"อึก ทางทำไมมันถึงเบี้ยวยังงี้ว่ะ"
ชายวัยกลางคนสภาพเมาเหล้าเดินโซเซร้องออกมาด้วยความหงุดหงิดกับสภาพถนนในสายตาเขา เขาพึ่งกลับมาจากงานเลี้ยงของบริษัทด้วยสภาพเมาเละเทะ เดินแทบจะไม่ตรง เขากำลังเดินทางกลับบ้านผ่านสวนสาธารณะที่เปล่าเปลี่ยวไม่มีผู้คนในเวลามืดค่ำดึกดื่นแบบนี้ เพราะเดินผ่านเกือบทุกวันจึงไม่ได้เกรงกลัวอะไรอยู่แล้ว
"ตึก ตึก ตึก"
"ลา ลา ล่า ล๊าาาา"
เพราะบรรยากาศมันวังเวงเขาจึงร้องเพลงเสียงดังเพื่อคลายความกังวัลในใจเล็กน้อย ชายเมาเหล้าย่ำเท้าไปเรื่อยๆตามทางเดิน และเหมือนว่าวันนี้จะต่างจากปกติเพราะเขารู้สึกขนลุกจากด้านหลังเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ ด้วยสัญชาตญาณของตัวเองทำให้เขาหันกลับไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว
"คิดไปเองสินะ เห้อออ นึกว่าข่าวลือนั่นจะเป็นจริงซะอีก"
ชายเมาเหล้าสร่างเมาในวินาทีต่อมา เขารู้สึกกลัวว่าข่าวลือที่ได้ยินมาจะเป็นความจริงจึงรีบซอยเท้ากลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว และเป็นเช่นนั้น ถ้าหากเขารู้ว่ามันมีเรื่องอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเขา เขาจะรู้สึกไม่เสียใจในการกระทำของตัวเองเมื่อสักครู่ไปตลอดชีวิต
"กึก รอดไปได้นะ เกือบพลาดแล้วไหมละ"
ชายใส่ชุดคลุมสีดำคนหนึ่ง กำมีดไว้ในมืออย่างเหนียวแน่น ด้วยความโมโหที่ชายเมาเหล้าออกตัววิ่งหนีไปซะก่อน ทำให้เขาที่เตรียมตัวจะฆ่าชายเมาเหล้าต้องพลาดโอกาศฆ่าไป และเป็นชายเมาเหล้าที่ดวงดีเองเพราะดันหันหลังกลับมามอง เกือบที่จะพบเห็นเขาที่เดินเข้าไปหา ถ้าชายชุดคลุมสีดำไม่พุ่งตัวไปแอบในพุ่มไม้ ชายเมาเหล้าคงร้องตะโกนเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือจนทำให้เสียแผนของชายชุดคลุมดำ
"ไม่เลย นายพลาดแล้วนะ"
ด้านหลังของชายชุดคลุมสีดำมีเสียง เสียงหนึ่งลอยเข้ามาในโสตประสาทหูของชายชุดคลุมดำ จะบอกว่าเป็นเสียงที่ไพเราะน่าฟังเอามากๆ เกือบทำให้ชายชุดคลุมสีดำเคลิบเคลิ้มสติหลุดลอย แต่เพราะชายชุดคลุมนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทำภารกิจอยู่ เขาก็มีสติขึ้นมาจึงพุ่งถอยหลังออกจากพุ่มไม้และหันหลังมองไปทางต้นกำเนิดเสียง ก่อนจะพูดถามคำถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ใคร!"
เขาตะโกนถามด้วยความหวาดกลัว มันเป็นเรื่องอันตรายมากๆถ้าพบว่ามีคนเข้ามาอยู่ด้านหลังโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด เขาอาจตายได้เลยถ้าคนๆนั้นคิดจะฆ่าเขา
"ฮึ ฮึ"
เสียงหัวเราะด้วยน้ำเสียงยั่วยวนชวนเฝ้าฝัน ยิ่งทำให้ชายชุดคลุมดำลุ่มหลงโดยไม่รู้สึกตัว เขายืนนิ่งมองเงาอันแสนงดงามของหญิงสาวเดินออกมาจากพุ่มไม้
"ตึก ตึก"
เสียงส้นสูงกระแทกกลับถนนทางเดิน ก่อนจะเผยโฉมหญิงสาวแสนสวยก้าวออกมา ด้วยขาอันเรียวยาวเผยให้เห็นเนื้อหนังที่นุ่มนวล มันกระแทกจิตใจของชายชุดคลุมสีดำจนทำให้เขาเหม่อลอยมองมาที่มันไม่วางตาเลยสักนิด แต่เมื่อเขาไล่มองตั้งแต่ท่อนขาเรียวยาวขึ้นไปด้านบนก็ยิ่งตกกระใจเข้าไปอีก ไม่ใช่ว่าเขาเห็นผีหรืออย่างไร แต่เป็นเพราะชุดที่เขาเห็นมันทำให้จิตใจที่เหม่อลอยของเขากลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว
"ต....ตำรวจจจจจจจ"
"อืมๆ ใช่แล้วจ้า"
หญิงสาวจ้องมองไปที่ชายชุดคลุมสีดำก่อนจะทำท่าทางน่ารักๆ เหมือนพิธีกรรายการที่บอกคำตอบที่ถูกต้องให้กับคนที่ตอบถูก
"ค... คุณตำรวจมีอะไรหรอครับ"
ชายชุดคลุมดำพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนจะพูดออกไป
"อืม มีอะไรนายก็น่าจะรู้นี่ ยามวิกาลแบบนี้ พบเจอคนใส่ชุดดูน่าสงสัยแบบนี้ ตำรวจอย่างฉันมันก็ต้องทำตามหน้าที่ไงละ"
หญิงสาวยังทำท่าทางน่ารักๆ เพื่อหยอกเย้าชายชุดคลุม
"ผ...ผมแค่เข้าไปทำธุระส่วนตัวสำหรับผู้ชายแค่นั้น ไม่มีอะไรทั้งนั้นครับ"
ชายชุดคลุมพยายามคิดหาทางแถเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้
"จริงหรอ แต่ที่ฉันเห็นมันไม่ใช่นะ"
เมื่อรู้ว่าแถไปก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ชายชุดคลุมดำจึงพุ่งหลบหนีด้วยความรวดเร็ว ขืนยังอยู่ตรงนี้เขาคงถูกตำรวจจับกุมตัวไว้แน่ๆ เพราะสภาพของเขาน่าสงสัยเอามากๆ
"จะไปไหนหรอ"
ไม่ทันได้พุ่งตัวไปเกินสองเมตรก็ต้องหยุดเคลื่อนไหวเพราะการเคลื่อนไหวของตำรวจสาวสวยมันช่างรวดเร็วซะเหลือเกิน เขามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเธอเลยแม้แต่น้อย แค่พริบตาเดียวก็พุ่งตัวจากตรงพุ่มไม้มาดักตรงหน้าทางหนีของเขาได้อย่างรวดเร็ว
"อะไรกัน เร็วเกินไปแล้ว"
ถึงแม้จะไม่เห็นสีหน้าของชายชุดคลุมดำ แต่ก็พอเดาได้ว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาเป็นยังไง เขาใบหน้าซีดขาว เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความเร็วของตำรวจสาว แบบนี้ไม่ใช่อะไรที่เขาจะหลบหนีรอดไปได้เลย เขายืนนิ่งใช้สมองคิดหาหนทางหลบหนี
"มีอะไรจะสารภาพไหมคะ"
ตำรวจสาวยิ้มด้วยรอยยิ้มสุดแสนจะเซ็กซี่ แต่ชายชุดคลุมไม่ได้ทำตัวหลงไหลอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ในสมองของเขาคิดได้แค่คำเดียวนั้นนั่นก็คือต้องการหลบหนีออกไปจากเธอให้เร็วที่สุด
"ครับ ผมทำอะไรผิดหรอ"
เมื่อไม่สามารถหนีได้จึงต้องปะทะด้วยฝีปากเพียงเท่านั้น
"ผมก็แค่ เข้าไปทำธุระยังไม่ทันได้ปลดปล่อยก็เจอกับคุณตำรวจแล้ว"
"อืมๆ ไม่บอกสินะงั้นฉันจะอธิบายให้ฟังแล้วกันนะ"
ตำรวจสาวกอดอกก่อนจะทำท่าทางเคร่งครัดออกมา
"เรื่องของเรื่อง คือทางเราได้รับแจ้งมาว่ามีผู้คนหายตัวไปบ้อยบ่อยเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยความที่ฉันเป็นตำรวจจึงต้องรีบหาผู้ร้ายลักพาตัวและผู้คนที่ถูกลักพาตัวไปกลับมา"
เธอพูดอย่างยาวเหยียดจนทำให้เธอหายใจแทบจะไม่ทันจึงต้องหยุดพักหายใจ ก่อนจะสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดและเริ่มพูดต่อไม่หยุดพัก
"เพื่อที่จะหาได้อย่างรวดเร็วทางตำรวจจึงต้องกระจายกำลังเพื่อเฝ้าระวังและสืบหา เพราะงั้นฉันและคนอื่นๆจึงต้องเลิกงานดึกๆดื่นๆหรือบางทีก็แทบจะทำงานเต็มเวลา24ชั่วโมง มันจึงทำให้ฉันอะนะ ไม่ได้หลับได้นอนเต็มตื่นมาเกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้ว และมันยิ่งทำให้ฉันโมโหเอามากๆ อยากจะจับไอคนนั้นมาฉีกให้เป็นชิ้นๆสับให้ละเอียดๆและโยนเศษขยะอย่างมันลงไปให้หนอนแมลงแทะให้ไม่เหลือเลยละ"
เพราะสูดอากาศเข้าไปอย่างเยอะเธอจึงระบายความในใจของเธอออกมาได้เรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง
"และหัวหน้าฉันอีก แค่แต่งตัวนิดๆหน่อยๆก็จ้องมองแทบจะกลืนกิน สายตาที่ใช้มองก็น่าขยะแขยงแบบสุดๆ น้ำลายไหลเหมือนหมูติดสัด หยึย แค่คิดก็ขนลุกละ แต่ก็นะ วันนี้เหมือนฉันจะโชคดีด้วยสิ ที่ได้เจอกับผู้ร้ายลักพาตัว ใช่ไหมคะ คุณผู้ร้ายลักพาตัว"
"อึก"
แรกๆเขาก็พอเข้าใจ พอตรงๆเขาไม่ได้ต้องการรับรู้สิ่งที่เธอบอก และส่วนท้ายๆมันตรงเข้าจุดพอดี มันยิ่งทำให้เขาไม่มีอะไรจะพูดออกมาแต่ก็ต้องหาทางพูดเพื่อแก้ต่างให้กับตัวเอง
"ไม่ใช่แล้วละครับ คุณตำรวจ คุณจะกล่าวหาข้อหาให้กับผู้บริสุทธิ์ไม่ได้นะ ถึงจะกล่าวหาก็ต้องมีหลักฐานด้วยสิไหนหลักฐานละ เอาออกมาโชว์ให้ผมดูสิ"
ในเมื่อหลบหนีแบบผู้ร้ายไม่ได้ เขาจึงต้องทำตัวเป็นประชาชนคนบริสุทธิ์ ใช้กฏหมายเข้าสู้กับตำรวจ เขาถามหาหลักฐานกับตำรวจหญิงแต่ก็เหมือนเธอจะไม่ได้พูดอะไรมันยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าไม่มีหลักฐานที่สาวมาหาเขาได้เลย เขาจึงเริ่มโวยวายออกมาเพื่อดึงดูดคนที่อยู่แถวนั้ด้วยเพราะเป็นตอนกลางคืนถึงจะเปล่าเปลี่ยวแต่ก็ไม่ได้ไร้ผู้คนซะทีเดียว
"อะไรกัน คุณเป็นตำรวจทำแบบนี้ได้ยังไง แค่ผมทำตัวน่าสงสัยนิดหน่อยคุณก็หาว่าผมเป็นผู้ร้ายลักพาตัวแล้ว มาใส่ร้ายผมแบบนี้ ผมจะฟ้องคุณกลับ""
เมื่อมีเสียงดังเกิดขึ้นในที่เงียบๆ มันจึงดังกังวานไปทั่วสวนสาธารณะ จนเริ่มเป็นจุดสนใจของชาวเอาท์ดอร์ไม่ว่าหญิงชาย ที่กำลังเพลิดเพลินกับความสุขกับบรรยากาศ จนต้องหยุดทำและชะโงกหน้าออกมารับชม
"อืม ไม่มีหลักฐานหรอก แต่กำลังจะมี นี่ไงละ"
หญิงสาวยิ้มออกมาก่อนจะพุ่งเข้าไปใกล้ตัวของชายสวมชุดคลุมดำ เธอใช้แขนที่จับไม้กระบองตำรวจออกมาในตอนที่พุ่งเข้าไปหา ฟาดเข้าไปที่ท้ายทอยของชายชุดคลุมดำจนสลบ ก่อนจะหิ้วชายคนนั้นไปไว้บนเบาะรถด้านหลังมัดให้เรียบร้อยและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
"ครืนๆ"
รถตำรวจสีดำขาวไม่ได้เปิดไฟอะไรเลยเหมือนต้องการปกปิดอะไรสักอย่างขับเข้ามาในที่เปลี่ยวๆ วิ่งเข้าบ้านพักหลังหนึ่งในที่ห่างไกล ก่อนจะจอดในโกดังเก็บของ
"ลา ล่า ล๊าาาา ละ ลา ล่าาาา"
เมื่อเข้ามาถึง ตำรวจสาวก็ฮัมเพลงอย่างมีความสุข ก่อนจะเปิดประตูด้านหลังที่มีชายชุดคลุมสีดำนั่งอยู่ด้วยสภาพถูกมัดข้อมือข้อเท้า
"ปล่อยนะ ปล่อยกู จะทำอะไร เธอมันไม่ใช่ตำรวจจจจจจจ"
"อ่าล้า จะไม่ใช่ได้อย่างไรละคะ ก็นี่ไงชุดตำรวจ มีตราด้วยดูไหมละ"
"หาวววว แต่ไม่ดีกว่า ฉันอยากไปนอนแล้วด้วยสิ รีบๆ ทำให้มันจบๆกันเถอะ"
หญิงสาวชี้ไปที่ชุดก่อนจะหาวออกมาอย่างงัวเงีย เธอหยุดพูดก่อนจะคว้ามือจับหัวดึงผมของชายชุดคลุมและลากเข้าไปในห้องหลังหนึ่งในบ้านพักเดียว
"ปัก"
เธอโยนชายคนนั้นก่อนจะเดินไปเปิดไฟห้อง
"พรืบ"
ทันใดนั้นห้องก็สว่างจ้า เปิดโชว์ให้ได้เห็นสิ่งของที่อยู่ด้านใน เป็นของที่ใช้ทรมานซะส่วนมาก ส่วนน้อยก็คงเป็นพวกตุ๊กตาที่ดูน่าหวาดกลัวเข้ากับบรรยากาศภายในห้องทรมานแห่งนี้
"อะไรกันว่ะเนี่ยยยยยยยยย"
ชายชุดคลุมตะโกนร้องดังลั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด สติของเขาแตกกระเจิง เขาไม่เคยพบเจออะไรที่โหดร้ายแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ถึงแม้ตนจะเป็นนักฆ่า แต่ก็แค่พวกปลายแถวที่ยังเป็นมือใหม่หัดฆ่า ที่ได้รับืำภารกิจง่ายๆอย่างการลักพาตัวคน นี่ก็เพราะเขาต้องการเลื่อนขั้นขึ้นโดยเร็วจึงรับมาทำ ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่ามันได้ไม่คุ้มเสี่ยงที่จะทำแล้วเมื่อมาเจอตำรวจหญิงวิกลจริต
"ห...โหดร้ายเกินไปแล้ว"
ในห้องที่ตำรวจสาวพามา มันเรียกว่าห้องทรมานและยังดูโหดร้ายโหดเหี้ยมกว่าห้องของแก๊งมาเฟียที่มันเคยอยู่ซะอีก ในนั้นเต็มไปด้วยของทรมานที่มันไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน และไหนจะคราบเลือดอีกด้วยที่ยังหลงเหลืออยู่เหมือนพึ่งจะกระเด็นมาโดนเมื่อไม่นานนี้
"ลา ลา ลา วันนี้จะใช้อะไรเล่นสนุกดีนะ"
หญิงสาวก้มหยิบเครื่องไม้เครื่องมืออย่างชำนาญ เธอเลือกชิ้นหนึ่งขึ้นมาก่อนจะยิ้มแสดงออกอย่างตื่นเต้นดีอกดีใจ แต่ก็หดหู่ไปในทันที และเก็บกลับไปก่อนจะเลือกอันใหม่ขึ้นมาดู แต่ถึงยังงั้นก็ยังไม่มีอันไหนที่สามารถทำให้ถูกอกถูกใจเธอได้เลย
"คุณตำรวจปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ผมไม่ได้ลักพาตัวนะครับ"
ชายชุดคลุมดำพยายามพูดให้เธอปล่อยตัวเขาไป ยิ่งนานเข้ายิ่งทำให้จิตใจเขาแทบจะบ้าคลั่งตายด้วยความหวาดกลัว ท่าทางของเธอมันดูเป็นคนโรคจิตวิปริตเอามาก เขาได้แต่พูดข้อร้องอ้อนวอนเธอ
"เอาละชิ้นนี้แล้วกันนะ"