พายุสวาท คฤหาสน์ราคะ

    ตอนที่ 140 ลุงชาติ

            ตอนที่ 140 ลุงชาติ

             

            หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ที่คฤหาสน์โชติจิระนันท์

             

            พีระพลยืนมองสวนของบ้านตัวเองที่เริ่มรกเละเทะเนื่องด้วยว่าในสามปีหลังมานี้เค้านั้นไม่ได้ดูแลมันเลยซัดนิดนอกจากปล่อยให้พวกมันรับน้ำที่รดออกมาจากที่รดน้ำอัตโนมัติที่พวกลุงฉิมทำทิ้งกันไว้เพียงเท่านั้น

             

            “มองสวนอยู่หรอคะ ที่รัก” ถิงถิงเดินเข้ามาหาพร้อมกับถามขึ้นเมื่อเห็นพีระพลจับจ้องมองสวนของบ้านตัวเองจากในห้องนั่งเล่น

             

            “ใช่ผมว่ามันเริ่มจะรกเกินไปแล้วน่ะ” พีระพลมองอย่างเคร่งขรึม

             

            ถิงถิงนิ่งคิดอยู่นานไม่กล้าพูดเย้าสามีเพราะเธอรู้ว่าเค้ากำลังเคร่งเครียด แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดตอบอะไรไปเค้าก็พูดขึ้นมา

             

            “เอ้า.....แค่จัดสวนผมทำเองก็ได้มั้ง ไม่น่าจะใช่เรื่องยากหรอกมั้ง” พูดจบพีระพลก็เดินออกไปจากห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว

             

            “ดะ....เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว ที่รัก จะทำอะไรน่ะ”ถิงถิงวิ่งตามออกมาพร้อมกับถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพราะสามีหนุ่มนักเรียนนอกของเธอนั้นตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยจะจับเครื่องมือทำสวนเลยแม้ซักครั้ง

             

            “ก็จะจัดสวนเองน่ะซิครับ” พีระพลหันมาพูดบอกกับเมียสาว

             

            ถิงถิงที่รู้ได้โดยไม่ต้องเห็นผลว่าพีระพลคงจะจัดสวนด้วยตัวคนเดียวอย่างที่เค้าบอกไม่ไหวแน่นอนแล้วในขณะนั้นเองเธอก็คิดถึงคนๆนึงขึ้นมาได้จึงพูดขึ้น “พลคะ งั้นถิงถิงโทรตามลุงชาติมาทำให้เราดีกว่าไหมคะ”

             

            ลุงชาติที่ถิงถิงพูดถึงก็คือชายแก่อายุ 62 ที่เป็นคนสวนที่ทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของพ่อเธอมาตั้งแต่ที่เธอยังเล็กๆ ซึ่งพีระพลก็รู้จักดี

             

            พีระพลนิ่งคิดไปแป๊บนึงก่อนถาม “แล้วลุงชาติจะมาทำให้ได้หรอ”

             

            “เดี๋ยวจะลองโทรไปถามดูค่ะ....แต่ว่าก่อนอื่นเลยพลกลับเข้ามาที่บ้านก่อนเลยค่ะ” พอเมียสาวพูดสั่งพีระพลก็เดินกลับเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว

             

            และหลังจากที่ถิงถิงโทรไปถามพ่อของตัวเองตามด้วยสอบถามลุงชาติจนเข้าใจกันดีแล้วลุงชาติจึงรับปากว่าจะมาทำสวนให้กับคฤหาสน์โชติจิระนันท์เป็นเวลาสามสี่วันเพราะว่าไม่อยากจะทิ้งงานที่คฤหาสน์ของพ่อถิงถิงนานไปกว่านั้น.......

             

            สองชั่วโมงต่อมา

             

            “ลุงชาติสวัสดีค่ะ” ถิงถิงกล่าวทักทายคนสวนของบ้านพ่อตัวเองอย่างเป็นกันเองในขณะที่เค้าก้าวเดินลงมาจากรถของตัวเอง

             

            “อ๊ะ! สวัสดีครับ คุณหนู คุณพล” ลุงชาติยกมือไหว้พร้อมกล่าวทักทายสาวหมวยก่อนหันไปทักทายสามีของเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน

             

            “สวัสดีครับลุงชาติ” พีระพลรับไหว้พร้อมกล่าวทักทายตอบ

             

            พอทักทายเจ้าบ้านเรียบร้อยลุงชาติก็หันมองไปที่สวนของคฤหาสน์หลังนี้ก่อนจะพูดขึ้น“งั้นผมเริ่มทำเลยนะครับ”

             

            “เดี๋ยวครับเดี๋ยว พักก่อนก็ได้ครับ เข้ามาในบ้านก่อนเถอะครับ” พีระพลรีบพูดขึ้นในทันที

             

            จากนั้นไม่นานทั้งสามคนก็เข้ามานั่งอยู่ในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่โดยที่สองสามีภรรยานั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวส่วนลุงชาตินั้นนั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย

             

            “แล้วช่วงนี้คุณพ่อยังพาสาวๆเข้าบ้านอยู่ไหมคะ ลุงชาติ” ถิงถิงถามพร้อมจ้องมองหน้าของชายแก่เขม็ง

             

            ลุงชาติอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยก่อนตอบออกมา “ไม่....ไม่มีครับ คุณหนู ไม่มีนะครับผมไม่เห็นคุณท่านพาใครเข้ามาเลยครับ”

             

            ถิงถิงรู้ดีว่าลุงชาติที่เป็นดั่งคนสนิทของพ่อเธอย่อมโกหกเพื่อปกป้องผู้เป็นนายอย่างสุดชีวิตและถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าพ่อของเธอในปัจจุบันก็คงจะพาหญิงสาวเอ๊ะๆเข้าไปในบ้านไม่ซ้ำหน้าตามประสาเพลย์บอยตัวกลั่นก็ตามแต่เธอก็ไม่ซักไซ้ถามอะไรต่อนอกจากยิ้มมุมปากเพียงเท่านั้น

             

            ลุงชาติรู้ดีว่าโดนคุณหนูของตัวเองจับได้แล้วจึงรีบพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมา“งั้นผมเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องพักคนงานก่อนนะครับ”

             

            “หือ! ห้องพักคนงานหรอครับ” พีระพลรีบพูดขึ้น

             

            “เอ๊ะ! ทำไมครับ ห้องพักคนงานยังมีคนอยู่หรอครับ” ลุงชาติถามขึ้น

             

            “อ๋อไม่ใช่ครับ ที่นั่นไม่มีคนอยู่ครับแต่ที่ผมจะบอกก็คือลุงชาติไม่ต้องไปนอนที่ห้องพักคนงานหรอกครับนอนที่บ้านใหญ่นี่แหล่ะครับ ห้องนอนเหลือเยอะแยะ” พีระพลอธิบายให้ลุงชาติฟังยาวเหยียด

             

            “อืม....คุณพลขอบคุณนะครับ แต่ว่าผมไม่เอาหรอกครับ ผมขอไปนอนที่ห้องพักคนงานนั่นดีกว่า” ลุงชาติกล่าวขอบคุณก่อนจะพูดยืนยันหนักแน่น

             

            “เออ...แต่ว่าลุงชาติไม่ใช่คนงานของที่นี่นะคะลุงชาติเป็นแขกของถิงถิง”สาวหมวยพูดขึ้นมาบ้าง

             

            “เอ่อ....แต่ไม่ว่าจะยังไงผมก็ขอไปนอนที่ห้องพักนั่นดีกว่าครับผมไม่เหมาะจะนอนในบ้านหลังใหญ่ๆแบบนี้หรอกครับ....คุณหนู” ลุงชาติยังคงยืนกราน

             

            จากนั้นถิงถิงที่ไม่รู้ว่าจะพูดโน้มน้าวคนแก่หัวดื้ออย่างลุงชาติยังไงต่อจึงเลิกที่จะพูดแล้วปล่อยให้เค้าไปนอนในห้องพักคนงานที่แทบจะไม่ได้เปิดใช้เลยหลังจากการจากไปของพวกลุงอ่ำ

             

            และในขณะที่สองสามีภรรยากำลังจะเดินออกจากบ้านใหญ่เพื่อนำกุญแจไปเปิดห้องพักคนงานให้ลุงชาติเข้าใช้

             

            Rrrrrrrr

             

            “เอ๊ะ! เรื่องงานน่ะ ที่รัก” พีระพลพูดกับเมียสาวเมื่อมือถือของตัวเองดังขึ้น

             

            “ถิงถิงพาไปคนเดียวก็ได้ค่ะพลอยู่คุยโทรศัพท์ที่นี่ไปนั่นแหล่ะ” ถิงถิงยิ้มตอบสามีสุดหล่อก่อนจะหันมาพูดกับลุงชาติ“ไปกันค่ะ ลุงชาติ”

             

            จากนั้นถิงถิงก็ออกเดินนำลุงชาติที่หิ้วกระเป๋าตามไปยังห้องพักของคนงานที่ตั้งอยู่ทางซ้ายของตัวบ้านหลังใหญ่ในขณะที่พีระพลก็รับสายโทรศัพท์พร้อมกับคุยธุระอยู่ในห้องนั่งเล่น

             

            “ว่ายังไงน้องอิ๋ง เรื่องที่นิวซีแลนด์เรียบร้อยไหมครับ” พีระพลพูดกับเลขาสาวทางโทรศัพท์พร้อมกับก้าวเดินไปที่หน้าต่างบานนึงของห้องนั่งเล่นเพื่อสอดส่องเมียสาว

             

            “เรียบร้อยค่ะอิ๋งจัดการครบแล้วค่ะ” เลขาสาวของเค้าตอบกลับมา

             

            “ขอบคุณครับแต่ว่าอย่าเพิ่งบอกถิงถิงเค้านะครับ” พีระพลพูดกระซิบอย่างไม่รู้ตัวด้วยกลัวว่าเมียสาวจะได้ยินทั้งๆที่ตอนนี้ตัวเธอนั้นอยู่ห่างจากเค้าประมาณสามสิบเมตรเห็นจะได้

             

            “เข้าใจแล้วค่ะอิ๋งจะเก็บเป็นความลับอย่างดีเลย” อิ๋งรับปากก่อนจะกล่าวต่อ“งั้นแค่นี้นะคะ คุณพล สวัสดีค่ะ”

             

            จากนั้นพีระพลก็ตอบรับเลขาสาวก่อนกดวางสายไปพร้อมกับจ้องมองเมียสาวคนสวยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเค้านั้นกำลังจะเซอร์ไพรส์เธอด้วยการพาไปฮันนีมูนที่นิวซีแลนด์กันสองต่อสองในเดือนหน้าเพราะหลังจากที่แต่งงานกันพวกเค้าก็ยังไม่ได้ไปฮันนีมูนกันเลยเนื่องด้วยอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้น

             

            พีระพลเฝ้ามองเมียสาวที่ตอนนี้หยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องพักเก่าของลุงฉิมและในขณะที่สาวสวยกำลังล้วงมือเข้าไปหยิบพวงกุญแจของห้องนั้นจากในกระเป๋าของกระโปรงพรีทสุดสั้นของตัวเองมาเพื่อไขเปิดมันเธอก็เผลอทำกุญแจพวงนั้นร่วงหล่นไปที่พุ่มไม้ที่อยู่ด้านข้างของห้องเข้าจนได้

             

            พีระพลไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรเพราะจากตรงนี้นั้นเค้าไม่สามารถจะได้ยินอะไรได้เลยแต่เมียสาวของเค้าที่ทำท่าตกใจสุดขีดก่อนหน้าก็รีบก้มลงไปคุกเข่ากับพื้นก่อนพยายามควานหากุญแจพวงนั้นอย่างสุดความสามารถ โดยที่มีลุงชาติเดินตามมาดูอยู่ทางด้านหลัง

             

            แต่แล้วก็เกิดสิ่งที่ทำให้เค้าต้องตกใจเข้าจนได้เมื่อเค้าจับสายตาของลุงชาติได้ว่าชายแก่คนนั้นจ้องจดบั้นท้ายของถิงถิงด้วยสายตาหื่นกามแถมยังเอามือบีบขยำเป้ากางเกงของตัวเองพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างน่าขยะแขยง

             

            แต่ลุงชาติก็ใช้สายตาแทะโลมบั้นท้ายของเมียเค้าได้ไม่นานเมื่ออยู่ดีๆถิงถิงก็ดีดตัวกลับขึ้นมาพร้อมกับทำท่าดีใจลุงชาติจึงรีบดึงมือออกจากเป้าเก็บลิ้นเข้าไปในปากก่อนกลับมาทำหน้าตาสุภาพน่านับถือจากนั้นพีระพลก็เห็นเมียเค้าหันไปพูดคุยกับลุงชาติก่อนที่เค้าจะยื่นมือที่เพิ่งจะใช้บีบเป้ากางเกงของตัวเองไปช่วยพยุงถิงถิงให้ลุกขึ้นมาจากพื้น

             

            ทั้งสองพูดคุยกันไปได้ไม่นานถิงถิงก็เดินกลับมาที่หน้าห้องเก่าของลุงฉิมแล้วใช้กุญแจที่เพิ่งจะหยิบขึ้นมาจากพุ่มไม้ไขเปิดห้องให้ลุงชาติและหลังจากที่ลุงชาติหิ้วกระเป๋าเข้าไปในห้องนั้นเรียบร้อยแล้วถิงถิงก็เดินกลับมาที่ตัวบ้าน

             

            พีระพลที่แก่นกายแข็งโด่ตั้งแต่แรกเห็นลุงชาติมองจ้องบั้นท้ายเมียสาวของเค้าและพอถิงถิงเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นเค้าก็โผเข้าไปกอดรัดร่างเธอในทันที

             

            “ดะ...เดี๋ยวที่รัก จะทำอะไรน่ะ นี่มันกลางวันแสกๆนะคะ” ถิงถิงพูดบอกเมื่อโดนสามีหนุ่มกอดรัดลูบไล้ไปมาตามเรือนกายของเธอ

             

            “จุ๊บบกลับขึ้นไปที่ห้องกันเถอะนะจ๊ะ เมียจ๋า” พีระพลพูดอ้อนวอนในขณะที่ฝังจูบลงบนซอกคอขาวของเธอพร้อมกับสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงพลีตสั้นแล้วบีบคลึงแก้มก้นของเธอ

             

            ถิงถิงรู้ได้จากสรรพนามที่เปลี่ยนไปว่าตอนนี้พีระพลคงจะกำลังหื่นเข้าเต็มที่จึงใช้ท่อนแขนดันตัวของเค้าออกห่างก่อนเอ่ยถาม “ไปหื่นมาจากไหนคะเนี่ย”

             

            พีระพลที่ไม่คิดจะโกหกหรือปกปิดอะไรจากเมียสาวอีกต่อไปจึงบอกเล่าเรื่องที่เค้าเพิ่งจะเห็นให้แก่ถิงถิงฟังจนหมดสิ้น

             

            “หา! ลุงชาตินี่นะ...จริงหรอคะ แต่ปีนี้แกอายุ 62แล้วนะ แกยังจะหื่นกามอีกหรอ” ถิงถิงพูดขึ้นด้วยความตกใจเพราะอย่างแรกเลยก็คือเธอเชื่อว่าลุงชาติที่แก่จนหัวหงอกแล้วนั้นคงจะหมดกามารมณ์ไปแล้วและอย่างที่สองก็คือเธอเชื่อว่าลุงชาติที่เห็นเธอมาตั้งแต่ยังเด็กคงจะไม่มีทางคิดอะไรพรรค์นั้นกับเธออย่างแน่นอน

             

            แต่แล้วภาพของแพรวาที่เสพสมกับลุงฉิมที่ก็เห็นแพรวามาตั้งแต่ยังเล็กอย่างสุดเหวี่ยงก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

             

            พีระพลที่หื่นกระสันในตอนแรกพอเห็นเมียสาวเงียบงันพร้อมกับทำหน้านิ่งครุ่นคิดจึงเข้าใจไปว่าเธอคงจะไม่สบายใจจึงพูดขึ้น“งั้นเราบอกให้ลุงชาติกลับบ้านคุณพ่อคุณเลยไหมหล่ะ”

             

            ถิงถิงเงยหน้ามองสามีหนุ่มก่อนตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ ลุงชาติเป็นคนของคุณพ่อ แล้วถิงถิงก็รู้จักแกดี...ถิงถิงคิดว่าเอาอยู่ค่ะ”

             

            ถึงปากจะบอกว่ารู้จักลุงชาติดีแต่ถิงถิงก็ตกใจตอนที่ได้รู้เรื่องที่เค้าทำพฤติกรรมหยาบช้าลับหลังเธออยู่ไม่น้อย…….

             

            คืนนั้น ที่ห้องนอนใหญ่

             

            “อูยยยเมียจ๋า อ้าสส ขย่มแรงจัง อ้าสสสส” พีระพลร้องครางเมื่อถิงถิงที่ตอนนี้อยู่ในท่านารีขี่ควบกำลังบดคลึงสะโพกเข้าใส่อย่างเมามัน

             

            “ซี้ดดดแล้วไม่ชอบหรอคะ อ้าสสส ผัวขา ซี้ดดดด” ถิงถิงเอ่ยถามพร้อมร้องครางไม่ขาดปาก

             

            ถิงถิงที่รู้ว่าโดนลุงชาติลอบมองก็เสียวซ่านไม่ต่างไปจากพีระพลที่ก็มีอารมณ์เวลาที่รู้ว่ามีคนแอบมองเมียสาวมากนักทั้งคู่ถาโถมอารมณ์ใคร่เข้าใส่กันจนในคืนนั้นพวกเค้าต่างเสร็จสมกันไปนับน้ำแทบไม่ได้……..

             

            วันรุ่งขึ้น

             

            หลังจากที่พีระพลออกไปทำงานถิงถิงที่อยากจะทดสอบลุงชาติก็เริ่มเดินตามแผนที่วางไว้ในทันที

             

            “ลุงชาติคะพักกินน้ำหน่อยนะคะ” ถิงถิงตะโกนเรียกลุงชาติที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในสวนพร้อมกับถือถาดที่มีแก้วน้ำกับเหยือกน้ำมาให้กับเค้า

             

            “โอยยไม่ต้องลำบากหรอกครับ เดี๋ยวผมหิวผมเข้าไปกินเองก็ได้ครับ คุณหนู” ลุงชาติตอบรับก่อนพูดบอกถิงถิงด้วยความเกรงใจ

             

            “ไม่เป็นไรค่ะอ่ะ....ถิงถิงวางไว้บนม้านั่งตัวนี้ก็แล้วกันนะคะ” ถิงถิงวางถาดที่ถือมาไว้บนม้านั่งในสวนพร้อมพูดบอกกับลุงชาติ

             

            “ขอบคุณครับคุณหนู” ลุงชาติขานรับก่อนหันกลับมาทำงานที่ทำค้างอยู่ไว้ต่อ

             

            “แล้วงานไปถึงไหนแล้วคะลุงชาติ” เสียงของถิงถิงทำเอาชายแก่ตกใจเล็กน้อย ด้วยคิดว่าพอเธอวางถาดนั้นเสร็จแล้วก็คงจะกลับเข้าบ้านใหญ่ไป

             

            “อ้าว….ผมก็นึกว่าคุณหนูขึ้นบ้านไปแล้วซะอีก” ลุงชาติพูดออกไปพร้อมกับเงยหน้ามองคุณหนูถิงถิงของเค้าที่นั่งอยู่บนม้านั่ง และด้วยมุมมองของเค้าที่นั่งคุกเข่าอยู่ในสวนนั้นมันช่างตรงเข้ากับขาอ่อนที่โผล่พ้นมาจากกระโปรงพลีตแสนสั้นของเธอพอดิบพอดี

             

            “เดี๋ยวค่อยขึ้นก็ได้ค่ะอยู่คุยเป็นเพื่อนลุงชาติก่อนดีกว่า….นั่งทำงานคนเดียวถิงถิงกลัวลุงชาติจะเหงาน่ะค่ะ.....แถมช่วงหลังๆเราก็ไม่ค่อยได้คุยกันด้วย” ถิงถิงร่ายเหตุผลยาวเหยียด

             

            “อืม...ก็จริงนะครับเราไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่คุณหนูแต่งงาน เอ๊ะ! ไม่ใช่ซิน่าจะก่อนหน้านั้นอีก อืม....น่าจะหลังจากที่คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะหย่ากันหล่ะมั้งครับ” ลุงชาติพูดพร้อมกับนึกทวนความทรงจำ

             

            “อืม...ก็น่าจะประมาณนั้นหล่ะมั้งคะ” ถิงถิงตอบพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย

             

            “เอ่อ...เห็นคุณหนูพูดเรื่องอยู่คนเดียวแล้วคุณหนูหล่ะครับ อยู่คฤหาสน์นี้คนเดียวไม่เหงาหรอครับ” ลุงชาติถามขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินตรงมายังม้านั่งที่ถิงถิงนั่งอยู่ก่อนจะพูด“ผมขอนั่งด้วยนะครับ”

             

            ถิงถิงพยักหน้ารับพร้อมยิ้มกว้างก่อนจะตอบคำถามที่ถูกถามก่อนหน้า “อืม จะว่าเหงาก็เหงามั้งคะแต่ว่าถิงถิงก็อยู่ได้นะคะ....ว่าแต่ ลุงชาติถามทำไมหรอคะ”

             

            ลุงชาติยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดก่อนตอบ “ผมก็แค่เป็นห่วงคุณหนูน่ะครับ”

             

            “ถ้าเป็นห่วงมากขนาดนั้นจะมาทำงานอยู่ที่นี่ไหมหล่ะคะ” ถิงถิงถามพร้อมจ้องมองหน้าของชายแก่

             

            “อืม....คงจะไม่ได้ครับไอ้ผมก็เป็นห่วงคุณท่านซะด้วยน่ะซิครับ” ลุงชาติตอบ

             

            พอได้คำตอบแล้วสาวสวยก็หันหน้ามองไปทางสวนก่อนพูดตอบ “งั้นหรอคะ”

             

            ถิงถิงปล่อยให้เวลาผ่านไปประมาณสองนาทีก่อนที่จะค่อยๆหันคอเอียงมามองทางลุงชาติอย่างช้าๆและที่หางตาที่เหลือบมองนั่นเอง สาวหมวยก็ได้เห็นเข้ากับสายตาของลุงชาติที่จับจ้องมองมาที่ขาอ่อนของเธอไม่วางตาเธอจึงหันกลับไปมองทางสวนก่อนพูดขึ้น “เฮ้อวันนี้ร้อนจังเลยนะคะ ลุงชาติ”

             

            “อ๊ะอ๋อ ครับ ร้อนครับ ร้อน” ลุงชาติตะกุกตะกักตอบกลับมา

             

    ถิงถิงหันหน้ากลับมามองลุงชาติอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ“งั้นลุงชาติ ถิงถิงขอตัวไปว่ายน้ำหน่อยนะคะ….ไปหล่ะ”.........