“ระบบ ใช้สกิลไว้วางใจระดับสองกับตาแก่ธนกฤตหน่อยสิ” ผมเอ่ยขึ้นเบา ๆ ขณะมองหน้าจอระบบที่ลอยอยู่ตรงหน้า
ในใจผมคิดว่า การเพิ่มระดับความสนิทกับเขาไว้ก่อน คงไม่เสียหายอะไร แถมยังได้ค่าตอบแทนจากการรับส่งเป็นคูณสองอีกต่างหาก
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเบา ๆ พร้อมข้อความยืนยันการใช้สกิลปรากฏขึ้น
[รับทราบ สกิลไว้วางใจระดับสองทำงาน ระยะเวลา 60 นาที / คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง ใช้งานได้อีกครั้งเวลา 19.10 น.]
[ระดับความสนิทของคุณธนกฤต: เพิ่มขึ้น → ระดับ 2]
[หากทำกิจกรรมอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับค่าตอบแทนจากเขาคูณ 4]
ผมยิ้มมุมปากเล็ก ๆ หลังเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบปรากฏขึ้นตรงหน้า
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงของ ผอ. ธนกฤต ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณวายุ คุณขับรถอะไรมาทำงานเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความสนใจบางอย่างไว้
“ฟอร์ด เรนเจอร์ครับ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เช่นกัน
“อือ...” ผอ.พยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “แล้ววันนี้คุณมีธุระอะไรที่ต้องรีบกลับไหมหลังเลิกงาน”
“ไม่มีนะครับ ทำไมเหรอครับ” ผมตอบกลับด้วยสีหน้าสงสัย พลางเหลือบมองกระจกหลังไปยัง ผอ.
“งั้นก็ดีเลย ถ้าคุณไม่รีบไปไหนหลังเลิกงาน พาผมไปธุระต่อหน่อยสิ” เขาพูดเสียงเรียบ “ผมมีค่าเสียเวลาให้”
“ได้ครับ” ผมตอบกลับสั้น ๆ
“ถ้าอย่างนั้น เลิกงานผมจะโทรหาอีกที” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเงียบไป
บรรยากาศในรถกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังแผ่ว ๆ เป็นจังหวะ
ในที่สุด ผมก็ขับรถมาถึงโรงพยาบาลสาขาศาลายา ผมจอดรถที่หน้าทางเข้า แล้วลงไปเปิดประตูให้ ผอ.
เขาก้าวลงจากรถโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารพร้อมสีหน้าที่ดูครุ่นคิด
ติ๊ง...
[ค่าตอบแทนรับ-ส่ง 100,000 บาท ]
[เนื่องจากความสนิทระดับ 2 ค่าตอบแทน X 4 = 400,000 บาท]
“เราก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ” ผมพึมพำออกมา ยิ้มมุมปาก
จากนั้นก็ผมกลับขึ้นรถ แล้วเคลื่อนมันไปจอดที่ลานจอดตามระเบียบ ผมนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเช็กตารางงานอีกครั้ง เสร็จจากที่นี้แล้วผมต้องขับพา ผอ. ไปส่งที่สำนักงานเขตสาธารณสุขต่อ แต่หลังจากที่ผมลงจากรถ ผมเห็นคุณไผ่น้ำกำลังลงจากรถเช่นกัน รถของเธอจอดอยู่ไม่ไกลนัก ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน
ผมยิ้มให้เธอเล็กน้อย เป็นการทักทาย เธอยิ้มตอบกลับตามมารยาท ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
ผมมองตามเธออยู่ครู่หนึ่ง ร่างของเธอค่อย ๆ เดินหายไปในอาคาร
ในใจผมยังติดอยู่กับภาพเมื่อเช้า ตอนที่เธอยืนอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
เธอจะพูดอะไรกับผมนะ... ผมคิดเงียบ ๆ
แต่ก่อนที่คำพูดนั้นจะหลุดออกมา พ่อของเธอก็เดินออกมาพอดี ทุกอย่างเลยถูกกลืนหายไปในจังหวะนั้น
ผมถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันกลับไปมองจอโปร่งแสงที่ลอยอยู่ตรงหน้า พยายามไม่ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านเกาะติดนานเกินไป
ตอนนี้ก็ 7.45 น. แล้ว...สิ่งต่อไปที่ควรทำคือหาอะไรใส่ท้อง
“กินข้าวไหนดีนา” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
แต่ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว ผมรีบกลับขึ้นรถทันที เปิดจอโปร่งแสงขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกดเข้าไปที่ร้านค้าออนไลน์
ผมหาหมวดอาหารอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะกดเข้าไป เมนูอาหารมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่ผมก็ไม่ได้อยากเลือกอะไรให้ยุ่งยากนัก สายตาผมสะดุดเข้ากับโลโก้ร้านแม็กโดนัลด์ที่อยู่รายการแรก ผมก็กดเข้าไปทันทีโดยไม่ลังเล
ผมเลือกเบอร์เกอร์ไก่มาสองชิ้น นักเก็ตชุดสิบชิ้น น้องไก่เผ็ดอีกห้าชิ้น และเฟรนช์ฟรายส์หนึ่งชุด ส่วนเครื่องดื่ม...เดี๋ยวไปซื้อที่คาเฟ่อเมซอนที่โฟร์ททำงานอยู่ก็แล้วกัน
หลังจากตรวจรายการเรียบร้อย ผมก็กดชำระเงินทันที
[ชำระเงินเรียบร้อย]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเบา ๆ และทันทีที่มันสิ้นสุดลง ถุงอาหารก็ปรากฏอยู่ข้าง ๆ ผม ราวกับวางไว้นานแล้ว
ผมหยิบมันขึ้นมา แล้วยิ้มบาง ๆ กับความสะดวกของระบบ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถอีกครั้ง พร้อมกับกลิ่นอาหารอุ่น ๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก
เมื่อเดินมาถึงร้านคาเฟ่อเมซอน ผมก็ตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ทันที โฟร์ทยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอหันมามองผมด้วยสายตาแหลม ๆ แบบกวน ๆ จนผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ทำไมพนักงานน่ากลัวจังเลยครับ” ผมแซว
“นายนี่...ฉันออกจะน่ารัก” เธอตอบกลับทันควัน ทำเสียงงอน ๆ แล้วเบะปากเล็กน้อย
ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยสั่ง “ผมเอาชาเย็นหนึ่งแก้ว กับน้ำเปล่าครับ”
โฟร์ทพยักหน้า “ได้ค่ะ” เธอตอบขณะที่มือกดหน้าจอ “เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงนะ เมื่อวานฉันก็ลืมให้ค่าเสียเวลานายไปเลย เดี๋ยวฉันเอาไปให้นะ”
“ไม่เป็นไรครับ เพื่อนกันช่วย ๆ กัน” ผมตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
เธอชะงักไปเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นมามองผม “ขอบคุณนะ...แต่จะดีเหรอ”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ อีกอย่างผมก็มีเงินเหลือ ๆ อยู่แล้ว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ พร้อมทำหน้าทะเล้นเล็กน้อย
“แหม่ ๆ งั้นจ่ายค่าชาเย็นมา” โฟร์ทพูดพลางยื่นมือมาทำท่าจะเก็บเงิน
“คุณว่าจะเลี้ยงแล้วนี่ จ่ายไปเลยครับ” ผมตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากเธอไปทันที
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของโฟร์ทดังตามหลังมา ผมเดินไปยังโต๊ะติดกระจกที่ว่างอยู่ แล้วทรุดตัวลงนั่ง
“ว่าแต่...กินอาหารในร้านได้ไหมนะ” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะมองถุงอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ
ไม่นานนัก โฟร์ทก็เดินมาพร้อมกับเครื่องดื่มในมือ “ชาเย็นกับน้ำเปล่าได้แล้วค่ะ” เธอวางแก้วลงตรงหน้าผม พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม “กินอาหารในร้านได้ไหมครับ”
“ได้สิ...กินเลย ๆ” เธอตอบทันที น้ำเสียงเป็นกันเองเหมือนเคย
ผมหัวเราะเบา ๆ ขณะมือเปิดถุงอาหารออก กลิ่นหอมของเบอร์เกอร์กับนักเก็ตลอยขึ้นมาแตะจมูก
“นายซื้ออะไรมากินเหรอ...” โฟร์ทถามขึ้นข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงสนใจ ขณะโน้มตัวมองถุงอาหารบนโต๊ะ
“เบอร์เกอร์ นักเก็ต น้องไก่เผ็ด แล้วก็เฟรนช์ฟรายส์ กินด้วยกันไหมผมซื้อมาเยอะเลย” ผมตอบโดยไม่หันไปมองเธอ สายตายังคงจับจ้องอาหารที่กำลังจะถูกหยิบออกจากถุง
“น่ากินจัง ฉันขอกินด้วยนะ ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย” โฟร์ทพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ
“มาสิ...” ผมตอบกลับเรียบ ๆ
หลังสิ้นเสียง โฟร์ทก็เดินไปหาพี่ ๆ ที่เคาน์เตอร์ บอกกับพวกเขาว่าขอกินข้าวแป๊บนึง เพราะตอนนี้ลูกค้าก็ยังไม่ค่อยมี
จากนั้นเธอก็เดินกลับมา แล้วทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามผมอย่างสบาย ๆ
“น่าอร่อยจัง...” โฟร์ทพูดพร้อมรอยยิ้มแย้ม
“กินได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ แต่ก็แบ่ง ๆ กันล่ะ อย่ากินหมด” ผมพูดขำ ๆ พลางส่งเบอร์เกอร์ให้เธอ
“ฉันไม่กินเยอะขนาดนั้นหรอก...” เธอแกล้งทำเสียงดุ แล้วหยิบเบอร์เกอร์จากมือผมอย่างรวดเร็ว
ผมจัดของกินวางเรียงไว้บนโต๊ะให้หยิบง่าย ทั้งนักเก็ต เฟรนช์ฟรายส์ และน้องไก่เผ็ด