เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 146 ระเบิดเพลิงสุริยัน


    “ผู้ประสบภัยแห่งกลอเซนว่ะ ฮ่าๆๆ”“สภาพน่าสมเพชสิ้นดี”“กล้าลงสนามได้ไงวะ? เป็นข้าคงผูกคอตายไปนานแล้ว”“ถุ้ย! นี่เหรอผู้ผ่านเข้ารอบสองมา? กลอเซนหาคนเก่งกว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง? รึพวกนี้คือที่สุดแล้ว?”“ถ้าจะมาให้คนหัวเราะสู้สละสิทธิ์ไปไม่ดีกว่าเหรอ? พวกไร้น้ำยา!”สารพัดคำดูแคลนจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ บีบคั้นผู้เข้าแข่งขันเขตกลอเซนให้รู้สึกว่าตนต่ำต้อยด้อยค่าลง คนเหล่านี้เกลียดชังพวกชนะบายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าจึงไม่พลาดโอกาสที่จะร่วมวงเย้ยหยันกันอย่างเต็มที่“เสียเวลาจริงๆ จมเรือแล้วปล่อยให้พวกมันเป็นอาหารปลาซะก็สิ้นเรื่อง”เชื้อพระวงศ์คนหนึ่งกางฝ่ามือออกแล้วปล่อยเวทย์ใส่เรือไม้ที่ชาวกลอเซนนั่งมา“เริ่มเลย! : ข่ายฟ้าสกัดวิญญาณ!”ผู้ที่อยู่บนเรือทั้งหมดอัดพลังของตนลงไปที่เรือ พลันเกิดวงเวทย์ปรากฏกลางอากาศบังเรือของพวกเขาไว้ เวทย์ที่ยิงเข้ามาเมื่อชนกับวงเวทย์ก็ถูกดูดซับจนหายวับไปอย่างสมบูรณ์กลางอากาศ“ฟ้าผันคืนกลับ!”จู่ๆเวทย์ที่หายไปเมื่อครู่ก็ถูกคร็อกคัสเรียกกลับมาเป็นบอลพลังทรงกลม ซึ่งพลังที่ปรากฏออกมามีอานุภาพมากกว่าเดิมถึงสองเท่า บอลนั้นถูกคร็อกคัสขว้างกลับคืนไปหาผู้เป็นเจ้าของอย่างสุดแรงตู้มมมมมมมม!!!บอลพลังถูกขว้างกลับคืนไปหาผู้ที่ยิงมันออกมา เชื้อพระวงศ์คนนี้แม้จะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เวทย์ของเขาถูกโต้กลับมาได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำอะไรได้ เขาเพียงแค่ใช้มือข้างเดียวปัดมันไปให้พ้นตัว บอลพลังก็เปลี่ยนทิศทางและพุ่งไประเบิดใส่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งแบบเต็มๆ ร่างของผู้เข้าแข่งขันคนนั้นถูกส่งออกนอกสนามพร้อมกับหนึ่งแต้มของเชื้อพระวงศ์ที่เป็นคนปัดมันออกไป การระเบิดนี้เป็นดั่งสัญญาณที่เตือนให้ทุกคนเปิดฉากการต่อสู้แย่งชิงดอกบัวนทีพิสุทธิ์ขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเริ่มทยอยถูกจัดการ และจำนวนผู้ที่เหลืออยู่ก็ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มการต่อสู้เพียงไม่ถึง 10นาที!“โถ่โว้ย!”คร็อกคัสถึงกับสบถออกมาเมื่อเห็นว่าการตอบโต้ของพวกตนไม่ได้ผลอย่างที่คาด“อาศัยแค่เศษพลังของข้าแต่กะกลับคาดหวังถึงขนาดให้บาดเจ็บ ไม่คิดว่าหวังสูงไปงั้นเหรอ?”เชื้อพระวงศ์ชุดขาวบินใกล้เข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มดูแคลน“เบลล็อค!”เลนเดลเรียกพวกของเขาให้กลับมาเสริมกำลัง“เลนเดล ข้าขอจัดการกับพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน”“ตามใจ อย่าให้นานนักล่ะ”“ไม่นานอยู่แล้ว หึหึ”เบลล็อคเอ่ยขึ้นมาอย่างมั่นใจสุดๆ“พวกเรา ลุย!”คร็อกคัสกัดฟันตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่บนเรือต่างชักอาวุธของตนออกมา นี่มิใช่เพราะพวกเขาไม่เจียมตัว นี่มิใช่เพราะพวกเขาคาดว่าจะสามารถเอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้ แต่นี่คือสิ่งที่พวกเขาเลือก ผู้เข้าแข่งขันเขตกลอเซนรู้ซึ้งเป็นอย่างดีถึงความแข็งแกร่งของคนอื่นๆ ตลอดเวลาสามวันระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากรอบแรกมารอบสอง พวกเขามิได้รวบรวมเสริมสร้างพลังหรือศึกษาความสามารถของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นในรอบที่ตนแข่ง หากแต่สิ่งที่พวกเขาทำคือ การทำใจยอมรับผล แพ้ชนะเรื่องธรรมดา แต่เมื่อถูกผู้คนตราหน้าว่าพวกชนะบาย แล้วยังจะเพิ่มให้อีกว่าพวกเต่าหดหัวเข้ามาอีก แบบนี้สิที่ยอมรับไม่ได้ แม้จะมีระดับที่ต่ำต้อย แต่พวกเขาก็มีศักดิ์ศรีของผู้ฝึกพลัง พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าตนมิใช่เต่าหดหัว หากแพ้ก็แพ้อย่างสมศักดิ์ศรี และตอนนี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะถูกจัดการโดยเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ผู้คนทั่วทั้งสนามต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความสนุกสนาน นี่เป็นดั่งโชว์คั่นเวลาระหว่างที่รอพวกตะลุมบอนลดจำนวนคนอยู่ การต่อสู้แบบนี้หากมิใช่ผู้เชี่ยวชาญย่อมดูยากเป็นธรรมดา แต่การเผชิญหน้าระหว่างผู้แข็งแกร่งกับกลุ่มผู้อ่อนแอดูง่ายและบันเทิงกว่าเป็นไหนๆ พวกเขาอยากรู้ว่าเบลล็อคจะจัดการกับพวกกลอเซนยังไงและใช้เวลาไปเท่าไหร่ สารพัดคำดูแคลนจากผู้ชมจึงพรั่งพรูตามมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ไม่เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันที่ต้องเผชิญกับคำพูดเหล่านั้น ชาวกลอเซนที่นั่งดูอยู่เช่นกันแทบอยากจะอุดหูไว้เสีย พวกเขานั่งนิ่งไม่กล้าแสดงตัวว่าเป็นชาวกลอเซน เพราะหากมีผู้อื่นรู้เข้า ผลกระทบที่ตามมาย่อมไม่ดีเป็นแน่ และจากการแข่งขันนี้ ชาวกลอเซนเหมือนดั่งถูกผลักให้เป็นพลเมืองชั้นสองในสายตาของผู้คนเขตอื่นไปแล้ว“ผู้ฝึกพลังที่มากพรสวรรค์ของกลอเซนที่แท้ก็มีฝีมือแค่นี้เอง พวกสภาก็คงไร้น้ำยาเหมือนกัน มิน่าถึงเกิดกบฏแห่งกลอเซนได้ ถ้าเป็นพวกเราบ้างคงถล่มเมืองจนราบไปแล้วมั้ง”เสียงของพวกเชื้อพระวงศ์จับกลุ่มคุยกันภายในโถงพักรับรองรอการส่งตัวรอบต่อไป คนพวกนี้จงใจพูดให้เข้าหูแกรนด์ในขณะที่เขายืนดูการแข่งขันอยู่ ซึ่งแกรนด์ก็ไม่ได้ใส่ใจนักในตอนแรก หากแต่เมื่อได้ยินมากเข้าเขาก็ชักหงุดหงิดขึ้นมาเหมือนกัน ซึ่งคนพวกนี้เป็นผู้เข้าแข่งขันรอบถัดไปซึ่งเป็นรอบเดียวกับเขาพอดี เห็นได้ชัดว่าแกรนด์ถูกเพ่งเล็งจากคนกลุ่มนี้ ไม่แน่ว่าทันทีที่ลงไป มีโอกาสสูงมากที่คนพวกนี้มันจะรวมหัวมารุมเขาก่อน“เฮ๊ย! เก่งนักเหรอไอ้พวกลาโง่สวรรค์! แน่จริงอย่าเก่งแต่ปาก ถอนตัวแล้วมาลงสนามป่าดงดิบให้หมด ข้าจะไล่เชือดพวกเจ้าเรียงตัว!”เป็นแจ๊คที่รำคาญจนตบะแตกไปก่อน เขาเอาดาบใหญ่ออกมาแล้วชี้กราดไปทั่ว ผู้เข้าแข่งขันจากตระกูลอาชาสวรรค์ทั้งหมดที่ยังอยู่ในห้องนี้ถึงกับลุกขึ้นเมื่อได้ยินแจ๊คพูดคำว่าลาโง่สวรรค์ นี่เป็นคำดูหมิ่นที่ร้ายแรงที่สุดตั้งแต่พวกเขาเกิดมาเลยก็ว่าได้ เหตุการณ์นี้เกือบหวิดวางมวยในโถงรับรอง ยังดีที่มีผู้คุมกฎเข้ามาห้ามปรามได้ทันเวลา“ย้ากกกกกกกกกก!!!”ตัดไปในสนาม ผู้เข้าแข่งขันกลอเซนเร่งพลังขึ้นเต็มพิกัดเตรียมพร้อมที่จะตัดสินกับอีกฝ่ายในชั่วอึดใจ“เฮอะ! พวกแมลงเม่า ดิ้นรนไปก็ไร้ความหมาย”หวิ้งงงงง!!!ที่มือของเบลล็อคเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า เหล่าผู้เข้าแข่งขันจากกลอเซนต่างร่างสั่นสะท้านหวาดหวั่นเมื่อได้เห็นมัน“จงดูความต่างชั้นเอาไว้ซะ! : ดาวหางประกายทอง”เวทย์ที่ส่องประกายในมือถูกยิงออกมาเป็นลำแสงสีทองและพุ่งเข้าใส่เรือไม้อย่างไร้ปรานี“ดาบทะลวงภพ!”คร็อกคัสควบแน่นพลังถึงขีดสุดแล้วแทงดาบออกไป แต่ดาบของเขาที่เข้าปะทะกับลำแสงสีทองไม่เพียงทำอะไรไม่ได้ ซ้ำยังถูกกลืนกินจนตัวคร็อกคัสเองยังกระเด็นออกไปด้านข้าง ส่วนเอลรอนที่ซ้อนรออยู่ด้านหลังได้รวบรวมบอลไฟลูกใหญ่เอาไว้ก่อนจะยิงเข้าไปปะทะ หากแต่เมื่อต้องกับลำแสงสีทองเพลิงก็ถูกทะลวงสลายสิ้น พวกที่อยู่บนเรือเปิดใช้ข่ายฟ้าสกัดวิญญาณอีกครั้ง แต่ด้วยพลังที่มากมายเกินกว่าที่จะรับได้ ข่ายเวทย์ก็แตกออก และลำแสงสีทองพลันระเบิดอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วคุ้งน้ำ ด้วยเหตุว่าระดับพลังต่างกับอย่างสุดกู่ ผู้เข้าแข่งขันที่นั่งเรือมาทั้งหมดจึงถูกส่งกลับด้วยสภาพสาหัสซึ่งเป็นผลจากการโจมตีนั้น“บัดซบเอ๊ย! แต้มไอ้หมอนี่ถีบขึ้นอีกแล้ว เลนเดล! รีบทำแต้มหน้าสิวะ!”ครีทที่ดูอยู่มีอารมณ์มีอารมณ์ร่วมประหนึ่งเป็นผู้เข้าแข่งขัน อะไรๆที่ไม่ได้ดั่งใจจนดูขัดตาทำให้ครีทแทบอยากลงไปสิงมันผู้นั้นแล้วแข่งเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด คะแนนที่ขึ้นบนจอตอนนี้พลันทำให้พวกเขาเริ่มมีอาการร้อนๆหนาวๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ใครจะไปคาดว่าพวกกลอเซนจะมาแจกแต้มฟรีให้คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเต็งแบบนี้“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”คร็อกคัสอ้าปากหอบออกมาอย่างหนักหน่วง แขนขวาปริแตกมีเลือดไหลอาบ ผลจากการปะทะเพียงครั้งเดียวกลับทำให้บาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้ ซึ่งเมื่อครู่ที่ใช้ออกนั้นคือพลังสูงสุดของเขาในตอนนี้แล้ว และทักษะที่ใช้ก็เป็นถึงท่าไม้ตายเสียด้วย หากเมื่อปะทะเข้ากับพลังที่ห่างชั้นกันแบบสุดกู่กลับทำอะไรไม่ได้เลย ซ้ำร้ายต้องบาดเจ็บเสียเอง หากไม่เบี่ยงตัวหลบในเสี้ยววินาทีสุดท้ายเกรงว่าตนคงจะถูกส่งออกไปนอกสนามแล้ว ส่วนทางด้านเอลรอนก็รีดเร้นพลังจนใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือของเขาถึงกับสั่นเมื่อเห็นทักษะเดียวทะลวงไปถึงสามปราการ นี่มันห่างชั้นเกินไปแล้ว!ปึ้งงงงงงงงง!!!“อ้า!!!”ลูกเตะอันทรงพลังกระแทกเข้าเต็มท้องคร็อกครัสจนร่างของเขางอเข้าคล้ายกุ้ง สติเลือนรางใกล้ดับวูบ ร่างกายร่วงหล่นลงทะเลสาบอย่างไม่อาจควบคุมได้ แต่ทันใดนั้นเบลล็อคก็คว้าผมของคร็อกคัสเอาไว้มิให้ร่างตกลงไป เลือดที่หยดลงของเขาเรียกให้ปิรันย่าฟันเลื่อยแบ่งฝูงมาว่ายวนเวียนอยู่บริเวณนี้ การจับคร็อกคัสไว้มิใช่การช่วยเหลือจากคู่ต่อสู้แต่อย่างใด แต่เพราะเบลล็อครอบางสิ่งอยู่ต่างหาก“อย่า!!!”เอลรอร้องเสียงหลง หากแต่ไม่ทันการเสียแล้ว เบลล็อคโยนร่างของคร็อกคัสไปอีกฟาก และทันใดนั้นอสุรกายใต้น้ำก็โผล่หัวขึ้นมา จระเข้บึงโลหิตหนึ่งในสองตัวพุ่งขึ้นมาอ้าปากงับร่างของคร็อกคัสไปอย่างน่าสยดสยอง ซึ่งหากไม่มีกำไลข้อมือผู้เข้าแข่งขันที่ส่งตัวตร็อกคัสกลับในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายแล้ว คร็อกคัสในวันนี้คงได้กลายเป็นอาหารจระเข้ไปจริงๆ“ย้ากกกกกก!!!”เอลรอนถึงโมโหสุดขีดเมื่อเห็นเพื่อนรักของเขาถูกโยนเข้าปากจระเข้ไปต่อหน้าต่อตา พลังในกายของเขาปะทุออกมาจนเกิดเพลิงลุกท่วมเต็มร่าง มือทั้งสองข้างมีเปลวเพลิงสีแดงร้อนแรงลุกโชนปึ้งงงงงง!!“ช้าไปนะ”เสียงของเบลล็อคมากระซิบที่ข้างหูของเอลรอนพร้อมกับเข่าของเขาที่กระแทกเข้าเต็มท้อง และจากการโจมตีนี้ทำเอาพลังของเอลรอนที่ปะทุออกมาดับวูบลงอย่างสิ้นเชิง“รักกันมากก็ตามเพื่อนเจ้าไปซะ”เบลล็อคกางฝากมือแล้วยิงเวทย์อัดซ้ำจนร่างของเอลรอนจนปลิวตกน้ำลงกลางฝูงปิรันย่าฟันเลื่อย ผู้ชมบางคนปิดตาไม่อยากเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น บางคนถึงกับกรีดร้องออกมากับสิ่งที่เห็น หลังจากโจมตีเอลรอนเสร็จ เบลล็อคก็บินเข้าร่วมวงตะลุมบอนเพื่อเสริมกำลังให้ฝ่ายตนโดยมิได้สนใจเหล่าผู้เข้าแข่งขันจากกลอเซนอีก พวกมันก็แค่แมลงอ่อนแอที่หลุดเข้ามาในสังเวียนแห่งนี้เพียงเท่านั้นฟู้ววววววววว!!!เพลิงสว่างจ้าระเบิดขึ้นกลางวงต่อสู้ มันร้อนแรงแผดเผาจนผู้เข้าแข่งขันทุกคนกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทางอย่างตื่นตระหนก ไม่เว้นแม้แต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ เมื่อระเบิดเพลิงหายไปร่างของเซย์ร่าก็มีออร่าเพลิงแผ่วบางไหลเวียนรอบกาย มันดูพลิ้วไหวนุ่มนวลราวสายลมยามเช้า หากแต่อุณหภูมิที่แผ่ออกมากนั้นตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ลิบลับวูบ!เซย์ร่าเปิดโหมดวอร์เออร์ฟอร์ซพร้อมกับนำอาวุธคู่กายออกมา มันเป็นดาบคู่ที่ไม่ยาวมากนัก โค้งเว้าเล็กน้อยได้สัดส่วน ที่ใบดาบมีอักขระสลักอยู่อย่างสวยงาม ตัวดาบแผ่ออร่าของเพลิงแห่งเทพอย่างไม่ปิดงำ“ดาบคู่ไทร์ฟิงค์ คุณหนูจะใช้มันแล้ว!”เสียงของคนค่ายเจ็ดดาวดูแตกตื่นเมื่อเห็นเซย์ร่านำอาวุธชิ้นนี้ออกมา อีกทั้งตอนนี้เธอยังเปิดวอริเออร์ฟอร์ซด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเอาจริงแล้ว ดาบคู่ที่อยู่ในมือของเซย์ร่าตอนนี้เป็นอาวุธใหม่ที่เธอเพิ่งไปรับมาเมื่อสี่เดือนก่อน เป็นสุดยอดศาสตราที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ค่ายเจ็ดดาวเคยสร้างมา นั่นเพราะพวกเขาไม่ลังเลเลยที่จะนำอาวุธประจำตระกูลมาหลอมทำลาย เพื่อสร้างอาวุธชิ้นใหม่ที่เหมาะกับเซย์ร่ามากที่สุด อาวุธที่สืบทอดมานับพันปีจะมีความหมายอะไรเมื่อเทียบกับตัวตนของเซย์ร่า ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากอาวุธประจำตระกูลยังมีอาวุธประจำกายของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเซย์เรฟรวมอยู่ด้วย อาวุธของเซย์รอน เซย์เรน่า และเซย์รอสก็เช่นกัน ทุกชิ้นถูกเผาผลาญหลอมรวมเป็นสุดยอดศาสตราด้วยเปลวเพลิงบริสุทธิ์ที่เทพวิหคเพลิงอมตะมอบให้ เพื่อเป็นของขวัญการพบกันในวันที่เซย์ร่าก้าวข้ามขีดจำกัด มันมีขนาดพอดีมือของเธอและเซย์ร่าเองก็ใช้ได้อย่างชำนาญในเวลาอันรวดเร็ว ที่สำคัญ ดาบคู่ไทร์ฟิงค์เหมือนกับดาบชิโอริของแกรนด์และดาบเอ็กซ์คาริเบอร์ขององค์จักรพรรดิ นั่นคือผู้สืบสายเลือดแห่งเทพเท่านั้นที่จะสามารถควบคุมมันได้“วิหคเพลิงกรีดนภา!”เซย์ร่าพุ่งเข้าใส่ดอกบัวนทีพิสุทธิ์พร้อมกับหมุนตัวจนเกิดพายุเพลิงเป็นเกลียว ความเร็วและพลังของมันทำให้ไร้ผู้คิดจะต้านทาน ดาบคู่ทั้งสองฟันเข้าเต็มๆในรูปแบบกากบาท ข่ายเวทย์ที่เหล่าเชื้อพระวงศ์กางไว้แตกเป็นเสี่ยงๆ และไม่เพียงเท่านั้น กลีบของดอกบัวนทีพิสุทธิ์ที่หุบอยู่มีรอยกรีดลงไปเป็นทางยาวให้เห็นได้อย่างชัดเจน คนของตระกูลอาชาสวรรค์ภายในและภายนอกสนามต่างอ้าปากค้างอย่างตื่นตะลึง ความสามารถของข่ายวายุเกราะสวรรค์นั้นพวกเขารู้ดีเป็นที่สุด แม้จะถูกใช้ออกโดยผู้ฝึกพลังคลาส 7 หากแต่ถึงอย่างไรก็มิควรถูกผู้ฝึกพลังระดับเดียวกันทำลายได้ด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวแบบนี้ ไม่สิ! อย่างนี้ไม่นับว่าเป็นผู้พลังระดับเดียวกันแล้ว! พวกร่างสถิตนี่มันสัตว์ประหลาดตัวจริงชัดๆตู้มๆๆๆๆๆบึ้มๆๆๆๆๆปิ้วๆๆๆๆตึ้งๆๆๆๆฟู้วๆๆๆๆทันทีที่เห็นข่ายเวทย์ของเหล่าเชื้อพระวงศ์แตกออก พร้อมกับดอกบัวนทีพิสุทธิ์ที่ได้รับพลังจากเซย์ร่าไปส่วนหนึ่งแล้ว ผู้เข้าแข่งขันที่ตะลุมบอนกันอยู่ก็หันไปโจมตีใส่ดอกบัวพร้อมกัน ใครมีอะไรก็งัดออกมาใส่ตรงนั้นให้หมดเพื่อหวังว่าตนจะถูกเลือกจากดอกบัวนทีพิสุทธิ์ เลนเดลกับพวกที่คอยปกป้องดอกบัวและจะฮุบไว้แต่พวกตนตอนนี้กลับไหลไปตามน้ำร่วมผสมโรงกับเขาด้วย เพราะสถานการณ์เช่นนี้มันเกินที่พวกเขาจะควบคุมได้แล้ว ส่วนเซย์ร่าคลายโหมดวอริเออร์ฟอร์ซพร้อมกับเก็บอาวุธ สถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกตระกูลอาชาสวรรค์แบบนี้แหละที่เธอต้องการ“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”ในขณะที่ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่ดอกบัวนทีพิสุทธิ์ นอกวงของการต่อสู้นั้นก็มีคนผู้หนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ ผู้ชมน้อยใหญ่ทั่วทั้งสนามต่างส่งเสียงอื้ออึงออกมาอย่างประหลาดใจ เป็นเอลรอนลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับชุดที่ขาดวิ่นและบาดแผลเต็มตัว บางจุดถึงกับเนื้อแหว่งออกไป ในตอนที่ตกลงไปในน้ำนั้นเขาถูกปิรันย่าฟันเลื่อยรุมฉีกกระชากร่าง แต่เสี้ยววินาทีนั้นเองที่เขาใช้กำลังใจทั้งหมดจุดเพลิงให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งจนน้ำบริเวณนั้นร้อนขึ้น ซึ่งนี่เองทำให้เอลรอนรอดมาได้ แต่สภาพก็เป็นเช่นที่ทุกคนเห็น เลือดไหลออกจากแผลที่ถูกกัดไม่หยุด พลังไร้ซึ่งความเสถียรจนแทบควบคุมไม่ได้ สติของเขาพร้อมจะวูบดับลงไปทุกเมื่อ แต่ทันในนั้นเอลรอนก็ทำในสิ่งที่ผู้ชมคาดไม่ถึง เขานำมีดออกมาจากแหวนมิติและเสียบลงไปที่ขาของตนจนมิดด้าม จากนั้นก็กระชากใบมีดออกมา ให้เกิดบาดแผลใหญ่ที่สุดเพื่อกระตุ้นสติสุดท้ายให้ตื่นและสามารถประคับประคองมันไว้ชั่วขณะ เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเอลรอนได้ทำให้ผู้ชมเงียบกริบ ไม่มีแม้สักคนที่จะเอ่ยคำดูแคลนเขาออกมาดังเช่นในตอนแรก ต้องมีความเด็ดเดี่ยวแค่ไหนกันถึงจะทำร้ายตัวเองได้มากขนาดนั้น? ทำไมเขาต้องทำให้ตนเจ็บปวดมากขนาดนั้นด้วย? ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของผู้คน เอลรอนที่เลือดอาบท่วมกายได้ใช้แรงฮึดประคองร่างของเขาให้เหาะพุ่งไปยังทิศทางที่กลุ่มผู้เข้าแข่งขันที่กำลังระดมโจมตีดอกบัวอยู่ พร้อมกันนั้นเขาก็รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายไปด้วย การรีดเร้นพลังนี้ส่งผลให้กล้ามเนื้อภายในร่างฉีกขาด กระดูกแตกร้าว ดวงตาแดงฉานเพราะเส้นเลือดฝอยทุกส่วนปริแตก น้ำตาที่ไหลออกมาคือเลือดสดๆ สีหน้าของเอลรอนแดงคล้ำ เส้นเลือดบนหน้าผากและร่างปูดโปน กระแสเลือดทั่วร่างไหวเวียนเร็วขึ้นจนเลือดพุ่งออกทางบาดแผลที่เขาแทงตัวเองเมื่อครู่ ออร่าเพลิงแผ่วบางค่อยๆควบแน่นห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้“ทะ..ท่านพี่! นั่นเขาจะ!”คูบริกถึงกับออกอาการพูดติดขัดเมื่อเห็นสิ่งที่เอลรอนกำลังดิ้นรนที่จะทำ ดูเอลเองก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเช่นกันเมื่อรู้ว่าลูกชายของตนกำลังคิดจะทำอะไร“เจ้าโง่นั่น ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย”ดูเอลเอ่ยออกมาพร้อมกับหลับตาลง ในใจของเขามีความรู้สึกหลากหลายยากจะอธิบาย หากเอลรอนเลือกที่จะยอมแพ้ ชาวกลอเซนทุกคนล้วนเข้าใจเขาดี และจำต้องต้อนรับเขากลับเยี่ยงวีรบุรุษดังเช่นผู้เข้าแข่งขันคนอื่น หากแต่ตอนนี้ สิ่งที่เขาคิดจะทำแม้แต่คนในตระกูลยังคาดไม่ถึง“หืม?”ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเริ่มรู้สึกร้อนที่ด้านหลัง เมื่อหันไปก็พบกับเอลรอนที่อยู่ในสภาพร่อแร่กำลังเร่งพลังขึ้นอย่างสุดชีวิต รอบตัวของเขามีเพลิงสว่างจ้าห่อหุ้มตัวเอาไว้“ย้ากกกกกกกกกกกกก!!!!!”เอลรอนแผดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเพื่อเร่งพลังให้สูงขึ้นกว่านี้อีก ในใจของเขาตอนนี้ไม่คิดเป็นอย่างอื่นนอกจากคำว่า ‘ต้องสูงกว่านี้! พลังต้องมากกว่านี้!“ยอมแพ้ไปแต่แรกก็ไม่เจ็บตัวมากแล้วแท้ๆ สงสัยข้าจะใจดีกับเจ้ามากเกินไปสินะ”เบลล็อคเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พร้อมกับกางฝ่ามือออกแล้วเล็งไปที่หัว เขารู้ดีว่าการแข่งขันในครั้งนี้แม้จะโหดหินแค่ไหนก็ไม่มีทางปล่อยใครตาย แต่การโจมตีที่หัวในระยะเผาขน ถึงจะไม่ตายเพราะกำไลข้อมือจะส่งออกนอกสนามก่อน ยังไงเสียก็ต้องฝากแผลเป็นรอยใหญ่ไว้แน่ เบลล็อคต้องการจะสร้างแผลเป็นเพื่อเตือนใจเอลรอนว่าเจ้านั้นห่างชั้นกับข้ามากแค่ไหน นอกจากเบลล็อคแล้ว ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆมิได้สนใจในสิ่งที่เชื้อพระวงศ์คนนี้ทำเท่าไหร่ ดีด้วยซ้ำที่มีตัวหารหายไปหนึ่ง สมาธิของพวกเขาจดจ่ออยู่กับการลุ้นว่าเมื่อไหร่พลังจะเต็มจนดอกบัวบานออกเสียที แต่ถึงกระนั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าชาวกลอเซนนั่นมันเสนอหน้าทำไมอีก? สมองมันได้รับการกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้วรึไง? สภาพแบบนั้นมันจะไปทำอะไรได้? อยากมีส่วนร่วมในการโจมตีดอกบัวก่อนสลบงั้นเหรอ? สภาพปางตายเช่นนี้อย่าว่าแต่ดอกบัวเลย แม้แต่โจมตีผู้เข้าแข่งขันตรงๆสักคนยังไม่เจ็บไม่คันเสียด้วยซ้ำ“ค่ายเจ็ดดาวถอนตัว!”เซย์ร่าออกคำสั่งกร้าว น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อย คนของค่ายเจ็ดดาวที่กำลังร่วมโจมตีอยู่ก็พลันถอยออกตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทำเอาผู้เข้าแข่งขันคนอื่นถึงกับงงว่าคนพวกนี้มันจะมาไม้ไหนอีก“ลงนรกกันให้หมดไอ้พวกบัดซบเอ๊ย!!! : ระเบิดเพลิงสุริยัน!!!”เปลวเพลิงสว่างวาบระเบิดออกจากร่างของเอลรอนแผดพุ่งไปทั่วทุกทิศ อานุภาพของมันถึงกับเป่าผู้เข้าแข่งขันทุกคนให้กระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง แม้แต่ผู้ที่กางบาเรียป้องกันทันก็ยังกระเด็นไปกับเขาด้วย ผู้ชมทั้งสนามเงียบกริบเมื่อระเบิดลูกใหญ่ปรากฏขึ้นกลางทะเลสาบอย่างคาดไม่ถึง ดูเอลที่เย็นชามาโดยตลอดถึงกับหลับตาไม่อยากเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ร่างของเอลรอนฉีกกระชากขาดออกจากกันและสลายกลายเป็นฝุ่นไปภายใต้ระเบิดที่ตนสร้าง แม้จะไม่ใช่ทักษะท่าไม้ตาย หากแต่นี่คือทักษะที่นับว่ามีพลังทำลายล้างสูงสุดของผู้สืบทอดสายเลือดวิหคเพลิงอมตะ ‘ระเบิดเพลิงสุริยัน’ มันคือการระเบิดตัวเองเพื่อให้ตายตกไปตามกันกับศัตรู! เป็นทักษะต้องห้ามของตระกูลลฟูลตัน ซึ่งทักษะนี้เซย์ร่าเองก็เคยใช้ในตอนที่ถูกดาวน้ำแข็งของเอเลน่าล้อมไว้ แต่เนื่องจากร่างกายอันพิเศษเฉพาะของร่างสถิต สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอก็แค่พลังหมดร่างจนต้องพักฟื้น แต่สำหรับผู้สืบทอดคนอื่นๆ มันก็ทักษะที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต!หลังการระเบิดครั้งใหญ่ ผู้เข้าแข่งขันโดนลูกหลงไปแทบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนของค่ายเจ็ดดาวที่ถอยไปแต่ก็ยังไม่พ้นรัศมีการระเบิดอยู่ดี คงมีแต่เพียงเซย์ร่าที่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนเพราะบาเรียเพลิงที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอไว้ ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นบ้างมีแผลไฟไหม้แทบทั้งตัว บ้างเสื้อผ้าผมเผ้าไหม้จนยุ่งเหยิง แต่สิ่งที่ชวนตะลึงคือ ผู้เข้าแข่งขันจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจฟู้วววววววววววววว!!!ลูกไฟเล็กๆดวงหนึ่งระเบิดเป็นเปลวเพลิงสีเสียดฟ้า จากนั้นพลันแปรสภาพเป็นวิหคเพลิงที่กำลังสยายปีก และเปลวเพลิงนั้นก็ค่อยๆถูกดูดเข้าจุดศูนย์กลาง หมุนวนก่อตัวกันเป็นร่างของชายผู้หนึ่ง“รู้ซึ้งไว้ซะ นี่แหละพลังของไอ้กระจอกอย่างข้า! แฮ่ก แฮ่ก”ร่างของเอลรอนก่อตัวขึ้นท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้ชมอีกครั้ง แผลทั่วร่างที่เคยปรากฏตอนนี้กลับหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เหมือนกับเป็นคนใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นคะแนนบนจอภาพก็ปรากฏขึ้น ชื่อของเอลรอนดีขึ้นแท่นที่หนึ่งแห่งสนามทะเลสาบ“47 แต้ม!!!”ผู้คนอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา การระเบิดเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถเป่าผู้เข้าแข่งขันให้หายไปได้เกือบครึ่งร้อย! และไม่ใช่เพียงแต่ผู้ชมเท่านั้น เหล่านักพนันที่เห็นแต้มบนจอใหญ่ถึงกับเงิบกันเป็นแถว
    ปล.ตอนหน้าพระเอกออกโรงขอรับ

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน