กลยุทธ์ที่ 27 ยอดโจร
ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือจักรพรรดิ ฆ่าไม่ได้ก็ไม่ฆ่า หากพูดกันตามตรงมันก็คือสกิลของคนรักสัตว์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดไม่มีอะไรหรอกที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับพวกมัน หากจะโทษก็คงต้องไปโทษระบบที่เสมือนจริงเกินไป ขนาดหมาป่ายักษ์ที่เชื่องแค่พวกอ็อคยังเชื่องกับเขานับภาษาอะไรกับหมาบ้านๆ
เวรยามที่ไม่รู้ว่าหมาของตนเองเป็นอะไรได้แต่พยายามทำให้มันกลับมาทำหน้าที่ของมันดังเดิม พอผูกมิตรกับหมาเสร็จเวรยามเผลอจักรพรรดิก็มาถึงที่หมาย
ด้วยการที่ใช้สกิลกลืนกายไปนานมานาและพลังใจของจักรพรรดิจึงไม่เหลือพอที่จะใช้มันได้สักพัก เขาจึงเปลี่ยนเป็นย่องแทน ค่อยๆ คืบไปที่ชั้น 2 ของโพรงหินที่กว้างและหยุดจ้องมองชาย 2 คนที่ยืนเฝ้าหน้าประตูห้องที่เป็นเป้าหมาย
“....”นี่คงเป็นด่านที่ยากที่สุดแล้วสำหรับจักรพรรดิแต่ก็ไม่ยากเกินไป จักรพรรดิปาหินใส่หน้าของทั้ง 2 จากที่ลับตาจนพวกเขารู้ตัวว่ามีคนเข้ามาที่นี่ สกิลสังเกตการณ์และสกิลตรวจจับของพวกเขาถูกใช้ออกมาแล้วจึงแยกย้ายกันตามหาพร้อมจะจัดการไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่บุกรุกเข้ามา
ทว่าพอล่อเสือออกจากถ้ำไปแล้ว ในช่วงเวลาพริบตานั้นเองร่างของจักรพรรดิก็ได้ปรากฏขึ้นมาหน้าประตูด้วยสกิลลมหายใจผู้ตาย ที่เอร่าช่วยสอนเสริมให้มันแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นมันจึงช่วยจักรพรรดิได้เยอะ จักรพรรดิก็พึ่งรู้นี่ล่ะว่ามันเป็นสกิลของสายโจร ทว่าแค่นั้นมันยังไม่พอเขายังต้องเสริมมันอีกด้วยการใช้สกิลปราณมังกรที่เขาเรียนรู้ว่าสามารถลองปรับใช้มันกับสกิลอื่นๆได้
ด้วยความคิดอิสระที่ทำให้มันเป็นพลังในรูปแบบไหนก็ได้ ทำให้จักรพรรดิใช้สกิลปราณมังกรคลุมร่างของตัวเองเป็นเสมือนสายลมและใช้สกิลลมหายใจผู้ตายอีกชั้น ตาเปล่ามองไม่เห็นจักรพรรดิอยู่แล้ว สกิลสังเกตการณ์หรือตรวจสอบก็แค่ทำให้รู้สึกถึงบางอย่างที่หลบซ่อน ด้วยปราณมังกรที่ทำให้ทั้งคู่รับรู้เพียงแค่ลมแรงๆ พัดผ่าน พวกเขาเลยไม่ทันสังเกตจักรพรรดิตอนนี้ ทั้ง 2 สกิลก่อเกิดเป็นคอมโบสกิลโจรโดยแท้
พอเข้ามายังห้องที่เป็นเป้าหมายซึ่งมีตู้เซฟขนาดยักษ์ และข้างๆ มันก็มีชายร่างอ้วนท้วนหนวดหร็อมแหร็มนอนกรนเสียงดังกอดสาวๆไว้ทั้ง 2 อ้อมแขน จักรพรรดิก็มองตู้เซฟกากๆ ที่แม้จะมีไอเทมเสริมการต้านสกิลหรือไอเทมอื่นๆเพื่อกันขโมยยกเว้นรู้รหัสตู้เซฟและเปิดมันตรงๆ จักรพรรดิก็เริ่มเปิดมันตรงๆ นี่ล่ะอย่างที่เจ้าของมันตั้งระบบไว้
ตู้เซฟของโอตาคุติดเกมคนนึงมีหรือจะเทียบได้กับเศรษฐีมีเงินล้นฟ้า แถมยังเป็นผู้สร้างเกมนี้ให้กับคนพวกนี้เล่นอีกด้วย
พอไม่พบอะไรถึงจะรู้สึกขัดใจเวรยามทั้ง 2 ก็กลับมาเฝ้าที่เดิมพร้อมกับเปิดประตูห้องเพื่อเช็คดูของด้านใน ขณะนั้นพวกเขาก็พบกับตู้เซฟที่ปิดอยู่และหัวหน้าคาสิโนที่นอนหลับไม่สนอะไรเช่มเดิม
การเป็นโจรนั้นต่างจากนักโทษในคุกตอนเข้าไปนั้นยากกว่าตอนออก จักรพรรดิในยามนี้ที่เห็นด้านในชัดเจนและรู้เส้นทางจึงใช้สกิลกลืนกายออกมาจากห้องนั้นได้ด้วยมานาที่ฟื้นมานิดหน่อย และปีนขึ้นไปที่ชั้นหินเบื้องหลังมองดูผลงานของตัวเองที่สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบซะจนเขารู้สึกน่าเบื่อ! แทนที่จะสนุก!! มันกลับไม่ตื่นเต้นอะไรเลยทุกๆอย่างกับง่ายเกินไป ง่ายเกินไปซะจนจักรพรรดิสงสัยว่าไอ้พวกที่เขาปล้นอยู่นั่นเป็นเอ็นพีซีไร้สมองหรือกลุ่มโจรที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกมกันแน่
ถึงอย่างนั้นพอคิดๆดูหากเขาเอามันไปวางคืนที่เดิมเพื่อเป็นการจบหลักสูตรของค่ำคืนนี้ มันก็อาจจะยากกว่าครั้งแรกก็ได้จักรพรรดิคิด
ในขณะที่จักรพรรดิยืนรอเวลาอีกสักชั่วโมงเพื่อจะเอามันไปคืนที่เดิม แล้วจบบทฝึกของวันนี้ เขาก็ยังไม่ลืมว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อเรียนรู้การเป็นโจรอย่างเดียว เขายังมีเป้าหมายที่สำคัญอยู่อีกอย่าง
ดังนั้นตอนที่เขาจะเอาเงินไปคืนหากคืนไม่สำเร็จเขาก็จะกองมันไว้ด้านหน้าคาสิโน แล้วรีบหนีไปทันที อย่างน้อยๆก็เพื่อไม่ให้มีเรื่องบานปลายเกิดขึ้น แล้วเอร่าก็จะได้ไม่ลำบากไปกับเขาด้วย
ทว่าพอเขาหันหลังกลับไปเพื่อจะหาที่นั่งรอเวลา
“!?” เขากลับเจอสตั๊นที่คาดไม่ถึง เมื่อมีหญิงสาวคนนึงนั่งกอดเข่าจ้องมองมาที่เขา โดยเบื้องหน้าเธอมีของวางแบกะดินบนผ้าปู
เธอนั้นเป็นหญิงสาวผมสีแดงเพลิงกระเซอแม้จะมัดเป็นผมแกละแล้วก็ตาม และที่ใบหน้ายังสวมที่คาดตาเหมือนกับแว่นในยุคอนาคตที่มีแถบไฟสีแดงเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้จักรพรรดิไม่อาจมองเห็นแววตาของเธอได้ สิ่งที่เขาเห็นชัดคือผิวพรรณที่เป็นสีขาวดุจหิมะของเธอและรูปร่างที่ดูเป็นผู้ใหญ่จนเด่นที่หน้าอกไซส์มหึมา เธอแต่งตัวมิดชิดด้วยการสวมเสื้อโค้ทสีเทาที่มีชายเสื้อคลุมถึงข้อเท้า สวมรองเท้าบูตสีดำหนาพร้อมถุงมือสีดำ
เมื่อไม่เห็นแววตาจักรพรรดิก็ไม่สามารถอ่านใจเธอได้ เขารู้เพียงแค่ว่าเธอนั้นจ้องมองเขาอยู่เพราะดูจากท่านั่งของเธอ โชคดีที่เธอนั้นไม่ใช่ผู้เล่นเพราะบนหัวของเธอขึ้นเป็นเอไอ ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเลยหากเป็นเอไอในที่ที่ไม่มีเอ็นพีซีอยู่แบบนี้ ก็หมายความว่าเธออาจเป็นผู้ติดตามของใครบางคน
ความเงียบบังเกิดขึ้นก่อนจักรพรรดิจะลองขยับตัวเล็กน้อยเธอก็มองตามเขาไม่วางตา จนจักรพรรดิทำท่าบิดขี้เกียจยืดเส้นเอ็น ยิ้มและโบกมือ แล้วเดินจากไปดื้อๆ
“....” เธอกลับไม่พูดหรือตามเขามาแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะพยายามติดต่อผู้เป็นเจ้านายของตนเอง จนในที่สุดจักรพรรดิต้องเดินกลับมาหาเธอเองด้วยความไม่เข้าใจ
และเริ่มสังเกตเห็นสิ่งของที่วางแบกะดินเบื้องหน้าเธอ พอดูดีๆแล้วมันนั้นเป็นของที่เหมือนหลุดออกมาจากยุคอนาคตหรือยุคของเขา มากกว่าของที่น่าจะอยู่ในเกมนี้ที่อิงพล็อตเรื่องหลักๆในยุคอัศวินใช้ดาบสู้เป็นหลัก
จักรพรรดิย่อตัวลงมานั่งอยู่ในระดับเธอแล้วว่า
“ของพวกนี้คือ?”
“....”เธอไม่ตอบเขา เธอเพียงแต่จ้องจักรพรรดิไม่หยุดจนจักรพรรดิตอบรับกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ถูก หญิงสาวที่ไม่ยอมแสดงความรู้สึกอะไรออกมาแม้แต่ความรู้สึกเย็นชาคือศัตรูตัวร้ายสำหรับจักรพรรดิ
“เอ่อ...เธอชื่ออะไร?”
“....”
จักรพรรดิจำต้องทำเป็นมองมุดดินและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง และเขาก็ได้ข้อสรุปพร้อมอิงจากการแต่งตัวของเธอ
“เธอคงเป็นพวกนักประดิษฐ์สินะ”
นักประดิษฐ์ นักประดิษฐ์เป็นสายที่เล่นยากที่สุดสายนึงก็ว่าไม่ผิดของเกมนี้ เพราะหากไม่มีสิ่งประดิษฐ์ของตนแล้วตัวเองจะแทบไร้ความสามารถ อยู่ในดงศัตรูก็มีแต่จะตายเก็บไอเทมด้วยตัวเองก็เป็นเรื่องยาก ไม่ต้องพูดถึงจากตัวมอนเตอร์เลย ทว่าหากประดิษฐ์อะไรได้สักอย่างแล้วละก็จะกลายเป็นตัวยุ่งยากในการต้องจัดการ เพราะไม่ว่าจะเป็นการทำดาเมจ แทงค์ หรือซัพพอร์ต ความสามารถรอบด้านถือว่าครอบคลุมหมดกว่าทุกสาย ที่สำคัญบางครั้งสิ่งประดิษฐ์นั้นจะมีอาร์ทิแฟ็กท์หรือสกิลติดตัวจนผู้เล่นไม่ต้องพึ่งสกิลสายเลย
ด้วยความยุ่งยากแต่ยังพอมีประโยชน์นี้อย่างน้อยๆก็ยังไม่ทำให้สายนี้อยู่ที่โหล่ แค่รองโหล่จากสายนักปราชญ์เท่านั้น
พอมองของที่วางแบกะดินเรื่อยๆดวงตาของจักรพรรดิก็เริ่มเปล่งประกาย แม้เขาจะไม่รู้ว่าอุปกรณ์พวกนี้คืออะไรและทำอะไรได้บ้างแต่มันก็ช่างน่าสนใจ จนทำให้เขาเผลอเอื้อมมือไปหยิบมันชิ้นนึงขึ้นมา
แล้วตอนนั้นเองหญิงสาวเบื้องหน้าเขาก็เริ่มขยับตัว ขยับตัวหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าของตัวเองขึ้นมาและจี้ไปที่มือจักรพรรดิที่หยิบอุปกรณ์ชิ้นนั้นขึ้นมา
“อ๊ากกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!”แล้วเสียงร้องดังลั่นหุบเขาก็เกิดขึ้นจนทำให้พวกโจรตกใจ แต่ก็แค่นั้นเพราะมันเป็นเรื่องปกติของที่นี่ที่จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว หากเกิดขึ้นใกล้ตนเองแค่จับตาดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ เป็นพอ
ร่างของจักรพรรดินอนหงายท้องเบื้องหน้าหญิงสาวจากผิวสีเนื้อกลายเป็นสีแทน ผมที่หยักโศกกระเซอฟูกลายเป็นรังนกและเลือดลดไปเกือบ 20%
ตอนนั้นประโยคสั้นๆประโยคแรกของเธอที่ฟังดูเฉื่อยๆ ก็พูดขึ้น
“อย่า...จับ....”
จักรพรรดิพลิกตัว ไม่ไหวเขารับมือกับผู้หญิงแบบนี้ไม่ไหวจริงๆเขาจึงพยายามคืบคลานออกห่างจากตัวเธอให้มากที่สุด แต่แล้วเสียงพูดของเธอก็ไล่หลังเขามาอีก
“เมื่อกี้ฉันเห็น นะว่านาย...ทำอะไรที่ข้างล่าง...นั่น”
จักรพรรดิกัดฟันด้วยความเจ็บใจลุกพรวดขึ้นมาจากที่นอน แบบนี้มันไม่สนุกแล้วในความคิดเขาที่โดนรังแกฝ่ายเดียว
“ช่วยไม่ได้ เห็นทีจะต้องเล่นไม้แข็งกันสักหน่อยแล้วสาวน้อย”
ว่าจบจักรพรรดิก็พุ่งตัวเข้าไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรุนแรงมากแค่จักรพรรดิเอาจริงและทำเป็นขู่นิดหน่อยก็พอ ถึงแม้จะเป็นรูปแบบหญิงสาวที่เขารับมือยากแต่ผู้หญิงยังไงก็เป็นผู้หญิง หลังจากนั้นเดี๋ยวค่อยมานั่งจับเข่าคุยกันแล้วซับน้ำตาให้เธอเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
เมื่อจับตัวเธอได้และกำลังจะใช้กำลังที่เหนือกว่าสยบ เครื่องช็อตไฟฟ้าก็ได้จิ้มมาที่มือของจักรพรรดิอีกครั้ง
“อ๊ากกก!!!!!!!!!!”
ถือว่าเป็นเรื่องปกติของสิ่งที่เกิดขึ้นของที่นี่พวกโจรเลยไม่สนใจ พวกเวรยามเองก็แค่มองรอบๆ ทว่าตอนนั้นเอง ชายร่างใหญ่คนนึงที่นอนพิงหมาป่ายักษ์อยู่กลับลืมตาขึ้นมาแล้วพูดออกมาลอยๆ
“เสียงคล้ายๆนายท่านเลย ถึงท่านจะไม่เคยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแบบนั้นก็เถอะ”แล้วเขาก็หลับต่อในขณะที่คนที่เสียงคล้ายเจ้านายของเขานอนเกรียมไปที่พื้น(อีกครั้ง)
“....”ร่างของจักรพรรดิไม่ขยับแม้แต่น้อยแต่ก็ไม่ได้ตาย เรื่องนั้นหญิงสาวผู้เฝ้ามองเขารู้ดียิ่งกว่าใครจึงยื่นเครื่องช็อตไฟฟ้าไปข้างๆจักรพรรดิอีกครั้ง พอมันใกล้ที่จะถึงตัวเท่านั้นล่ะ จักรพรรดิถึงกับฟื้นออกมาจากความตายรีบคลานออกห่างจากเธอ
“พอแล้วๆจะให้ฉันทำอะไรก็ยอมทั้งนั้นล่ะ อย่าทำร้ายฉันอีกเลยนะ”
“....”พอเห็นเธอค่อยๆ เก็บมันลงไปจักรพรรดิก็ถึงกับโล่งใจ
“เมื่อกี้....นายพูดแล้วนะ....”
จักรพรรดิกระตุกยิ้มขึ้นมาในทรงผมที่ฟูฟ่องตัวเกรียม
“อะ อะ อืม...” ถึงจะหลุดปากพูดออกไปด้วยความกลัว แต่จักรพรรดิไม่เคยผิดสัจจะอยู่แล้วเมื่อลั่นออกไป ขอแค่เป็นเรื่องไม่ผิดศีลธรรมและไม่รู้สึกสนุกก็พอ
“งั้นก็ดี...”แววตาของเธอที่จ้องมองจักรพรรดิตอนนี้น่ากลัวสุดๆ แม้มันจะมีแว่นพิลึกๆขวางกัน จักรพรรดิยังสัมผัสได้...เหมือนมีพลังงาน...บางอย่าง...
“อย่างน้อยๆให้ฉันรู้จักชื่อเธอหน่อยได้ไหม...”
สีหน้าของเธอเรียบๆพูดตอบ
“ถ้านายคิดจะบอกชื่อนายกับฉัน...ฉันจะบอกนายก็ได้...”
เธอที่รู้ความคิดจักรพรรดิทำให้จักรพรรดิต้องยอมจำนนแก่เธอโดยดี
เวลาผ่านไป
เหงื่อของจักรพรรดิได้ไหลจรดลงปลายคางพร้อมกับความรู้สึกร้อนที่ผุดขึ้นมาตามตัว ขณะนี้ทั้ง 2 นั้นได้เดินชิดกำแพงถ้ำที่เบื้องล่างเป็นลาวาร้อนหลายพันองศา ซึ่งสถานที่นี้นั้นอยู่ใต้ดินลึกลงมาจากรังโจรและหุบเขาสูง
“นี่ทำไมเราต้องมาที่นี่กันด้วยเนี่ย!?”จักรพรรดิถามสู่หญิงสาวผมแดงที่เดินนำ
“นาย...บอกว่าจะทำทุกอย่าง....ที่ฉันขอใช่ไหม...?”เธอถามขึ้นมาเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“เอ่อ...ใช่แล้ว แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมาที่นี่ด้วย?”จะวิ่งหนีไปตอนนั้นเลยจักรพรรดิก็คิดว่าเขาน่าจะทำได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเธอนั้นมันยังไม่ปรากฏออกมาให้เขาเห็นอีกมากมาย จากที่เธอเล่ามาว่าเธอเห็นเขาทำอะไรบ้างทุกขั้นตอนหลังจากยอมรับใช้เธอจักรพรรดิก็หนาวแล้ว
จักรพรรดิเชื่อว่านี่คือความสามารถของสายนักประดิษฐ์ เอาจริงๆ ก็น่าจะมาจากแว่นตาของเธอที่น่าจะมีสกิลตรวจจับความร้อนหรืออะไรทำนองนั้นนั่นละ จะสู้กับเธอตรงๆผลลัพธ์ก็ออกมาตั้งแต่ที่เขายังไม่ได้สู้กับเธอแล้ว
คิดไปก็ค่อยๆกระดึ๊บไป แล้วตอนนั้นเธอที่เหมือนไม่ป้อนข้อมูลอะไรให้เขาเลยก็ค่อยๆ พูดขึ้นมาเอง
“ที่นี่...ยังลึกลงไปได้อีกหลายชั้น...มันเป็นดันเจี้ยนที่ซ่อนอยู่ในสายตาของผู้คน ด้านบนนั้นเป็นฉากบังหน้าของคนคนนึง...ที่ต้องการปิดกั้นผลประโยชน์ที่นี่เอาไว้...จากสายตาของคนอื่น”
พอได้ยินว่าดันเจี้ยนจักรพรรดิก็คิดไปไกลแล้ว มิน่าล่ะขนาดมีการต่อสู้และไม่ไว้วางใจกันยังไงที่นี่ก็ยังมีธุรกิจในตัวที่ไม่ยักกะเจ๋งไปสักที ไหนจะธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ด้อยกว่าเมืองหลักๆเลยหากจักรพรรดิสังเกตดูดีๆ ติดแค่ไม่มีเอ็นพีซีคุ้มกันเท่านั้น
และพอคิดถึงดันเจี้ยน มันก็ต้องมีของที่คู่กับมันอยู่ 2 อย่าง มหาสมบัติมากมายทั้งไอเทมเงินทองสิ่งของที่หาในสถานที่ปกติไม่ได้ และมอนเตอร์ที่ยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆเมื่อยิ่งลงไปลึก ของกับระดับถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องการ
‘กะแล้ว’ จักรพรรดิคิดขึ้นมาเมื่อเธอพาเขามายืนในพื้นที่โล่งได้สำเร็จ แต่ก็ต้องพบกับฝูงมอนเตอร์นับสิบๆตัวที่ยืนขวางประตูอยู่
การเคลียร์ดันเจี้ยนในเกมนี้หากกำจัดมอนเตอร์ได้ชั้นนึงแล้วปล่อยทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง โดยไม่มีคนอยู่ในดันเจี้ยนเลยมันจะเกิดใหม่ แต่ถ้าไม่อยากให้มันเกิดมาเลยต้องกวาดพวกมันให้เรียบทุกชั้นพร้อมกันและเคลียร์สมบัติชั้นสุดท้ายให้ได้ ดังนั้นหากมีองค์กรหรือใครควบคุมการเป็นเจ้าของดันเจี้ยนอย่างไม่เป็นทางการได้ ส่วนใหญ่ก็มักจะทำการสู้วนเวียนไปเรื่อยๆโดยไม่ให้แหล่งเงินของตัวเองนั้นหายไป
หญิงสาวผมแดงว่าต่อด้วยเสียงเฉื่อยๆ
“ที่นี่ลึก100 ชั้นนะ...ฉันบอกนายไปรึยัง....และที่ที่เราจะไปคือชั้นที่ 100...”
“ยังไม่บอกเลยแม่คูณ นี่ท่านจะให้ผมรับใช้ท่านกี่อาทิตย์ไม่สิกี่เดือนกันแน่!!”จักรพรรดิเผลอโวยออกมาอย่างไม่ตั้งใจจนรู้สึกว่าเธอนั้นจ้องมาที่เขาเขม็ง
“...ขะ ขออภัยครับ”
“ถ้าไม่อยากเสียเวลาขนาดนั้น...ก็รีบๆจัดการ...พวกนั้นซะสิ” เธอพูดพร้อมชี้ไปยังกิ้งก่าแมกม่านับสิบร่าง
กิ้งก่าที่ตัวลุกเป็นเพลิงแผ่ความร้อนออกมาตลอดเวลา ขนาดตัวของพวกมันเท่ากับมนุษย์ผู้ชายคนนึง ระดับของมันนั้นอยู่ที่อัศวิน 15 ทั้งหมด เล่นเอาไอ้คนที่คิดแต่เรื่องสนุกไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ผิดพลาดตอนนี้ทำได้เพียงยืนจืดๆ
“เอ่อ...จะให้ฉันจัดการพวกมันจริงๆเหรอ...” จักรพรรดิไม่ได้กลัวนะ แต่ถามเธอขึ้นมาด้วยความแน่ใจ
“นี่แค่ชั้น 1 ซึ่งเรามาที่นี่ก็ใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมง...แล้วถ้านายไม่อยาก...ติดอยู่ที่นี่เป็นปีละก็...รีบเข้า....”กิ้งก่าพวกนี้ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อยถ้าเทียบกับผู้หญิงผมแดงเบื้องหน้าเขา
ดูจากคำพูดของเธอแล้วไอ้พวกโจรที่อยู่เบื้องบนเองก็คงยังไม่เคยมีใครไปถึงชั้นที่ 100 เหมือนกัน แล้วเขาจะทำได้เหรอปกติจักรพรรดิไม่เคยดูถูกตัวเองแต่เขาเริ่มมีข้อกังขาในตัวเองเสียแล้ว
จักรพรรดิถอนหายใจเนืองๆออกมาแล้วหลับตาลง จากความหวาดกลัว(เธอ)เปลี่ยนเป็นความสุขุม ชุดของเขาเปลี่ยนกลับเป็นชุดนักปราชญ์
พอเจ้าพวกกิ้งก่าเห็นจักรพรรดิพุ่งเข้ามา พวกมันก็ต่างพร้อมใจกันพ่นแมกม่าออกมาเป็นสายเหมือนปืนฉีดน้ำ
จักรพรรดิที่เห็นใช้สกิลตัวเบาของตนเสริมด้วยปราณมังกรดีดตัวเองขึ้นเหนือพื้นไปเกาะอยู่บนเพดาน หากในเวลานี้เขามีทวนอยู่เขาจะไม่หวั่นแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังไม่เหนือไปกว่าความรู้สึกสนุกของจักรพรรดิที่ยังคงอยู่หรอก
จะใช้ยังไงก็ใช้ไป จะเจออะไรก็เจอ จักรพรรดิตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องขึ้นไปพบแม่ม่ายวัยสาวให้ได้(ไม่ใช่ว่าแกจะทำคุณให้ผู้หญิงคนนี้เพื่อตนจะพ้นความผิดหรอกเหรอ) เมื่อคิดได้แบบนั้น สกิลปราณมังกรของจักรพรรดิในเวลานี้ที่อยู่ระดับ 32 ก็ได้ถูกขับเคลื่อนออกมารอบตัวจนมีออร่าสีฟ้าหุ้มร่าง ก่อนที่ร่างของเขาจะทิ้งตัวลงมากลางวงล้อมเจ้าพวกกิ้งก่า
พวกมันที่เห็นจักรพรรดิทิ้งตัวลงมาพร้อมใจกันพ่นแมกม่าสู่จักรพรรดิอีกครั้ง ทว่าคราวนี้จักรพรรดิไม่หลบเขาชูพัดขึ้นมาทั้ง 2 มือ แล้วใช้สกิลถ่มน้ำลายรดฟ้าผสานเข้ากับปราณมังกรที่หมุนไปพร้อมๆกับจังหวะที่จักรพรรดิออกพัด
ในตอนนั้นแมกม่าที่เป็นสายก็พากันหมุนอยู่รอบตัวของจักรพรรดิดั่งใบไม้ไหว ก่อนมันจะถูกซัดกระจายออกไปโดนพวกมันเองโดยรอบจนเกิดเสียงร้อง แต่ด้วยระดับที่สูงและเป็นมอนเตอร์สายเวทย์ธาตุเพลิงอยู่แล้วพวกมันจึงเลือดแทบไม่ลดเลย
สิ่งที่จักรพรรดิเห็นทำให้จักรพรรดิเปลี่ยนเป็นใช้สกิลปราชญ์วิเคราะห์แทน ขณะที่พวกมันเปลี่ยนมาเป็นวิ่งเข้ามาโจมตีเขาตรงๆ
ไม่นานจักรพรรดิก็พบกับคำตอบที่จะทำให้เขาเอาชนะพวกมันได้ จักรพรรดิเปลี่ยนอาวุธจากที่มือเป็นโซ่เหล็กกล้าไอเทมระดับ 4 ดาว ไอเทมที่เขาเห็นว่าแปลกดีจึงพกมันไปไหนมาไหนด้วย
ในตอนนี้ร่างของจักรพรรดิจึงดูเหมือนชายคนนึงที่คาดโซ่ไว้ที่ตัว ก่อนมือนึงของเขาจะจับปลายโซ่เหวี่ยงเป็นจังหวะๆพอเจ้ากิ้งก่าตัวนึงพุ่งเข้ามาเขาก็ใช้โซ่ของเขาพุ่งไปรัดขาของมันไว้ พออีกตัวนึงพุ่งเข้ามาเขาก็ใช้โซ่รัดมันไว้อีกตัว พอมาอีกตัวเขาก็รัดมันไว้อีก ความเร็วของจักรพรรดิตกลงไปเพียงเล็กน้อยเพราะแบกโซ่ ทว่าการเคลื่อนไหวของเขายังเหนือกว่าเจ้าพวกนี้อยู่ และพอมีสกิลปราณวิหคช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเขาก็ยิ่งมีอิสระมากขึ้น จนในที่สุด
ตัวของพวกมันทุกตัวก็ถูกล่ามติดกับโซ่ แม้ตัวของพวกมันจะแผ่ความร้อนออกมาตลอดเวลา มันก็ไม่พอที่จะทำลายโซ่ของจักรพรรดิได้ จักรพรรดิที่เห็นแบบนั้นยิ่งแน่ใจรีบวิ่งไปที่ขอบเหวที่มีลาวาร้อนระอุอยู่เบื้องล่าง
“นาย...คิดจะฆ่าตัวตายเหรอ...?”หญิงสาวผมแดงถามเรียบๆ
“ไม่มีทางซะหรอก!”จักรพรรดิตอบเธอ ก่อนหญิงเธอจะสังเกตเห็นโซ่ที่ตัวจักรพรรดิถือล่ามติดกับเจ้าพวกกิ้งก่าทุกตัว พอมาถึงขอบเหวพร้อมกับเจ้าพวกกิ้งก่าที่ไล่ตามมาไม่หยุด จักรพรรดิก็กระโดดลงไปด้านล่างโดยจับโซ่ไว้มั่นมือ
“กึก!”แล้วตอนนั้นเองโซ่ที่มือของเขาก็ตึงฉุดร่างเจ้าพวกกิ้งก่าร่วงลงมาพร้อมเขาทีล่ะตัวๆ โดยที่พวกมันไม่อาจฝืนได้เนื่องจากพวกมันเองก็วิ่งไล่ตามจักรพรรดิสุดกำลัง
พอพวกมันร่วงลงมาหมดจักรพรรดิก็ใช้มือเกาะหน้าผาหินเอาไว้ และจากไอเทมที่เป็นโซ่เหล็กก็ได้เปลี่ยนเป็นพัดกระดาษเหมือนเดิม ทำให้ร่างของเจ้าพวกกิ้งก่าร่วงลงสู่พื้นลาวาเบื้องล่างไปทั้งหมด ตามมาด้วยระดับของจักรพรรดิที่ทะยานเป็นระดับ 100 ขั้นทหารทันที
“สนุกสุดยอดไปเลย”หากเรายอมเปิดใจรับสิ่งที่เราไม่เคยยอมรับบ้าง บางครั้งก็จะพบกับความสนุกรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเจ สิ่งที่จักรพรรดิอยากจะพูดจริงๆ ก็ประมาณนี้ล่ะ
อย่างน้อยๆในความหวาดกลัวต่อผู้หญิงคนนั้นจักรพรรดิก็ยังหาหนทางปลดปล่อยตัวเองได้อยู่ แต่พอปีนขึ้นมาถึงเบื้องบนเขากลับเห็นหญิงสาวผมแดงเดินไปที่ประตูแล้ว
“นี่นี่เจ๊ขอบคุณผมสักคำก็ไม่ตายหรอกมั้ง!?” จักรพรรดิพูดขึ้นมาด้วยความเหนื่อยใจ นี่แค่ชั้นแรกเขายังต้องใช้เวลาและความคิดขนาดนี้ชั้นต่อๆไปไม่ต้องพูดถึง ไม่อย่างนั้นในเกมนี้จะมีระดับขั้นและเลเวลไปเพื่ออะไรกัน
“...นายรีบ...ไม่ใช่เหรอ?”