เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 95

    “ระบบ ใช้สกิลไว้วางใจระดับสองกับตาแก่ธนกฤตหน่อยสิ” ผมเอ่ยขึ้นเบา ๆ ขณะมองหน้าจอระบบที่ลอยอยู่ตรงหน้า


    ในใจผมคิดว่า การเพิ่มระดับความสนิทกับเขาไว้ก่อน คงไม่เสียหายอะไร แถมยังได้ค่าตอบแทนจากการรับส่งเป็นคูณสองอีกต่างหาก

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเบา ๆ พร้อมข้อความยืนยันการใช้สกิลปรากฏขึ้น


    [รับทราบ สกิลไว้วางใจระดับสองทำงาน ระยะเวลา 60 นาที / คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง ใช้งานได้อีกครั้งเวลา 19.10 น.]


    [ระดับความสนิทของคุณธนกฤต: เพิ่มขึ้น → ระดับ 2]


    [หากทำกิจกรรมอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับค่าตอบแทนจากเขาคูณ 4]


    ผมยิ้มมุมปากเล็ก ๆ หลังเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบปรากฏขึ้นตรงหน้า


    ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงของ ผอ. ธนกฤต ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง


    “คุณวายุ คุณขับรถอะไรมาทำงานเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความสนใจบางอย่างไว้


    “ฟอร์ด เรนเจอร์ครับ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เช่นกัน


    “อือ...” ผอ.พยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “แล้ววันนี้คุณมีธุระอะไรที่ต้องรีบกลับไหมหลังเลิกงาน”


    “ไม่มีนะครับ ทำไมเหรอครับ” ผมตอบกลับด้วยสีหน้าสงสัย พลางเหลือบมองกระจกหลังไปยัง ผอ.


    “งั้นก็ดีเลย ถ้าคุณไม่รีบไปไหนหลังเลิกงาน พาผมไปธุระต่อหน่อยสิ” เขาพูดเสียงเรียบ “ผมมีค่าเสียเวลาให้”


    “ได้ครับ” ผมตอบกลับสั้น ๆ


    “ถ้าอย่างนั้น เลิกงานผมจะโทรหาอีกที” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเงียบไป


    บรรยากาศในรถกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังแผ่ว ๆ เป็นจังหวะ


    ในที่สุด ผมก็ขับรถมาถึงโรงพยาบาลสาขาศาลายา ผมจอดรถที่หน้าทางเข้า แล้วลงไปเปิดประตูให้ ผอ. 


    เขาก้าวลงจากรถโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารพร้อมสีหน้าที่ดูครุ่นคิด


    ติ๊ง...


    [ค่าตอบแทนรับ-ส่ง 100,000 บาท ]



    [เนื่องจากความสนิทระดับ 2 ค่าตอบแทน X 4 = 400,000 บาท]


    “เราก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ” ผมพึมพำออกมา ยิ้มมุมปาก


    จากนั้นก็ผมกลับขึ้นรถ แล้วเคลื่อนมันไปจอดที่ลานจอดตามระเบียบ ผมนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเช็กตารางงานอีกครั้ง เสร็จจากที่นี้แล้วผมต้องขับพา ผอ. ไปส่งที่สำนักงานเขตสาธารณสุขต่อ แต่หลังจากที่ผมลงจากรถ ผมเห็นคุณไผ่น้ำกำลังลงจากรถเช่นกัน รถของเธอจอดอยู่ไม่ไกลนัก ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน


    ผมยิ้มให้เธอเล็กน้อย เป็นการทักทาย เธอยิ้มตอบกลับตามมารยาท ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร


    ผมมองตามเธออยู่ครู่หนึ่ง ร่างของเธอค่อย ๆ เดินหายไปในอาคาร


    ในใจผมยังติดอยู่กับภาพเมื่อเช้า ตอนที่เธอยืนอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง


    เธอจะพูดอะไรกับผมนะ... ผมคิดเงียบ ๆ



    แต่ก่อนที่คำพูดนั้นจะหลุดออกมา พ่อของเธอก็เดินออกมาพอดี ทุกอย่างเลยถูกกลืนหายไปในจังหวะนั้น


    ผมถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันกลับไปมองจอโปร่งแสงที่ลอยอยู่ตรงหน้า พยายามไม่ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านเกาะติดนานเกินไป


    ตอนนี้ก็ 7.45 น. แล้ว...สิ่งต่อไปที่ควรทำคือหาอะไรใส่ท้อง


    “กินข้าวไหนดีนา” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ


    แต่ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว ผมรีบกลับขึ้นรถทันที เปิดจอโปร่งแสงขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกดเข้าไปที่ร้านค้าออนไลน์


    ผมหาหมวดอาหารอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะกดเข้าไป เมนูอาหารมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่ผมก็ไม่ได้อยากเลือกอะไรให้ยุ่งยากนัก สายตาผมสะดุดเข้ากับโลโก้ร้านแม็กโดนัลด์ที่อยู่รายการแรก ผมก็กดเข้าไปทันทีโดยไม่ลังเล


    ผมเลือกเบอร์เกอร์ไก่มาสองชิ้น นักเก็ตชุดสิบชิ้น น้องไก่เผ็ดอีกห้าชิ้น และเฟรนช์ฟรายส์หนึ่งชุด ส่วนเครื่องดื่ม...เดี๋ยวไปซื้อที่คาเฟ่อเมซอนที่โฟร์ททำงานอยู่ก็แล้วกัน


    หลังจากตรวจรายการเรียบร้อย ผมก็กดชำระเงินทันที


    [ชำระเงินเรียบร้อย]


    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเบา ๆ และทันทีที่มันสิ้นสุดลง ถุงอาหารก็ปรากฏอยู่ข้าง ๆ ผม ราวกับวางไว้นานแล้ว


    ผมหยิบมันขึ้นมา แล้วยิ้มบาง ๆ กับความสะดวกของระบบ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถอีกครั้ง พร้อมกับกลิ่นอาหารอุ่น ๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก

    เมื่อเดินมาถึงร้านคาเฟ่อเมซอน ผมก็ตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ทันที โฟร์ทยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอหันมามองผมด้วยสายตาแหลม ๆ แบบกวน ๆ จนผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้


    “ทำไมพนักงานน่ากลัวจังเลยครับ” ผมแซว


    “นายนี่...ฉันออกจะน่ารัก” เธอตอบกลับทันควัน ทำเสียงงอน ๆ แล้วเบะปากเล็กน้อย


    ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยสั่ง “ผมเอาชาเย็นหนึ่งแก้ว กับน้ำเปล่าครับ”


    โฟร์ทพยักหน้า “ได้ค่ะ” เธอตอบขณะที่มือกดหน้าจอ “เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงนะ เมื่อวานฉันก็ลืมให้ค่าเสียเวลานายไปเลย เดี๋ยวฉันเอาไปให้นะ”

    “ไม่เป็นไรครับ เพื่อนกันช่วย ๆ กัน” ผมตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ


    เธอชะงักไปเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นมามองผม “ขอบคุณนะ...แต่จะดีเหรอ”


    “ไม่เป็นไรจริง ๆ อีกอย่างผมก็มีเงินเหลือ ๆ อยู่แล้ว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ พร้อมทำหน้าทะเล้นเล็กน้อย


    “แหม่ ๆ งั้นจ่ายค่าชาเย็นมา” โฟร์ทพูดพลางยื่นมือมาทำท่าจะเก็บเงิน


    “คุณว่าจะเลี้ยงแล้วนี่ จ่ายไปเลยครับ” ผมตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากเธอไปทันที


    เสียงหัวเราะเบา ๆ ของโฟร์ทดังตามหลังมา ผมเดินไปยังโต๊ะติดกระจกที่ว่างอยู่ แล้วทรุดตัวลงนั่ง


    “ว่าแต่...กินอาหารในร้านได้ไหมนะ” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะมองถุงอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ


    ไม่นานนัก โฟร์ทก็เดินมาพร้อมกับเครื่องดื่มในมือ “ชาเย็นกับน้ำเปล่าได้แล้วค่ะ” เธอวางแก้วลงตรงหน้าผม พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ


    ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม “กินอาหารในร้านได้ไหมครับ”


    “ได้สิ...กินเลย ๆ” เธอตอบทันที น้ำเสียงเป็นกันเองเหมือนเคย


    ผมหัวเราะเบา ๆ ขณะมือเปิดถุงอาหารออก กลิ่นหอมของเบอร์เกอร์กับนักเก็ตลอยขึ้นมาแตะจมูก


    “นายซื้ออะไรมากินเหรอ...” โฟร์ทถามขึ้นข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงสนใจ ขณะโน้มตัวมองถุงอาหารบนโต๊ะ


    “เบอร์เกอร์ นักเก็ต น้องไก่เผ็ด แล้วก็เฟรนช์ฟรายส์ กินด้วยกันไหมผมซื้อมาเยอะเลย” ผมตอบโดยไม่หันไปมองเธอ สายตายังคงจับจ้องอาหารที่กำลังจะถูกหยิบออกจากถุง


    “น่ากินจัง ฉันขอกินด้วยนะ ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย” โฟร์ทพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ



    “มาสิ...” ผมตอบกลับเรียบ ๆ 


    หลังสิ้นเสียง โฟร์ทก็เดินไปหาพี่ ๆ ที่เคาน์เตอร์ บอกกับพวกเขาว่าขอกินข้าวแป๊บนึง เพราะตอนนี้ลูกค้าก็ยังไม่ค่อยมี


    จากนั้นเธอก็เดินกลับมา แล้วทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามผมอย่างสบาย ๆ


    “น่าอร่อยจัง...” โฟร์ทพูดพร้อมรอยยิ้มแย้ม


    “กินได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ แต่ก็แบ่ง ๆ กันล่ะ อย่ากินหมด” ผมพูดขำ ๆ พลางส่งเบอร์เกอร์ให้เธอ


    “ฉันไม่กินเยอะขนาดนั้นหรอก...” เธอแกล้งทำเสียงดุ แล้วหยิบเบอร์เกอร์จากมือผมอย่างรวดเร็ว


    ผมจัดของกินวางเรียงไว้บนโต๊ะให้หยิบง่าย ทั้งนักเก็ต เฟรนช์ฟรายส์ และน้องไก่เผ็ด 

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน