ฉินลู่ได้ยินสิ่งที่ตำรวจหญิงคนสวยบอกก็หัวเราะจนท้องแข็งไปหมด
มันชัดเจนอยู่แล้วว่าทางตำรวจไม่มีแฟ้มคดีอะไรของเขาทั้งนั้นพวกตำรวจก็แค่พยายามหลอกล่อให้เขาพูดออกมา
ฉินลู่ทำท่าช่วยไม่ได้และพูดว่า “ต้องขอโทษด้วยจริงๆผมไม่รู้เลยว่าตัวเองทำผิดอะไร ต้องทำให้ผิดหวังแล้ว”
“เชอะ!” ตำรวจหญิงคนสวยสบัดบ็อบใส่และพูดต่อ“นายนี่มันไม่เห็นโรงศพไม่หลังน้ำตาจริงๆ สินะ”
“ก็เหมือนคุณนั่นแหละ” ฉินลู่พูดจบก็เริ่มหลับตาลงและพยายามใช้ความคิด
ผ่านไปราว 4-5 นาทีนายตำรวจวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าพี่ซ่งก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารที่มีแฟ้มคดีอยู่ด้วยท่าทีเสแสร้งเขามานั่งลงที่เก้าอี้ผู้สอบสวนและวางซองเอกสารที่มีแฟ้มคดีอยู่ลงบนโต๊ะเสียงดัง
“นี่คือแฟ้มคดีทั้งหมดของคุณ คุณยังอยากจะแก้ตัวอะไรอีกไหม”ตำรวจหญิงคนสวยหยิบเอาซองเอกสารที่มีแฟ้มคดีขึ้นมานิ้วเรียวยาวข้างซ้ายของเธอจับซองเอกสารไว้และพูดกับฉินลู่
ฉินลู่ลืมตาขึ้นมาเห็นซองเอกสารในมือของตำรวจหญิงคนสวยเขาก็หัวเราะและพูดว่า “แล้วพวกคุณรออะไรกันอยู่ล่ะ รีบเปิดเผยความผิดของผมให้ได้รู้กันไปเลยสิครับ!”
“คุณยังคิดที่จะปากแข็งต่ออีกเหรอ”ตำรวจหญิงคนสวยพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ไม่ใช่ว่าผมปากแข็ง” ฉินลู่ยักไหล่ “แต่เป็นเพราะว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆผมแค่ไปนวดที่โรงนวดเหรอหั่วก็เท่านั้นเรื่องแค่นี้ก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยเหรอ พวกคุณทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เอง”
“ที่เราจับตัวคุณมาไม่ใช่เพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นั้นหรอกนะ”ตำรวจหญิงคนสวยเอามือแตะที่ซองเอกสารที่มีแฟ้มคดีไปพลางพูดกับฉินลู่ไปพลาง “ความผิดของคุณอยู่ในนี้หมดแล้ว”
ตำรวจหญิงคนสวยพูดพลางดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้มเธอกวาดตาอ่านตัวหนังสือบนกระดาษ จากนั้นก็กลับมาจ้องตาฉินลู่และพูดว่า “ฉินลู่สมาชิกกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมิน...ฉันพูดถูกใช่ไหม?”
“กลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินเหรอ” ฉินลู่คิดว่าจุดพีคของเรื่องนี้มาถึงแล้วเขาจึงแกล้งทำเป็นปล่อยเบลอและพูดว่า “กลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินคืออะไรแล้วฉันไปเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ได้อย่างไร”
“ปัง!” นายตำรวจวัยกลางคนทุบโต๊ะเสียงดังก่อนพูดว่า“นายยังไม่ยอมรับอีกเหรอกรมสืบสวนคดีพิเศษของเราตรวจสอบกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินมานานมากแล้ว! เรามีข้อมูลและบันทึกการเคลื่อนไหวของสมาชิกทุกคนในกลุ่มนี้ฉันจะพูดกับนายอีกครั้ง สารภาพมาซะ โทษหนักจะได้เป็นเบา!ถ้ายังปากแข็งแบบนี้ต่อไป นายได้เจอดีแน่”
ฉินลู่ทำหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมและพูดว่า“พวกคุณจะมาใช้กำลังแล้วบังคับกันให้ผมยอมรับไม่ได้ผมไม่รู้จักกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินจริงๆ และไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มนี้ด้วยผมเป็นแค่หมอประจำห้องพยาบาลธรรมดาคนหนึ่ง พวกคุณจับผิดตัวแล้วล่ะ”
“ยังจะปากแข็งอีก!” ตำรวจหญิงคนสวยยื่นเอกสารในมือของตัวเองให้ฉินลู่ดู
ฉินลู่รับมาก็เห็นรูปถ่ายของตัวเองบนกระดาษซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ดึงดูดสายตาคนมองมากที่สุดและที่ใต้ภาพนั้นก็มีรายการจดบันทึกการกระทำความผิดที่เหมือนจะเป็นเรื่องจริง แต่มันไม่ใช่เรื่องจริงข้อหาแล้วข้อหาเล่าถูกบันทึกไว้อย่างถูกต้องตามรูปแบบที่ควรจะเป็น
“เห็นชัดแล้วหรือยังบันทึกการก่อคดีอย่างละเอียดของคุณอยู่ในซองเอกสารแฟ้มคดีนี้หมดแล้วคุณจะยังปากแข็งอีกไหม” ตำรวจหญิงคนสวยหัวเราะเย้ยพลางตบซองเอกสารแฟ้มคดีเบาๆและพูดต่ออีกว่า “ฉันจะให้โอกาสคุณอีกครั้งรีบสารภาพมาซะว่าคุณทำอะไรมาบ้าง เราจะถือว่าคุณยอมสารภาพแต่โดยดีจะพยายามช่วยให้คุณได้ลดโทษครึ่งนึง ไม่อย่างนั้นถ้ารอให้เราเป็นฝ่ายบอกคุณเองทั้งหมดว่าคุณมีความผิดอะไรบ้าง พอถึงตอนนั้นแล้วสถานการณ์ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
ฉินลู่แสยะยิ้มและคืนเอกสารในมือให้กับทางตำรวจจากนั้นก็พูดว่า “ฉัน ฉินลู่ ตัวตรงย่อมไม่กลัวเงาเฉเฉียงข้อมูลเอกสารนี้ของพวกคุณน่ะทำขึ้นมาเองทั้งนั้นเพราะว่าผมไม่เคยไปร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินอะไรนี่เลยผมเป็นแค่หมอประจำห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยคนนึงกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันก็เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดเอาไว้อย่างตายตัวอีกอย่างในมหาวิทยาลัยก็มีกล้องวงจรปิดอยู่ พวกคุณไปตรวจสอบได้ตลอด”
“เหอะๆ” ตำรวจหญิงคนสวยก็แสยะยิ้มบ้างและพูดว่า “ถ้าคุณเป็นแค่หมอธรรมดาคนหนึ่งแล้วเราจะจับตัวคุณมาเพื่ออะไรล่ะช่วยบอกมาหน่อยว่าเมื่อคืนนี้ทำไมคุณถึงได้ไปปรากฏตัวที่การประชุมของกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมิน”
ฉินลู่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “คุยมาตั้งนานสรุปว่าหัวหน้าระดับสูงและระดับกลางของกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินคือหมอนวดสาวคนนึงเหรอเนี่ยตอนนั้นผมนวดตัวอยู่จะไปปรากฏตัวที่การประชุมห่าเหวนี่ได้อย่างไร”
“คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าหลังห้องเล็กๆ นั้นของคุณยังมีห้องส่วนตัวอยู่อีกห้องในห้องนั้นมีพวกกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินของพวกคุณที่กำลังนั่งประชุมกันอยู่”
“บร้ะเจ้า” ฉินลู่ถึงกับกุมขมับ“นี่ผมต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วยทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย!”
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว” ตำรวจหญิงคนสวยเก็บเอกสารกลับเข้าแฟ้ม จากนั้นก็พูดว่า “ตอนนี้เรามีทั้งหลักฐานและความจริง คุณจะยอมรับสารภาพได้หรือยัง”
“ขอถามหน่อยได้ไหมว่าความจริงและหลักฐานที่เธอว่าอยู่ไหนเหรอเอามาวางเรียงตรงหน้าผมให้หมด ไม่อย่างนั้นก็หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว” ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ
“ได้เหมือนว่าคุณจะเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ นะ งั้นคุณก็ปากแข็งต่อไปเถอะยอมสารภาพความผิดของตัวเองเมื่อไร เราจึงจะปล่อยตัวคุณเมื่อนั้น” ตำรวจหญิงคนสวยพูดพลางลุกขึ้นยืนและหันไปพูดกับนายตำรวจวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ว่า “พี่ซ่งเราไปกันเถอะ ขังเขาไว้สักพัก แล้วมารอดูกันว่าจะยอมพูดความจริงไหม”
“นี่ๆๆๆ !” ฉินลู่เริ่มร้อนใจเขาลุกขึ้นยืนเหมือนกันและพูดว่า “พวกคุณมีหลักฐานแล้วไม่ใช่เหรองั้นก็เอาออกมาเลยสิ เอาผมไปขังไว้ มันเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์”
“เรามีหลักฐานแต่แค่ไม่อยากทำถึงขั้นนั้น คุณยังหนุ่มยังแน่นถ้าหากว่าพวกเราเปิดเผยคดีที่คุณได้กระทำความผิดออกมาทั้งหมดโดยที่ไม่ได้เป็นการยอมรับสารภาพด้วยตัวเองแบบนั้นคุณก็จะต้องนอนอยู่ในคุกไปจนตาย”ตำรวจหญิงคนสวยพูดจาโกหกหน้าตาย
ฉินลู่ยอมใจทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้านี้เลยจริงๆ “พี่ชายพี่สะใภ้บอกความจริงเรื่องที่ผมทำผิดมาเถอะ และลงโทษให้หนักเลย ขอร้องล่ะ!”
“ใครเป็นพี่สะใภ้ของคุณไม่ทราบ!”ตำรวจหญิงคนสวยมองค้อนใส่ฉินลู่หนึ่งทีจากนั้นก็เชิดหน้าแล้วเดินออกไป
นายตำรวจวัยกลางคนมองจ้องฉินลู่อยู่นานจากนั้นก็เตรียมตัวลุกจากไปด้วยอีกคน
“เดี๋ยว!เดี๋ยวก่อนสิ! อย่าเพิ่งไป”
ฉินลู่เห็นว่าสองคนนี้กำลังจะเดินออกไปกันแล้วจริงๆจึงรีบตะโกนห้ามไว้
หัวของตำรวจหญิงคนสวยยื่นออกมาจากหลังประตูและพูดว่า“คุณยอมรับแล้วใช่ไหม”
“ยอมรับกับผีน่ะสิ!” ฉินลู่ตบโต๊ะตรงหน้าเบาๆ พร้อมพูดว่า “ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายของประเทศอนุญาตให้กักขังผู้ต้องสงสัยได้ไม่เกิน48 ชั่วโมง พวกคุณจับตัวผมไว้แบบนี้ มันผิดกฎหมายนะ!”
“งั้นคุณก็ไปแจ้งให้มาจับพวกเราสิ” ตำรวจหญิงกรอกตาใส่ฉินลู่ ก่อนหันหลังเตรียมเดินจากไปอีกครั้ง
“พวกคุณขังผมไว้ที่นี่แล้วไหนล่ะอาหารของผม”
“ไม่สารภาพก็ไม่มีข้าวกินย่ะ”
“พวกคุณกำลังทรมานคนอยู่นะ!ทรมานประชาชน! รู้กฎหมายแต่ทำผิดกฎเสียเอง! พวกคุณกำลังใช้กำลังบังคับให้ผมสารภาพนะ นี่!”ฉินลู่ตะโกนจนคอแทบแตก
“ปัง!”
ประตูห้องสอบสวนถูกปิดลงอย่างมิดชิด
ฉินลู่หยุมหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด “เก่งนักก็ทรมานฉันด้วยการให้อดข้าวจนตายไปเลย”
รอมาแล้วครึ่งค่อนวันก็ไม่เห็นมีใครมาฉินลู่จึงตัดสินใจขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนโต๊ะ จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการฝึกเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตด้วยการท่องบทสวดโคจรจุลจักรวาล
การบำเพ็ญวิชาต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า...
ซึ่ง ณ เวลานี้ ภายในห้องฉายภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ข้างๆห้องสอบสวน มีตำรวจหญิงคนสวยและนายตำรวจวัยกลางคนกับตำรวจคนอื่นๆอีกหลายคนพากันดูที่จอใหญ่อย่างแปลกใจ
เพราะภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคือภาพของฉินลู่ที่กำลังฝึกบำเพ็ญวิชาในท่านั่งขัดสมาธิ
“เขากำลังทำอะไรน่ะ” ตำรวจหญิงคนสวยถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“ไม่แน่ใจหรือจะเป็นพวกการฝึกวิชาอะไรทำนองนั้น”ตำรวจคนหนึ่งพูดอย่างไม่แน่ใจ
“หรือไม่ก็คงมีปัญหาทางสมองแหละ...”
ตำรวจต่างถกเถียงกันอยู่สักพัก จากนั้นก็พากันเงียบ