เมื่อหริ่นเจียรู้ข่าวที่อี้เฉินถูกใส่ร้ายเป็นกบฏ เขารีบบึ่งไปหาคุณหนูหริ่นหลันในทันที บอกทุกอย่างที่เขารู้ให้นางฟัง
นางโกรธเป็นโทสะ เหตุใดผู้อาวุโสชางซุยถึงตั้งข้อหาอี้เฉินเป็นกบฏ
ทั้งๆ ที่อี้เฉินเข้าร่วมสงครามช่วยแคว้นพฤกษาตั้งมากมาย
นางนำเรื่องไปหาผู้อาวุโสตระกูลของนาง แต่ผู้อาวุโสชรา ตระกูลหริ่นไม่สามารถช่วยได้
เพราะอี้เฉินไม่ใช่คนในตระกูลหริ่นโดยสมบูรณ์ แถมไม่รู้ที่มา ผลงานสงครามก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น หากตระกูลหริ่นยื่นมือเข้าช่วยอาจจะทำให้ผู้
อาวุโสตระกูลชาง เดือดดาลเอาได้
พวกเขาไม่อยากให้เป็นเรื่องบาดหมางเพราะคนนอก
นางสืบจนรู้ว่าอี้เฉินถูกขายไปเป็นทาสขุดเหมืองที่แคว้นอรุณ
พวกเขาต่างเร่งฝีเท้าบินทะยาน ไปหมู่บ้านขายทาสที่ชายแดนระหว่าง2แคว้นโดยทันที แต่พวกเขา กลับต้องผิดหวังพวกเขาไม่เจออี้เฉิน อี้เฉินนั้นถูกขายให้คนในตระกูลกงไปแล้ว
พวกเขาทั้ง2ต่างหมดหวังมาไม่ทันเสียแล้ว หากอี้เฉินข้ามไปแคว้นอรุณแล้วพวกเขาก็ไม่มีอำนาจที่จะช่วยอี้เฉินอีกต่อไป
หริ่นหลัน นั่งร้องไห้น้ำตาไหลริน นางกำหมัดแน่นโกรธแค้นสุดแสน
หริ่นเจียปลอบโยนนาง "อี้เฉินยังไม่ตายเสียหน่อย ต้องมีสักวันที่เราได้พบกันอีกครั้ง"
พวกเขาเดินทางกลับตระกูลหริ่น ก่อนที่จะถึงตระกูล นางได้ป่าวประกาศภายในเมืองหลวงแคว้นพฤกษา
"คนที่ทำให้สงครามครั้งนี้จบลงคืออี้เฉิน คนที่อยู่อันดับหนึ่งบนแท่นศิลาศึก แต่เขาดันถูกใส่ร้ายป้ายสีเป็นกบฏ ถูกขายเป็นทาส จอมยุทธทุกท่านว่ามันยุติธรรมกับเขาหรือ แล้วแบบนี้พวกที่ไปทำสงครามจะ มีประโยชน์อะไรหากถูกใส่ร้ายเช่นนี้"
นางพูดด้วยโทสะ แม้แต่หริ่นเจียยังอยากจะห้ามนางไว้ นางจะงัดข้อกับผู้อาวุโสชางซุยงั้นหรือ พวกเขาไม่อาจยุ่งเรื่องของคนระดับสูงภายในแคว้นได้ ไม่งั้นอาจจะไม่ตายดีหรือถูกตระกูลลงโทษอย่างหนักจากการ หมิ่นเบื้องสูง
บางคนไม่เชื่อในคำพูดของนาง ต่างพากันหัวเราะ
"ข้าว่าคำพูดของเจ้าไม่มี มูลความจริง"
"คนเพียงคนเดียวจะไปจบสงครามได้อย่างไร"
จนข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง
จอมยุทธหลายคนที่ร่วมรบกับอี้เฉินพวกเขารู้สึกว่ามัน ไม่ควรจะเป็นแบบนี้พวกเขาบอกกล่าว"มันเป็นเรื่องจริง อี้เฉินถึงขนาดหยุดขั้นวีรชนไว้ได้ด้วยตัวคนเดียว เราสูญเสียอัจฉริยะที่อาจจะเก่งกาจที่สุดไปแล้ว"
ข่าวนี้ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ลูกใหญ่ ผู้อาวุโสชางซุย ตอนนี้นั่งไม่ติด มีแม้กระทั่งผู้มีอำนาจเข้ามาสืบสวน จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตบานปลาย
จนกลายเป็นเรื่องเล่าภายในเมือง วีรบุรุษผู้ไร้นามดังไปทั่วเมืองหลวง แม้แต่เด็กๆ ยังเอาไปเล่นสนุก
ผู้อาวุโสที่มีอำนาจของแคว้นพฤกษา ต่างเสียดายในตัวอี้เฉิน ฤทธิรณ ของอี้เฉินนั้นน่ากลัวอย่างมาก หากต้านจอมยุทธขั้นวีรชนได้อย่างที่เล่าลือ ถ้าชุบเลี้ยงไว้ อาจจะกำราบ 10 ทิศนำความรุ่งโรจน์มาสู่แคว้นพฤกษา ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้หายากยิ่ง แม้แต่ในแคว้นใหญ่ๆ ยังมีนับนิ้วได้
อี้เฉินตอนนี้เราเริ่มขุดเหมืองแร่มาหลายวันแล้ว
ภายในเหมืองเต็มไปด้วยทาส ราวๆ ร้อยคน สามัญชนส่วนใหญ่จะขุดแร่ด้านบน
ไม่มีทาสคนใดกล้าลงมาด้านล่างเพียงพวกเขาลงมาไม่กี่พันก้าวร่างถูกกดดันจนแหลกเละ
กลายเป็นหมอกเลือด สามัญชนจึงไม่กล้าลงไปลึกมาก ผู้คุมเหมืองแร่ทำข้อตกลงกับพวกอี้เฉินที่เป็นเหล่าจอมยุทธ
หากหาแร่ผลึกล้ำค่าต่างๆ มาได้พวกเขาจะให้
อิสรภาพสามารถติดตามตระกูลกง ของพวกเราได้ คุณหนูของพวกเขาต้องการหินผลึกระดับสูง ยิ่งสูงมากยิ่งดี
อี้เฉินครุ่นคิด นางหน้าจะนำหินผลึกไปเติมเต็ม10ประตูวิถีสินะ
ถึงพวกเขาจะร่างกายแข็งแกร่ง แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนปราณพลังได้ เนื่องจากโซ่ตรวน
พวกเขาเลยไม่สามารถลงไปขุดแร่ในส่วนลึกได้ เนื่องจากแรงกดดันที่สูงมาก
เพียงแค่ลงไปไม่มากพวกเขาก็แทบจะตายกระอักเลือดกันคำใหญ่
กระดูกแทบแตกหักทั่วร่างแรงกดดันภายใน มหาศาลมาก ยิ่งลึกยิ่งแรงกดดันเยอะเป็นทวีคูณ
10กว่าวันผ่านไปพวกเขาก็ได้แค่แร่หินวิญญาณ
พวกเราไม่สามารถลงไปได้มากกว่านี้ หากฝืนลงไปมีแต่ตายกับตาย
ผู้คุมหลายคนต่างเดือดดาล พวกเขาอยากให้ทาสพวกนี้ลงไปให้ลึกมากที่สุดเช่นกัน
เมื่อไร้ผู้คุม ทาสหลายๆ คนเลือกที่จะอยู่ในเขตที่ปลอดภัยไม่มีใครอยากลงไปลึก
อี้เฉินจึงเสนอผู้คุมเหมืองแร่ "หากพวกท่านถอดโซ่ตรวนออกให้ข้า ข้าก็จะลงไปได้ลึกยิ่งนี้อย่างแน่นอน"
ผู้คุมอาวุโสชราที่คุมเหมืองแร่ ลังเลพวกเขาไม่อยากเสี่ยงถึงพวกทาสพวกนี้จะเป็นแค่ขั้น นภาหากรวมตัวกันอาจจะก่อจลาจลครั้งใหญ่ได้
"เอาแบบนั้นก็ได้"
พวกเขาต้องแข่งกับเวลาไม่มีทางเลือกหากได้หินแร่ล้ำค่าพวกเขาก็พลอยได้ผลงานจากตระกูลไปด้วย ส่วนหินแร่หินวิญญาณพวกเขายักยอกเก็บกันเอาไว้เอง
ผู้คุมเหมืองแร่นำโซ่ตรวนออกเหลือโซ่ที่คล้องคอไว้ เฉพาะคนที่ลงไปขุดแร่ จอมยุทธ์หลายๆ คนทยอยลงไปหมายอยากเป็นอิสระ พากันลงไปทีละคนแต่ส่วนใหญ่ไม่ได้กลับออกมา บางคนถึงกับมีเสียงกรีดร้องดังออกมาเสียงร่างระเบิดดังทั่วเหมืองแร่ จอมยุทธ์หลายๆ คนเริ่มหวาดกลัวไม่กล้าลงไป ผู้คุมเหมืองแร่เองก็ไม่อยากเสี่ยงมากพวกเขาซื้อทาสพวกนี้มาแพง
"ข้าอาสาลงไปเอง"
เหล่าผู้คุมเหมืองแร่เห็นอี้เฉินมีความตั้งใจอยากจะเป็นอิสระ พวกเขาไม่ห้าม ต่างยิ้มเยาะ
"ได้ ข้าหวังว่าเจ้าจะได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง"
"ฮ่าๆ"
ทันใดที่ผู้คุมเหมืองแร่ ถอดโซ่ตรวน เหลือไว้เพียงโซ่ตัวที่คอ ทำให้อี้เฉินขับเคลื่อนปราณพลังได้แต่ไม่สมบูรณ์ หากคิดหนีออกไปก็ยังถือว่ายาก มีผู้คุมเหมืองแร่มากเกินไปแถมมีขั้นวีรชน เป็นผู้นำ