เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 108 เวทนา [Re-write]

            “เหล่าฟูเหรินท่านอยากให้ข้ารักษานางในสถานที่ใดหรือเจ้าคะ?”ในใจของหลิงมู่เอ๋อร์พอจะมีการคาดเดาบ้างแล้ว แต่ยังคงอดถามไม่ได้

            หากเป็นไปได้แล้วนั้น นางอยากพาสตรีนางนี้ไปรักษาที่บ้านสกุลหลิงจริงๆในบรรยากาศอันอบอุ่นเช่นนั้นของบ้านสกุลหลิงนางที่เคยได้รับความตื่นตระหนกมาจะสามารถฟื้นฟูได้เร็วกว่า

            ทว่าหากคนผู้นี้มีความสำคัญต่อซูเหล่าฟูเหรินถึงเพียงนี้ นางจะสามารถพานางไปได้หรือ?

            “วันหลัง ทุกสองถึงสามวันข้าจะรับเจ้ามาที่จวนตระกูลซูภายนอกก็กล่าวว่ามาปรับสุขภาพให้ข้า เจ้ารู้ว่าควรทำเช่นใดกระมัง?”ซูเหล่าฟูเหรินมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างเฉียบขาด

            บัดนี้ ตัวนางยังเหลือภาพหญิงชราผู้อารีเสียที่ใดเป็นผู้ที่สูงศักดิ์ที่ทรงอำนาจจนไม่อาจเก็บงำประกายต่างหาก

            นี่จึงจะเป็นสภาพที่แท้จริงของนาง หลิงมู่เอ๋อร์เข้าใจมิใช่นางเสแสร้งตนเองอยู่ตลอด แต่เป็นดาบวิเศษในยามมิได้ใช้ย่อมเก็บซ่อนอยู่ในปลอกดาบ ทันทีที่ชักออกมา เมฆลมล้วนเปลี่ยนแปรซูเหล่าฟูเหรินในยามที่ยังเป็นสาวนั้น ก็เป็นผู้ที่มีอิทธิพลผู้หนึ่งเพียงแต่ยุคสมัยนั้นผ่านมานานเกินไป ผู้ที่รู้เรื่องในอดีตของนางมีไม่มากแล้ว

            บังเอิญที่หลิงมู่เอ๋อร์ก็เป็นผู้ที่รู้เรื่องราวในอดีตของนางส่วนเรื่องในอดีตพวกนั้นเป็นซั่งกวนเซ่าเฉินบอกกับนางซั่งกวนเซ่าเฉินไม่อยากให้นางไม่มีความมั่นใจในตัวซูเหล่าฟูเหรินดังนั้นจึงเล่าเรื่องที่รู้ให้นางฟังทั้งหมด และให้นางรู้จักรักษาตนเอง

            “เจ้าค่ะ” หลิงมู่เอ๋อร์พูดเรียบๆ“เช่นนั้นวันนี้ข้าจะฝังเข็มให้นางเท่านั้น และเขียนเทียบยาให้นางท่านจัดคนมาดูแลนางอย่างใส่ใจเจ้าค่ะ!”

            “นี่ย่อมแน่นอน ในเมื่อข้าจะรักษานางให้หายก็ย่อมทุ่มเททั้งกายใจ ไม่ให้ผู้อื่นแทรกเข้ามาในช่องโหว่ได้”ซูเหล่าฟูเหรินพยักหน้ากล่าว “อีกครู่เมื่อออกจากที่นี่แล้วเจ้าไปที่เรือนหลังอีกครั้ง ไท่จื่อเฟยก็ต้องการให้เจ้าตรวจอาการเช่นเดียวกัน ”

            หลิงมู่เอ๋อร์จึงได้เข้าใจว่าการคาดเดาของตนมิได้ผิดพลาด ไท่จื่อเฟยนับจากปรากฏกายก็แสดงความสนใจในตัวนางเป็นอย่างยิ่งเห็นได้ชัดว่าก็ต้องการให้นางรักษาเช่นกัน

            หลิงมู่เอ๋อร์ฝังเข็มให้สตรีฟั่นเฟือนจากนั้นก็เขียนใบสั่งยา หลังจากมอบใบสั่งยาให้ซูเหล่าฟูเหรินแล้วก็ประคองซูเหล่าฟูเหรินออกจากเรือนที่เปลี่ยวไกลนั้นไป

            ในยามที่นางจากมาไกลแล้วเมื่อหันกลับไปมองทิศทางที่รกร้างพลันเห็นเพียงที่นั่นมีเงาสีดำเงาดำพริบตาเดียวก็หายไป

            เมื่อกลับมาถึงในเรือนหลังไท่จื่อเฟยได้รออยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อครู่ซูเหล่าฟูเหรินออกจากงานเลี้ยงไปไท่จื่อเฟยคุยกับเหล่าคุณหนูในห้องหออยู่ครู่หนึ่งก็ออกจากงานเลี้ยงไปเช่นกัน

            มัวมัวชราข้างกายไท่จื่อเฟยมองสำรวจหลิงมู่เอ๋อร์กล่าวกับซูเหล่าฟูเหรินว่า “เหนียงเหนียงไม่อาจออกจากวังนานเกินไปนักรีบทำเวลาเถิด!”

            ซูเหล่าฟูเหรินพยักหน้าให้มัวมัวชรา “ได้วิชาแพทย์ของมู่เอ๋อร์ยาโถวสูงส่งเป็นอย่างยิ่งจะต้องไม่ทำให้เหนียงเหนียงผิดหวังแน่นอน”

            ไท่จื่อเฟยเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็ลืมตามองหลิงมู่เอ๋อร์ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หลับต่อนางกล่าวอย่างเนือยๆว่า “สาวน้อย หากเจ้าสามารถแก้ปัญหายากในใจของข้าได้ภายหน้าข้าย่อมไม่ผิดต่อเจ้า”

            “ขอบพระทัยไท่จื่อเฟยมากเพคะ”หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวอย่างราบเรียบ “ในฐานะแพทย์ ช่วยผู้ป่วยแก้ปัญหาเป็นเรื่องที่ข้าควรทำ ข้าจะพยายามสุดกำลังเพคะ”

            นำมือวางลงบนข้อมือของไท่จื่อเฟยสัมผัสถึงการเต้นของชีพจรของนาง

            “เชิญไท่จื่อเฟยทรงนำพระหัตถ์อีกข้างออกมาเช่นเดียวกันเพคะ”หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวกับไท่จื่อเฟย

            ไท่จื่อเฟยเปลี่ยนมืออีกข้าง

            หลิงมู่เอ๋อร์จับชีพจรอีกครั้ง

            ครั้งนี้ นางรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

            “ไท่จื่อเฟยทรงเคยดื่มหญ้าฝรั่นในปริมาณมากมาก่อน”หลิงมู่เอ๋อร์มองไท่จื่อเฟยที่อยู่เบื้องหน้า อายุของนางไม่มากโตกว่านางเพียงสามสี่ปีเท่านั้น

            ทว่า บุคลิกที่สุขุมนั่นและความอ้างว้างเย็นชาในดวงตานั้น ก็ราวกับคนชราที่ค่อยๆ สิ้นอายุขัยไป

            “พื้นฐานร่างกายถูกทำร้าย หากไม่ทรงปรับสภาพกลับมาก็ทรงมิอาจทรงพระครรภ์ได้เพคะ”

            ด้านอื่นของไท่จื่อเฟยล้วนอยู่ดีมีเพียงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เรื่องทายาทสำหรับราชวงศ์แล้วมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะบุตรของภรรยาเอก หากไท่จื่อเฟยไม่อาจคลอดบุตรของภริยาเอกได้ในยามที่ไท่จื่อขึ้นครองราชย์นางก็ไม่อาจกลายเป็นหวางโฮ่วได้ ในประวัติศาสตร์ยามที่ไท่จื่อขึ้นครองราชย์แล้วมิได้สถาปนาภรรยาที่ผูกผมกันมาเป็นหวางโฮ่วก็มิได้มีเพียงตัวอย่างเดียวหรือสองตัวอย่างไม่มีสิ่งใดแปลก

            “เจ้าสามารถช่วยข้าฟื้นฟูกลับมาได้หรือไม่?” เกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยของหลิงมู่เอ๋อร์นั้นไท่จื่อเฟยมิได้มีความแปลกใจแม้แต่น้อยเพียงแต่ในดวงตาของนางมีความเคียดแค้นวาบผ่าน

            หญิงสาวที่ยังเยาว์วัยผู้หนึ่งสูญเสียความสามารถในการเป็นมารดาไป ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ย่อมรับไม่ไหวนางยิ่งไม่มีทางไปดื่มยาที่ทำให้ไม่อาจตั้งครรภ์จำนวนมากเช่นนั้นด้วยตนเองเห็นได้ชัดว่ามีคนทำร้ายนาง ในส่วนลึกของวังหลวงนั้นผู้ที่วางยาพิษตนมีโอกาสเป็นพี่น้องที่ดีของตน และก็มีโอกาสเป็นผู้ที่อยู่ข้างหมอนนี่ก็คือความน่าเศร้าของราชวงศ์

            หลิงมู่เอ๋อร์พยักหน้าเบาๆ“หมอหลวงในวังมีวิชาแพทย์สูงส่ง คิดว่าคงจะทรงให้พวกเขาตรวจอาการมาก่อนพวกเขาไม่มีวิธี แต่ข้ากลับมีวิธีเพคะ”

            ไท่จื่อเฟยมองหญิงสาวผู้มีความเชื่อมั่นในตนเองเบื้องหน้าอย่างลึกซึ้งใช่แล้ว! นางคิดว่านางเชื่อมั่นในตนเอง แต่มิใช่ประเมินตนเองสูงไปหรือโอหัง

            คนที่มีความสามารถพูดว่าตนสามารถนั่นคือความเชื่อมั่นในตนเอง ผู้ที่ไม่มีความสามารถจึงนับเป็นการประเมินตนเองสูงเกินไปหรือโอหังไท่จื่อเฟยนำความหวังทั้งหมดวางไว้ที่ตัวนางแน่นอนย่อมไม่คาดหวังว่านางจะเป็นพวกหลงตัวเองหรือยโสโอหังหลังจากได้ฟังข้อมูลปฏิเสธจำนวนมากเช่นนั้น คำยืนยันนี้ของนางสำคัญกับไท่จื่อเฟยมาก

            “ดี วันหลังข้าจะเรียกตัวเจ้าเข้าวัง”ไท่จื่อเฟยจับมือของนาง “ข้าจะประกาศต่อคนทั้งหมด นับจากวันนี้เจ้าก็คือหมอประจำตัวของข้า”

            หมอประจำตัวของไท่จื่อเฟยฐานะนี้เพียงพอให้นางเดินเชิดไปทั่วเมืองหลวงนี่เป็นวิธีการที่ไท่จื่อเฟยใช้ดึงนางมาเป็นพวกวิธีหนึ่ง

            แน่นอนว่าหลิงมู่เอ๋อร์ย่อมไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะทำให้ชื่อเสียงโด่งดังนี้เพราะนางต้องการให้คนจำนวนมากกว่านี้รู้ถึงทักษะทางการแพทย์ของนางวิชาแพทย์ของตระกูลหลิงควรได้เปล่งประกาย

            “ร่างกายของพระองค์เสียหายมากเกินไปต้องฟื้นฟูกลับมาทีละน้อย” หลิงมู่เอ๋อร์ทางหนึ่งกล่าววาจา ทางหนึ่งเขียนเทียบยา“ข้าจะเขียนใบสั่งยาใบหนึ่งก่อน ไท่จื่อเฟยทรงเสวยครึ่งเดือน ถึงเวลานั้นข้าค่อยเขียนใบสั่งยาตัวใหม่ตามสภาพร่างกายของพระองค์ถูกแล้ว นี่เป็นยาลูกกลอนที่ข้าปรุงขึ้นมา กินทุกวันสามารถบำรุงร่างกายได้ยาลูกกลอนนี้ไม่มีผลข้างเคียง เป็นเพราะข้าเก็บโสมพันปีบนภูเขามาได้ต้นหนึ่งจากนั้น ได้ใช้น้ำพุในภูเขาปรุงเป็นยาลูกกลอนบำรุงร่างกายออกมา กินแล้วบำรุงรูปโฉมชะลอวัยทั้งยังบำรุงร่างกายอีกด้วยเพคะ ”

            “โสมพันปี? ดวงของเจ้าดีจริงๆ ของวิเศษหายากเช่นนี้ก็ถูกเจ้าพบเข้าแล้ว”ซูเหล่าฟูเหรินกล่าวอย่างประหลาดใจ “ยังมีอีกหรือไม่?”

            ไท่จื่อเฟยมองซูเหล่าฟูเหรินอย่างไม่พอใจทีหนึ่ง

            ของล้ำค่าเช่นนี้หญิงชรานางนี้ยังคิดครอบครองไปเป็นของตน? ถึงแม้ว่ายังมี นั่นก็ควรเป็นของนาง

            ซูเหล่าฟูเหรินยิ้มบาง “หากยังมีแล้วล่ะก็ก็ส่งไปให้รัชทายาทสักขวด รัชทายาททรงงานหนักทั้งวันคืนต้องการการบำรุงร่างกายที่ดีอย่างยิ่ง”

            ไท่จื่อเฟยเข้าใจขึ้นมาทันทีเหตุใดนางจึงมิได้คิดถึงจุดนี้? ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ

            “เหล่าฟูเหรินพูดได้ถูกต้อง แม่นางหลิงยาลูกกลอนบำรุงร่างกายนี้ยังมีหรือไม่?” ไท่จื่อเฟยมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างอ่อนโยน

            หากเมื่อครู่ สายตาที่มองหลิงมู่เอ๋อร์เหมือนกับมองเหยื่อตัวหนึ่งเช่นนั้นตอนนี้ สายตาที่มองหลิงมู่เอ๋อร์ ก็ราวกับมองของวิเศษชิ้นหนึ่ง อย่างไรซะล้วนมิได้มองนางเป็นคนก็ถูกต้องแล้ว

            หลิงมู่เอ๋อร์เขียนอักษรตัวสุดท้ายจนเสร็จยิ้มให้ไท่จื่อเฟยว่า “แน่นอนว่า…ไม่มีแล้วเพคะ โสมพันปีมีเพียงต้นเดียวหลายวันมานี้ข้าตรวจโรคให้คนจำนวนมาก ผู้ที่มีอาการป่วยร้ายแรงข้าล้วนให้พวกเขากินลงไปหนึ่งถึงสองเม็ด ไม่เช่นนั้นเหตุใดในมือข้าจึงไม่เคยมีคนตายกันเล่าเพคะ”

            “เจ้าช่าง…ใจกว้างจริงๆ” ไท่จื่อเฟยมุมปากกระตุก “ของล้ำค่าเช่นนี้เจ้าไม่เก็บไว้กลับมอบให้ผู้ป่วย”

            “ในสายตาของแพทย์ ผู้ป่วยสำคัญยิ่งกว่าตนเอง”หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวอย่างราบเรียบ “ข้าไม่เจ็บไม่ป่วย ยาพวกนั้นกินแล้วก็เพียงยืดอายุปรับสภาพร่างกายเท่านั้นส่วนผู้ป่วยต้องอดทนต่อความทุกข์ทรมานที่ไม่อาจบรรยายได้ พวกเขาต้องการผู้ที่จะมาช่วยพวกเขาสักคน”

            “ในโลกนี้เหลือแพทย์เช่นแม่นางหลิงน้อยเต็มทีแล้วใครกล่าวว่าสตรีมิสู้บุรุษ? นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่เคยเจอสตรีเช่นแม่นางหลิงมาก่อน”ครั้งนี้ไท่จื่อเฟยถอนใจจากใจอย่างแท้จริง “เช่นนั้นหากข้าฟังคำสั่งของเจ้าทำตามที่เจ้าบอก ต้องใช้เวลานานเท่าใด จึงจะสามารถแก้ข้อบกพร่องนี้ได้”

            “ครึ่งปี”หลิงมู่เอ๋อร์บอกตัวเลขที่เผื่อเวลาแล้วออกไป “หลังจากนี้ครึ่งปีไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงจะต้องตั้งครรภ์บุตรมังกรได้อย่างแน่นอนเพคะ”

            “ขอให้สมพรปากของเจ้า” ไท่จื่อเฟยเผยรอยยิ้มที่เฉิดฉันออกมา“มัวมัว เก็บใบสั่งยาให้ดี หากเกิดความผิดพลาดใดขึ้นมาเจ้าก็ไม่ต้องคิดจะมีชีวิตแล้ว”

            มัวมัวชรารีบยอบกายลง กล่าวว่า “เพคะ”

            “พวกเราก็ไม่เหมาะจะนั่งอยู่ที่นี่นานนักหากเหนียงเหนียงไม่มีคำสั่งใดอีก ข้าก็จะพาสาวน้อยนางนี้ออกไปแล้ว”ซูเหล่าฟูเหรินกล่าวกับไท่จื่อเฟย

            “ไปเถอะ! ข้าก็จะกลับวังพอดี ความช่วยเหลือที่เหล่าฟูเหรินมอบให้เปิ่นกงเปิ่นกงจะจดจำไว้ในใจ วันหลังย่อมต้องตอบแทนอย่างแน่นอน” ไท่จื่อเฟยกล่าว

            ซูเหล่าฟูเหรินรอหลิงมู่เอ๋อร์เก็บของเสร็จจากนั้นจึงพานางออกไป ในยามที่กลับมาถึงเรือนด้านหน้าพูดคุยเรื่องไร้สาระกับเหล่าคุณหนูที่ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจขัดแย้งอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ฟังพวกนางชมกันเองว่ามีความยอดเยี่ยมเพียงใดในยามที่หลิงมู่เอ๋อร์ใกล้สัปหงกไปนั่นเอง เจาหยางจวิ้นจู่น้อยก็ดึงแขนเสื้อของนาง

            นางตื่นขึ้นมาจากความฝันอันงงงวยดวงตาใสกระจ่างเต็มไปด้วยความสงสัยมองไปยังเจาหยางจวิ้นจู่น้อยฝ่ายหลังมองดวงตาของนาง สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้ เผยรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมานางหาวทีหนึ่ง กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “สิ้นสุดแล้วหรือ? ข้ากลับบ้านได้แล้วหรือไม่?”

            ในที่สุดรอยยิ้มของเจาหยางจวิ้นจู่น้อยก็กลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไป นางชี้มาที่นางหัวเราะเสียงดังออกมา “เปิ่นจวิ้นจู่ไม่เคยเห็นคนเช่นเจ้ามาก่อนที่แท้เจ้ามาทำสิ่งใดกัน?”

            หลิงมู่เอ๋อร์ถอนใจเบาๆ ครั้งหนึ่งนางก็อยากรู้เช่นกันว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่ คุณหนูสูงศักดิ์นางอื่นมาที่นี่เพื่อหาคู่ครองนางมาที่นี่ก็เพื่อรักษาอาการป่วยให้กับผู้อื่น และครั้งนี้ยิ่งเกี่ยวพันถึงคนอีกสองคน หนึ่งเป็นสตรีวิปลาส ดูแล้วลึกลับเป็นอย่างยิ่งอีกผู้หนึ่งคือไท่จื่อเฟย นางยิ่งล่วงเกินไม่ไหว หากเป็นไปได้แล้วล่ะก็นางไม่อยากก้าวเข้ามาในจวนจวิ้นอ๋องจริงๆ

            นางถึงกับมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง จวนจวิ้นอ๋องแห่งนี้คงจะมีชะตาแปดอักษรที่ชงกับนางกระมัง?

            นางนั่งขึ้นมา มองไปรอบๆเมื่อครู่ในห้องมีคุณหนูสูงศักดิ์หลากหลายรูปแบบนั่งอยู่เต็มไปหมด บัดนี้เหลือเพียงนางกับเจาหยางจวิ้นจู่น้อย และเหล่าคนรับใช้พวกนั้น

            เจาหยางจวิ้นจู่น้อยรู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดเอ่ยปากช่วยแก้ความสงสัยให้นางว่า “คนอื่นตามท่านย่าของข้าไปชมดอกล่าเหมยแล้ว”

            “พวกเขาไม่กลัวหนาวจริงๆ” โชคดีที่เมื่อครู่ตอนกลับมาได้ชมไปแล้ว ก็เสียทีที่มาในครั้งนี้แล้ว อย่าพูดไปล่าเหมยของจวนจวิ้นอ๋องแห่งนี้งดงามจริงๆ

            “เจ้าหิวแล้วกระมัง? ข้าจะพาเจ้าไปกินของอร่อย”เจาหยางจวิ้นจู่น้อยกล่าว จากนั้นก็ดึงหลิงมู่เอ๋อร์ให้ลุกขึ้นมา

            กระดูกอันเกียจคร้านของหลิงมู่เอ๋อร์ยังไม่ยืดออก จึงมิได้ระวังการกระทำของเจาหยางจวิ้นจู่น้อยเกือบถูกนางลากจนล้มลง นางโซเซตามฝีเท้าของนางไป

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808