จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 ตอนที่ 211 วิชาหลอมประดิษฐ์!

            ยามเช้าของอีกสามวันให้หลังบนยอดเขาประมุขของสำนักช่างประดิษฐ์

            ด้านหลังของโถงใหญ่สำนักช่างประดิษฐ์เป็นที่ตั้งของหมู่ตึก ศาลาและทะเลสาบขนาดเล็กซึ่งเป็นที่พักผ่อนของเจ้าสำนักและผู้อาวุโสยังมีหอตำรา ศาลาคลังอาวุธอันเป็นพื้นที่ซึ่งศิษย์ในสำนักไม่อาจเข้ามาโดยพลการนอกจากนี้ยังมีห้องขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการสอน ลานสำหรับจัดการประลองตึกสำหรับฝึกฝนวิชาและตึกอื่นๆอีกหลายหลัง

            ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของยอดเขามีเรือนโดดเดี่ยวหลังหนึ่งตั้งอยู่ และด้านล่างของเรือนก็มีห้องใต้ดินอยู่ห้องหนึ่ง

            ห้องใต้ดินนี้กว้างหนึ่งร้อยห้าสิบวาบนผนังมีผลึกหินสีขาวขนาดเท่ากำปั้นหลายก้อนคอยให้แสงสว่างภายในห้องที่กึ่งกลางของห้องมีชายหนุ่มที่กำลังยืนอย่างสำรวมตั้งใจฟังคำพูดของบุรุษวัยกลางคนด้วยสีหน้าจริงจัง

            ชายหนุ่มผู้นี้คือไป๋หยุนเฟยและอีกคนที่กำลังกล่าววาจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก็คือเจ้าสำนักช่างประดิษฐ์ โค่วฉางคง

            ภายในห้องมีพลังธาตุไฟแผ่วบางกระจายอยู่โดยรอบยามนี้อุณหภูมิที่กึ่งกลางห้องสูงกว่าบริเวณรอบนอกอยู่เล็กน้อย ---เนื่องเพราะไป๋หยุนเฟยเพิ่งแสดงฝีมือการควบคุมธาตุไฟหลังจากที่ผ่านการเรียนรู้และทำความเข้าในต่อ‘เคล็ดควบคุมไฟ’มาแล้วหนึ่งเดือนเต็ม

            ……

            “ประเสริฐมากหยุนเฟย เจ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังจริงๆ เวลาสั้นๆเพียงหนึ่งเดือนก็สามารถฝึกปรือ‘เคล็ดควบคุมไฟ’ได้ถึงระดับนี้นับว่าหาได้ยากนัก” โค่วฉางคงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “‘เคล็ดควบคุมไฟ’เป็นพื้นฐานวิชาของสำนักช่างประดิษฐ์เรื่องนี้ข้าจะไม่กล่าวให้มากความอีกหลังจากนี้ให้เจ้าหมั่นฝึกปรืออย่างต่อเนื่องอย่าได้ละเลย ขอเพียงมีความชำนาญในการควบคุมไฟที่เพียงพอยามที่หลอมประดิษฐ์ต่อให้เจ้าใช้ความพยายามเพียงห้าส่วนก็ยังมีโอกาสสำเร็จ”

            ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ารับคำพร้อมกับกล่าวว่า“ทราบแล้วท่านอาจารย์ ศิษย์จะจดจำให้ขึ้นใจ!”

            “อืม ฮ่าฮ่า อาจารย์เข้าใจว่าเจ้าร้อนใจอยากเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์ดังนั้นข้าจะไม่กล่าวให้มากความอีก” โค่วฉางคงมองดูไป๋หยุนเฟยพร้อมกับกล่าวกลั้วหัวเราะ“ต่อจากนี้ข้าจะเริ่มถ่ายทอดวิชาหลอมประดิษฐ์ให้แก่เจ้า!”

            ไป๋หยุนเฟยข่มความตื่นเต้นเอาไว้พร้อมกับรวบรวมสมาธิขึ้นราวกับเกรงว่าคำสอนของโค่วฉางคงจะตกหล่นรอดหูไป

            เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของไป๋หยุนเฟยโค่วฉางคงก็พยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นจึงกล่าวอย่างแช่มช้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“วิชาหลอมประดิษฐ์แม้จะยุ่งยากซับซ้อน แต่หากจะให้สรุปโดยย่อก็มีขั้นตอนแตกต่างจากการผลิตอาวุธของคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นสำนักเราแบ่งการหลอมประดิษฐ์ออกเป็นสามขั้นตอน --- การหลอมแยก การผสมขึ้นรูปและการควบหล่อ”

            “ในสามขั้นตอนหลักทุกขั้นแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนย่อย แต่ละขั้นตอนย่อยยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกนับไม่ถ้วน”

            “การหลอมแยก--- คือการหลอมละลายวัตถุดิบและแยกแยะให้เหลือเพียงเนื้อบริสุทธิ์ขั้นตอนนี้ถือเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานของการหลอมประดิศฐ์หากขั้นตอนการหลอมวัตถุดิบทำได้ไม่ดีพอก็จะไม่สามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุวิญญาณคุณภาพสูงออกมาได้”

            “การผสมขึ้นรูป--- คือการผสมวัตถุดิบและขึ้นโครงร่างวัตถุวิญญาณแต่ละชนิด จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่ต่างกันในการหลอมประดิษฐ์และแม้จะเป็นวัตถุวิญญาณแบบเดียวกัน ก็ยังใช้อัตราส่วนของวัตถุดิบที่ไม่เหมือนกันยิ่งมีความชำนาญในการผสมวัตถุดิบมากเท่าใด ก็จะสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุวิญญาณได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเท่านั้นและการกำหนดว่าจะสร้างวัตถุวิญญาณชนิดใดเช่น มีด กระบี่ ทวน หอกหรืออย่างอื่นก็จะขึ้นรูปในขั้นตอนนี้เอง”

            “การควบกลั่น--- ควบแน่นวัตถุดิบที่ถูกหลอมเหลวให้กลายเป็นของแข็งตามรูปแบบที่กำหนดเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการหลอมประดิษฐ์ นอกจากจะยุ่งยากและซับซ้อนยังถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการหลอมประดิษฐ์ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ได้แล้วก็จะถือว่าหลอมประดิษฐ์สำเร็จแล้ว!”

            โค่วฉางคงอธิบายทั้งสามขั้นตอนโดยสรุปจากนั้นจึงเว้นช่วงเพื่อให้เวลาไป๋หยุนเฟยได้แยกแยะข้อมูลที่ได้ฟัง ก่อนจะกล่าวต่อว่า“จากนี้ข้าจะแสดงตัวอย่างให้เจ้าได้ชมตั้งแต่เริ่มแรกจนจบสิ้นหนึ่งรอบเจ้าตั้งใจชมให้ดีและซึมซาบให้เข้าถึงจิตใจให้ได้”

            โค่วฉางคงสะบัดมือคราหนึ่งก็มีก้อนหินสีดำขนาดเท่าชามอ่างปรากฏขึ้นบนมือขวา“นี่เป็นสินแร่ทองคำธรรมดาก้อนหนึ่ง จะถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ขั้นตอนแรกที่ต้องกระทำก็คือขจัดสิ่งเจือปนออกให้หมดจนเหลือเพียงเนื้อบริสุทธิ์”

            “ปัง”เปลวเพลิงสีแดงวาบขึ้นก่อนจะลุกโชนจนทั่วก้อนหิน จากนั้นก้อนหินก็เริ่มย่อขนาดลงทีละน้อยขณะเดียวกันโค่วฉางคงก็เอ่ยปากขึ้น “วัตถุดิบแต่ละชนิดต้องใช้ระดับไฟที่แตกต่างกัน ในการหลอมแยก ใช่ว่าพลังไฟยิ่งร้อนแรงจะยิ่งดีเสมอไปหากว่ามากเกินไปก็อาจทำให้วัตถุดิบถูกเผาไหม้ ดังนั้นต้องควบคุมปริมาณไฟให้เหมาะสมยิ่งควบคุมได้ละเอียดเท่าใดก็ยิ่งดี และแน่นอน ใช่ว่าวัตถุดิบทุกชนิดจะต้องผ่านการหลอมแยกวัตถุดิบพิเศษบางชนิดเช่น วัตถุดิบล้ำค่าหายากบางอย่าง หรือแม้กระทั่งเส้นเอ็นกระดูกขนหรือส่วนอื่นๆของอสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งก็สามารถนำมาสร้างเป็นวัตถุวิญญาณได้แต่ว่านั่นต้องอาศัยวิธีหลอมประดิษฐ์ในระดับที่สูงกว่านี้ในยามนี้เจ้ายังไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้”

            ระหว่างที่อธิบายก้อนหินขนาดเท่าชามอ่างก็ถูกสกัดจนเหลือเพียงขนาดเท่ากำปั้น อีกทั้งยังเปลี่ยนรูปกลายเป็นของเหลวสีทองลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศขณะที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของโค่วฉางคงก็สะท้อนแสงสีทองแวววาวออกมา พร้อมกันนั้นกลุ่มเพลิงที่ล้อมอยู่ก็หดย่อลงจนห่อหุ้มมันเอาไว้พอดี 

            “จากนี้ข้าจะหลอมประดิษฐ์วัตถุวิญญาณประเภทที่ง่ายที่สุดนั่นคือใช้วัตถุดิบหลักเพียงชนิดเดียววัตถุวิญญาณระดับสูงบางชนิดต้องใช้วัตถุดิบหลายชนิด หรือแม้แต่หลายสิบชนิดก็ยังมี” โค่วฉางคงสะบัดมืออีกครา ผงหลากหลายชนิด หินและวัตถุอื่นๆก็ปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือซ้าย หนึ่งในนั้นยังมีศิลาบรรพกาลสีทองอยู่ก้อนหนึ่ง“เมื่อผสานศิลาบรรพกาลเข้าไปก็จะสามารถเพิ่มพลังขึ้นได้หรือจะใช้ศิลาบรรพกาลที่มีคุณสมบัติอื่นก็ทำได้เช่นกันเพียงแต่หากทำเช่นนั้นความยากในการหลอมประดิษฐ์ก็จะยิ่งสูงขึ้น และของทั้งหมดนี้ก็คือวัตถุดิบเสริมชุดแรก”

            “และนี่คือการผสมขึ้นรูป”โค่วฉางคงเพ่งสายมองจากนั้นวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่อยู่รอบมือซ้ายก็ลอยเข้าสู่ลูกไฟบนฝ่ามือขวาแล้วศิลาบรรพกาลและวัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกหลอมกลายเป็นของเหลวสีแดงก่อนจะรวมเข้ากับของเหลวสีทองภายในเปลวไฟ“ชนิดและสัดส่วนของวัตถุดิบเสริมที่จำเป็นสำหรับวัตถุวิญญาณแต่ละชนิดล้วนต่างกันและหลังจากหลอมรวมกันแล้ววัตถุวิญญาณชนิดเดียวกันแต่ละชิ้นก็จะมีสัดส่วนของการผสมที่แตกต่างกันออกไป”

            ยามที่บนฝ่ามือของโค่วฉางคงหลงเหลือเพียงของเหลวก้อนเดียวลอยอยู่ลูกไฟที่ห่อหุ้มอยู่โดยรอบก็ค่อยๆยืดยาวออกเพียงพริบตาเดียวลูกไฟก็เปลี่ยนรูปทรงกลายเป็นมีดสั้นยาวครึ่งเชียะเล่มหนึ่งแล้วของเหลวภายในลูกไฟก็เปลี่ยนรูปทรงไปราวกับว่าลูกไฟนั้นเป็นแม่พิมพ์ที่ขึ้นรูปของเหลวให้เป็นไปตามลักษณะของตัวมันเอง

            “นี่คือการ‘ขึ้นรูป’ ก่อนหน้านี้ที่เจ้าแสดงออกออกมาก็คือการขึ้นรูปเปลวไฟก็จะถูกนำมาใช้ในขั้นตอนนี้เอง”โค่วฉางคงเพ่งสายตาพร้อมกับกล่าวว่า “ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เจ้าต้องให้ความสนใจและรับรู้ด้วยตัวของเจ้าเอง”

            กล่าวจบพลังวิญญาณแผ่วบางก็แผ่กระเพื่อมออกจากร่าง ลูกไฟบนมือโค่วฉางคงสั่นไหวเล็กน้อยจนเปลวเพลิงโชยสะบัดแม้กลุ่มเพลิงจะคงรูปเป็นมีดสั้นดังเดิม แต่ของเหลวภายในกลับเริ่มหมุนวนไปมา

            จากนั้นไป๋หยุนเฟยก็สัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณของโค่วฉางคงที่แผ่ออกเกิดการสั่นกระเพื่อมแปรเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องบางครั้งเร็วบางครั้งช้า บางครั้งแรงบางครั้งเบาหลังจากเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งที่ยี่สิบแปดก็หยุดลง แล้วกลุ่มเพลิงบนฝ่ามือและของเหลวรูปมีดสั้นที่แปรเปลี่ยนเดี๋ยวใหญ่ขึ้นเดี๋ยวเล็กลงตามพลังวิญญาณก็สงบลงในที่สุด

            “ปัง!!”

            เสียงระเบิดดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมกับไอความร้อนที่ทะลักออกรอบทิศบังเกิดเป็นลมพัดจนชายเสื้อปลิวสะบัด ไป๋หยุนเฟยหรี่ตาเพ่งมองดูที่จุดศูนย์กลางของการระเบิด--- ที่บนมือของโค่วฉางคง

            เปลวไฟสีแดงเริ่มกระจายออกและจางลงมีดสั้นสีทองแคบเรียวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนมือของโค่วฉางคง ยามปรากฏขึ้นก็สะท้อนแสงจากผลึกหินจนทอประกายแวววับ

            “เท่านี้การหลอมประดิษฐ์ก็เสร็จสิ้น!” โค่วฉางคงกล่าวเสียงราบเรียบพร้อมกับมองดูไป๋หยุนเฟยที่กำลังครุ่นคิดจากนั้นจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “หยุนเฟยเจ้าคงสัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้วกระมัง?”

            “เอ่อ...” ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วครุ่นคิดจากนั้นจึงกล่าวด้วยความละอายว่า “ศิษย์ช่างโง่เขลาเมื่อครู่พลังวิญญาณของท่านอาจารย์สั่นกระเพื่อมแปรผันรวดเร็วนักข้าจดจำได้เพียงเจ็ดส่วนเท่านั้น”

            โค่วฉางคงพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า“ฮ่า ฮ่า สามารถจดจำได้ถึงเจ็ดส่วนก็ถือว่าไม่เลวแล้ว การกระเพื่อมของพลังวิญญาณนั้นจดจำไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดหลังจากนี้เจ้าทดลองหลอมประดิษฐ์ด้วยตนเองและสั่งสมประสบการณ์ไปทีละน้อยจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าเมื่อครู่ที่ข้าแสดงตัวอย่างให้เจ้าชมดูนั้นเพียงต้องการให้เจ้าได้เห็นว่าการหลอมประดิษฐ์นั้นมีขั้นตอนหลักและจุดสำคัญที่ใดเท่านั้นในยามนี้เจ้าไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งขอเพียงจดจำความรู้สึกในวันนี้เอาไว้ แล้วหลังจากนี้เจ้าจะค่อยๆกระจ่างเอง”

            ไป๋หยุนเฟยรับคำ“ทราบแล้ว ศิษย์จะจดจำเอาไว้”

            “อืมการถ่ายทอดวิชาในวันนี้พอเท่านี้ก่อน เจ้ากลับไปทบทวนโดยละเอียดก่อนจดจำรายละเอียดทั้งหลายให้ดี พรุ่งนี้เวลานี้ ข้าจะชี้แนะให้เจ้าหลอมประดิษฐ์วัตถุวิญญาณด้วยตนเอง” โค่วฉางคงกล่าวจบก็สะบัดมือมีดสั้นสีทองก็ลอยมาถึงเบื้องหน้าไป๋หยุนเฟย “มีดสั้นนี้เจ้าเอาไปเถอะ ความรู้สึกที่จดจำได้เมื่อครู่รวมกับมีดสั้นเล่มนี้จะทำให้เจ้าเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น”

            ไป๋หยุนเฟยรับมีดสั้นมาพร้อมกับกล่าวอย่างนอบน้อมว่า“ทราบแล้วท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขออำลา”

            “อืม ไปเถอะ”

            ……

คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน