียกเขามา ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่กล้ารับเงินจากเขาน่ะสิ!”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
สาวน้อยประจำโรงเตี๊ยมหัวเราะ “คุณชายนี่ตลกจริง ๆ เลย! มีผู้ใดในโลกที่หอซีเซียงของพวกเราจะไม่กล้ารับเงิน? แปลกจริงเชียว!”
“เอ๋! ไม่มีอย่างนั้นรึ?”
“มีหรือเจ้าคะ?”
“ก็ต้องมีน่ะสิ เงินของฝ่าบาทอย่างไรเล่า พวกเจ้ากล้ารับเงินของเขารึ?”
“เอ๋?”
หลี่เฉิงเฟิงพูดจบเถ้าแก่เนี้ยของโรงเตี๊ยมก็ได้แต่ตะลึง นางส่ายหน้าให้หลี่เฉิงเฟิง “ไม่มีทาง ฝ่าบาทจะเสด็จมาเสวยอาหารที่หอซีเซียงได้อย่างไร? คุณชายอย่าแกล้งกันสิเจ้าคะ?”
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าไม่กล้ารับเงินของพระองค์ใช่ไหมล่ะ?”
หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะอย่างร่าเริง
พูดจบหลี่เฉิงเฟิงจึงได้ล้วงกระเป๋า นำถุงทองคำใบใหญ่ออกมา เขาควักเงินมัดใหญ่โยนลงไปที่โต๊ะอาหาร “เงินทอนด้วยนะ!”
“เจ้าค่ะคุณชาย ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่!”
เมื่อเห็นว่าหลี่เฉิงเฟิงร่ำรวย มีทองคำมัดใหญ่มาใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ซ้ำยังมีถุงใส่ทองคำใบใหญ่อยู่ในกระเป๋า
เห็นเช่นนี้แล้วสาวน้อยประจำโรงเตี๊ยมก็อดคิดเรื่องอกุศลไม่ได้
นางกล่าวกับหลี่เฉิงเฟิง “คุณชายเจ้าคะ ถึงคุณชายจะยังเด็ก แต่อีกไม่นานคงจะโตเป็นหนุ่มแล้ว! อย่างนั้นคืนนี้... คุณชายมาลองนอนกับพี่สาวดูไหมจ๊ะ?”
“พรู๊ดดดดด...”
หลี่เฉิงเฟิงที่กำลังดื่มชาถึงกับพ่นน้ำชาในปากออกเป็นฝอย ๆ
โลกแตก โลกแตกแน่!
หลี่เฉิงเฟิงที่ตั้งใจจะออกจากหอซีเซียงถึงกับเปลี่ยนความคิด ประ...ประเดี๋ยวเราต้องไปที่หอบุปผาเพื่อช่วยพี่หญิงองค์หญิงฉางเล่อไม่ใช่หรืออย่างไร?
ทันใดนั้น หลี่เฉิงเฟิงหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น เขาถาม “ข้าขอถามว่า... ค้างคืนที่หอซีเซียงต้องใช้เงินเท่าไหร่หรือ?”
“ไม่แพงเลยเจ้าค่ะ สามสิบเหรียญเงินเท่านั้นเองคุณชาย!”
“สามสิบเหรียญเงิน?” หลี่เฉิงเฟิงคำนวณในใจ จากนั้นจึงโยนเศษเงินในกระเป๋าให้แก่หญิงสาวไปหนึ่งมัด และบอกนางว่า “คืนนี้ข้าจะค้างที่นี่! เจ้าจัดห้องไว้รอข้าด้วยนะ!”
“เจ้าค่ะคุณชาย!”
นางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รับเงินจากหลี่เฉิงเฟิง
ในใจของนางยังคิดว่า ขอแค่หลี่เฉิงเฟิงค้างคืนที่หอซีเซียง ก็ไม่ต่างอะไรจากอ้อยเข้าปากช้าง เด็กน้อยคนนี้จะต้องกลายมาเป็นเหยื่อให้นางได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน
อีกอย่างเด็กชายคนนี้รวยมาก ๆ นางสามารถหลอกเอาเงินจากเขาได้อย่างสบาย ๆ...
มิหนำซ้ำเขายังเป็นเด็กหน้าตาดี เสียดายที่อายุยังน้อยไปหน่อย
สาวน้อยประจำโรงเตี๊ยมได้แต่ส่ายหน้าและถอนหายใจด้วยความเสียดาย
นางพูดกับหลี่เฉิงเฟิงว่า “คุณชายเจ้าคะ ตามข้าน้อยมาได้เลย ห้องอยู่ชั้นบนเจ้าค่ะ ห้องถูกเตรียมพร้อมสำหรับเข้าพักแล้ว!”
“งั้นรึ? อย่างนั้นก็ไปกันเถอะ!”
จากนั้นหลี่เฉิงเฟิงได้เดินตามสาวน้อยประจำโรงเตี๊ยมขึ้นไปยังชั้นสามของหอซีเซียง
......
โรงเตี๊ยมแห่งนี้ทำมาจากไม้แท้ ๆ ทั้งหลัง เจ้าของโรงเตี๊ยมคงใช้เงินไม่น้อยเลยกว่าจะสร้างโรงเตี๊ยมแห่งนี้ออกมาได้
หญิงสาวพูดขึ้น “คุณชายน้อย ข้ามีชื่อว่าฝานเมิ่งเจ้าค่ะ หรือคุณชายจะเรียกข้าว่าเสี่ยวเมิ่งก็ได้!”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่เฉิงเฟิงถึงกับขนลุกซู่
ผู้หญิงในยุคโบราณนี่เปิดกว้างกันเหลือเกิน? แม้แต่เด็กหกขวบพวกนางก็ไม่เว้น? นี่มันเสือสาวจอมขย้ำหรืออย่างไร!?
“เชิญคุณชายทางนี้เจ้าค่ะ เชิญคุณชายพักผ่อนได้ตามสบาย!”
“โอ้! ถ้าไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไรอย่าขึ้นมารบกวนข้านะ ข้าง่วงแล้ว อยากจะนอนให้เต็มอิ่ม!”
“คุณชายเจ้าคะ... ไม่อยากให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนคุยเล่นด้วยหรือเจ้าคะ?”
“เจ้าคิดเงินไหมล่ะ?”
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มกว้างให้ฝานเมิ่ง
ฝานเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนนางจะยิ้มและตอบว่า “แน่นอน! ข้าไม่ได้คิดถูก ๆ ด้วยนะเจ้าคะ หนึ่งเหรียญทองต่อหนึ่งชั่วยาม!”
“เอ๋? อย่างนั้นเจ้าทำอะไรกับข้าได้บ้างล่ะ?”
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มเจ้าเล่ห์ถามฝานเมิ่ง
ฝานเมิ่งตอบ “ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณชายอยากทำอะไร คุณชายอยากทำอะไร ข้าน้อยก็ทำกับคุณชายได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ!”
โอ้แม่เสือสาว...
‘ปัง!’ หลี่เฉิงเฟิงตอบกลับด้วยการปิดประตูห้องดังปังใส่หน้าฝานเมิ่ง
เขาก้มมองร่างกายเล็ก ๆ ของตนเอง มันไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกอะไรด้วยซ้ำไป!
เด็กอายุหกขวบจะทำอะไรได้? ก็ทำอะไรไม่ได้เลยน่ะสิ บ้าชิบ!!
ฝานเมิ่งยังคงยิ้มและพูดผ่านประตูเข้ามา “คุณชาย ดึก ๆ ข้าน้อยจะแวะมาหานะเจ้าคะ อย่าลืมเปิดกลอนประตูไว้ล่ะ!”
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วน้อย ๆ เข้าหากัน และใช้มือเล็ก ๆ จับคลำใบหน้าน่าเอ็นดูของตัวเอง
“เฮ้อ! ช่างเหอะ ช่างเหอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ เราต้องออกไปช่วยพี่หญิงองค์หญิงฉางเล่อก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน!”
……
เมื่อครู่ ขณะที่หลี่เฉิงเฟิงกำลังกินข้าวอยู่ชั้นล่างของหอซีเซียง เขาได้ยินโจรสองคนที่สะกดรอยตามเขามาพูดถึงเรื่อง องค์หญิงฉางเล่อแห่งต้าถังถูกลักพาตัวไปยังหอบุปผา?
หลี่เฉิงเฟิงไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้
เวลานี้ หลี่เฉิงเฟิงกำลังซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนบนชั้นสามของหอซีเซียง รอเวลาที่ปลาโง่จะมากินเบ็ด...
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...”
“คุณชาย ข้าน้อยเอาน้ำมาล้างเท้าให้ขอรับ! คุณชายสะดวกเปิดประตูไหมขอรับ?”
“โอ้ว! จะไปเปิดเดี๋ยวนี้ล่ะ!”
มุมปากของหลี่เฉิงเฟิงกระตุก ขอเดาว่าโจรทั้งสองจะพุ่งเข้ามาด้านในเพื่อจับตัวเขา?
เมื่อหลี่เฉิงเฟิงเปิดประตูให้ โจรชุดดำทั้งสองก็ได้พุ่งพรวดเข้ามาในห้องนอนของเขาทันทีตามคาด
ในมือของพวกมันไม่ได้ยกน้ำล้างเท้าขึ้นมาให้อย่างปากว่า
หนึ่งในชายชุดดำที่ถูกเรียกว่าเหล่าหนิว ล้วงมือไปที่อกชักเอากริชเล่มคมออกมา มันนำกริชเล่มนี้จ่อไปที่คอของหลี่เฉิงเฟิง
เหล่าหนิวใช้แววตาดุดันขู่หลี่เฉิงเฟิง “เจ้าหนู! โชคร้ายของเจ้าแล้วที่ต้องมาเจอพวกเรา รีบเอาเงินทั้งหมดส่งมาให้ข้า! ถ้าไม่อยากโดนเจี๋ยนคอนอนเป็นศพอยู่ที่นี่ตลอดคืน!”
“พวกเจ้ากล้าฆ่าข้าเรอะ?”
หลี่เฉิงเฟิงกล่าวอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
เหล่าหนิวค่อนข้างตกใจที่เห็นเช่นนี้
เขาปล้นมาแล้วก็หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น เด็กหกขวบยังสงบสติและอารมณ์ได้ หลังจากถูกข่มขู่เอาชีวิต ? นี่มันเป็นไปไม่ได้!
เหล่าหนิวทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง เด็กชายคนนี้อาจจะเป็นคนใหญ่คนโตของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง มันจึงไม่เกรงกลัวการข่มขู่ของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย?
เหล่าหนิวยิ้มก่อนจะพูดว่า: “เป้าจื่อ! จัดการ เอาเงินจากเจ้าหนูคนนี้ออกมาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่เหรียญเดียว!”
“ขอรับพี่หนิว!”
ชายชุดดำที่ถูกเรียกว่าเป้าจื่อยื่นมือออกไป หมายจะค้นหาเงินที่หลี่เฉิงเฟิงซุกซ่อนไว้ตามร่างกาย
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ขาน้อย ๆ ยกขึ้นอย่างรวดเร็วอัดเข้าเต็มเป้าของชายชุดดำ
“อ๊ากกก....”
เป้าจื่อร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด