ชิงจีมอบหินวิญญาณให้กับเยี่ยซางเพื่อใช้กระตุ้นการก่อไฟวิญญาณจากคำอธิบายของชิงจี เยี่ยซางจึงได้รู้ว่าหินวิญญาณมีการแบ่งระดับด้วยเช่นกันโดยแบ่งเป็นระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูงและระดับสูงสุดการปรุงยาระดับหนึ่งและระดับสองต้องใช้หินวิญญาณระดับต่ำ
การปรุงยาครั้งแรกของเยี่ยซางใช้นานเวลาเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว ในหม้อโอสถปรากฏกากสีดำเป็นก้อนๆถึงแม้จะไม่มีข้อผิดพลาดในกระบวนการกลั่นสมุนไพร การสกัดสมุนไพรการใส่วัตถุดิบเสริม หรือการควบแน่นเม็ดยา แต่เมื่อเขาไม่สามารถควบคุมไฟวิญญาณได้ ก็ล้มเหลวอยู่ดี
“ศิษย์พี่ข้าไม่มีความสามารถในการปรุงยาหรือ?” เยี่ยซางพูดอย่างเขินอายเล็กน้อยหลังจากเช็ดขี้เถ้าสีดำบนใบหน้าของตนเอง
ผัวะ!
ชิงจีตบหลังเยี่ยซางนางไม่ได้โกรธแบบนี้บ่อยนัก ส่วนมากจะเป็นหยางเหล่ยมากกว่าที่มักทำแบบนี้
“ไม่มีพรสวรรค์หรือ? ฝึกฝนต่อไปเสีย!”ชิงจีตวาดและนางก็จากไป
ชิงจีอธิบายความรู้สึกของนางไม่ได้ตอนที่นางเริ่มปรุงยา นางล้มเหลวสองครั้งในการกลั่นสมุนไพร อีกสองครั้งในการสกัดสมุนไพรให้บริสุทธิ์และล้มเหลวมากกว่านั้นเมื่อถึงขั้นตอนใส่วัตถุดิบเสริม พอมาถึงขั้นการควบแน่นเม็ดยาชิงจีกลับล้มเหลวราวแปดหรือเก้าครั้ง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ทั้งหลิ่วหยางอวี่และเถี่ยชางยังรู้สึกว่าพรสวรรค์ในการปรุงยาของนางค่อนข้างดีแต่เยี่ยซางเพิ่งเริ่มปรุงยาครั้งแรกแท้ๆ กลับไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้สำเร็จแล้วเขากลับบอกว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์เสียอย่างนั้น นางไม่ควรโกรธหรือ?
ครั้งที่สองของการปรุงยาเยี่ยซางยังคงล้มเหลวเหมือนเช่นเดิม เมื่อเห็นว่าชิงจีไม่อยู่เขาก็ตัดสินใจกลั่นยาเป็นครั้งที่สาม โชคดีที่คราวนี้เขากลั่นยาเผยหยวนได้สำเร็จในตอนเย็น
เยี่ยซางหยิบยาเผยหยวนไปที่อาคารไม้ไผ่ของชิงจีจากนั้นเขาก็ส่งยาเผยหยวนให้กับนาง
“อืมเจ้าล้มเหลวอีกหนึ่งครั้งใช่หรือไม่?” ชิงจีถามนางสามารถคำนวณจากเวลาได้
“ล้มเหลวอีกหนึ่งครั้งทำให้ศิษย์พี่หญิงผิดหวังแล้ว” เยี่ยซางกล่าวอย่างเขินอายเล็กน้อย
“เพิ่งจะเริ่มปรุงยาแท้ๆแต่สามารถทำสำเร็จในสามครั้งก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว กลับไปฝึกปราณเถิด เจ้าไม่สามารถชะลอการบ่มเพาะเพราะการปรุงยาได้พรุ่งนี้ค่อยมาปรุงยาต่อแล้วกัน” หลังต่อต้านความคิดที่จะยกย่องเยี่ยซางได้ชิงจีก็ไล่เขาออกไป
หลังจากเยี่ยซางจากไปแล้วชิงจีก็จิบชา “เครียดจริงๆ ที่จะสอนศิษย์น้องแบบนี้”
ช่วงครึ่งเดือนหลังจากนั้นเยี่ยซางได้ฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีในเวลากลางคืนขณะที่ฝึกฝนทักษะการต่อสู้และการปรุงยาในระหว่างวัน
ในเวลาเดียวกันที่ทักษะการต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นทักษะการปรุงยาของเยี่ยซางก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกันการกลั่นยาเผยหยวนไม่ล้มเหลวอีกต่อไปนอกจากนี้ความเร็วในการปรุงยาก็เพิ่มขึ้นเช่นกันยาเผยหยวนยังใช้เวลาในการกลั่นประมาณหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
วันนี้หลังจากเยี่ยซางกลั่นเม็ดยาเสร็จหนึ่งหม้อชิงจี หยางเหล่ยและโม่เฉินก็มาที่บ้านของเยี่ยซาง
“สิบสามเจ้าแจกยาเผยหยวนให้กับศิษย์ช่วยงานทั่วไปหรือ?” ชิงจีถาม
“แจกไปบ้างก็ไม่เป็นอะไรมียาเผยหยวนมากเกินไปก็ไม่มีประโยชน์” เยี่ยซางกล่าว
“ฟุ่มเฟือย!ฟุ่มเฟือยจริงๆ เจ้ามียามากเกินไปแล้ว เจ้าสามารถให้ศิษย์พี่เก้าสักหน่อยได้หรือไม่? ศิษย์พี่เก้ายังมีศิษย์ช่วยงานทั่วไปเหมือนกัน!”หยางเหล่ยจ้องไปที่เยี่ยซางและพูดขึ้น
“ศิษย์พี่เก้าท่านต้องการมันหรือ? ศิษย์พี่สิบเอ็ดท่านต้องการมันด้วยหรือไม่?” เยี่ยซางเดินไปที่ตู้ด้านหลังเขาพอเขาเปิดตู้ออกมาในนั้นเต็มไปด้วยขวดยา
“ข้าเวียนหัวนัก!สิบสาม เจ้าเป็นนักปรุงยาหรือ? มันมากเกินไปแล้ว!”โม่เฉินก้าวไปข้างหน้าและหยิบขวดยามาเปิดดู
“ศิษย์พี่หกกล่าวว่าการฝึกฝนทำให้สมบูรณ์แบบ!”เยี่ยซางกล่าว
ชิงจี หยางเหล่ยและโม่เฉินหยุดพูดทั้งสามคนมองไปที่เยี่ยซาง
“ศิษย์น้องเก้าเจ้าจะพูดอย่างไรกับเรื่องนี้เล่า?” ชิงจีมองไปที่เยี่ยซางครู่หนึ่งจากนั้นจึงหันไปถามหยางเหล่ย
“ไปที่หอเกียรติยศเพื่อแลกเปลี่ยนวัตถุดิบหรือยาระดับสูงไม่ก็เก็บไว้แทนเถิด ยอดเขาไท่เสวียนของเราจะรับศิษย์ใหม่ในปีหน้าอย่างไรแล้วการฝึกฝนก็ต้องใช้ยาเผยหยวนจำนวนมาก” หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หยางเหล่ยก็กล่าวขึ้น
“ความแตกต่างระหว่างการแลกเปลี่ยนเม็ดยาระดับสูงนั้นค่อนข้างมากเราไม่มีปัญหาเรื่องความขาดแคลนวัตถุดิบในยอดเขาไท่เสวียน ดังนั้นเก็บไว้ก่อนเถิด!”ชิงจีพยักหน้าและกล่าว
“ศิษย์พี่คุณภาพของเม็ดยาเหล่านี้ไม่ค่อยดีนัก เอาไปแลกเปลี่ยนเถิด!เม็ดยาที่ข้ากลั่นตอนนี้มีคุณภาพดีกว่าที่ข้าเคยทำมาก่อนแล้ว”หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เยี่ยซางก็แสดงความเห็นของเขา
“แลกเปลี่ยนหรือ? เจ้าไม่รู้หรือว่ายิ่งมียามากก็ยิ่งดีในปีหน้าจะมีศิษย์ใหม่ในยอดเขาไท่เสวียนยี่สิบคน ถ้าให้วันละหนึ่งเม็ดต่อคนมันจะเท่ากับวันละยี่สิบเม็ดเชียวนะ!” หยางเหล่ยจ้องไปที่เยี่ยซาง
“ยี่สิบเม็ดก็แค่สองชั่วยามนอกจากนี้ยอดเขาหลักยังให้ทรัพยากรอยู่ไม่ใช่หรือ?” เยี่ยซางสับสนเล็กน้อย
“ข้าจะดูว่าเจ้ากลั่นได้จริงหรือไม่? ข้าไม่เห็นปรุงยามาสองสามวันแล้วเจ้าต้องการพลิกฟ้า1เสียแล้ว”ชิงจีกล่าวขณะมองไปยังเยี่ยซาง ในหนึ่งหม้อจะได้เม็ดยาอยู่ประมาณสิบเม็ดนางใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการกลั่นยาหนึ่งขวด เยี่ยซางเพิ่งเรียนรู้การกลั่นยามาไม่ถึงหนึ่งเดือนเมื่อเขาบอกว่าสองชั่วยามก็เพียงพอสำหรับยายี่สิบเม็ด นางก็ไม่อาจเชื่อได้
เมื่อนำหม้อโอสถออกมาเยี่ยซางก็เริ่มปรุงยา ชิงจีขมวดคิ้วขณะมองดูเปลวไฟวิญญาณสีแดงยิ่งไฟมากเท่าไหร่ก็ยิ่งควบคุมได้ยากขึ้นเท่านั้น นางกังวลว่าเยี่ยซางจะรีบร้อนเกินไป
อย่างไรก็ตามปัญหาที่นางกังวลไม่เกิดขึ้นกับเยี่ยซางเลย เขาใส่สมุนไพร กลั่นสมุนไพรสกัดสมุนไพร ใส่วัตถุดิบเสริม ควบแน่นเม็ดยาและสร้างเม็ดยาได้สำเร็จเยี่ยซางทำมันอย่างใจเย็นโดยไม่มีปัญหาใดๆ เลย
ในหนึ่งชั่วยามการกลั่นยาเผยหยวนชุดหนึ่งก็เสร็จสิ้น
ชิงจีพยักหน้าขณะถือยาเผยหยวนที่กลั่นโดยเยี่ยซาง“ทั้งหมดเป็นยาเม็ดคุณภาพสูง ข้าไม่มีอะไรจะพูดเลย”
“สิบสามตอนนี้รากฐานการบ่มเพาะเจ้าอยู่ระดับหนึ่งเท่านั้นเมื่อเจ้าสามารถกลั่นยาระดับหนึ่งได้ถึงระดับนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกลั่นยาต่อไปอีก” หยางเหล่ยกล่าว นางไม่ต้องการชะลอการฝึกของเยี่ยซางเพราะการกลั่นเม็ดยา
“พี่หญิงหกบอกว่าการฝึกฝนทำให้สมบูรณ์แบบไม่ใช่หรือ?” เยี่ยซางไม่เข้าใจความหมายของหยางเหล่ย
“ในอนาคตเจ้าต้องมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะ ทุกวันให้กลั่นยาเผยหยวนหนึ่งหม้อหากไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็ลองเรียนรู้ยาระดับหนึ่งชนิดอื่นดู”ชิงจีจัดเตรียมแผนการฝึกแล้วจากไปพร้อมกับหยางเหล่ยและโม่เฉิน
ไม่กี่วันต่อมาหลิ่วหยางอวี่ก็รู้เกี่ยวกับการปรุงยาของเยี่ยซางจึงมาดูเป็นพิเศษ เขาให้ความเห็นเช่นเดียวกับชิงจีในเรื่องนี้นักปรุงยาก็คล้ายกับผู้บ่มเพาะ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากพลังฝึกตนก็ไม่สามารถฝึกกลั่นเม็ดยาระดับสูงได้ดังนั้นเขาจึงให้เยี่ยซางมุ่นเน้นไปยังการบ่มเพาะปราณแท้จริงแทน
หลังจากการฝึกฝนอีกสองวันการบ่มเพาะของเยี่ยซางก็พบขีดจำกัด ซึ่งเป็นขีดจำกัดแรกของคัมภีร์หมื่นวิถีขณะที่เยี่ยซางไปถึงขีดจำกัดของเลี่ยนเซวี่ยขั้นห้าคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ก็มาถึงจุดสูงสุดของขั้นเจ็ดในระดับเลี่ยนชี่ซึ่งสามารถทะลวงสู่ขั้นถัดไปได้ทุกเมื่อ
ขั้นที่ห้าของเลี่ยนเซวี่ยคือการเปิดเส้นเอ็นมังกรซึ่งคือเส้นเอ็นใหญ่ที่หลัง ส่วนการเข้าสู่ขั้นที่หกจำเป็นต้องเปิดเส้นเอ็นขนาดใหญ่ของแขนและขา
หลังจากถือยาจิงเซวี่ยสองเม็ดไว้ในมือเยี่ยซางก็หยุดบ่มเพาะคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และจดจ่อกับความก้าวหน้าคัมภีร์หมื่นวิถี
เขาเปิดจุดชีพจรในร่างกายทั้งหมดเพื่อดูดซับปราณจิตวิญญาณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายจากนั้นก็ปล่อยให้พลังปราณในร่างกายโคจรไปรอบๆ หลังจากโคจรไปครึ่งชั่วยามเยี่ยซางก็กลืนยาจิงเซวี่ยลงไปสองเม็ด
เมื่อยาจิงเซวี่ยสองเม็ดละลายพลังปราณจำนวนมหาศาลก็ปลดปล่อยออกมาเยี่ยซางชักนำพลังปราณเข้าไปในเส้นเอ็นของมังกรก่อนจะควบคุมพลังปราณให้พุ่งเข้าหาเส้นเอ็นขนาดใหญ่ของแขนและขา
ร่างกายของเยี่ยซางสั่นสะท้านอย่างเจ็บปวดยามพลังปราณแทรกซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อและเส้นเลือดแต่คราวนี้เขาไม่ประสบความสำเร็จ
เยี่ยซางควบคุมอารมณ์ของตนเองและเริ่มทำซ้ำอีกครั้งแต่เขาก็ยังล้มเหลวเช่นเดิม
หลังจากพยายามสองครั้งแล้วไม่สำเร็จเยี่ยซางรู้ว่าเขาไม่สามารถบังคับได้จึงเปลี่ยนความคิดเขาเคลื่อนพลังปราณในร่างกายไปจุดเป้าหมาย
เยี่ยซางตีแขนซ้ายของเขาก่อนจะส่งพลังทั้งหมดเข้าไปที่แขนซ้ายแล้วจึงมีเสียงระเบิดดังขึ้นแขนเสื้อของเยี่ยซางขยับไหวเหมือนมีหนูกำลังวิ่งอยู่ภายใน พลังงานเคลื่อนตัวไปมาในที่สุดเส้นเอ็นก็ถูกเปิดออก
เยี่ยซางทำจิตใจของเขาให้มั่นคงจากนั้นก็ตีที่แขนขวาของตนเอง
-----------------------------------------------------------------------------
1 พลิกฟ้า มาจาก สำนวน พลิกฟ้าคลุมดิน (天翻地覆) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากหรือหมายถึง กลับหัวกลับหาง