เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 132 ไท่ซี บุตรแห่งเทพีอาธีนา

    หลังจากผลสอบออกเทียนไม่ได้ตรวจสอบ แต่ละคนก็รีบโทรมาบอกเทียนเช่นกัน

    “ ลูกพี่ติดอันดับที่ 1 คณะแพทย์ศาสตร์ สุดยอดไปเลย” อาเปา อาเปียวส่งเสียงพร้อมกัน

    “ เทียน นายได้ลำดับที่ 1 นายรู้แล้วหรือยัง” วาวา กับเมย์ส่งเสียงมาเหมือนกัน

    ท่านย่า พ่อเก้า แม่เจน บอกจะเลี้ยงฉลองให้เทียนวันนี้   เทียนเลยอยู่กินเลี้ยงกับครอบครัว ส่วนเพื่อนๆ ทุกคนก็สอบเข้าได้กันหมดเช่นกัน

    วันเปิดเรียนวันแรก ทุกคนเข้าเรียนกับอาจารย์หนุ่มผู้หนึ่ง นามว่า อาจารย์หมอปีเตอร์ 

    “ สวัสดี ผมชื่อปีเตอร์ เป็นอาจารย์สอนวิชาศัลยกรรม ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ทุกคน”

    เทียนสังเกตวิญญาณ รุ่นพี่ขจร เข้ามานั่งฟัง อาจารย์หมอปีเตอร์ ด้วยสายตาเหม่อลอย เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน  เทียนนั่งเรียนจนจบคาบ ก็มีเจ้าหน้านที่เข้ามาเชิญให้ไปพบกันท่านผอ. โรงพยาบาล

    “ นักศึกษาหลี่เทียน เธอเป็นศิษย์ของท่านหมอซูใช่ไหม”

    “ ผอ. อยากรู้ว่าผมเห็นวิญญาณคนที่อยู่ในอาการโคม่าใช่ไหมครับ” เทียนรู้ทัน

    “ ใช่แล้ว เธอเห็นวิญญาณเหมือนหมอซูใช่ไหม”  ผอ.รีบถามด้วยความตื่นเต้น

    “ ใช่ครับ”

    “ ถ้าเช่นนั้น ถ้าตามฉันมา ฉันอยากให้เธอพบกันดอกเตอร์โควินกับดอกเตอร์ฟรานซิส” 

    เทียนเดินตามไปผอ. ไปตึกที่ยังมีคนไข้โคม่านอนอยู่ พอไปถึงก็มีดอกเตอร์โควินกับดอกเตอร์ฟรานซิสนั่งรออยู่ พอทักทายกันเสร็จดอกเตอร์โควินก็เอ่ยก่อนทันที

    “ พวกเราต้องการตามหาคนผู้หนึ่ง เธอช่วยพวกเราได้ไหม”

    “ ใครหรือ”

    ดอกเตอร์โควินพาเทียนมาที่โต๊ะคนเจ็บคนหนึ่งที่ร่างกายปกติทุกอย่าง แตถูกฉีดยาทำให้อยู่ในภาวะโคม่า

    “ นี่คือดอกเตอร์ฟอร์ด เขาเป็นคนขอเอาตัวเองทดลองเข้าไปอยู่ในโลกวิญญาณ มาบัดนี้ 6 เดือนแล้ว เขายังไม่สามารถกลับมาได้เลย”

    “ ได้ผมจะไปพาเขาออกมา”

    “ และเธอจะไปโลกของคนโคม่าได้อย่างไร ให้พวกเราฉีดยาทำให้เธออยู่ในอาการโคม่าไหม”  ดอกเตอร์โควินสงสัย

    “ ไม่ต้องหรอก ข้ามีวิธีทางไปได้เอง” เทียนเอ่ยจบ ร่างของเทียนก็หายวับไปในทันที

    สร้างความตกใจให้กับทุก ๆ คนยิ่งนัก  เทียนมาปรากฏตัวในแดนสนธยา เพื่อพบกับศิษย์พี่จงขุย แล้วเล่าเรื่องคนที่อยู่ในดินแดนวิญญาณ แต่ว่ายังไม่ตาย

    “ ที่แห่งนั้นเป็นโลกกึ่งวิญญาณ มันเป็นโลกที่สับสน คนที่อยู่ในที่แห่งนั้น ใครมีพลังจิตที่เข้มแข็ง ก็สามารถครองโลกแห่งนี้ได้ เพราะแค่มีความคิด

    หรือจินตนาการก็สามารถสร้างสิ่งที่คิดขึ้นมาได้เลย แต่พวกมันอยู่ได้แค่ปีเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ถูกดูดมาโลกวิญญาณ  ส่วนใหญ่วิญญาณก็จะสลายไป ” ศิษย์พี่จงขุยอธิบาย

    “ แล้วข้าจะไปที่แห่งนั้นได้อย่างไร”

    “ นี่คือเหรียญที่สามารถเข้าออกโลกวิญญาณ หรือ โลกกิ่งวิญญาณได้เพียงแค่เจ้าถือเหรียญอันนี้แล้วนึกถึงก็เข้าไปได้แล้ว”  จงขุยมองเหรียญสำหรับท่องโลกวิญญาณให้เทียน

    “ ขอบคุณศิษย์พี่”  เทียนรับเหรียญมาแล้วขอตัวเดินทางทันที

    เทียนหายตัววับเข้าไปในโลกโคม่าทันที   เทียนสัมผัสวิญญาณของ ดอกเตอร์ฟอร์ดกำลังอยู่ใน จินตนาการ อยู่ในสระน้ำมีสาว ๆ อยู่หลายสิบคนคอยบีบนวด

    “ ดอกเตอร์ฟอร์ด”  เทียนเอ่ยทักทาย ดอกเตอร์ฟอร์ดตกใจไม่คิดว่ามีใครจะรู้จักตน

    “ นี่เธอเป็นใคร รู้จักฉันได้อย่างไรกัน”

    “ ดอกเตอร์โควินส่งผม มารับตัวคุณกลับไป คุณอยู่โลกใบนี้นานเกินไปแล้ว”

    “ ฉันอยู่ที่นี่นานเท่าไรแล้ว ฉันไม่รู้วันเวลาเลย นาฬิกามันหยุดเดินมาฉันผ่านเข้ามา”

    “ หกเดือนแล้ว”

    “ ฮ้า ทำไมพวกเขาไม่ช่วยฉันออกไปล่ะ”

    “ พวกเขาทั้งกระตุ้นด้วยยา และกระแสไฟฟ้าช็อต คุณก็ยังไม่ไปฟื้น”

    “ เธอช่วยฉันออกไปได้จริง ๆ หรือ”

    “ ได้”  เทียนเอ่ยจบกำลังจะพาดอกเตอร์ฟอร์ดออกไป ก็พบว่ามี ยมทูตชุดคลุมสีดำ ถือเคียวลอยมาอยู่สาม ตน พุ่งเข้ามาใช้เคียวตัดลำตัวของเทียนอย่างรวดเร็ว

    เทียนปล่อยฝ่ามือยูไลกระแทกกลับไป ทั้งสามตนร่างแหลกสลายหายไปทันที

    “ นี่มันตัวอะไรนี่”

    “ มันเป็นภูติกลืนวิญญาณที่คิดจะหนี พวกเราไปกันเถอะ”

    เทียนจับวิญญาณของดอกเตอร์ฟอร์ด พร้อมกำเหรียญเข้าออกแดนวิญญาณ แล้วรีบหนีออกมาทันที เพราะมีฝูงภูตกลืนวิญญาณ โผล่ออกมานับร้อย พุ่งเข้ามาโจมตี แต่ไม่ทันแล้ว เทียนกับดอกเตอร์ฟอร์ด ออกมาโลกมนุษย์เรียบร้อยแล้ว

    พอดอกเตอร์ฟอร์ดลืมตาขึ้น ก็เอ่ยขอบใจเทียน  ทุกคนต่างยินดีกันมาก ที่ดอกเตอร์ฟอร์ด ได้กลับมาแล้ว  เทียนก็เอ่ยลา เพราะคิดจะไปเรียนภาคบ่ายต่อ

    แต่ในขณะนั้น รุ่นพี่ขจรมาปรากฏข้าง ๆ อีกแล้วรีบเอ่ยว่า

    “  คุณเป็นใครกันแน่ สามารถบุกแดนยมโลก ดึงวิญญาณคนกลับมาได้เช่นนี้” 

    เทียนไม่ตอบแต่เดินไปที่ห้องเรียนต่อทันที

    เทียนเรียนภาคบ่ายเสร็จก็รู้สึกจิตใจ ร้อนรุ่ม จึงรีบกลับบ้านไปตรวจดูดวงดาวพยากรณ์ ปรากฏว่ามีดาวประจำตัวของตัวเองมีดวงดาวดวงเล็กถือกำเนิดขึ้นมาอีกหนึ่งดวง เวลานี้เทียนสัมผัสได้ว่าเขาอยู่ในท้องทะเลแถบแอตแลนติส ดินแดนภูเขาโอลิมปัส เทียนรู้สึกหวั่นใจบางอย่าง 

    จึงนั่งสมาธิ ทิ้งร่างแปลงไว้ แล้วมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลแถบแอตแลนติส  เทียนมาถึงท้องทะเลกว้างใหญ่แต่เงียบสงบ กำลังจะส่งเสียงเรียกท่านเทพโพไซดอน แต่เห็นมีเด็กน้อยวัย 3 ขวบขี่ปลาโลมา ไล่ปลาฉลามฝูงใหญ่ ปลาฉลามตัวไหนว่ายน้ำช้ากว่า ปลาโลมา จะถูกเด็กน้อย ปล่อยตรีศูลอันเล็กช็อต ทำให้ปลาฉลามต้องวิ่งหนีสุดชีวิต  แต่เด็กน้อยพอเห็นเทียนยืนอยู่บนผิวน้ำทะเล ก็แปลกใจ เลยขี่ปลาโลมาเข้ามาใกล้ๆ

    เทียนเห็นหน้าเด็กคนนี้แล้วตกใจ ดูเด็กคนนี้ผมสีทอง หน้าตี๋ จมูกโด่ง ผิวขาว ด้วยวัย สามขวบ มีพลังราชันยุทธ์ ระดับ 70 แล้วหรือนี่ และยังมีพลังร่างกายแข็งแกร่งเหมือนพวกเทพผสมอยู่ในร่างกาย  เทียนใจเต้นโครมครามในใจ คิดในใจแต่คำว่า  ไม่นะ ไม่นะ

    “ พี่ชายท่านเป็นใคร ทำไม่ยืนบนน้ำได้ ท่านสอนข้าได้ไหม”

    “ ได้แต่ว่า เจ้าบอกข้าก่อนเจ้าชื่อะไร  พ่อแม่ เจ้าเป็นใคร และเจ้ามาอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างไร”

    “ ข้าชื่อไท่ซี พ่อข้าคือ เทพหลี่เทียน แม่ข้าคือเทพีอาธีน่า” เด็กน้อยถือตรีศูลพาดไหล่ เท้าเหยียบตัวโลมา ยืดอกแนะนำอย่างภูมิใจ  แต่เทียนใจแทบหยุดเต้น

    ‘ เป็นไปได้อย่างไร เวลานั้น ข้าเพิ่ง 9 ขวบเองไม่ใช่หรือ แล้วนี่ผ่านไปแล้ว 7 ปี

    แต่นี่เด็กคนนี้ดูแล้วเพิ่งจะสองขวบกว่าเองเท่านั้นนะ คงไม่ใช่ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่เลย’ 

    “ พี่ชาย ท่านบอกจะสอนข้ายืนบนน้ำ อย่าหลอกข้านะ” ไท่ซี เข้ามามองเทียนใกล้ๆ เทียนใช้ดวงตาสวรรค์ ยิ่งเห็นชัดยิ่งถอยหลังไปหลายก้าว นี่มันสายเลือดข้า ครึ่งหนึ่งจริงๆ ด้วย โอ้พระเจ้าช่วย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ  เทียนคิดในใจ

    จากนั้นก็ต่อยพลังไปที่แผ่นน้ำ เสียงดังไปทั่วผืนมหาสมุทธ  เด็กน้อยไท่ซี เห็นพลังของเทียนตกใจยิ่งนัก ร่างเกือบตกลงไปในน้ำ เทียนใช้มือสะบัดขึ้นมารับ ร่างไท่ซีลอยมากอดเอาไว้แนบอกเทียน  ผืนน้ำยังลอยขึ้นจากมหาสมุทธกลายเป็นดินแห้งไปทั่ว  จากนั้นก็มีเสียงคำรามดังมาทั่วแผ่นมหาสมุทธเช่นกัน

    “ ใครกล้าบังอาจมาใช้อำนาจ ในมหาสมุทธของข้าเช่นนี้”

    เทพโพไซดอน ยืนขึ้นจากท้องทะเลลึก ขยายตัวใหญ่เท่ากับแผ่นฟ้า เห็นเทียนอุ้มไท่ซีเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ถึงแม้ไท่ซีจะดิ้นร้นเท่าไรก็ไม่สามารถหนีออกไปได้

    “ ปล่อยนะ ท่านตาโพ ช่วยข้าด้วย ”  โพไซดอนไม่สนใจไท่ซีที่พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมอกของเทียน

    “ เจ้ากลับมาแล้ว ไท่ซี คนนี้แหละ คือพ่อของเจ้า” โพไซดอนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

    “ ท่านคือ ท่านพ่อหลี่เทียนของข้าจริงหรือ” ไท่ซีมองหน้าเทียนตาแป๋ว แล้วเอ่ยถามตรงๆ

    “ ข้านี่แหละ หลี่เทียน โอ้ ไท่ซีลูกพ่อ” เทียนกอดไท่ซี แน่น น้ำตาของความเป็นพ่อมันไหลออกมา เทียนเข้าใจความรู้สึกตอนนั้นของซุนหงอคงทันทีที่ได้เห็นเสี่ยวหลง

    “ นี่มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกันนี่”

    “ หลังจากที่เจ้าจากไปวันนั้น เทพีอาธีน่า ก็ได้ตั้งครรภ์ขึ้น นางมาหาข้าเพื่อตามหาเจ้า ให้เจ้ามารับไทซีไปเลี้ยง เพราะว่าถ้าหากนางคลอดออกมา นางจะถูกคำสาปที่นางสาบานเอาไว้กับแม่น้ำสติกซ์ ว่าจะเป็นสาวบริสุทธิ์ตลอดชีวิต หากผิดคำพูด ร่างกายของนางจะกลายเป็นหินสิงสถิตอยู่แต่ในวิหารอาธีน่าตลอดไป

    สุดท้ายนางเก็บความลับไว้ได้ 5 ปี สุดท้ายนางต้องปล่อยให้ไท่ซีถือกำเนิดแล้วนำมาฝากข้าไว้ สุดท้ายนางก็กลายเป็นหินสิงสถิตอยู่แต่ในวิหารอาธีน่าตลอดกาล”  โพไซดอนเอ่ยด้วยความเศร้าใจ ไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงแบบนี้

    ทั้งสองถอนหายใจ แล้วมองดู ไท่ซี กำลังสนุกกับรองเท้าที่วิ่งบนน้ำที่เทียนสร้างให้อย่างสนุกสนานกับโลมาน้อย

    “ ไม่มีวิธีแก้คำสาปเลยหรือ”

    “ ไม่เคยมีใคร ผิดคำสาบานแบบนี้มาก่อน เลยไม่มีใครรู้ว่าแก้คำสาปได้หรือไม่ได้”

    “ ข้าอยากพบนางได้ไหม”

    “ อย่าดีกว่า มหาเทพซุสส่งคนตามหาเจ้า บอกว่าหากเจอเจ้าจะสาปให้เจ้าเป็นก้อนหินคอยเช็ดเท้าให้เหล่าเทพก่อนเข้าเข้ามาในวิหารเทพเจ้าโอลิมปัส”

    “ ข้าไม่กลัวหรอก”

    “ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่กลัว แต่ว่าไท่ซีล่ะ หากเจ้าเป็นอะไรไป เขาจะอยู่กับใคร” ไทซีโบกมือมาให้ทั้งสองด้วยความไร้เดียงสา แถมยังวิ่งบนน้ำอย่างสนุกไม่มีเบื่อ

    “ ข้าจะพาเขาไปหาแม่เขา ท่านอย่าห้ามเลย ไว้หากข้าหากวิธีถอนคำสาปได้ข้าจะกลับมาใหม่อีกครั้ง   ขอบคุณที่ช่วยดูแลไท่ซีให้ข้า”

    “ เรื่องนี้เจ้าก็ระวังตัวไว้ด้วย หากมีปัญหาแก้ไม่ตก ก็เรียกชื่อข้าเท่านั้น ข้าจะมาช่วยเจ้าเอง ไท่ซีเลิกเล่นได้แล้วมานี่”

    “ ท่านตาโพ ข้ายังไม่หายสนุกเลย”

    “ ต่อไปนี้ ไปอยู่กับพ่อของเจ้า  มีเวลาก็มาหาตาบ้างนะ”  โพไซดอนกอดไทซีแน่น

    “ ไม่ต้องร้องไห้ โอ๋ โอ๋ ข้าไปแล้วข้าจะกลับมาหาท่านตาโพ ไม่ต้องห่วง”  ไท่ซีเช็ดน้ำตาให้กับโพไซดอน  เทียนเข้ามาอุ้มไท่ซีแล้วหายไปในทันที มาปรกฏร่างต่อหน้ารูปปั้นของเทพีอาธีน่า ที่แต่งชุดนางฟ้าสีขาว ช่างขัดกับชุดนักรบขาสั้นที่นางเคยใส่ต่อหน้าเทียนยิ่งนัก เทียนมองหน้าของนางอยู่นาน ก็รู้ว่าจิตวิญญาณของนางก็ยังคงอยู่ในรูปปั้นแห่งนี้

    “ ไท่ซี บอกลาท่านแม่ของเจ้า แล้วพวกเราค่อยไปกัน”

    ไท่ซีเข้าไปกอดขารูปปั้นเทพีอาธีน่า แล้วบอกว่า

    “ ท่านแม่ ข้าไปอยู่กันท่านพ่อนะ แล้วข้าจะพาท่านพ่อมาเยี่ยมท่านอีกนะ” ไท่ซีกอดขาเทพีอาธีน่าแน่น มีหยดน้ำตาไหลออกมาจากรูปปั้นเทพีอาธีน่า

    “ ท่านไม่ต้องห่วงไท่ซี ข้าเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องของเจ้า ข้าจะหาวิธีถอนคำสาปแม่น้ำสติกซ์นี้ให้ได้ ข้าให้สัญญา” เทียนให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือเทพีอาธีน่าให้ได้

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ามนุษย์ เจ้านะหรือ จะเป็นผู้ถอนคำสาปให้เทพีอาธีน่าของข้า”

    เสียงชายผู้หนึ่งลอยมาแต่ไกล

    “ เจ้าเป็นใคร”

    “ ข้าคือเทพเนเมซิส บุตรแห่งซุส พี่ชายเอธีน่า เจ้าอยู่พร้อมกันเลยสองคนพ่อแม่ลูก วันนี้ ข้าจะจับพวกเจ้าสองคน ไปให้ท่านพ่อสาปพวกเจ้าให้กลายเป็นหินเช็ดเท้า  จับมัน” เทียนดึงร่าง ของไท่ซีออกมาจากขาของอาธีน่า แล้วพาไปไว้ในเจดีย์ ให้ปู่หลี่ดูแลก่อน  ทหารเทพถือทวนหอก พร้อมกับโล่ห์ ครบมือทุกคน

    “ วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ค่อยดี ได้พวกเจ้ามาปลดปล่อยอารมณ์บ้างก็ดี”  เทียนเอ่ยจบก็หายวับไปต่อยเหล่าเทพที่เข้ามานับร้อย กระเด็นไปกลิ้งไป กลิ้งมา แล้วนอนหมดสภาพ เหลือ เนเมซิสยืนถือดาบมองมาด้วยความตกใจ เปรี้ยง ! 

    โดนหมัดเสยของเทียนเข้าไปตัวลอยหลับกลางอากาศ  พอตกลงมาเทียนเตะอัดไปอีกที เปรี้ยง ! 

    “ เจ้าเทพเด็กน้อย เจ้ากับข้ามันคนละรุ่นกัน ทีหลังอย่ามาเสนอหน้าอีก”

    เทียนกลับออกมาจากวิหารของเทพีอาธีน่าแล้วคิดว่าจะพา ไท่ซี ไปอยู่ที่ไหนถึงจะเหมาะสมกับเขาดี...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน