มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 37 ฉันมีแผนแล้ว (1)

    ใครจะไปคาดคิดว่าสุดท้ายจะมาลงเอยแบบนี้...



    อานนท์ดูลังเลเสียยิ่งกว่าปลายฝนเสียอีก เขาแค่ต้องการพยายามหาข้ออ้างให้อีกฝ่ายเห็นใจจนยอมปล่อยพวกเขาไป หรืออย่างน้อย ๆ หากพวกเขาต้องโทษจับกุมจริง ๆ ก็ขอให้ลดทอนโทษเหลือเพียงแค่จับกุมตัวในฐานะผู้ต้องหาที่ไม่ถึงกับต้องโทษประหารหรือถูกส่งตัวให้กับศูนย์บัญชาการใหญ่ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะมาลงเอยต้องมาพิสูจน์สิ่งที่เขากล่าวอ้างด้วยการจูบปลายฝนแบบนี้



    “มันน่าอายเกินไปนะท่าน มีคนตั้งเยอะแยะแบบนี้” อานนท์ยังพยายามดิ้นรนเพิ่มเติม แต่จ่าทหารศิขาไม่สนใจ เขากระชับดาบเพื่อบอกว่าเป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายแล้ว



    เมื่อไม่มีทางเลือก เขาก็ต้องยอมทำตามดีกว่าเผยพลังแล้วมีอสูรจักรราศีตามมาราวีอีก แล้วเขาก็หันไปมองหน้าปลายฝนที่กำลังมองหน้าเขาเช่นกัน เขาคิดว่าจะมีปฏิกิริยาต่อต้านแสดงออกมาจากเธอไม่มากก็น้อย แต่เธอกลับยืนนิ่งไม่หือไม่อืออะไรทั้งนั้น เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงยอมยืนนิ่งไปเสียเฉย ๆ แบบนี้ หรือเธอจะรู้ว่าสถานการณ์มันหน้าสิ่วหน้าขวานจริง ๆ จึงยอมเลยตามเลย



    ถึงกระนั้นเมื่อเขาขยับใบหน้าของเขาใกล้กว่าเดิม มันใกล้จนริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากของเธอไม่ถึงครึ่งนิ้วจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเธอที่แผ่วเบา นอกจากเธอจะไม่ไหวติงหรือมีปฏิกิริยาต่อต้านใด ๆ แล้ว ตาของเธอกลับปิดลงแล้วด้วย เธอดูราวกับคนที่เตรียมพร้อมรับการสัมผัสที่ริมฝีปากของเธอแล้ว



    ในขณะเดียวกัน เมื่อปลายฝนรู้ตัวว่าตัวเองกำลังโดนบังคับให้จูบกับชายหนุ่มที่ชอบชวนเธอทะเลาะ ในตอนแรกเธอคิดว่าเธอต้องทำไม่ได้แน่นอนแม้จะรู้ว่าสถานการณ์มันบีบบังคับ เธอคิดว่าตัวเธอต้องเกร็งจนผิดสังเกต สั่นจนรู้ว่าเธอไม่ยินยอม จนสุดท้ายเธอจะเบือนหน้าหลบและถูกจับได้ว่าพวกเธอไม่ใช่คู่รักที่แท้จริง



    แต่เอาเข้าจริง ภาพความทรงจำหรืออาจจะเป็นความฝันที่เธอก็ยังไม่ชัดเจนนัก ภาพชายหนุ่มผมสีเงินมาทับซ้อนกับชายหนุ่มตรงหน้าจนเธอลืมตัวเผลอคิดไปว่าเป็นคนคนเดียวกันที่มาพร้อมกับฉากที่เธอกับเขากำลังจะได้จูบกัน แต่ทุกครั้งมักถูกขัดจังหวะด้วยบางสิ่งอยู่เสมอ แต่คราวนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นจริง ม่านตาของเธอจึงปิดไปโดยอัตโนมัติเหมือนกับตอนที่เธอหลับฝันคิดถึงมัน



    *ฮึก*ฮึก*...ฮือ...!



    ทันใดนั้นจากเสียงสะอึกสะอื้นกลายเป็นเสียงร้องไห้ ในวินาทีที่ริมฝีปากของอานนท์กำลังจะสัมผัสเข้ากับปากของปลายฝน เกิดเสียงร้องไห้จากทหารสาวที่กำลังเฝ้ามองดูอยู่



    “เป็นบ้าอะไรเธอ! จะร้องไห้ขึ้นมาทำไม?” จ่าทหารตวาดใส่ลูกน้องของเขาในโทษฐานที่ขัดจังหวะ



    “ขอโทษค่ะ *ฮึก* แต่ฉันรู้สึก *ฮึก* ประทับใจและเศร้า *ฮึก* ไปกับความรักของทั้งคู่” ทหารหญิงพูดไปร้องไห้ไป



    “ฮือ...จริงครับจ่า พวกเขาทั้งสองช่างน่าสงสาร *ฮึก* แค่เขาเป็นพวกเลือดสีจางก็ชีวิตแย่พออยู่แล้ว *ฮึก* ยังมาถูกกีดกันความรักอีก ฮือ...” ทันใดนั้นทหารชายยศสิบตรีอีกคนก็ร้องไห้ผสมโรงหนักเข้าไปอีก



    จ่าทหารรู้สึกแย่ระคนสมเพชลูกน้องของเขาจนถึงกับต้องส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจออกมา เขาพูดว่า “เออ ๆ ๆ ๆ หยุดได้แล้ว ฉันเข้าใจแล้ว”



    ในขณะเดียวกัน อานนท์และปลายฝนก็รีบผละออกจากกันแล้วยืนทำตัวปกติ โดยไม่มีใครทันสังเกตท่าทีของชายหญิงที่เร่งรีบผละออกจากกัน จ่าทหารหันมาพูดโดยไม่ได้คิดอะไรว่า “เอาเป็นว่าฉันเชื่อพวกแกแล้วก็แล้วกัน”



    “ขอบคุณจ่ามากครับ ที่เข้าใจและเห็นใจพวกเรา” อานนท์เล่นใหญ่อีกครั้ง เขาพูดพร้อมกับดึงปลายฝนมากอดแล้วรีบปล่อยทันที



    “แล้วพวกแกจะหนีไปอยู่กันที่ไหน?” จ่าทหารถามอานนท์



    “ไปเมืองอนิลบุรีครับจ่า” อานนท์ตอบอย่างไม่ต้องคิด

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน